ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · ตอนที่ 16
ตอนที่ 16 — ลายมือที่เปลี่ยนชื่อเจ้าของ
เช้าวันที่ยี่สิบสองเมษายน เยว่ชิงตรวจนาฬิกาข้อมือก่อนเปิดซองกระดาษของหม่าหรง
เครื่องเดินต่อเนื่องหลังงานล้างเมื่อคืน ช่วงที่เฝ้าดูยังไม่พบอาการหยุดเหมือนวันที่รับมา เธอจดเวลาแล้วติดสายใหม่โดยย้ายหัวเข็มขัดเดิมตามที่ลูกค้าขอ ลายสลักเล็กด้านในยังอยู่ครบ ไม่มีเหตุให้ขัดจนผิวเก่าเปลี่ยนเพียงเพื่อให้ดูเหมือนของใหม่
เมื่อวางนาฬิกาใต้ฝาครอบสะอาดแล้ว เธอจึงนำกระดาษบางที่ผู้มาเยือนทิ้งไว้ออกมา
วันที่แปดมกราคม
ชื่อร้านหลิน
ตรวจเพลานาฬิกาตั้งโต๊ะหนึ่งชิ้น
และชื่อผู้รับ โจวเซิ่ง
เยว่ชิงอ่านชื่อออกเสียงเบา ๆ มันไม่ใช่ชื่อที่เธอจำได้จากรายการในร้าน แต่ความจำของเธอไม่ใช่สมุดที่ครบทุกหน้า เธอจึงไม่เอาความไม่คุ้นนั้นมาพูดว่าคนคนนี้ไม่มีอยู่
เลขใบงานมุมบนคือ 08-04
เธอเปิดกล่องใบงานเก่าที่ตนรู้ตำแหน่ง ไล่ตามวันที่และเลข ไม่ค้นลิ้นชักพ่อทุกช่องใหม่อีกครั้งจนของที่จัดไว้เสียลำดับ
ใบที่พบมีเลขเดียวกัน รายการตรวจเพลาหนึ่งชิ้นกับขนาดตรงกัน แต่ชื่อผู้ฝากของคือหลี่จง ช่องส่งคืนมีคำว่า รอติดต่อผู้รับ
ไม่ได้เขียนว่ารับคืนเรียบร้อย
เยว่ชิงวางสองแผ่นห่างกันบนกระดาษรอง แผ่นจากกล่องร้านมีรอยคาบฝุ่นตรงขอบเพราะอยู่ใต้ใบอื่น ส่วนแผ่นของหม่าหรงบางกว่า มีเส้นคัดที่อาจเกิดจากคาร์บอน แต่ตำแหน่งข้อความหลักคล้ายกันมากจนเธอไม่อาจทำเป็นไม่เห็น
รายการนี้ยังไม่ใช่เฟืองหกชิ้นวันที่เก้า ไม่ใช่ถุงสปริงของเฉียวหยวน และไม่ได้มีเลข 3176 อยู่บนหน้า
มันเป็นงานอีกชิ้นที่ถูกเขียนให้จบต่างกัน
เยว่ชิงหยิบแว่นขยายที่ใช้ดูฟันเฟืองมายึดเหนือกระดาษ ไม่กดเลนส์ลงบนหมึก แล้วย้ายตะเกียงไปด้านข้างเพื่อให้แสงผ่านผิวในมุมต่ำ
เธอไม่ได้รู้วิธีตรวจเอกสารเหมือนคนที่ทำงานนี้มาทั้งชีวิต แต่รู้ว่ารอยขูดบนโลหะกับรอยขูดบนกระดาษล้วนทิ้งสิ่งที่การมองตรง ๆ อาจไม่เห็น
ใต้คำว่าโจวเซิ่ง ผิวกระดาษเป็นขุยบาง แตกต่างจากบริเวณรอบช่อง ที่ปลายชื่อยังเหลือเส้นจางซึ่งไม่ได้ต่อกับตัวอักษรใหม่ หมึกเข้มบางเส้นทับบนรอยสากแทนที่จะซึมเรียบเหมือนข้อความข้างเคียง
เยว่ชิงไม่ขูดเพิ่ม ไม่ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดหาคำที่อยู่ข้างใต้
เธอเขียนเพียงว่าเห็นเส้นเดิมบางส่วนกับผิวที่เปลี่ยนไป

เธอนำใบงานจากกล่องอีกสองแผ่นซึ่งลงช่วงเดียวกันมาวางเทียบ เลขหัวกระดาษกับช่องรายการมีแนวเรียบสม่ำเสมอ แต่เส้นตรงใต้ช่องผู้รับของแผ่นตัวอย่างมีช่องหมึกขาดเล็ก ๆ ตรงตำแหน่งที่ใบเดิมของร้านก็มีรอยเว้า
เยว่ชิงมองไม้บรรทัดเก่าที่พ่อใช้ขีดช่อง มุมหนึ่งบิ่นจากการตก เธอเคยเห็นพ่อจับกลับด้านเพื่อให้เส้นยาวไม่สะดุด
กระดาษตัวอย่างอาจคัดมาจากใบงานจริง หรือเป็นสำเนาที่มีอยู่ก่อนแล้ว นั่นอธิบายแนวและรอยเล็กซึ่งคล้ายกันได้ โดยไม่ทำให้ชื่อที่เข้มใหม่เป็นลายมือพ่อไปด้วย
เธอทดลองขีดบนกระดาษเปล่าด้วยขอบบิ่น เก็บแผ่นทดลองแยกไว้ ไม่เอาไปใส่กล่องใบงานเก่าให้คนภายหลังเข้าใจผิดว่าเป็นของพ่อ
รอยไม่เหมือนทุกส่วน แต่ทำให้เธอเห็นสิ่งที่ต้องถามต่อได้ชัดกว่าเดิม
สิ่งที่ร้านเก็บไว้บอกว่างานยังรอติดต่อผู้รับ ส่วนกระดาษข้างนอกบอกว่าอีกคนรับคืนแล้ว และช่องที่มีชื่อคนนั้นมีร่องรอยต่างจากส่วนอื่น
หากมีคนใช้แผ่นนี้อ้างว่าร้านส่งของคืนให้โจวเซิ่ง เยว่ชิงจะไม่รับรองโดยมองชื่อร้านด้านบนเพียงอย่างเดียว
เธอคัดรายละเอียดทั้งสองแผ่น วาดตำแหน่งที่สงสัย ไม่ตัดสินว่าหม่าหรงเป็นคนแก้เอง กระดาษอาจผ่านคนหลายคนก่อนถึงมือเขา และคำว่าผู้รับไม่เหมือนคำว่าเจ้าของของนั้นเสมอไป
แต่การเปลี่ยนชื่อผู้รับทำให้คนอ่านอาจตามของไปผิดทางได้จริง
ก่อนออกไปโรงงาน เยว่ชิงพับจดหมายถึงแม่ใส่กระเป๋า เธอปิดฝาครอบนาฬิกาลูกค้า เก็บเอกสารเดิมตามตำแหน่ง แล้วติดกระดาษแจ้งเวลาที่จะกลับไว้หน้าร้าน
ที่ทำการไปรษณีย์อยู่ระหว่างทาง เธอซื้อแสตมป์และส่งจดหมายด้วยตนเอง
คราวนี้มันออกจากร้านแล้ว ไม่ใช่แผนที่จดไว้เพื่อให้รู้สึกเหมือนทำสำเร็จ
เธอรู้ว่าแม่อาจเป็นห่วงเมื่ออ่านว่ายังไม่ตกลงวันแต่ง แต่ข่าวเรื่องกินข้าวและร้านที่เริ่มมีงานอยู่ในซองเดียวกัน แม่จะได้อ่านถ้อยคำของลูก ไม่ต้องรอให้คนอื่นนำเรื่องเล่ามาถึงก่อนเสมอไป
เมื่อไปถึงฝ่ายธุรการ เยว่ชิงยื่นสำเนารับคำขอวันที่สิบแปดเมษายน ไม่ยื่นกระดาษหม่าหรงให้โต๊ะทำงานทุกคนดูพร้อมกัน
หัวหน้าตู้ตรวจเลขรับและเรียกแฟ้มจากเจ้าหน้าที่
“เรื่องสมุดเวรยังต้องให้ฝ่ายที่ถือเล่มจัดคนอยู่ด้วย จะให้คนทั่วไปถือออกไม่ได้”
“ฉันขอดูตามขั้นตอนค่ะ ไม่ได้ขอเอาเล่มออก”
เขาหยิบกระดาษอีกแผ่นมาดูแล้วบอกว่าเธอมาพบได้บ่ายวันที่ยี่สิบสี่ แต่ต้องยืนยันกับเจ้าหน้าที่เวรในเช้าวันนั้นอีกครั้ง หากมีงานโรงงานเร่ง เขาอาจเปลี่ยนเวลา
เยว่ชิงขอให้เขาจดเงื่อนไขนี้ต่อจากเลขคำขอในสำเนาของเธอ เขาเขียนให้โดยไม่ลงคำว่าอนุมัติรับสำเนา
“ฉันรับไว้ว่าเป็นวันนัดติดตามและจัดให้ดูตามที่เขียนนะคะ ไม่ใช่วันส่งมอบเอกสาร”
หัวหน้าตู้พยักหน้า ความเคร่งของเขายังไม่ทำให้เธอรู้ว่าเขาขัดขวางหรือเพียงรักษาสิ่งที่ต้องรักษา เธอไม่จำเป็นต้องตัดสินคนนั้นในวันนี้เพื่อจะเก็บคำตอบไว้ตรงกัน
ส่วนเรื่องรายการเงิน ฝ่ายบัญชียังรวบรวมสำเนาที่ขอ หัวหน้าตู้บอกให้ถามหานซิ่วก่อนออกไป หากบางหน้าต้องใช้ต้นเล่มร่วมกับงานปัจจุบัน จะนัดช่วงให้ตรวจอีกครั้ง

เยว่ชิงเดินไปห้องบัญชี หานซิ่วกำลังเรียงกระดาษบนโต๊ะ ไม่ได้ยื่นสำเนาให้ทันทีที่เห็นเธอ
“วันนี้มีคนมาถามว่าเธอจะใช้เอกสารไปทำอะไร” หญิงสาวพูดเบา ๆ หลังวางแฟ้มลง
“ใครคะ”
“เจ้าหน้าที่ที่ช่วยรวบรวม เขาถามขั้นตอน ฉันบอกว่าตามคำขอ ฉันยังไม่รู้ว่าเขาสงสัยอะไรเพิ่ม”
เยว่ชิงขอบคุณที่บอกทั้งคนถามและสิ่งที่ยังไม่รู้ ไม่เอาคำถามนั้นไปขยายเป็นข่าวว่ามีคำสั่งยึดเอกสารแล้ว
สำเนารายการเบิกและคืนเงินยังไม่ได้รับรองครบ หานซิ่วบอกว่าตนกำลังตรวจว่าหน้าที่แนบมีข้อความต่อหรือไม่ ไม่อยากให้เธอเอาครึ่งหน้าไปแล้วต้องกลับมาขอส่วนที่สำคัญอีก
เยว่ชิงถามว่ารายการเดิมยังอยู่หรือไม่ หญิงสาวตอบว่าเช้านี้ตนใช้ตรวจอยู่ แต่ไม่อาจรับรองว่าทุกแฟ้มจะอยู่ตำแหน่งเดิมไปตลอด
“ถ้ามีการย้ายเพื่อทำงาน ช่วยบอกตำแหน่งใหม่ตามที่บอกได้ด้วยค่ะ ฉันไม่อยากขอให้เธอเก็บขัดหน้าที่”
หานซิ่วพยักหน้า แล้วเขียนวันมาสอบถามความคืบหน้าบนสำเนาคำขอเรื่องเงินที่เยว่ชิงนำมา เยว่ชิงเก็บมัน ไม่ได้สำเนาที่รับรองไปในวันนี้
มีความคืบหน้าสองอย่างและมีของที่ยังไม่ได้อีกสองอย่าง เธอแยกมันไว้ในสมุด ก่อนเดินกลับร้านตามเวลาที่แจ้ง
ลูกค้าคนส่งผ้ามาถึงตอนเย็น
เยว่ชิงให้เขาดูสายใหม่กับหัวเข็มขัดเก่าก่อนรายงานช่วงเฝ้าการเดิน เครื่องไม่หยุดในช่วงที่บันทึกไว้ แต่เธอแจ้งว่าหากอาการเดิมเกิดขึ้นอีก ให้จดว่ากำลังใช้อย่างไรและกลับมาให้ตรวจ ไม่ต้องเขย่าจนแรงเพียงเพื่อให้เดินต่อ
เขาดูรอยสลักด้านในแล้วพยักหน้า
“ภรรยาคงไม่บ่นว่าฉันเอาของของนางไปเปลี่ยนจนจำไม่ได้”
เยว่ชิงยิ้มแล้วหักมัดจำตามใบรับ เขาจ่ายส่วนที่เหลือ รับใบส่งคืน และนำนาฬิกาออกไปพร้อมสายใหม่ งานชิ้นนี้จบโดยไม่มีสปริงจากถุงเฉียวหยวนถูกนำมาใช้
เสียงเงินลงกล่องเบากว่าเสียงฉีกกระดาษเมื่อคืนก่อน แต่ทำให้เยว่ชิงรู้ว่าร้านยังเดินต่อด้วยวิธีที่ตนเลือกได้
หลังส่งลูกค้า เธอกลับไปมองซองกระดาษตัวอย่าง
คำว่ารับคืนเรียบร้อยไม่ได้ทำให้ของกลับถึงมือใครจริง เหมือนคำว่าสบายดีซึ่งเธอเกือบเขียนถึงแม่ทั้งที่ไม่ใช่ความรู้สึกทั้งหมด ถ้อยคำบนกระดาษทำให้คนอ่านเชื่อบางอย่างได้ จึงยิ่งต้องรู้ว่าใครเขียนและเขียนทับอะไร
เยว่ชิงนำใบงานเดิมของร้านกลับเข้ากล่องตามลำดับ วันที่แปดยังมาก่อนเก้า ไม่เปลี่ยนเพราะเธอสงสัยสองแผ่นนี้เป็นพิเศษ
แผ่นตัวอย่างอยู่ในซองของมัน พร้อมบันทึกสิ่งที่เห็นและชื่อที่ผู้มาเยือนอ้าง ไม่มีหมึกของเธอเพิ่มลงบนช่องผู้รับ
เธอยังต้องตามหลี่จงและโจวเซิ่ง หากพบคนที่ใช้ชื่อนั้นได้ โดยไม่บอกใครล่วงหน้าว่าคนหนึ่งเป็นเจ้าของแท้และอีกคนเป็นคนร้ายจากรอยบนกระดาษเพียงแผ่นเดียว
จิ้งโจวอาจช่วยถามเส้นทางซวงเหอได้ แต่วันนี้เขายังไม่ได้มาบอกข่าว และเธอจะไม่ให้คำถามเรื่องชื่อใหม่กลืนเรื่องที่เขาตกลงถามอยู่ก่อน
เยว่ชิงปิดร้านช้ากว่าปกติเล็กน้อยเพื่อจัดช่องเอกสารของตนให้แยกชัด นาฬิกาข้อมือไม่อยู่ใต้ฝาครอบแล้ว งานลูกค้าอีกชิ้นกลับบ้าน ขณะที่คำถามใหม่ยังคงอยู่
บนสำเนาคำขอมีวันที่ยี่สิบสี่เมษายน
บนใบงานมีวันที่แปดมกราคม
วันหนึ่งเป็นเวลาที่เธอต้องไปพบคนที่ถือเอกสาร อีกวันเป็นเวลาที่เธอต้องตามว่าของเคยอยู่กับใคร
เยว่ชิงเก็บทั้งสองอย่างลงกล่องโดยไม่ให้แผ่นใดแทนคำตอบของอีกแผ่น แล้วดับตะเกียงฝั่งงาน
ชื่อโจวเซิ่งยังอ่านชัดในความทรงจำ
แต่ตั้งแต่คืนนี้ มันไม่อาจใช้บังรอยที่อยู่ข้างใต้ได้ง่ายเหมือนก่อน
นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI
