ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · Capítulo 55
ตอนที่ 55 — รอยเย็บในเสื้อทำงาน
Tradução pendente. Exibindo o original tailandês.
เช้าวันที่ยี่สิบเก้าพฤษภาคม แม่ยังไม่หยิบเข็มออกจากกล่อง
เสื้อทำงานของพ่อวางอยู่บนโต๊ะริมหน้าต่างในบ้าน ผ้าฝ้ายเนื้อหยาบสีเทาเข้มพับแขนเก็บไว้ ชายเสื้อด้านหนึ่งหลุดเป็นช่องสั้น ๆ รอยด้ายเก่ายังติดอยู่เหมือนเส้นทางที่ไม่มีคนเดินต่อ
เยว่ชิงมองมันหลังจากคุยเรื่องที่พักของหลิวจบ
เจ้าของห้องยังต้องจัดการส่วนที่เสียหายหลังน้ำลด หลิวติดต่อได้แล้วแต่ยังกลับไปค้างไม่ได้ เขาขอพักอีกสองคืน แม่ตกลงถึงคืนวันที่สามสิบ แล้วให้คุยใหม่วันที่สามสิบเอ็ด ขอบเขตเดิมยังอยู่ เขาไม่ต้องทำงานแลกเตียง และสมุดส่วนตัวที่เปียกไม่ได้กลายเป็นของที่ใครจะเปิดอ่านเพราะรับเขาเข้าบ้าน
เมื่อหลิวออกไปตามเรื่องของตน เยว่ชิงเลื่อนเก้าอี้เข้าใกล้โต๊ะ
ข้อเท้ายังไม่ชอบการยืนยาว ๆ แขนก็ล้าเมื่อยกของหนัก วันนี้เธอจึงยังไม่รีบเปิดร้าน แม่ช่วยฝากข้อความว่าเปิดช่วงบ่ายและงานที่รับไว้จะติดต่อเจ้าของหากต้องเลื่อนนัด เธอไม่ยกเหตุของครอบครัวมาเป็นคำสัญญาว่าซ่อมงานทุกชิ้นทันเวลาแน่นอน
“แม่เย็บชายเสื้อนี้ครั้งล่าสุดเมื่อไรคะ”
แม่คลี่ด้านในให้เห็น
“ปลายปีที่แล้ว ก่อนปีใหม่ แม่จำวันไม่ได้ ชายมันขาดเพราะเกี่ยวโต๊ะ พ่อเจ้าให้เสริมผ้าด้านในด้วย”
ใต้ชายเสื้อมีผ้าซ้อนสองชั้น ชั้นนอกเป็นรอยเย็บเล็กสม่ำเสมอแบบที่แม่ใช้ซ่อมเสื้อให้คนในบ้าน แต่ด้านหนึ่งมีด้ายอีกสีเย็บปิดหยาบกว่า ระยะห่างแต่ละฝีเข็มไม่เท่ากัน
เยว่ชิงแตะตรงที่ด้ายสองแบบมาบรรจบ
“ส่วนนี้แม่เย็บด้วยหรือเปล่า”
แม่ส่ายหน้า
“แม่ทำช่องไว้ตามที่พ่อขอ ไม่ได้เย็บปิดตรงนั้นให้ เขาบอกว่าจะใส่กระดาษงานบาง ๆ ไม่อยากให้มันหลุดจากกระเป๋าเวลาเปลี่ยนเสื้อ”
เยว่ชิงหยุดมือ
เมื่อคืนเธอรับเสื้อไว้เพราะอยากเก็บสิ่งที่พ่อเคยสวม ไม่ได้คิดว่าจะต้องค้นมันเหมือนค้นลิ้นชักอีกครั้ง แต่ปลายนิ้วสัมผัสได้ถึงขอบแข็งบางอย่างอยู่ระหว่างผ้าสองชั้น
เธอมองหน้าแม่
“ข้างในยังมีของค่ะ แม่เคยเอาออกไหม”
“ไม่เคย แม่คิดว่าเขาเอากระดาษงานกลับไปแล้ว”
“เราขอดูตรงนี้ก่อนเย็บซ่อมได้ไหมคะ”
แม่พยักหน้า แล้วหยิบกรรไกรปลายเล็กให้ แต่เยว่ชิงไม่สอดคมลงไปใต้ผ้าทั้งหมด เธอขอให้แม่ช่วยจับริมเสื้อ ส่วนตนใช้ปลายเข็มยกด้ายที่มองเห็นทีละเส้น กรรไกรตัดเฉพาะด้าย ไม่ตัดของที่ซ่อนอยู่
รอยเย็บหยาบเปิดออกช้า ๆ
ในช่องมีห่อกระดาษเล็กพันด้วยผ้าบางสีซีด เยว่ชิงหยุดก่อนดึง เก็บภาพในความจำด้วยการร่างตำแหน่งบนกระดาษของตน บอกให้แม่ดูว่ามันอยู่ด้านใดและด้ายใดเป็นส่วนที่เพิ่งเลาะ
เมื่อยกห่อออกมาแล้ว ทั้งสองจึงเห็นรอยพับแน่นหลายทบ
กระดาษไม่ได้เปียกเหมือนสมุดของหลิว มุมกลับมีรอยเสียดสีกับผ้าและคราบเก่าที่ไม่มีใครรู้ว่าเกิดเมื่อไร แม่จำไม่ได้ว่าเสื้อตัวนี้อยู่กับพ่อในวันสุดท้ายหรือไม่
“นี่เป็นเสื้อที่เขาเก็บอยู่บ้านอีกตัว” แม่บอก “วันที่ไปโรงพยาบาล เสื้อที่มากับเขาไม่ใช่ตัวนี้ อย่าเอาตัวนี้ไปบอกว่าเขาสวมคืนนั้นนะ”
เยว่ชิงจดคำของแม่แยกจากสิ่งที่เธอกำลังเห็น
ความอยากพบคำตอบเกือบทำให้เธอวางเสื้อไว้ในคืนวันที่สิบหกมกราคมเอง ทั้งที่แม่เพิ่งบอกที่มาจากตู้ในบ้าน
“ค่ะ เรารู้ว่าพบมันที่นี่วันนี้ก่อน”

เยว่ชิงวางห่อบนผ้าสะอาด ไม่รีดรอยพับด้วยน้ำ ไม่ขูดคราบที่ขอบ เธอค่อย ๆ คลี่เท่าที่กระดาษยอมเปิดเอง แม่จับชายเสื้อไว้ข้าง ๆ ไม่ดึงแข่งกับมือของลูก
คำหัวแผ่นปรากฏก่อนส่วนอื่น
ใบนำส่งตัวอย่างเพื่อตรวจเทียบระยะ
ถัดลงมาเป็นวันที่สิบสี่มกราคม ปี 1978
เยว่ชิงหายใจเข้าช้า ๆ
วันที่นี้อยู่ก่อนวันที่ตรวจเครื่องของหลิวหนึ่งวัน และก่อนพ่อเสียชีวิตสามวัน แต่สิ่งที่อยู่บนโต๊ะยังเป็นเพียงกระดาษที่เพิ่งพบ ไม่ใช่หลักฐานว่าเกิดการส่งมอบครบตามแผ่นนั้นแล้ว
กระดาษมีรอยคาร์บอนจาง ๆ เหมือนเป็นใบที่รองเขียนออกมาอีกทอดหนึ่ง เลขนำส่งขึ้นต้นด้วยอักษรสอ ตามด้วยศูนย์หนึ่งหนึ่งสี่ ส่วนท้ายเลือนอยู่ในรอยพับ เธอไม่เติมเลขให้ครบตามที่อยากได้
ช่องหน่วยจัดเตรียมระบุห้องซ่อมของโรงงานชิงเหอ ช่องทางส่งเขียนว่าผ่านฝ่ายจัดซื้อ
รายการมีคำว่าตัวอย่างประกอบหนึ่งชุด ไม่มีข้อความว่าเฟืองส่งกำลังสองชิ้น และไม่มีคำว่าหีบยาวสองใบ
ในช่องช่างจัดเตรียมมีชื่อหลินเขียนไว้ ชื่อพ่อของเธออยู่ในรายการ แต่เธอยังแยกไม่ได้ว่าคนกรอกช่องนั้นเป็นพ่อเองหรือเจ้าหน้าที่ที่คัดชื่อเขา
ช่องผู้รับปลายทางว่าง
ส่วนชื่อปลายทางเหนือช่องนั้นถูกขีดทับด้วยหมึกเข้ม คำใหม่ที่เขียนทับอยู่ใกล้รอยพับจนอ่านได้เพียงบางส่วน
แม่ขยับเข้ามาดู
“ซวงเหอหรือเปล่า”
“ยังอ่านไม่พอค่ะ ฉันไม่อยากเดาจากชื่อบนกระดาษในกล่องแม่”
“งั้นอย่าเอาน้ำลูบดูเลย”
เยว่ชิงวางมือลงแทนการถูหมึกให้บาง รอยขีดทับอาจปกปิดชื่อ หรืออาจเป็นการแก้ปลายทางตามงานจริง เธอยังต้องรู้ว่าใครแก้ เมื่อไร และในทะเบียนอีกฝั่งลงไว้อย่างไร
ไม่ใช่ทุกเส้นขีดจะเป็นเส้นทางไปหาฆาตกร
ตรงริมล่างมีข้อความสั้น ๆ ซึ่งเยว่ชิงจำจังหวะลายมือได้จากบันทึกของพ่อ
เทียบของที่ไปกับของที่กลับ อย่าเทียบแต่ยอดเงิน
เธออ่านให้แม่ฟัง
แม่ยกมือแตะปาก แล้วหันหน้าไปทางหน้าต่างอยู่นาน
“เขาเคยพูดคล้ายอย่างนี้”
“เมื่อไรคะ”
“ช่วงก่อนปีใหม่ แม่ถามว่าทำไมยังทำช่องใส่กระดาษอีก กระเป๋าก็มี เขาบอกว่ากระดาษแผ่นเดียวกัน คนละฝ่ายเรียกคนละอย่าง แล้วพอของกลับมา คนกลับดูแค่ยอดเงิน”
แม่หยุดคิดก่อนพูดต่อ
“แต่แม่ไม่ได้เห็นกระดาษนี้ตอนนั้น จะบอกไม่ได้ว่าเขาหมายถึงใบนี้”
เยว่ชิงนึกถึงช่องรับของที่ว่างในสมุดเมื่อเดือนเมษายน ถึงคูปองรับคืนสองเฟืองที่ตนได้เห็นในคลัง และถึงบันทึกวันที่สิบแปดมกราคมซึ่งหลิวบอกว่าชุดด้านขวาไม่เหมือนของที่ตรวจวันที่สิบห้า
สิ่งเหล่านั้นอาจเกี่ยวกัน
แต่การวางมันบนโต๊ะเดียวกันไม่ได้ทำให้กลายเป็นการส่งของครั้งเดียวกัน
เธอเขียนวันที่สิบสี่ไว้ในกระดาษของตน ลากเส้นไปถึงคำขอที่ส่งไว้วันที่ยี่สิบหกพฤษภาคม ไม่ได้ลากเส้นไปถึงชื่อเหวินเต๋อหรือเฉียวหงเป็นคำตัดสิน
“แม่คะ ฉันขอเก็บกระดาษนี้แยกไว้ตรวจที่มาได้ไหม แม่ยังไม่ต้องเย็บช่องปิดกลับ ฉันอยากเก็บเสื้อกับด้ายที่เลาะไว้ด้วย”
แม่ตกลง แต่ถามว่าจะเก็บไว้ที่ไหน
เยว่ชิงบอกว่าจะใส่ซองรองแข็งโดยไม่พับเพิ่ม เก็บกับเอกสารของครอบครัวในร้านที่ตนดูแล แล้วทำรายการให้แม่รู้ว่าเสื้อ ห่อผ้า และกระดาษออกจากบ้านไปด้วยกันเมื่อไร หากจะนำต้นฉบับไปให้หน่วยงานถือไว้จะบอกแม่ก่อน
แม่พยักหน้า ไม่ยกมันให้คนที่เพิ่งผ่านมาเป็นพยาน ไม่ขอให้หลิวอ่านทันทีเพียงเพราะเขาพักอยู่ในบ้าน
“แม่จะเขียนเรื่องช่องเสื้อให้เจ้าด้วย”
เยว่ชิงเงยหน้า
“เขียนวันนี้หรือคะ”
“วันนี้ ไม่ใช่เขียนให้เหมือนแม่รู้อยู่แล้วหลายเดือน แม่จำผิดส่วนไหน เจ้าถาม แม่จะหยุดคิดก่อน”
แม่หยิบกระดาษกับดินสอของตน
ลายมือของนางไม่เรียบร้อยทุกตัว บางคำต้องเว้นว่างแล้วถามว่าจะเขียนอย่างไร แต่เนื้อความเป็นของแม่เอง นางระบุว่าตนเสริมชายเสื้อช่วงปลายเดือนธันวาคมตามคำขอของสามี จำวันไม่ได้ ทำช่องสำหรับกระดาษงานตามที่เขาบอก และไม่ได้ใส่หรืออ่านห่อที่พบวันนี้
เสื้อถูกเก็บในตู้ที่บ้านมาหลังพ่อเสียชีวิต แม่เพิ่งหยิบออกมาเมื่อจัดพื้นที่เสื้อผ้าให้แขก และยังไม่ได้ซักหรือเย็บใหม่ก่อนทั้งสองเปิดช่องด้วยกัน
ท้ายจดหมายแม่เขียนเหตุผลอีกอย่างที่ไม่ได้เกี่ยวกับทะเบียนส่งของ
นางเก็บเสื้อไว้เพราะยังทิ้งเสื้อของสามีไม่ลง
ไม่ใช่เพราะรู้ว่ามีคำตอบอยู่ข้างในแล้วปล่อยให้ลูกเดินผิดทาง
เยว่ชิงอ่านข้อความนั้นช้า ๆ
เธอเคยคิดว่าตนแบกความลับในชีวิตก่อนมากกว่าทุกคน แต่แม่ก็มีสิ่งที่พูดไม่ออกในชีวิตนี้ เสื้อหนึ่งตัวอาจอยู่ในตู้ได้นานเพราะความเสียใจ ไม่ต้องมีแผนลวงซ่อนอยู่ทุกครั้ง
“แม่ไม่ต้องขอโทษที่เก็บเสื้อค่ะ”
“แม่ไม่ได้ขอโทษ แม่บอกเหตุให้เจ้ารู้ จะได้ไม่ต้องคิดแทนแม่”
เยว่ชิงวางมือบนหลังมือแม่ระยะสั้น ๆ แล้วปล่อยให้นางเขียนวันที่ยี่สิบเก้าพฤษภาคมกับชื่อตนให้จบ
นี่เป็นจดหมายของแม่ที่เขียนหลังพบของในวันนี้ ไม่ใช่จดหมายจากผู้ตายที่รู้สิ่งซึ่งยังไม่ได้เกิด

ก่อนนำของออกจากบ้าน เยว่ชิงทำรายการตามที่บอก แม่ตรวจว่าเสื้อไม่ได้ถูกตัดชายออก และห่อผ้าเก่ายังอยู่ด้วย ด้ายที่เลาะใส่ซองเล็กต่างหาก ไม่มีใครนำปลอกทองเหลืองในกล่องไม้ของแม่มารวมเป็นของในห่อนี้
กล่องไม้นั้นคืนแม่แล้ว หากต้องเทียบจริง เธอต้องขอยืมใหม่ ไม่ใช่ถือว่าตรวจครั้งหนึ่งแล้วของทุกอย่างอยู่ในมือเธอตลอดไป
แม่พาเธอไปร้านตามทางกว้าง ช่วงบ่ายเยว่ชิงเก็บของที่รับมาจากบ้านในที่แห้ง ลงวันรับไว้ และแยกคำคัดอ่านได้ของใบนำส่งออกมา
วันนี้เธอไม่ต้องขอให้ป้าหวงช่วยส่งซอง
เธอเตรียมคำถามถึงฝ่ายเอกสารโรงงาน ระบุเลขนำส่งเท่าที่อ่านได้ วันที่สิบสี่มกราคม หัวข้อ และช่องห้องซ่อมที่เห็น ขอค้นทะเบียนนำส่งกับคู่ฉบับเพื่อให้ทราบว่าจัดทำจริงเมื่อไร ส่งผ่านใคร และปลายทางใด ไม่เขียนว่าผู้รับช่องว่างเท่ากับไม่มีการรับของเกิดขึ้นแน่นอน
ส่วนคำขอไปโรงงานเครื่องจักรซวงเหอที่ยังค้างอยู่ เธอไม่เพิ่มชื่อปลายทางที่เดาจากหมึกทับลงไป วันนี้เธอจัดคำถามเรื่องช่องทางรับหนังสือให้แยกชัดจากคำถามเรื่องตัวอย่างในกล่องแม่ เตรียมให้ส่งเมื่อยืนยันที่อยู่รับหนังสือได้
งานเหล่านั้นยังเป็นร่างบนโต๊ะ ไม่ใช่ใบรับจากหน่วยงาน
เธอไม่อยากให้เอกสารใหม่กลายเป็นเหตุลืมคำขอเก่า ทั้งคำคัดที่ชิวอิงอนุญาตให้ส่งเฉพาะหน่วยและเรื่องโรงพยาบาลยังต้องติดตามต่อ
ระหว่างพักมือ เยว่ชิงหยิบสำเนาภาพร่างหน้าปัดกับแถวตัวเลขจากซองแรกของพ่อมาวางข้างคำคัดใบนำส่ง
เธอไม่ได้เปิดต้นฉบับต่อหน้าลูกค้า และไม่ได้พยายามฝืนให้เลขที่เลือนจากกระดาษใหม่กลายเป็นหนึ่งในสิบสองแถวที่ตนรู้จักอยู่แล้ว
คำว่าอย่าเทียบแต่ยอดเงินกลับทำให้ประโยคด้านหลังจดหมายแรกฟังต่างไป
หากเหวินเต๋อขอให้เจ้าลงชื่อ จงถามเขาก่อนว่าเงินสามพันหยวนเข้าตู้เซฟเวลาใด
พ่อเขียนคำเตือนไว้ก่อนเหตุเดือนเมษายน เขารู้จำนวนเงินนั้นได้อย่างไร และเหตุใดจิ้งโจวจึงได้รับคำสั่งให้ส่งซองในวันที่สิบเจ็ด
เธอเคยปล่อยคำถามนี้อยู่เงียบ ๆ เพราะมีสิ่งเร่งด่วนกว่ามาตลอด แต่วันนี้มันกลับมานั่งตรงข้ามเธอพร้อมใบนำส่งที่มีวันที่ก่อนพ่อเสียชีวิต
ตอนแม่กลับมารับช่วงเย็น เยว่ชิงจึงถามตรง ๆ
“แม่เคยได้ยินพ่อพูดเรื่องวันที่สิบเจ็ดเมษายนก่อนเสียหรือเปล่าคะ”
แม่ไม่ตอบทันที
นางมองสำเนาภาพร่างบนโต๊ะ แล้วถามว่านั่นคือข้อความในซองที่จิ้งโจวนำมาหรือไม่ เยว่ชิงตอบว่าใช่ และเล่าเฉพาะคำถามเรื่องกำหนดส่ง ไม่เอาความทรงจำอีกยี่สิบปีไปใส่เป็นสิ่งที่แม่ควรรู้
“แม่เคยได้ยินเรื่องกำหนดตรวจบัญชี” แม่พูดในที่สุด “มีแผ่นแจ้งที่พ่อเก็บรวมกับกระดาษค่าใช้จ่าย แม่ต้องกลับไปดูว่าแผ่นนั้นยังอยู่ไหม อย่าเพิ่งเขียนว่าเป็นวันที่เจ้าเข้าใจจากคำแม่ตอนนี้”
เยว่ชิงเก็บดินสอไว้บนโต๊ะ
“งั้นพรุ่งนี้เราดูแผ่นจริงก่อนค่ะ”
แม่ตกลงว่าจะค้นที่บ้านด้วยกัน นางยังไม่รับรองวัน เดือน หรือผู้ลงชื่อบนประกาศจากความจำ
เยว่ชิงปิดแฟ้มช้า ๆ
กระดาษจากชายเสื้อไม่ได้บอกว่าพ่อกลับมาจากอนาคต มันบอกเพียงว่าเขาเคยเตรียมช่องเก็บงานไว้ และมีของบางอย่างถูกส่งไปตรวจเทียบก่อนเขาตาย
ส่วนคำถามที่เธอเคยกลัวว่ามีเพียงชีวิตใหม่เท่านั้นจะอธิบายได้ อาจมีคำตอบอยู่ในกำหนดงานเก่าที่คนทั้งโรงงานเคยเห็น
คืนนี้เธอยังไม่มีสิทธิ์เรียกสิ่งนั้นว่าความจริง
แต่คราวนี้เธอรู้ว่าต้องเปิดกระดาษแผ่นใดต่อไป
นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI
