Ajustes de leitura

ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · Capítulo 73

ตอนที่ 73 — เงื่อนไขของความเชื่อใจ

Tradução pendente. Exibindo o original tailandês.

เยว่ชิงเขียนคำถามได้เต็มสองหน้า ก่อนจะรู้ว่าไม่มีหน้าใดบอกจิ้งโจวว่าต้องตอบแค่ไหน

เช้าวันที่สิบเก้ากุมภาพันธ์ นางอ่านสมุดหลังแม่กินอาหารแล้ว เรื่องที่อยากรู้มีตั้งแต่วันทำแผล ใบงาน ผู้ร่วมงาน ไปจนถึงสิ่งที่หัวหน้าหม่าพูดในห้องซึ่งไม่มีคนอื่นอยู่ แต่ถ้าส่งทั้งหมดไปพร้อมคำว่าตอบเท่าที่สะดวก คนรับก็ยังต้องแบกคำถามทุกข้ออยู่ดี

นางวางดินสอลง

ความจำเป็นของคดีควรทำให้คำถามชัดขึ้น ไม่ใช่ทำให้ทุกเรื่องกลายเป็นสิ่งที่นางจำเป็นต้องได้ในวันนี้

เยว่ชิงเลือกไว้สามเรื่อง ช่วงเวลาของงานที่จิ้งโจวบาดเจ็บ หน่วยงานกับรหัสซึ่งพอให้ค้นใบงานได้ และส่วนของคำอธิบายที่เขาเก็บไว้จริง

ชื่อคนพาไปทำแผลกับคำพูดในห้องส่วนตัวถูกเก็บไว้ในหน้าถัดไป นางยังไม่ได้รับสิทธิ์เอาชื่อคนเหล่านั้นไปติดต่อ และเรื่องที่หัวหน้าพูดตามลำพังก็ไม่ควรส่งออกไปจนเจ้าของคำพร้อมรับผลจากการใช้มัน

ก่อนเที่ยง นางไปยื่นคำขอเรื่องทะเบียนผู้รับผิดชอบงานที่เตรียมไว้ตั้งแต่วันที่เก้า เติมรายการตามที่ช่องรับเรื่องแจ้งเมื่อวันที่สิบ แล้วตรวจคำขออีกครั้งก่อนส่ง

นางอ้างงานซ่อมที่มีปลายทางเป็นร้านหลินและช่วงปลายปี 1977 ถึงต้นมกราคมปี 1978 ขอให้ค้นว่าใครรับผิดชอบตรวจงานตามทางส่งนั้น ชื่อหัวหน้าหม่าที่แม่จำเสียงได้อยู่ในช่องให้ตรวจ ไม่ได้อยู่ในช่องผู้กระทำผิด

บันทึกความกลัวของแม่ไม่ได้ถูกแนบทั้งหน้า

เจ้าหน้าที่รับเรื่อง ตรวจสิ่งที่ยื่น แล้วบอกว่าส่วนใดต้องส่งผู้ดูแลทะเบียนค้นต่อ เยว่ชิงรับหลักฐานรับคำขอกลับมา ไม่มีใบใดให้ชื่อเต็มหรือตำแหน่งซึ่งรับรองแล้วในวันนั้น

หากต้องการเอกสารของงานที่เกิดกับจิ้งโจว ก็ต้องมีคำขออีกส่วนซึ่งมีที่มาเฉพาะของมัน ไม่ใช่ใช้ความเป็นลูกของช่างคนหนึ่งเปิดเรื่องของคนทำงานทุกคน

นางเก็บใบรับไว้คนละช่องกับสำเนาบัญชีส่งงาน

บ่ายนั้น เยว่ชิงซื้อตั๋วขากลับ เที่ยวรถออกเช้าวันที่ยี่สิบและถึงหลานโจววันถัดไป นางต้องรายงานตัวภายในวันที่ยี่สิบเอ็ด จึงเลือกเวลาที่เผื่อไปหน่วยงานได้ ไม่ใช้การยังมีคำถามค้างเป็นเหตุอยู่ต่อโดยไม่แจ้ง

กลับบ้านแล้วนางอ่านวันเดินทางให้แม่ฟัง

แม่เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนถามว่าคนช่วยช่วงเย็นตกลงกันครบหรือยัง

เยว่ชิงยื่นตารางที่เพิ่งทวนกับแต่ละคน หานซิ่วรับได้บางช่วงหลังงานของตน งานร้านที่ช่วยอยู่กับการมาช่วยในบ้านถูกแยกเวลาและค่าช่วยกัน ชิวอิงตกลงเรื่องอาหารกับการแวะดูตามช่วงที่แม่ต้องการ ส่วนวันที่ใครมาไม่ได้ต้องส่งข่าวล่วงหน้า ไม่ใส่ชื่อหลิวต้าซานลงในช่องยกของเพียงเพราะเขาเคยช่วยมาก่อน

“แม่อยากเปลี่ยนตรงใดเจ้าคะ”

“ช่วงนี้อย่าให้คนมาเช้าเกิน แม่อยากล้างหน้าเองก่อน”

นางเลื่อนเวลาแล้วอ่านให้ฟังใหม่

แม่ยังเหนื่อย แต่ไม่ได้หายจากการตัดสินใจเกี่ยวกับบ้านของตน กุญแจร้านตามขอบเขตเดิมยังอยู่กับแม่ เรื่องผู้ช่วยเข้าออกต้องใช้สิ่งใดตกลงเฉพาะสิ่งนั้น ไม่มีใบฝากทั้งร้านแลกกับการช่วยดูแล

เช้าวันที่ยี่สิบ เยว่ชิงจัดของใช้ใกล้มืออีกครั้ง วางเงินสำหรับส่วนที่ตกลงจ่ายให้แม่ตรวจ และบอกว่าจะส่งข่าวเมื่อถึงที่พัก

แม่กับเยว่ชิงตรวจตารางช่วยดูแลก่อนที่ลูกจะกลับไปทำงาน
แม่กับเยว่ชิงตรวจตารางช่วยดูแลก่อนที่ลูกจะกลับไปทำงาน

“ถ้าแม่ต้องการให้กลับอีก ข้าจะจัดเรื่องลาและเดินทางใหม่ ไม่เงียบหายไปเจ้าค่ะ”

แม่จับแขนเธอเบา ๆ “กลับไปทำงานของเจ้าให้ดี ไม่ต้องทิ้งครึ่งใจไว้ให้แม่เฝ้าแทน”

เยว่ชิงก้มลงกอดตามที่แม่เอื้อมมาหา ไม่พูดว่าจากนี้จะไม่มีวันให้แม่อยู่คนเดียวอีก เพราะนางไม่อาจอยู่ทุกที่พร้อมกัน แต่วันที่บอกว่าจะส่งข่าวและขอบเขตคนช่วยเป็นสิ่งที่ตรวจได้

ต้นฉบับเอกสารครอบครัวยังอยู่ในตู้เดิมกับแม่ นางเอากลับเพียงสำเนาของตนและสมุดที่จดเรื่องใหม่ ไม่ขนเสื้อของพ่อหรือห่อกระดาษเก่าไปต่างเมืองเพื่อให้รู้สึกว่าคดีอยู่ใกล้มือขึ้น

รถไฟออกเช้าวันนั้น เยว่ชิงนั่งพิงหน้าต่าง มองชิงเหอเลื่อนพ้นสายตา มีความห่วงอยู่ในอก แต่ไม่มีประโยคที่สั่งให้เธอต้องทิ้งงานเพื่อทำให้ความห่วงนั้นจริงขึ้น

วันที่ยี่สิบเอ็ด รถถึงหลานโจวช่วงสาย นางเก็บของที่ห้องเช่าแล้วไปหน่วยงานในช่วงบ่ายพร้อมใบลา ไม่แวะหาจิ้งโจวก่อนจนเลยวันที่ต้องรายงานตัว

เจ้าหน้าที่ตรวจวันกลับกับรายการลา เกาเหวินซิงให้เธอดูงานที่คนรับต่อทำไว้ นางถามตรงส่วนที่ตนเคยตรวจเพียงสองจุด และเห็นว่าการเขียนสิ่งที่ยังไม่ทำช่วยให้คนรับรู้ว่าจะเริ่มตรงใด

ใบประเมินวันที่แปดไม่มีผลของนางอยู่ในนั้น เกาเหวินซิงไม่ได้ใส่ชื่อเธอย้อนหลัง

“พรุ่งนี้เอาสมุดฝึกมาทวนตามงานที่จัดให้” เขาบอก

นางรับคำ

เย็นนั้น เยว่ชิงส่งข่าวถึงแม่ว่าเดินทางถึงและรายงานตัวแล้ว จากนั้นฝากข้อความถึงจิ้งโจวที่จุดติดต่อเดิม ขอพบหลังงานวันถัดไปในร้านน้ำชาที่คนทั่วไปเข้าได้ หากเขาสะดวกตามเวลาของหน่วยงานและที่พัก

นางแจ้งไว้ด้วยว่าจะถามเพียงเรื่องที่จำเป็นต่อการค้นเอกสาร ไม่ขอให้เขาขนของส่วนตัวทั้งหมดมา

ค่ำวันที่ยี่สิบสอง ทั้งสองนั่งที่โต๊ะไม้ตัวเล็กริมหน้าต่างร้านน้ำชา จิ้งโจวมาหลังงานของตน เยว่ชิงก็มาหลังเก็บเครื่องมือของหน่วยงานเสร็จ แต่ละคนยังมีที่ซึ่งต้องกลับไปตามเวลาของตน

เขาถามถึงแม่ ฟังเรื่องตารางช่วยและการเดินทางจนจบ แล้วหยิบห่อกระดาษบางจากกระเป๋าเสื้อ

“ข้าตรวจสิ่งที่เก็บแล้ว มีแผ่นนี้อยู่จริง”

เยว่ชิงมอง แต่ไม่ยื่นมือรับก่อนเขาคลี่

กระดาษไม่ได้มีตรารับรอง เขาบอกว่าเป็นร่างที่ตนเตรียมก่อนส่งคำอธิบายเรื่องบาดเจ็บ ช่วงที่เขาเขียนสิ่งที่ทำกับสิ่งที่แจ้งในงานไว้เอง ไม่ใช่สำเนารายงานสรุปของโรงงาน

นางทวนความต่างนั้นก่อนดูต่อ

“ข้าอ่านได้ถึงไหนเจ้าคะ”

จิ้งโจวพับส่วนล่างไว้ เหลือย่อหน้าเรื่องงานกับหัวกระดาษ

“ส่วนนี้ก่อน ด้านล่างมีคำที่ข้าจดหลังถูกถามหลายรอบ ยังไม่อยากให้มันถูกส่งออกไปพร้อมทุกอย่าง ข้าต้องแยกให้ได้ก่อนว่าเขียนตามที่ข้าจำหรือเขียนตามคำที่คนอื่นถามนำ”

“ได้เจ้าค่ะ”

เยว่ชิงวางสมุดของตนบนโต๊ะ เปิดหน้าที่เลือกไว้สามข้อแทนสองหน้าซึ่งเขียนตอนเช้าวันที่สิบเก้า

“สิ่งที่ข้าต้องการตอนนี้คือหาที่มาของใบงาน จะได้ขอดูว่าใครกำหนดให้ตรวจ ใครรับงาน และมีฉบับใดถูกใช้ต่อ ข้าไม่ต้องใช้ทุกคำที่ท่านได้ยินหลังทำแผลเพื่อเริ่มค้นส่วนนี้”

เขามองคำถาม แล้ววางร่างเก่าให้เธออ่านตามส่วนที่เปิด

หัวกระดาษระบุโรงงานชิงเหอ แผนกซ่อมเครื่องจักร และรหัสงานซ่อม 77–26 ในข้อความมีเรื่องจัดฝาครอบกับตัวยึด เหมือนส่วนที่เขาเล่าผ่านสาย

“นี่เป็นรหัสงาน ไม่ใช่หมายเลขเครื่องใช่หรือไม่”

“ใช่ ข้าใช้ตามหัวใบงานที่ได้รับตอนนั้น ส่วนเลขตัวเครื่องต้องดูจากใบที่เกี่ยวข้อง ข้าไม่ได้จำมันได้”

เลขในร่างไม่ได้ทำให้เลขสามหนึ่งเจ็ดหกกลายเป็นอย่างเดียวกัน เยว่ชิงเขียนรหัสใหม่ลงอีกช่อง ไม่วางทับหมายเลขอ้างงานจากห้องซ่อมสอง

“แล้ววันที่ตรงนี้”

จิ้งโจวมองรอยหมึกจาง “อ่านได้ว่าปลายพฤศจิกายนปีนั้น แต่ช่องวันข้าไม่อยากให้เดา ลายข้าจางตรงรอยพับ จะใช้วันแน่ต้องไปเทียบเอกสารอื่น”

เยว่ชิงเว้นไว้

จิ้งโจวเลือกเปิดเฉพาะส่วนร่างคำอธิบายที่ใช้ค้นใบงานได้
จิ้งโจวเลือกเปิดเฉพาะส่วนร่างคำอธิบายที่ใช้ค้นใบงานได้

นางคัดเพียงหน่วยงาน รหัสงาน ลักษณะงานตามย่อหน้าที่อ่าน และเขียนที่มาว่าอ่านจากร่างส่วนตัวของจิ้งโจวในวันนี้ ไม่เขียนว่าสำเนารับรองจากผู้ดูแลเอกสาร

จิ้งโจวอ่านสิ่งที่นางคัดแล้วแก้คำหนึ่ง จากเคยตรวจจุดยึดเป็นเคยแจ้งว่าจุดยึดไม่แน่น

“ข้ายังไม่ได้ตรวจครบตามวิธีที่จะใช้รับรอง อย่าให้ข้อความดูเหมือนข้าทำครบแล้ว”

เยว่ชิงขีดเส้นผ่านคำเดิมและแก้

“ขอบใจที่ทวนเจ้าค่ะ”

เขามองรอยแก้นั้นอยู่นาน ก่อนพับร่างเก่ากลับเข้าห่อ

กระดาษยังกลับไปอยู่ในมือเจ้าของ ไม่มีการฝากให้เธอเก็บทั้งชุดเพื่อพิสูจน์ว่าตนไม่ปิดบัง

“ถ้าข้าขอค้นเอกสารโดยระบุว่าท่านเป็นคนเกี่ยวข้องในงานนี้ ท่านยินดีหรือไม่”

จิ้งโจวไม่ตอบทันที เขายกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบ แล้ววางลงก่อนถามกลับ

“จะส่งไปที่ใด และจะบอกอะไรเกี่ยวกับข้าบ้าง”

เยว่ชิงเลื่อนร่างคำขอสะอาดมาให้ดู นางตั้งใจส่งช่องรับเรื่องของโรงงานชิงเหอ ขอค้นเอกสารของรหัสงานนั้นกับขั้นตอนที่คนเกี่ยวข้องต้องใช้ขออ่าน ระบุช่วงเดือนตามที่รู้ ชื่อผู้ขอ และหนังสือยินยอมเฉพาะการค้นงานที่เกี่ยวกับเขา

ไม่แนบร่างส่วนตัว ไม่เล่าคำขู่ในห้อง ไม่ใส่ชื่อคนพาไปทำแผล และไม่ส่งคำของแม่ไปรวมให้ดูเหมือนคนทั้งสองอยู่ในเหตุการณ์เดียวกัน

“หากเขาต้องการคำอธิบายเพิ่ม ข้าจะไม่ตอบแทนท่านจากความจำของข้า” นางบอก “และถ้าต้องรับรองคำเล่าหรือส่งส่วนที่เกี่ยวกับอาการบาดเจ็บ เราต้องคุยใหม่ตามสิ่งที่จะใช้จริง”

จิ้งโจวอ่านร่างจนจบ “ข้ายินดีให้เริ่มค้นใบงานนี้ แต่ถ้าจะส่งต่อส่วนของข้าให้หน่วยงานอื่นหรือใช้ต่อหน้าคนอื่น ให้ข้ารู้ก่อน ไม่ใช่รู้หลังจากเขามาถาม”

“เจ้าค่ะ ส่วนเอกสารซึ่งข้ามีสิทธิ์ขอในเรื่องร้านของข้า ข้าจะค้นตามที่มาของมันต่อ ไม่เอาเรื่องของท่านไปแทนเหตุขอทุกแผ่น”

เขาพยักหน้า

เยว่ชิงถามว่านางบอกหานซิ่วได้เพียงว่ากำลังขอค้นใบงานที่เขาเกี่ยวข้องหรือไม่ หากต้องถามเส้นทางเอกสาร หานซิ่วทำงานอยู่ชิงเหอและอาจช่วยบอกช่องทางได้ แต่ไม่ต้องไปเปิดสิ่งที่ตนไม่มีสิทธิ์หรือรับงานตามคดีให้ฟรีทุกวัน

“บอกเรื่องคำขอได้” เขาตอบ “ยังไม่ให้ร่างนี้กับคำที่ข้าเล่าในห้องส่วนตัว”

นางเขียนขอบเขตนั้นไว้ แล้วให้เขาทวนอีกครั้ง

จิ้งโจวหยิบดินสอ เขียนหนังสือยินยอมสั้น ๆ ระบุรหัสงาน ช่วงเดือน วัตถุประสงค์ขอค้น และผู้รับคำขอ ตรวจไม่มีช่องว่างให้เติมอีกเรื่องลงไป ก่อนลงชื่อกับวันที่ยี่สิบสองกุมภาพันธ์

นั่นเป็นชื่อซึ่งเขาเลือกใส่วันนี้ เพื่อการใช้ที่เขาได้อ่าน ไม่ใช่ชื่อที่ใครขอไว้ก่อนแล้วค่อยบอกทีหลังว่าจะเอาไปทำอะไร

เยว่ชิงถือกระดาษอยู่ครู่หนึ่ง น้ำหนักของมันน้อยกว่าห่อสำเนาที่นางแบกกลับจากชิงเหอ แต่หนักกว่าคำว่าเชื่อข้าแล้วส่งทุกอย่างมา

“ข้ามีอีกเรื่องที่ต้องพูด” นางบอก

จิ้งโจวเงยหน้า มือหยุดอยู่ข้างถ้วย

“ถ้าต่อไปพบสิ่งที่ไม่ตรงกับที่ท่านเล่า ข้าต้องถาม ท่านอาจจำคลาด หรือกระดาษอาจถูกทำไม่ตรง ข้าไม่อยากสัญญาว่าจะเลือกคำของท่านทุกครั้งก่อนเห็นที่มา”

เขามองนางนิ่ง แล้วพยักหน้า

“ถามได้ แต่อ่านสิ่งที่พบให้ข้าด้วย ให้ข้ารู้ว่ากำลังตอบอะไร อย่าเอาชื่อข้าไปวางในข้อสรุปก่อนแล้วค่อยให้ข้าอธิบาย”

“ข้าจะทำเช่นนั้น”

เสียงถ้วยจากโต๊ะถัดไปดังขึ้น คนขายถามว่าต้องการอาหารเพิ่มหรือไม่ เยว่ชิงหันไปสั่งส่วนที่ทั้งสองตกลงกิน ต่างคนจัดการค่าอาหารของตนตามที่คุยไว้ เรื่องเก่าจึงพักอยู่ใต้สมุดปิดระหว่างมื้อหนึ่ง โดยไม่ได้หายไป

จิ้งโจวถามถึงงานวันกลับ นางบอกว่าไม่ได้รับผลประเมินย้อนหลัง และยังต้องทวนงานฝึกกับเกาเหวินซิง เขาฟังจนจบ ไม่ใช้การยอมให้ค้นเรื่องของตนมาเป็นเหตุให้นางต้องหยุดงานใหม่เพื่อดูแลเขาต่อ

เมื่อได้เวลากลับ ทั้งสองเดินออกจากร้านพร้อมกันถึงทางแยก เยว่ชิงเก็บหนังสือยินยอมไว้ในถุงของตน ส่วนร่างเก่าอยู่ในกระเป๋าของจิ้งโจว

“ถ้าถึงส่วนที่ข้าพูดไม่ไหว ข้าจะบอก” เขากล่าว

“ถ้าข้าต้องใช้สิ่งใด ข้าจะบอกว่าจะใช้ที่ไหนก่อน”

มือของเขาแตะมือเธอเมื่อเธอยื่นมา ความใกล้ชิดอยู่ตรงนั้น โดยไม่ต้องกลายเป็นกุญแจที่เปิดเรื่องทั้งหมดของอีกคน

เช้าวันที่ยี่สิบสาม ก่อนถึงเวลางาน เยว่ชิงตรวจคำขออีกครั้ง แนบหนังสือยินยอมตามส่วนที่ตกลง และส่งถึงช่องรับเรื่องของโรงงานชิงเหอ เก็บสำเนาข้อความที่ส่งกับใบรับไว้

เยว่ชิงส่งคำขอค้นเอกสารตามวัตถุประสงค์ที่ทั้งสองอ่านร่วมกัน
เยว่ชิงส่งคำขอค้นเอกสารตามวัตถุประสงค์ที่ทั้งสองอ่านร่วมกัน

ห่อร่างของจิ้งโจวไม่ได้ถูกแนบไป และคำที่แม่เล่าเรื่องความกลัวของพ่อก็ยังไม่ออกจากสมุดส่วนตัว

คำขอถูกส่งแล้ว ส่วนคำตอบยังต้องเดินทางกลับมา ไม่มีเหตุให้เขียนในบัญชีว่าพบใบสั่งสองฉบับหรือรู้ว่าใครแก้อะไหล่เพียงเพราะส่งซองสำเร็จ

เยว่ชิงเก็บถุง ยกกล่องเครื่องมือ แล้วเดินไปหน่วยงานของตน

วันนี้นางมีทางค้นที่ระบุได้ มีคำยินยอมที่ใช้ได้ตามขอบเขต และมีคนที่นางจะกลับไปถามได้โดยไม่ต้องทำให้เขายอมทุกคำตั้งแต่ครั้งแรก

การเชื่อใจไม่ได้ทำให้นางหยุดตรวจที่มา มันทำให้นางต้องรับผิดชอบต่อคำที่ได้รับมากขึ้น

กลับสารบัญนิยาย

นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI