Ajustes de leitura

ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · Capítulo 54

ตอนที่ 54 — ขออภัยต่อหน้าทุกคน

Tradução pendente. Exibindo o original tailandês.

เช้าวันที่ยี่สิบแปดพฤษภาคม เยว่ชิงอ่านกระดาษที่เขียนไว้เมื่อคืนอีกครั้ง

มีเพียงชื่อป้าหวงกับคำว่าข้าพูดผิด

เมื่อวานการเขียนประโยคนั้นทำให้เธอหายใจได้ วันนี้การจะพูดมันต่อหน้าคนอื่นกลับทำให้ท้องเกร็ง เธอคิดถึงสายตาลูกค้า คิดถึงข่าวที่อาจหลุดไปถึงเหวินเต๋อ และเผลอคิดว่าหากตนอ่อนลง คนที่คอยหาโอกาสจะยิ่งได้ใจ

แม่วางข้าวต้มลงข้างมือ

“เจ้ายังจะไปไหม”

“ไปค่ะ”

“กินก่อน แล้วเราค่อยหารถเข็น ไม่ต้องเดินฝืนไปให้คนต้องห่วงขาแทนฟังคำพูด”

เยว่ชิงตักข้าวเข้าปากช้า ๆ เธอไม่ได้รับความกล้ามากับชีวิตใหม่ทุกเช้า บางวันต้องสร้างมันขึ้นมาจากการยอมทำสิ่งที่อยากเลี่ยงที่สุด

ก่อนออกจากบ้าน เธอฝากข้อความไปถึงหญิงลูกค้าที่มีชื่ออยู่ในใบนัด บอกว่าต้องการแก้คำพูดเรื่องป้าหวงที่นางได้ยินเมื่อวาน ไม่ใช่เรียกมาให้ยืนยันความผิดของใคร และเรื่องสายไขลานจะคุยแยกตามราคาที่แจ้งไว้

หญิงผู้นั้นตอบผ่านเด็กส่งข้อความว่าจะผ่านตลาดช่วงสายพอดี

ส่วนชายที่เลือกสายหนัง เยว่ชิงไม่มีชื่อ ไม่มีที่อยู่ เธอไม่อาจสั่งเด็กไปเดินตามหาจากคำบรรยายเสื้อที่คนทั้งตลาดใส่คล้ายกัน เธอจึงเตรียมข้อความแก้คำพูดของตนไว้ที่ร้านอีกทางหนึ่ง

ในกระดาษนั้นไม่มีเงินสามพันหยวน ไม่มีชื่อชิวอิง และไม่มีข้อกล่าวหาคนส่งซองที่ยังไม่รู้ตัว มีเพียงว่าเมื่อวานตนพูดให้เข้าใจว่าป้าหวงรับรองการรับเงินแทนร้าน ทั้งที่ไม่มีหลักฐานเช่นนั้น ข้อความในซองไม่ใช่คำรับรองของป้าหวง และผู้ที่ได้ยินไม่ควรนำคำผิดของตนไปเล่าต่อว่าเป็นความจริง

ท้ายกระดาษเธอลงชื่อหลินเยว่ชิงกับวันที่

คราวนี้ชื่อของเธอรับผิดชอบถ้อยคำของเธอเอง

แม่ยืมรถเข็นมาให้โดยบอกคนให้ยืมว่าจะคืนหลังพาลูกไปร้านกับตลาดใกล้ ๆ เยว่ชิงนั่งระหว่างทาง พอถึงแผงเต้าหู้จึงค่อยลงเดินระยะสั้น มือแตะขอบรถเพื่อไม่ลงน้ำหนักที่ข้อเท้าเร็วเกินไป

ป้าหวงกำลังแบ่งเต้าหู้ให้ลูกค้า

มีน้ำสะอาดอยู่ในถังเล็ก ผ้าขาวคลุมถาดไม้ แผงข้าง ๆ วางผักที่เพิ่งล้างโคลนจากแปลง ทุกคนยังต้องค้าขายหลังน้ำลด ไม่มีใครจัดเวลาว่างไว้สำหรับเรื่องของเยว่ชิง

เธอรอจนป้าหวงรับเงินและทอนเสร็จ

“ป้าคะ ข้ามาขอโทษเรื่องที่พูดเมื่อวาน ถ้าป้ายังไม่สะดวก ข้ารอได้”

ป้าหวงมองหน้าแม่ก่อน แล้วมองกลับมาที่เธอ

“แม่เจ้าไม่ได้มาพูดแทนใช่ไหม”

“ไม่ได้ค่ะ แม่พามาเพราะข้ายังเดินไกลไม่ไหว”

แม่ยืนข้างรถเข็น ไม่ยิ้มกลบเรื่องให้เล็กลง และไม่เริ่มเล่าว่าลูกสาวผ่านอะไรมาบ้าง

หญิงลูกค้าสายไขลานเดินมาถึงพอดี นางหยุดห่างจากแผง ไม่ขยับเข้าไปล้อมป้าหวง เยว่ชิงแจ้งสั้น ๆ ว่าเป็นคนที่อยู่ในร้านตอนตนพูด แล้วถามป้าว่ายินยอมให้เธอแก้ถ้อยคำตรงนี้หรือไม่

“พูดเถอะ” ป้าหวงตอบ “ข้าไม่อยากให้คนคิดว่าต้องแอบคุยเรื่องเงินที่ข้าไม่รู้”

เยว่ชิงไม่คลี่เอกสารล่อให้คนทั้งตลาดอ่าน

เธอถือกระดาษคำขอโทษของตน แต่พอเริ่มพูดกลับไม่ต้องก้มมอง

“เมื่อวานข้าพูดว่าป้าเอาชื่อข้าไปรับรองเงินให้คนอื่น และถามเหมือนป้าต้องรับผิดเพราะซองมาถึงร้านกับป้า ข้าไม่มีหลักฐานว่าป้าทำสิ่งนั้น ซองที่ป้าช่วยถือมาไม่ใช่คำรับรองของป้า ข้าพูดผิดค่ะ”

คนขายผักข้างแผงหยุดมัดเชือกครู่หนึ่ง ลูกค้าที่รอซื้อเต้าหู้ยังยืนอยู่สองคน เยว่ชิงไม่ได้เรียกคนผ่านไปมาให้มาฟังเพิ่ม แต่พูดชัดพอให้คนตรงนั้นได้ยิน

“ข้าขอโทษที่ทำให้คนสงสัยป้า และที่ป้าบอกแล้วข้ายังไม่ฟัง ข้าจะติดคำแก้ที่ร้านด้วย คนเลือกสายหนังที่ได้ยินเมื่อวานข้ายังหาไม่พบ หากเขากลับมา ข้าจะบอกเขาตรง ๆ อีกครั้ง”

หญิงลูกค้าพยักหน้าช้า ๆ

“ข้าได้ยินเจ้าเมื่อวาน ข้าจะไม่เอาคำถามนั้นไปพูดว่าป้าเขาเป็นคนรับรองเงิน”

ป้าหวงไม่ได้รีบตอบว่าลืมเถอะ

นางวางมีดตัดเต้าหู้ลงบนเขียง ยกมือเช็ดกับผ้าข้างเอว

“ข้าโกรธที่เจ้าถาม เหมือนข้าจะตอบอย่างไรก็ผิด ถ้าข้าบอกไม่รู้ เจ้าก็มองว่าข้าโกหก ถ้าข้าไม่ยืนเถียง ข้าก็กลัวคนจะคิดว่าข้ายอมรับ”

เยว่ชิงรู้จักความรู้สึกนั้นดีเกินไป

วันนี้เธอต้องฟังจากปากคนที่ตนทำให้รู้สึกเช่นนั้น

“ข้าทำให้ป้าอยู่ในที่ที่ไม่ควรต้องอยู่ค่ะ”

“ต่อไปข้าไม่ช่วยถือซองที่ไม่รู้คนส่งแล้ว ของใครให้คนนั้นมาส่งเอง”

“ได้ค่ะ”

“แล้วเรื่องไปเป็นพยานให้เจ้า ข้ายังไม่รับปากอะไรเพิ่ม”

หัวใจเยว่ชิงวูบลง เธอรู้ว่าเส้นทางตามเรื่องของร้านยังต้องอาศัยคนที่กล้าพูดสิ่งที่เห็น แต่การรู้ว่าต้องใช้ใคร ไม่ได้ทำให้เธอมีสิทธิ์เรียกความไว้ใจกลับคืน

“ป้าไม่ต้องรับปากค่ะ คำขอโทษนี้ไม่ได้ขอสิ่งนั้น”

ป้าหวงมองเธออยู่อีกครู่หนึ่ง

“ข้าได้ยินแล้ว”

นางพูดเพียงเท่านั้น ก่อนหันไปถามลูกค้าคนถัดไปว่าจะเอาเต้าหู้กี่ชิ้น

ไม่มีเสียงปรบมือ ไม่มีคนประกาศว่าทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิม เยว่ชิงหลบออกจากหน้าแผงเพื่อให้การค้าดำเนินต่อ แล้วนั่งพักบนม้านั่งที่คนขายผักยอมให้ใช้

เยว่ชิงขอโทษป้าหวงต่อหน้าหญิงลูกค้าที่ได้ยินคำผิดและคนซื้อเต้าหู้ โดยไม่ให้แม่พูดแทน
เยว่ชิงขอโทษป้าหวงต่อหน้าหญิงลูกค้าที่ได้ยินคำผิดและคนซื้อเต้าหู้ โดยไม่ให้แม่พูดแทน

เมื่อป้าหวงว่างอีกช่วง นางเป็นฝ่ายเรียกเยว่ชิงเข้าใกล้

“ชายที่ฝากซอง ข้าไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน ข้าจำเขาได้ไม่พอจะชี้ใครให้เจ้า อย่าเอาที่ข้าบอกไปจับใครจากเสื้ออย่างเดียว”

“ข้าจะไม่ทำค่ะ”

หญิงขายผักข้างแผงบอกว่าตนเห็นคนฝากจริง แต่มัวชั่งผัก ไม่ได้ยินชื่อหน่วยงาน และไม่ได้มองหน้าชัด เยว่ชิงจึงได้รับคำนี้จากผู้พูดเองในวันนี้ ไม่ต้องอ้างคำที่เด็กนำกลับมาเมื่อวานเป็นคำยืนยันทั้งหมด

เธอถามว่าขอจดเฉพาะเรื่องเห็นการฝากกับคำที่ได้ยินได้หรือไม่ ทั้งสองยอมให้จด แต่ไม่มีใครยืนยันว่าคนส่งมาจากโรงงาน หรือเป็นคนเดียวกับผู้ที่เคยไปหาเรื่องในร้าน

เยว่ชิงอ่านบันทึกสั้น ๆ กลับให้ฟัง หญิงขายผักแก้ว่าตนเห็นเขายื่นซอง แต่คำว่าเจ้าของร้านรอของนั้นป้าหวงเป็นคนเล่าให้ตนฟังภายหลัง ตนไม่ได้ยินประโยคนั้นจากปากชายโดยตรง

เยว่ชิงขีดแก้ทันที

ครั้งนี้เธอไม่ได้ใช้การที่สองคนพูดคล้ายกันเป็นหลักฐานว่าทั้งสองเห็นทุกอย่างเหมือนกัน

ป้าหวงเห็นรอยขีดบนกระดาษแล้วไม่ได้ขอให้ลบคำเก่าจนสะอาด

“ให้มันเห็นว่าเจ้าแก้แล้วนั่นแหละ”

แม่พาเธอกลับร้านก่อนเที่ยง เยว่ชิงติดคำแก้ของตนไว้ด้านในประตูในระดับที่อ่านได้ ไม่เขียนว่าใครเป็นคนหลอกเพื่อให้คำขอโทษกลายเป็นข้อกล่าวหาใหม่ เธอเก็บคู่ข้อความไว้พร้อมบันทึกว่าแก้ต่อหน้าป้าหวงที่แผงเมื่อใด

หญิงลูกค้าสายไขลานตามมาที่ร้านภายหลัง ยืนยันรับงานเปลี่ยนตามราคาที่คุยไว้ เยว่ชิงจึงลงรายการรับงานและนัดรับให้ชัด งานนี้จ่ายตามงาน ไม่มีส่วนลดแลกกับการช่วยพูดให้เธอ และไม่มีการขอให้นางลงชื่อรับรองเรื่องซอง

ระหว่างที่ตรวจชิ้นส่วน เยว่ชิงต้องหยุดพักมือแขนหนึ่งช่วง ความอับอายไม่ได้ทำให้ไขลานขาดกลับมาสมบูรณ์ งานจริงยังต้องทำอย่างระวังเหมือนเดิม

ช่วงบ่ายมีคนอ่านกระดาษที่ประตูแล้วถามว่าใครส่งเรื่องเท็จมา

“ฉันยังไม่รู้ผู้ส่งค่ะ แต่รู้ว่าฉันกล่าวถึงป้าหวงโดยไม่มีหลักฐาน ฉันจึงแก้คำของฉันก่อน”

คนถามพึมพำว่าเธอใจร้อนแล้วเดินไป

เยว่ชิงไม่ได้ตามไปอธิบายความเจ็บทุกอย่างให้เขาเปลี่ยนคำตัดสิน เธอใจร้อนจริงในเรื่องนี้ การยอมรับไม่ทำให้สิ่งที่ผู้อื่นเคยทำกับเธอถูกต้องขึ้น แต่ก็ไม่ลบสิ่งที่เธอทำกับป้าหวงเช่นกัน

เย็นนั้นหานซิ่วแวะหลังเลิกงานตามที่คุยกันไว้

ซองเล็กยังปิดอยู่ในถาดสะอาด เยว่ชิงนำออกมาพร้อมซองใหญ่ ให้เพื่อนดูว่าปากกาวไม่ได้ถูกเปิดลับหลัง

หานฟังเรื่องขอโทษที่ตลาด แล้วหยิบซองที่มีชื่อตนขึ้น

“คราวนี้ฉันจะเปิดเอง เธออยู่ด้วยได้ ฉันอยากให้เรารู้พร้อมกันว่าคนส่งพยายามพูดอะไร”

เยว่ชิงเลื่อนตะเกียงให้ ไม่แตะมีดแทน

หานเปิดปากซองอย่างระวัง เก็บซองไว้ไม่ฉีกเป็นเศษ ข้างในมีแผ่นกระดาษพับเพียงแผ่นเดียว

ผู้เขียนบอกว่าป้าหวงได้นำคำชี้แจงเรื่องเงินไปให้เยว่ชิงแล้ว และขอให้หานซิ่วอย่าเปิดเผยเวลาลงรับเอกสารในเดือนเมษายนอีก เพราะเจ้าของร้านหลินยอมจบเรื่อง ส่วนหนึ่งลงท้ายเหมือนคำสั่งให้ทำให้ตัวเลขในสมุดตรงกันเสียก่อนคนอื่นเข้ามาถาม

ไม่มีลายชื่อเยว่ชิง ไม่มีลายชื่อป้าหวง ไม่มีเลขรับหนังสือ

เพียงอ้างชื่อคนที่อีกฝ่ายรู้จัก เพื่อให้คำของผู้เขียนดูเหมือนคำตกลงที่เกิดขึ้นแล้ว

หานอ่านจบแล้ววางมันข้างซองใหญ่

“ถ้าฉันอ่านแผ่นนี้ก่อนมาหาเธอ ฉันอาจคิดว่าเธอเอาป้ามาพูดแทนเพื่อให้ฉันปิดเรื่อง”

“ส่วนฉันเกือบคิดว่าป้าช่วยเขารับรองเงิน”

“แต่เรายังไม่ได้ยินคนส่งอธิบายอะไรด้วยตัวเองเลย”

ทั้งคู่มองกระดาษสองชุดบนโต๊ะ

เอกสารไม่ได้ยาว มันไม่จำเป็นต้องยาว คนเขียนใช้ชื่อที่มีความหมายต่อผู้รับแทนหลักฐาน และเว้นส่วนที่ไม่รู้ให้ความกลัวของแต่ละคนเติมเอง

เยว่ชิงไม่รู้ว่าหากเปิดซองเล็กเมื่อคืน เธอจะโกรธใครต่ออีก เธอรู้เพียงว่าครั้งนี้ซองถึงเจ้าของชื่อ และคำของผู้เขียนไม่ได้ถูกส่งต่อเป็นคำของเธอโดยอัตโนมัติ

หานซิ่วเปิดซองที่มีชื่อตนด้วยตัวเอง เยว่ชิงอยู่ฟัง ทั้งสองพบคำอ้างเพื่อให้เพื่อนเข้าใจผิดกัน
หานซิ่วเปิดซองที่มีชื่อตนด้วยตัวเอง เยว่ชิงอยู่ฟัง ทั้งสองพบคำอ้างเพื่อให้เพื่อนเข้าใจผิดกัน

หานขอเก็บแผ่นที่ส่งถึงตนกับซองเล็กไว้ เยว่ชิงจดสิ่งที่ตนเห็นเมื่อเปิดในวันนี้ ส่วนคำอ้างในนั้นหานอนุญาตให้คัดเฉพาะข้อความที่พาดพิงเธอ เพื่อนยอมรับคำคัดไว้ด้วย ไม่ให้เยว่ชิงต้องจำถ้อยคำยาว ๆ แทนกระดาษ

“ถ้าจะนำไปยื่นหน่วยไหน บอกฉันก่อน” หานกำชับ “การที่ฉันให้เธออ่าน ไม่ได้แปลว่าต้องเอาไปให้ทุกคนอ่านได้”

“ฉันจะบอกค่ะ”

ซองใหญ่กับกระดาษชุดแรกยังอยู่ที่ร้าน ส่วนซองเล็กออกไปกับหานซิ่ว ไม่มีการส่งต้นฉบับไปโรงงานในเย็นนั้น และไม่มีใครลงชื่อแทนเจ้าของเอกสารว่าพิสูจน์ผู้ปลอมได้แล้ว

เยว่ชิงแยกคำคัดใหม่ออกจากแฟ้มคำขอเรื่องพ่อ มันอาจนำไปตรวจที่มาได้ภายหลัง แต่ไม่ใช่หลักฐานตอบว่าใครเปลี่ยนชุดส่งกำลังก่อนวันที่พ่อเสียชีวิต และไม่ใช่เหตุให้หยุดตามเงินที่ยังไม่รู้ผู้รับจริง

ก่อนกลับ หานอ่านคำแก้ที่ประตู

“คนที่ไม่ได้ยินเมื่อวานอาจมองเธอไม่ดีขึ้นหลังอ่านนี่”

“ฉันรู้ค่ะ”

“ยังจะติดไว้หรือ”

เยว่ชิงมองชื่อของตนใต้ข้อความ

“ถ้าฉันเอาลงเพราะกลัวคนเห็นความผิด คนที่ได้ยินเรื่องป้าก็จะเหลือแต่คำเมื่อวาน”

หานไม่ได้ชมว่าเธอเข้มแข็ง เพียงแตะขอบกระดาษที่กาวยังไม่แห้งให้แนบกับไม้ แล้วกลับไปพร้อมซองของตน

แม่มารับหลังจากนั้น ในห่อผ้าที่แม่ถือมามีเสื้อทำงานเก่าของพ่อ

“แม่จัดของในตู้ให้พอวางเสื้อผ้าแขก เจอตัวนี้พับอยู่ด้านใน” แม่บอก “ไม่ได้เอาไปแช่น้ำ ยังอยู่สภาพเดิม เจ้าอยากเก็บไหม ชายเสื้อเริ่มหลุด แม่ว่าจะซ่อมให้ก่อน”

เยว่ชิงแตะผ้าหยาบตรงแขน

พ่อไม่ได้กลับมาอยู่ในเสื้อตัวนี้ กลิ่นน้ำมันเก่าก็ไม่อาจบอกเธอได้ว่าเกิดอะไรขึ้นในคืนสุดท้าย แต่สิ่งที่คนคนหนึ่งทิ้งไว้ไม่จำเป็นต้องเป็นหลักฐานทุกชิ้น บางชิ้นเธอเพียงอยากเก็บเพราะเคยเห็นเขาสวมมัน

“เก็บค่ะ พรุ่งนี้ค่อยดูชายเสื้อด้วยกัน แม่ยังไม่ต้องเย็บคืนนี้นะคะ”

แม่พับเสื้อกลับลงในห่อ ตกลงจะนำมาดูด้วยกันเมื่อมีแสงพอ

เยว่ชิงปิดหน้าต่างแล้วดับตะเกียง คำขอโทษยังติดอยู่ที่ประตูด้านใน ไม่ได้ถูกเก็บซ่อนพร้อมเอกสารในตู้

เธอไม่รู้ว่าป้าหวงจะเชื่อใจอีกเมื่อไร

แต่ในวันที่ต้องทวงชีวิตของตนคืน เธอได้คืนพื้นที่ให้คนอีกคนยืนอยู่นอกคำกล่าวหาที่ไม่ควรเป็นของเขาแล้ว

กลับสารบัญนิยาย

นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI