Ajustes de leitura

ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · Capítulo 58

ตอนที่ 58 — ชื่อที่ถูกขีดทับ

Tradução pendente. Exibindo o original tailandês.

เช้าวันที่หนึ่งมิถุนายน มีหนังสือจากฝ่ายเอกสารโรงงานมาถึงร้าน

เยว่ชิงตรวจชื่อผู้รับกับหัวข้อก่อนเปิด เป็นหนังสือแจ้งว่าพบแถวทะเบียนที่อาจตรงกับใบนำส่งวันที่สิบสี่มกราคมซึ่งเธอขอค้นไว้ ไม่ใช่คำตอบเรื่องเงินสามพันหยวนทุกส่วน และไม่ใช่ผลสอบว่าใครทำให้พ่อเสียชีวิต

เจ้าหน้าที่แจ้งว่าหากเดินทางได้ ให้ไปอ่านแถวที่เกี่ยวข้องช่วงสายวันนี้ หากไม่สะดวกสามารถนัดวันอื่นได้

เยว่ชิงมองข้อเท้าตนแล้วถามแม่ว่าจะช่วยพาไปตามทางกว้างได้ไหม เธอไม่เดินฝืนไปคนเดียวเพื่อให้คำตอบมาถึงเร็วกว่าอีกวัน

แม่ตกลง แต่ย้ำว่าต้องกลับมาพัก และงานนาฬิกาห้องเย็บผ้าที่นัดพรุ่งนี้ยังต้องดูสภาพขาอีกครั้ง

เยว่ชิงฝากแจ้งเวลาที่ร้านจะเปิดใหม่ นำเฉพาะคำคัดส่วนอ่านได้ของใบนำส่งกับบันทึกว่าพบจากที่ใดไป ต้นฉบับกระดาษ เสื้อสีเทา ห่อผ้า และด้ายที่เลาะยังอยู่ในที่แห้งของร้าน ไม่ต้องเดินทางทุกครั้งที่มีคนขอเทียบเลข

เมื่อถึงฝ่ายเอกสาร เจ้าหน้าที่ชายคนเดิมซึ่งเคยค้นทะเบียนการส่งสมุดปกน้ำเงินให้เธอ คราวนี้เลื่อนเก้าอี้ออกมาที่โต๊ะด้านหน้า

ผมบางแซมเทาของเขายังยุ่งอยู่เหนือแว่นอ่านหนังสือกรอบกลม เสื้อสีเทาอมฟ้าติดรอยฝุ่นกระดาษที่แขน เขาไม่ได้ทักว่าเด็กสาวพบคนผิดแล้ว เพียงขอหนังสือแจ้งกับคำคัดที่ส่งไว้มาเทียบ

แม่รออยู่ด้านนอกห้องตามที่ตกลง เยว่ชิงนั่งพักขา ไม่ตามเจ้าหน้าที่เข้าไปเปิดชั้นเก็บเอกสารเอง

เขานำทะเบียนออกมาสองส่วน

ส่วนแรกเป็นบัญชีนำส่งงานตัวอย่างของห้องซ่อม ส่วนที่สองเป็นรายการส่งต่อของฝ่ายจัดซื้อ เฉพาะแถวเกี่ยวข้องเปิดไว้ ส่วนชื่อคู่ค้าอื่นใช้กระดาษปิด ไม่ให้การค้นเรื่องร้านหลินกลายเป็นการถือข้อมูลทั้งโรงงานออกไป

“เลขต้นกับวันที่ทำให้ตามแถวได้” เขาบอก “แต่เลขเต็มที่ท่านเห็นวันนี้มาจากทะเบียน ไม่ใช่ตัวที่เราอ่านทะลุรอยพับในกระดาษท่าน”

เยว่ชิงวางดินสอแล้วอ่าน

สอ ศูนย์หนึ่งหนึ่งสี่ ทับเจ็ด

วันที่สิบสี่มกราคม ปี 1978

ห้องซ่อมโรงงานชิงเหอ ตัวอย่างประกอบหนึ่งชุด งานตรวจเทียบระยะ ชื่อช่างจัดเตรียมหลิน

ช่องอ้างอิงบอกให้ส่งผ่านฝ่ายจัดซื้อเหมือนคำที่อ่านได้จากชายเสื้อ

เลขเต็มเพิ่งปรากฏในวันนี้ เธอจึงจดลงใต้หัวข้ออ่านจากทะเบียน ไม่เติมลงในคำคัดเดิมให้ดูเหมือนอ่านมันได้ตั้งแต่พบห่อ

แถวฝั่งขวามีสองช่องซึ่งทำให้เธอหยุด

ปลายทางตามร่างเดิม กับปลายทางที่ใช้ส่งต่อ

ชื่อในช่องแรกคือโรงงานเครื่องจักรซวงเหอ ห้องซ่อมสอง

ชื่อในช่องถัดมาคือโรงงานเครื่องจักรหลานโจว ห้องตรวจงานคู่ค้า

เยว่ชิงอ่านคำว่าหลานโจวซ้ำ

ชื่อบนกระดาษจากชายเสื้อที่เธอพยายามมองเมื่อสองวันก่อนยังไม่ยอมเปิดเผยตัวเอง แต่ทะเบียนอีกทางกลับรักษาคำเดิมกับคำใหม่ไว้ในคนละช่อง

ไม่ต้องขูดหมึกบนของพ่อเพื่อให้มันตอบ

“นี่แปลว่าของเดินทางถึงหลานโจวแล้วหรือคะ”

เจ้าหน้าที่เลื่อนนิ้วไปที่หัวคอลัมน์

“ตรงนี้เป็นชื่อปลายทางที่ใช้จัดส่งต่อ ไม่ใช่ใบรับปลายทาง เราพบรายการส่งออกจากฝ่ายจัดซื้อวันที่สิบห้ามกราคม แต่ยังไม่ได้พบใบตอบรับของหลานโจวในชุดนี้”

“ชื่อซวงเหอถูกแก้เพราะอะไร”

“มีอ้างบันทึกเปลี่ยนทางส่งวันที่สิบสี่มกราคม แผ่นบันทึกนั้นต้องค้นอีกชุด ไม่ได้วางไว้กับบัญชีนี้”

“ผู้สั่งแก้เป็นใครคะ”

“ช่องนี้เขียนว่าตามบันทึกฝ่ายจัดซื้อ ไม่ได้เขียนชื่อคนสั่ง ท่านอย่าเพิ่งเอาชื่อหัวหน้าฝ่ายไปใส่ในช่องที่ว่าง”

เยว่ชิงคิดถึงเฉียวหง แต่ไม่เขียนชื่อเขาลงบนแถวนี้

การที่ฝ่ายจัดซื้ออยู่ในเส้นทางหลายครั้งทำให้ต้องค้นบทบาทของฝ่ายนั้นจริง ๆ ไม่ทำให้คนทุกคนในฝ่ายมีบทบาทเดียวกัน หรือทำให้ลายมือทุกแผ่นเป็นของหัวหน้าคนเดียว

เจ้าหน้าที่ฝ่ายเอกสารเปิดเฉพาะแถวทะเบียนนำส่งให้เยว่ชิงดู ชื่อปลายทางเดิมกับชื่อที่ส่งต่อปรากฏในคนละช่อง
เจ้าหน้าที่ฝ่ายเอกสารเปิดเฉพาะแถวทะเบียนนำส่งให้เยว่ชิงดู ชื่อปลายทางเดิมกับชื่อที่ส่งต่อปรากฏในคนละช่อง

เจ้าหน้าที่นำคำคัดรับรองแถวทะเบียนที่เตรียมไว้มาให้อ่าน มีหัวข้อทะเบียน ตำแหน่งหน้า วันที่ และขอบเขตที่คัด ไม่รับรองแทนใบส่งของถึงปลายทางซึ่งยังไม่พบ

เยว่ชิงตรวจรายการแล้วขอแก้ถ้อยคำอธิบายท้ายคำคัดซึ่งเผลอใช้คำว่าส่งถึง

“ในแถวเป็นจัดส่งต่อค่ะ ถ้าใช้ส่งถึง คนอ่านอาจคิดว่ามีใบรับแล้ว”

เขาอ่านกลับดู แล้วขีดแก้ให้ตรงกับหัวคอลัมน์ก่อนลงรับรอง

เยว่ชิงลงชื่อรับเอกสารที่ได้ ไม่ลงชื่อว่าตัวอย่างประกอบในแถวนั้นคือตัวอย่างในกล่องแม่แน่นอน

หนึ่งชุดบนทะเบียนไม่เท่ากับเฟืองส่งกำลังสองชิ้นบนคูปองคลัง และไม่เท่ากับหีบยาวสองใบที่โจวผิงเล่าถึง สิ่งเหล่านั้นอาจเป็นงานเดียวกันหลายช่วง หรืออาจเป็นคนละงานที่ผ่านชื่อร้านเหมือนกัน เธอต้องใช้เลขและรายการประกอบหา ไม่ใช้จำนวนที่บังเอิญนับได้คล้ายกัน

เธอจึงยื่นคำขอเพิ่มเติมค้นบันทึกเปลี่ยนทางส่งวันที่สิบสี่กับใบตอบรับปลายทางตามเลขเต็มที่เพิ่งได้ เจ้าหน้าที่รับไว้และให้ใบรับแยก ไม่บอกว่านั่นเท่ากับเอกสารทั้งสองมีอยู่ครบแน่นอน

เขายังแจ้งช่องทางรับหนังสือของโรงงานเครื่องจักรหลานโจวจากบัญชีที่ใช้ติดต่อคู่ค้า ให้ส่งถึงฝ่ายเอกสารโดยระบุห้องตรวจงานคู่ค้าเป็นหน่วยที่ต้องค้น หลีกเลี่ยงการจ่าหน้าถึงชื่อบุคคลที่ไม่รู้ว่าทำงานอยู่หรือไม่

ส่วนช่องทางซวงเหอที่เธอถามไว้ เขามีข้อมูลในบัญชีติดต่อเช่นกัน แต่เตือนว่านั่นตอบเรื่องสถานที่รับหนังสือ ไม่ได้ตอบว่าตัวอย่างปลายธันวาคมของแม่เป็นงานเดียวกับรายการมกราคมนี้

เยว่ชิงขอคัดช่องทางทั้งสองให้ชัด

เธอมีเส้นทางที่ส่งหนังสือได้แล้ว ไม่ต้องวนกลับไปเดาเลขบ้านบนถุงของเฉียวหยวน

ก่อนลุก เธอถามถึงคำขออื่นที่ส่งไว้ เจ้าหน้าที่ตรวจใบติดตามแล้วบอกว่ายังแยกค้นอยู่ โดยเฉพาะประกาศกำหนดทบทวนบัญชี กับคำถามเส้นทางห่อเดือนเมษายน ไม่มีผลใหม่ที่จะให้รับวันนี้

เยว่ชิงไม่ลบรายการค้างเพราะได้คำตอบอีกเรื่องหนึ่ง

ตอนออกมาหาแม่ เธอบอกก่อนว่าพบเมืองปลายทางจากทะเบียน ไม่ใช่พบชื่อคนผิด

แม่ถามว่าได้ข่าวซวงเหอด้วยไหม เธอจึงเล่าถึงชื่อร่างเดิมกับช่องทางรับหนังสือที่คัดมา ไม่บอกแม่ว่าห่อที่แม่เก็บอยู่ถูกส่งถึงสองเมืองแล้ว

กลับถึงร้าน เยว่ชิงพักขาก่อนวางกระดาษใหม่ลงบนโต๊ะ

“แม่คะ วันนี้ขอยืมกล่องไม้มาดูคำบนภาพอีกครั้งได้ไหม ฉันอยากเทียบหัวข้องาน ไม่เอาปลอกหรือไม้ไปลองประกอบ”

แม่ตกลงให้ยืมเฉพาะช่วงบ่ายวันนี้ และจะนำกลับตอนรับลูกไปบ้าน แม่จึงกลับไปเอากล่องมาเอง ไม่ให้เยว่ชิงแอบถือว่าสิ่งที่คืนแล้วยังเป็นของในตู้ร้าน

กล่องไม้ตื้นใบเก่าวางบนผ้ารอง ข้างในมีห่อผ้า ปลอกทองเหลืองกลวง ไม้สองรูไม่เท่ากัน และภาพที่ลงวันที่ยี่สิบเจ็ดธันวาคม ปี 1977

เยว่ชิงเปิดคำคัดรับรองทะเบียนมกราคมอีกฝั่งของโต๊ะ

ภาพปลายธันวาคมระบุห้องซ่อมสองของโรงงานเครื่องจักรซวงเหอ ชื่อเดียวกับช่องปลายทางตามร่างเดิมในทะเบียนที่เพิ่งเห็น

นี่เป็นจุดที่ตามถามได้อย่างมีเหตุผล

แต่ไม่ใช่เหตุให้เอาของในกล่องไปปิดช่องรับปลายทางที่ยังว่าง

แม่ชี้ไม้ในกล่อง

“เขาจะขอส่งของจริงไปไหม”

“ยังไม่รู้ค่ะ ถ้าเขาต้องการตรวจชิ้นนี้ ต้องบอกเหตุและทางรับก่อน ฉันจะไม่ส่งของแม่ไปกับจดหมายโดยไม่คุยกัน”

“แม่ไม่อยากให้มันหายอีกเหมือนกระดาษของหลิว”

เยว่ชิงปิดฝากล่องเพียงครึ่งหนึ่งเพื่อกันมือเผลอชน

“วันนี้เราใช้คำคัดกับภาพร่างที่ทำไว้ก่อนค่ะ”

แม่กับเยว่ชิงเทียบภาพจากกล่องไม้ที่ขอยืมใหม่กับคำคัดทะเบียน โดยแยกของจริงออกจากข้อสันนิษฐานเรื่องการส่งถึงปลายทาง
แม่กับเยว่ชิงเทียบภาพจากกล่องไม้ที่ขอยืมใหม่กับคำคัดทะเบียน โดยแยกของจริงออกจากข้อสันนิษฐานเรื่องการส่งถึงปลายทาง

เยว่ชิงร่างหนังสือถึงโรงงานเครื่องจักรซวงเหอ ขอค้นงานตรวจระยะของห้องซ่อมสองช่วงปลายธันวาคมตามภาพวันที่ยี่สิบเจ็ด ไม่เขียนว่าตนรู้ว่าห้องนั้นไม่ได้รับงานเพราะชื่อถูกแก้ในเดือนมกราคม

อีกฉบับถึงโรงงานเครื่องจักรหลานโจว อ้างคำคัดรับรองเลขสอศูนย์หนึ่งหนึ่งสี่ทับเจ็ด วันที่สิบสี่มกราคม และรายการส่งต่อวันที่สิบห้า ขอค้นใบลงรับ ตัวอย่างที่เก็บอยู่ และรายการตอบกลับ

เธอเขียนว่าตนเป็นผู้ดูแลร้านหลินและกำลังตรวจที่มางานซึ่งมีชื่อพ่อเป็นช่างจัดเตรียม ไม่อ้างตำแหน่งผู้ตรวจของโรงงาน ไม่บอกว่าตนรับงานแทนเขาทุกสัญญาแล้ว

คำคัดใบแจ้งกำหนดสามพันหยวนไม่ได้ถูกแนบไปทุกที่โดยไม่จำเป็น เหตุส่งห่อของชิวอิงก็มีเส้นทางค้นของมันอยู่แล้ว เธอไม่ทำให้คนปลายทางต้องรับฟังความลับทั้งหมดของครอบครัวเพื่อค้นใบนำส่งแผ่นเดียว

แม่อ่านชื่อหน่วยรับบนซองเทียบกับช่องทางที่เธอคัดมา ก่อนถามว่าจะให้ช่วยนำไปส่งพร้อมกันไหม

เยว่ชิงตกลง จัดค่าใช้จ่ายกับรายการสิ่งที่แนบไว้ตามจริง ใช้สำเนาและภาพร่าง ไม่ใส่ต้นฉบับกระดาษจากชายเสื้อ ไม่ใส่ปลอกทองเหลืองหรือไม้ลงไปในซอง

ช่วงเย็นแม่กลับมาพร้อมหลักฐานส่งจดหมายลงทะเบียนสองฉบับ

เยว่ชิงเขียนวันส่งหนึ่งมิถุนายนใต้ชื่อซวงเหอกับหลานโจว เก็บหลักฐานไว้ในแฟ้มติดตาม ต้นฉบับใบนำส่งมกราคมยังอยู่ร้าน ส่วนกล่องไม้กลับไปกับแม่ในวันเดียวกัน ตรวจของครบก่อนปิดฝากล่อง

ทั้งสองโรงงานยังไม่ได้ตอบรับตัวอย่างหรือบอกผู้รับของในวันนี้

แต่ชื่อใต้หมึกขีดทับไม่ใช่กำแพงอีกแล้ว

เยว่ชิงยังต้องรับมือกับคำถามที่ตามมา หากของเปลี่ยนปลายทางจริง ใครเป็นคนส่งคำสั่งแก้ และเหตุใดชื่อเดิมไม่หายไปจากภาพที่แม่เก็บไว้ หากของกลับคืนร้านหรือคลัง มันกลับจากเมืองใดและผ่านมือใคร

เธอไม่ตั้งคำตอบว่าเฉียวหงสั่งทั้งหมดก่อนเห็นบันทึก และไม่เอาคำสารภาพของชิวอิงเรื่องคัดข้อมูลเดือนเมษายนไปยืนยันการส่งของเดือนมกราคมที่นางไม่ได้บอกว่าเห็น

ตอนหานซิ่วแวะหลังเลิกงาน เยว่ชิงเล่าเฉพาะว่ามีเส้นทางส่งหนังสือเพิ่ม ไม่ยกคำส่วนตัวที่อนุญาตเฉพาะหน่วยงานให้เพื่อนอ่านตามไปด้วย

แล้วเธอหยุด พูดอีกเรื่องตามที่ตั้งใจเมื่อคืน

“ฉันกับจิ้งโจวกำลังคบกันค่ะ ฉันอยากบอกเธอเอง”

หานซิ่วมองเธอแล้วเลิกคิ้วนิดหนึ่ง

“เขาไม่ได้กลายเป็นเจ้าของร้านด้วยใช่ไหม”

เยว่ชิงหัวเราะ

“ไม่ค่ะ”

“งั้นฉันก็ดีใจที่ได้ยินจากเธอ”

เพื่อนไม่ขอดูคำสัญญา ไม่ถามว่าทำไมยังไม่แต่ง และไม่ถือข่าวนี้เป็นเหตุให้เลิกทักเวลาที่เธออ่านกระดาษผิด เยว่ชิงรู้สึกเบาขึ้นตรงที่ความสัมพันธ์ใหม่ไม่ต้องเปลี่ยนมิตรภาพเก่าให้เงียบลง

ก่อนปิดร้าน เธอทวนวันนัดห้องเย็บผ้าพรุ่งนี้ ส่งข้อความยืนยันว่าจะมาตามที่ตกลงหากขาไม่กำเริบ และวางถาดงานที่ต้องพกไว้โดยไม่ใส่ชิ้นส่วนหลักฐานปน

งานของคนเป็นยังรออยู่ข้างงานของคนตาย

เยว่ชิงมองชื่อเมืองหลานโจวที่เพิ่งเขียนลงบนซองคู่รายการส่ง มันอยู่ไกลกว่าชิงเหอ และในชีวิตก่อนเธอไม่เคยมีโอกาสไปถึงด้วยฐานะช่างที่เลือกทางของตน

วันนี้เธอเพียงส่งคำถามไปที่นั่น

แต่เป็นครั้งแรกที่ชื่อเมืองไกลไม่ได้อยู่บนประโยคว่าคนอื่นพาเธอไป มันอยู่บนงานที่เธอตัดสินใจจะตามให้ถึงเอง

กลับสารบัญนิยาย

นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI