ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · Capítulo 59
ตอนที่ 59 — คำชวนจากเมืองใหญ่
Tradução pendente. Exibindo o original tailandês.
บ่ายวันที่สองมิถุนายน เยว่ชิงมาถึงหน้าบันไดห้องเย็บผ้าตามนัด
แม่ถือกล่องเครื่องมือใบเล็กให้ ส่วนเธอจับราวไม้และขึ้นทีละขั้น ข้อเท้ายังตึง แต่ไม่ปวดเพิ่มเมื่อพัก เจ้าของห้องลงมารับตั้งแต่ขั้นล่าง ถามว่าให้เลื่อนนัดหรือไม่
“ถ้าต้องขึ้นไปยืนยกของนาน ฉันคงทำไม่ไหวค่ะ แต่ถ้ามีเก้าอี้กับคนช่วยยก เราลองตรวจส่วนที่เตรียมไว้ก่อน หากขาเริ่มปวดฉันจะหยุด”
หัวหน้าห้องพยักหน้า ไม่ทำท่ารำคาญที่ช่างซึ่งเคยมาเมื่อปลายเมษายนเดินช้าลง
แผ่นไม้รองใหม่อยู่บนผนังข้างหน้าต่าง เรือนนาฬิกายาวสีเข้มยังเก็บอยู่ในห้องนี้ ลูกตุ้มวางแยกบนผ้านุ่ม ไม่มีใครนำมันไปเขย่าแข่งกับเวลาที่นัดเธอ
ช่างไม้ของห้องอธิบายจุดที่เปลี่ยนให้ฟัง เยว่ชิงตรวจตำแหน่งรองรับกับรอยยึดจากระดับที่เอื้อมได้ ก่อนให้คนของเจ้าของงานสองคนยกเรือนขึ้นตามที่ตกลง เธอไม่ยืนบนบันได ไม่ฝากการรับน้ำหนักไว้กับข้อเท้าที่เพิ่งเจ็บ
เมื่อเรือนอยู่ในตำแหน่ง หัวหน้าห้องยื่นลูกตุ้มให้ เธอประกอบกลับอย่างระวัง ตรวจช่องว่างของก้านแล้วเริ่มฟัง
เสียงแรกถี่ข้างหนึ่งห่างข้างหนึ่ง
เยว่ชิงไม่ได้หมุนตัวปรับเร็วช้าเพื่อตามเสียงนั้นทันที เธอขอให้หยุดจักรที่อยู่ชิดผนังครู่หนึ่ง จดความต่างของจังหวะ แล้วตรวจระดับเรือนอีกครั้ง
“ถ้ามันช้า ก็เร่งลูกตุ้มไม่ใช่หรือ” หัวหน้าห้องถาม
“เราต้องให้จังหวะสองด้านสม่ำเสมอก่อนค่ะ ถ้าปรับความเร็วทั้งที่จังหวะยังเสีย เราอาจได้หน้าปัดที่ตรงอยู่ชั่วครู่ แต่ไม่รู้ว่าทำไมมันหยุด”
เธอปรับตำแหน่งตั้งเพียงเล็กน้อย เสียงค่อย ๆ มาอยู่ในช่วงห่างเท่ากัน
ห้องเย็บผ้ากลับมีเสียงจักรอีกครั้ง คราวนี้ไม่มีมือใครยื่นไปช่วยโยกเรือน
เยว่ชิงนั่งรอตามเวลาที่จดไว้ หัวหน้าห้องยกเก้าอี้อีกตัวมาข้างเธอ นำสมุดงานมาวางแทนการยืนเฝ้าหน้าปัดอย่างกังวล
“เดือนก่อนข้าเกือบให้คนซื้อเฟืองมาเปลี่ยนแล้ว”
“วันนี้ยังไม่มีเหตุให้เปลี่ยนค่ะ แต่การที่มันเดินระหว่างที่ฉันอยู่ ไม่ใช่คำรับรองว่าเราทดสอบครบทุกวันแล้ว”
เธอเขียนวิธีบันทึกเวลาเช้ากับเย็นให้ ระบุให้หยุดและติดต่อหากมีเสียงก้านถูหรือเรือนเคลื่อน ไม่ให้คนผลัดกันเขย่าจนรอยอาการหายไปก่อนตรวจ
ค่าตั้งและทดสอบครั้งนี้ตกลงแยกจากค่าตรวจที่ชำระปลายเมษายน เจ้าของจ่ายตามงานที่ทำ ไม่มีค่าฝากเก็บนาฬิกาที่ไม่เคยมาอยู่ร้านหลิน
ตอนลงบันได เยว่ชิงพักตรงชานสองครั้ง มือของแม่ยังถือกล่องเครื่องมือของลูก ไม่ใช่กล่องไม้ของพ่อที่คืนไปเมื่อคืน

เย็นวันที่สาม มีข้อความจากหัวหน้าห้องแจ้งว่าช่วงที่บันทึกยังไม่หยุด เยว่ชิงลงวันรับรายงานไว้โดยเขียนชัดว่าเป็นเวลาที่เจ้าของอ่าน ไม่เติมให้เป็นเวลาที่ตนเฝ้าอยู่
เธอยังนัดตามผลต่ออีกหลายวัน
คืนนั้นแม่เรียกหลิวเจิ้นมาคุยเรื่องห้องพัก หลังวันที่อนุญาตให้พักถึงคืนวันที่สองผ่านไปแล้ว การตัดสินใจครั้งใหม่จึงต้องพูดกันจริง ๆ
หลิววางกระดาษจากเจ้าของห้องเดิมลงบนโต๊ะ เป็นข้อความแจ้งว่าทางเข้าและส่วนไม้ที่เสียจากน้ำซ่อมแล้ว ให้กลับไปดูได้ เขาขอเพื่อนบ้านที่รู้จักไปด้วยช่วงเช้า ใช้ทางอ้อมสะพานและพบเจ้าของห้องก่อนเปิดประตู เห็นว่าพื้นแห้งพอวางของและประตูปิดได้
“ข้าจะย้ายพรุ่งนี้” เขาบอก “วันนี้ยังไม่ได้ขนห่อทั้งหมด ขออีกคืนได้หรือไม่”
แม่ตอบว่าได้ แล้วถามว่าเขาต้องการให้ใครช่วยขน
หลิวเงียบไปนิดหนึ่ง ก่อนบอกว่าจะจ้างคนรถเข็น เขาจะไปกับของเอง ไม่ให้เยว่ชิงลากห่อหนักเพราะรู้สึกผิดที่ช่วยกระดาษเปียกไว้ไม่ทันทุกหน้า
“คนสองคนที่มาถามท่านก่อนน้ำขึ้นล่ะคะ” เยว่ชิงถาม
“ยังไม่รู้ว่าเป็นใคร ข้าไม่ได้เอาคำว่าห้องซ่อมแล้วไปแทนคำว่าทุกอย่างปลอดภัย ข้าบอกฝ่ายชุมชนว่าจะกลับไปอยู่ และถ้าเขามาอีก ข้าจะจดเวลาแล้วขอความช่วยเหลือ”
เธอรับฟัง ไม่รับปากว่าจะเฝ้าประตูห้องให้ได้ตลอดคืน และไม่ขอให้เขาอยู่ต่อเพื่อจะได้ถามเรื่องพ่อสะดวกกว่าเดิม
เช้าวันที่สี่ คนรถเข็นมาถึง หลิวตรวจห่อเสื้อผ้า สมุดงานส่วนตัวที่แห้งแล้วแต่บางหน้ายังติดกัน และกระดาษเก่าที่เขาเป็นเจ้าของ แม่ไม่ได้เปิดอ่านเป็นค่าที่พัก เยว่ชิงไม่ได้หยิบต้นฉบับใบนำส่งของเขาไปใส่แฟ้มตนระหว่างขน
เขาผูกห่อด้วยเชือกเส้นใหม่แล้วหันกลับมามองลานบ้าน
“ข้าจะมาช่วยงานร้านได้บ้าง เมื่อเข่าดีขึ้น”
“เราค่อยตกลงงานกับเวลาให้ชัดค่ะ วันนี้ท่านกลับไปจัดที่นอนก่อน”
หลิวหัวเราะเบา ๆ เหมือนเพิ่งได้รับอนุญาตให้แยกชีวิตที่ต้องอยู่ต่อออกจากความช่วยเหลือที่เคยรับมา
แม่ส่งข้าวห่อเล็กให้เขาหนึ่งมื้อ เยว่ชิงยืนอยู่ข้างประตู ไม่เดินตามรถไปจนข้อเท้าบวมอีก
การมีบ้านให้กลับไม่ได้ลบรอยกลัว แต่ทำให้คนคนหนึ่งได้เลือกว่าจะวางของตนตรงไหน โดยไม่ต้องตอบคำถามทุกข้อของคนที่ให้ที่พัก

วันที่ห้า หัวหน้าห้องเย็บผ้าส่งตารางเวลาที่อ่านมาให้ นาฬิกายังเดินและคลาดในช่วงที่เยว่ชิงใช้เป็นเหตุให้ติดตามต่อได้ เธอไปดูอีกครั้งพร้อมแม่ ตรวจว่าจุดแขวนไม่เคลื่อน แล้วปรับอัตราเดินจากข้อมูลหลายช่วงเวลา
งานนั้นจบลงด้วยบันทึกส่งมอบวันที่ห้า เจ้าของรับวิธีดูแลกับกำหนดติดต่อหากอาการกลับมา ไม่ใช่คำสัญญาว่านาฬิกาเก่าจะไม่เสียอีกเลย
เมื่อกลับร้าน เยว่ชิงเขียนรายงานทางช่างฉบับหนึ่ง
เธอไม่ใช้ชื่อเจ้าของห้อง ไม่ส่งรายการเงินของลูกค้าไปต่างเมือง หัวหน้าห้องอนุญาตให้ใช้เฉพาะลักษณะอาการ วิธีตรวจ และผลที่อ่านตามวัน เพื่อแสดงงานที่เธอทำเอง
ในหนังสือถึงหลานโจววันที่หนึ่ง เธอถามเรื่องใบนำส่งของพ่อ วันนี้เธอมีอีกเรื่องที่จะถามจากฐานะของตน
โรงงานคู่ค้านั้นมีงานตรวจเทียบเครื่องมือซึ่งร้านเล็กจะขอเข้าทดสอบฝีมือได้หรือไม่
เยว่ชิงคัดรายงานใหม่ แยกจากแฟ้มข้อสงสัยเงินสามพันหยวน เขียนสิ่งที่ทำได้กับสิ่งที่ยังไม่เคยทำอย่างตรงไปตรงมา เธอซ่อมนาฬิกาและทำงานชิ้นเล็กในร้าน แต่ยังไม่เคยรับรองเครื่องส่งกำลังทั้งชุดของโรงงานใหญ่
จดหมายพร้อมรายงานถูกส่งลงทะเบียนวันที่เจ็ดมิถุนายน ถึงหน่วยรับหนังสือที่ตรวจช่องทางมาแล้ว ขอให้ส่งต่อฝ่ายงานช่างตามหน้าที่
ไม่มีคำว่าพ่อเคยทำจึงต้องรับลูกไว้แทนอยู่ในหนังสือนั้น
ระหว่างรอ เธอกลับมาทดลองนาฬิกาของตนทีละช่วง เมื่อข้อเท้าดีขึ้นพอทำงานบนเก้าอี้ได้โดยไม่ปวดเพิ่ม
วันที่หกเธอเริ่มตรวจชุดทดลองใหม่จากตำแหน่งที่หยุดไว้ก่อนสิบพฤษภาคม ใช้ชิ้นส่วนสำหรับฝึกของตน แม่ยังเก็บปลอกทองเหลืองกับไม้สองรูไว้ที่บ้าน
การฟังหลังปล่อยให้หยุดไปหลายสัปดาห์ทำให้เธอพบรอยถูเล็กซึ่งครั้งก่อนยังมองไม่ชัด เธอแก้แล้วเริ่มจับเวลาใหม่ ไม่ยกเจ็ดหรือแปดนาทีในเดือนก่อนมาเป็นผลทดสอบต่อเนื่องของเดือนนี้
ถึงวันที่สิบหก สมุดจึงมีบันทึกเดินครบช่วงที่ตั้งไว้สองวันติดกัน เธอพอใจจนยิ้มอยู่คนเดียว แต่ยังเว้นหน้าสำหรับวันที่มันอาจหยุดอีก

ร้านไม่ได้กลายเป็นโรงงานเพราะมีเสียงเดินเพิ่มหนึ่งเรือน
คำตอบเรื่องเก่าก็ไม่ได้มาถึงพร้อมกันทั้งหมด
เยว่ชิงไปยื่นหนังสือติดตามตามใบรับเดิมในสัปดาห์นั้นด้วยตนเองเมื่อเดินไหว ขอให้แจ้งส่วนที่ค้นแล้วและส่วนที่ยังหาไม่ได้ แยกคำขอโรงพยาบาล คลัง รถ และฝ่ายจัดซื้อไว้ตามหน่วยรับ ไม่ส่งคำถามทั้งกองไปให้หน่วยที่ตอบไม่ได้
หลิวกลับไปอยู่ห้องแล้วจึงไปติดตามทะเบียนหนังสือวันที่สิบแปดมกราคมของตน เขาบอกเธอเพียงวันยื่นติดตามกับสิ่งที่อนุญาตให้ถาม ไม่ยกสมุดส่วนตัวทั้งเล่มมาแลกกับการช่วยถือซอง
เยว่ชิงยังไม่ได้รับหลักฐานที่บอกว่าใครรับเงินสามพันหยวนจริง หรือว่าใครเป็นคนเปลี่ยนปลายทางมกราคม เธอลงวันติดตามไว้ ไม่ปล่อยให้ช่องว่างหายไปจากสมุดเพราะตัวเองเริ่มมีงานใหม่
เช้าวันที่ยี่สิบมิถุนายน ไปรษณีย์นำซองจากหลานโจวมาส่ง
คำตอบเขียนวันที่สิบสี่ มีเลขอ้างถึงหนังสือวันที่หนึ่งและวันที่เจ็ดของเธอ กระดาษด้านในแยกเป็นสองส่วนอย่างที่เธอส่งเรื่องไป
ส่วนแรกตอบการค้นเอกสาร ห้องตรวจงานคู่ค้าพบบัญชีลงรับตัวอย่างเลขสอศูนย์หนึ่งหนึ่งสี่ทับเจ็ด วันที่สิบเก้ามกราคม และรายการส่งกลับฝ่ายจัดซื้อโรงงานชิงเหอวันที่ยี่สิบสี่เดือนเดียวกัน
มีคำคัดรับรองแถวที่ค้นพบแนบมา
เยว่ชิงอ่านวันที่สิบเก้าแล้วหลับตาอยู่ครู่หนึ่ง
พ่อเสียชีวิตวันที่สิบเจ็ด
ชื่อของเขายังเดินทางต่อไปบนงานที่เจ้าตัวไม่อยู่แล้ว
เธอไม่เอาวันลงรับของหลานโจวไปเลื่อนวันเสียชีวิต ไม่เอาวันส่งกลับวันที่ยี่สิบสี่ไปแทนหีบที่โจวผิงเห็นวันที่สิบหก รายการนี้ให้เส้นทางของตัวอย่างหนึ่งชุดเพิ่ม แต่ยังต้องหาใบรับกลับทางชิงเหอและเทียบรายละเอียดชิ้นส่วน
คำตอบระบุด้วยว่าห้องยังเก็บแผ่นผลตรวจเทียบของงานนี้อยู่ การตรวจสำเนาหรือดูต้นฉบับต้องนัดกับผู้ดูแลเอกสาร
ส่วนที่สองเป็นหนังสือจากฝ่ายงานช่าง
โรงงานกำลังรวบรวมเครื่องมือจับระยะเก่าก่อนงานทบทวนรอบถัดไป ต้องการผู้ช่วยตรวจสภาพและบันทึกอาการภายใต้ช่างประจำ หนังสือชวนเธอไปทดสอบงานสิบวัน ตั้งแต่วันที่ห้าถึงสิบสี่กรกฎาคม มีค่าทำงานตามวันที่เข้าปฏิบัติ จัดที่พัก และระบุวิธีเบิกค่าเดินทางไว้
ฝ่ายนั้นอ่านรายงานนาฬิกาที่เธอส่ง เห็นว่าเธอแยกปัญหาจุดรองออกจากอัตราเดิน และยอมเขียนขอบเขตที่ยังไม่ทดสอบ จึงเสนอให้ลองงาน ไม่ได้รับรองว่าเธอมีฝีมือเท่าพ่อหรือเป็นช่างใหญ่แล้ว
การค้นแผ่นผลตรวจของพ่อไม่ขึ้นกับว่าเธอรับคำชวนหรือไม่ หนังสือส่วนเอกสารบอกช่องทางนัดไว้ต่างหาก
เยว่ชิงอ่านค่าทำงานกับที่พักซ้ำ
ในชีวิตก่อน ข้อเสนอจากคนที่แต่งตัวดีมักมาพร้อมถ้อยคำว่าเขาช่วยเธอไว้มากเพียงใด ครั้งนี้เธออยากรู้ว่าในสิบวันนั้นต้องทำอะไร ใครตรวจงาน และเมื่อไม่ผ่านจะกลับบ้านอย่างไร ก่อนรู้สึกว่าตนติดหนี้บุญคุณผู้เขียนซอง
เธอใช้ช่องทางติดต่อที่ฝ่ายเอกสารชิงเหอคัดให้ไปตรวจเลขหนังสือ แจ้งความประสงค์ขอให้ยืนยันหน่วยงานผู้ออก พร้อมส่งหนังสือตอบถามรายละเอียดไปหลานโจว ไม่จ่ายเงินมัดจำให้ใครถือซองไปจัดงานแทน
ฝ่ายชิงเหอไม่ได้ให้คำรับรองฝีมือแก่เธอ แต่เจ้าหน้าที่ตรวจพบเลขหนังสือแจ้งประสานงานจากหลานโจวในรายการติดต่อของวันนั้น จึงให้คำคัดข้อมูลติดต่อสำหรับตอบกลับตามช่องทางเดิม
เย็นนั้นเยว่ชิงนำเฉพาะส่วนคำชวนมาคุยกับแม่และหานซิ่วที่ร้าน
หานซิ่วอ่านเรื่องค่าทำงานแล้วถามว่าเบิกค่าเดินทางก่อนหรือหลังกลับ แม่ถามห้องพักอยู่ไกลจากที่ทำงานเพียงใด เยว่ชิงจดคำถามทั้งสองเพิ่ม ไม่มีใครดูถูกว่าหญิงสาวถามมากจึงไม่เหมาะกับงานใหญ่
“สิบวันร้านเปิดอย่างไร” หานซิ่วถามต่อ
คำถามนั้นทำให้ความตื่นเต้นหยุดอยู่ตรงพื้นไม้ที่เธอยืนจริง ๆ
เยว่ชิงหยิบสมุดรับงานขึ้นมา
ร้านมีนาฬิกาของคนเป็นอยู่ในช่องที่ต้องส่งคืน มีค่าใช้จ่ายซึ่งไม่ได้หยุดเพราะเธอได้รับซองจากเมืองไกล และแม่มีชีวิตของตนที่ไม่ควรถูกเปลี่ยนเป็นคนเฝ้าร้านทุกวันโดยไม่ถาม
“ถ้าจัดคนรับผิดชอบไม่ได้ ฉันต้องขอเลื่อนค่ะ ไม่ใช่แค่ฝากกุญแจแล้วขึ้นรถ”
แม่เอาปลายนิ้วกดมุมสมุด
“แม่รับของคืนกับรับค่าที่เขียนไว้ชัดได้ แต่รับซ่อมเครื่องข้างในแทนลูกไม่ได้ และบางวันแม่ต้องไปตลาดแต่เช้า”
หานซิ่วบอกว่าตนช่วยตรวจบัญชีหลังเลิกงานได้เป็นวันที่ตกลงล่วงหน้า งานประจำของนางยังอยู่ ไม่ใช่พอเป็นเพื่อนแล้วร้านหลินจะเรียกมาเมื่อใดก็ได้
เยว่ชิงเขียนเวลาที่ทั้งสองสะดวกลงบนหน้าร่าง ยังไม่เรียกว่าตารางใช้งานจริงจนกว่าจะตกลงค่าช่วยงานและสิทธิที่แต่ละคนรับได้

วันถัดมา หลิวแวะตามนัดคุยงาน ไม่ได้ถือห่อเสื้อผ้ากลับมาขอที่พัก
เขายอมรับงานตรวจภายนอกและงานฐานไม้ที่อยู่ในฝีมือของตนเป็นครั้ง ๆ ได้ แต่ไม่รับปากซ่อมนาฬิกาทุกแบบแทนเยว่ชิง เธอเสนอค่าตรวจตามงาน ไม่อ้างเตียงที่แม่เคยให้ว่าเขาควรทำให้ฟรี
“ถ้ามีคนถามกระดาษเก่า ข้าจะส่งให้มาติดต่อเจ้า” เขาบอก “ข้าไม่ควรตอบแทนทุกเรื่องเพียงเพราะมานั่งในร้าน”
เยว่ชิงแยกหัวข้อนั้นออกจากงานลูกค้าบนกระดาษอีกแผ่น
ของส่งซ่อมกับเอกสารตามหาพ่อจะอยู่คนละที่ คนรับค่าซ่อมไม่จำเป็นต้องเปิดแฟ้มคำให้การ ของลูกค้าที่ไม่รับงานต่อระหว่างเธอไปจะต้องแจ้งตั้งแต่ก่อนรับ ไม่ใช่รับไว้แล้วค่อยบอกว่าช่างไม่อยู่
ยังไม่มีใครได้กุญแจทุกตู้ในวันคุยร่างนี้
เฉินจิ้งโจวมาหลังเลิกงานตามเวลาที่เธอแจ้ง เขาอ่านเฉพาะคำชวนเมื่อเธอส่งให้ ไม่ถามชื่อคนในแฟ้มที่วางปิดอยู่ข้างโต๊ะ
“ข้าอยากไปลอง” เยว่ชิงบอก “แต่ข้าไม่รู้ว่าจะได้งานต่อหรือไม่”
เขาตอบช้ากว่าปกติเล็กน้อย
“ข้าอยากให้เจ้าได้ไป และข้าคงคิดถึงเจ้า”
เธอมองเขา
คำหลังทำให้คำแรกฟังหนักแน่นกว่าคำว่าไม่เป็นไรซึ่งไม่มีอะไรอยู่ข้างใน
“ฉันไม่ได้ขอให้เธอทิ้งงานไปด้วยนะ”
“ข้ารู้ ตอนนี้ข้ายังมีงานที่ชิงเหอ ถ้ามีเรื่องฝึกงานที่ข้าถามไว้ตอบมา ข้าจะบอกเจ้าเหมือนกัน”
ทั้งสองเปิดปฏิทินดูวันที่ ไม่สัญญาว่าจะเขียนจดหมายได้ทุกคืนหรือว่ารถทุกเที่ยวจะมาตรงเวลา ตกลงให้แจ้งวันถึงที่พักกับช่องทางติดต่อ และบอกกันหากกำหนดเปลี่ยน
สิบวันที่ต้องจากกันยังไม่ใช่การอำลาแม่ไปอยู่ต่างเมืองตลอดปี เยว่ชิงกลับรู้ว่าการลองไปสิบวันก็ทำให้เห็นรอยรั่วในร้านซึ่งเธอเคยมองข้ามได้มากพอแล้ว
วันที่ยี่สิบสอง เธอส่งหนังสือตอบรับเข้าทดสอบโดยมีเงื่อนไขให้หน่วยยืนยันรายละเอียดค่าเดินทาง ที่พัก และขอบเขตงานที่ถามไว้ก่อนออกเดินทาง หากร้านยังจัดการไม่ได้หรือคำยืนยันมาไม่ทัน เธอจะขอเปลี่ยนรอบอย่างตรงไปตรงมา
เธอเก็บใบส่งไว้ใต้หัวข้อการไปทำงานของหลินเยว่ชิง
ใบนำส่งเก่าของพ่ออยู่ในอีกแฟ้มหนึ่ง วันที่สิบเก้ามกราคมกับยี่สิบสี่มกราคมยังรอการต่อเส้นทาง ไม่หายไปเพราะลูกสาวกำลังมีอนาคต
เยว่ชิงปิดสมุดรับงานแล้ววางบนโต๊ะหน้า
ครั้งก่อนเธอเคยคิดว่าทวงชีวิตคืนหมายถึงอยู่เฝ้าของทุกชิ้นจนไม่มีใครพรากไปได้อีก
วันนี้เธอเริ่มเห็นงานที่ยากกว่า
ทำให้ร้านยังเป็นร้านเมื่อเธอไม่ได้ยืนอยู่ข้างประตู และทำให้การออกเดินทางเป็นสิ่งที่เธอเลือกได้ โดยไม่ต้องทอดทิ้งคนที่รออยู่ข้างหลัง
นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI
