ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · Capítulo 56
ตอนที่ 56 — ความลับของวันที่สิบเจ็ด
Tradução pendente. Exibindo o original tailandês.
วันที่สามสิบพฤษภาคม แม่ยกห่อกระดาษค่าใช้จ่ายออกจากชั้นในตู้
ห่อไม่ได้อยู่ในกล่องไม้ที่มีปลอกทองเหลือง และไม่ได้ซ่อนในเสื้อทำงานอีกตัว มันเป็นกระดาษที่คนในบ้านเก็บไว้เพื่อจำว่าเมื่อไรต้องจ่ายสิ่งใด แม่คลายเชือกแล้วคัดใบค่าน้ำกับใบซื้อถ่านออกก่อน ไม่ยื่นเรื่องส่วนตัวทั้งหมดให้ลูกค้นเพราะถามถึงแผ่นเดียว
เยว่ชิงนั่งข้างโต๊ะ ข้อเท้าวางพักบนม้านั่งเตี้ย
“แม่จำได้ว่าเป็นกระดาษสีอ่อน พ่อเอามาแล้วบอกให้เก็บไว้จนพ้นวันนัด”
นางไล่ดูอีกหลายแผ่น ก่อนหยุดที่กระดาษพิมพ์ซึ่งพับอยู่กับรายการเครื่องมือปลายปี
มุมบนเป็นชื่อโรงงานชิงเหอ หัวข้อแจ้งกำหนดทบทวนบัญชีเงินทดรองและงานส่งคืนของคู่ค้ารายย่อย
วันที่ออกแจ้งคือยี่สิบธันวาคม ปี 1977
แม่วางมันลงกลางโต๊ะ
“ดูแผ่นนี้ก่อน แม่ไม่รู้ว่ามีฉบับแก้กำหนดทีหลังหรือไม่”
เยว่ชิงอ่านตั้งแต่หัวแผ่นถึงท้ายแผ่น ไม่ข้ามไปหาตัวเลขที่อยากพบ
กำหนดจัดรวบรวมใบรับคืนก่อนวันตรวจอยู่ในเดือนเมษายนปีถัดไป ส่วนวันเปิดทบทวนรายการระบุวันที่สิบเจ็ดเมษายน ปี 1978 ช่วงเช้า
ชื่อร้านหลินอยู่ในตารางคู่ค้าที่ให้ตรวจเอกสาร แต่บรรทัดข้างชื่อใช้คำว่าวงเงินทดรองตามแผน สามพันหยวน
ไม่ใช่คำว่าจ่ายแล้ว
ไม่ใช่ลายชื่อพ่อรับเงิน
เยว่ชิงวางนิ้วห่างจากตัวเลขนั้นเล็กน้อย
สามพันหยวนมีอยู่บนกระดาษก่อนเหตุเดือนเมษายนจริง
วันที่สิบเจ็ดก็มีอยู่ก่อนพ่อเสียชีวิต
เธอเคยเข้าใจว่าคำเตือนในซองแรกหมายถึงเงินที่เพิ่งหายเมื่อวันที่สิบหกเมษายน แต่พ่ออาจกำลังเตือนเรื่องวงเงินและวันตรวจที่ถูกจัดไว้ล่วงหน้า โดยไม่ต้องรู้ว่าจะมีใครประกาศว่าเงินหายในภายหลัง
“แม่เห็นพ่อเอาแผ่นนี้มาปลายปีจริงหรือคะ”
“แม่เห็นเขาเอามาเก็บก่อนปีใหม่ แต่วันไหนจำไม่ได้ วันที่ยี่สิบธันวาคมเป็นวันที่บนกระดาษ ไม่ใช่วันที่แม่จดว่าเขานำเข้าบ้าน”
เยว่ชิงพยักหน้า เธอเขียนสองเรื่องแยกกัน
แผ่นแจ้งระบุวันที่ออก กับคำจำของแม่ว่ารับเข้าบ้านก่อนปีใหม่ ไม่จำเป็นต้องเป็นวันเดียวกัน
“พ่อได้พูดเรื่องเงินกับแม่ไหม”
“เขาบอกว่ารายการที่ผูกชื่อร้านไว้ยังต้องเทียบกับของ และให้เก็บใบแจ้งไว้ อย่าใช้ตัวเลขตรงชื่อร้านไปบอกว่าร้านได้เงินครบแล้ว”
แม่ชะงัก แล้วชี้ขอบกระดาษอีกด้าน
“แต่คำพูดที่แม่จำไม่ใช่ใบรับเงิน เจ้าต้องไปถามโรงงานว่ารายการนี้ออกจริงตามแผ่นหรือไม่”
เยว่ชิงมองช่องลายชื่อท้ายแจ้ง มีตำแหน่งธุรการกำกับอยู่ แต่ยังไม่ยืนยันกับหน่วยงานว่าเป็นคู่ฉบับเดียวกับที่แม่เก็บ เธอไม่เปลี่ยนความรู้สึกโล่งใจให้เป็นตรารับรอง
“ฉันจะขอค้นคู่ฉบับกับทะเบียนออกค่ะ”
แม่อนุญาตให้คัดส่วนหัว วันที่ รายการร้านหลินและขอบเขตวันตรวจ ส่วนต้นฉบับยังเก็บที่บ้านในซองแยก เยว่ชิงลงรายการยืมดูแล้วคืนให้ ไม่พาใบค่าน้ำกับใบซื้อถ่านไปด้วย

เมื่อไปร้านช่วงสาย เยว่ชิงนำคำคัดของประกาศวางข้างสำเนาคำเตือนในซองแรก
บนกระดาษของเธอมีช่องใหม่สองช่อง
สิ่งที่พ่ออาจรู้ก่อนตาย กับสิ่งที่เกิดขึ้นหลังพ่อเสีย
วงเงินตามแผนสามพันหยวนและกำหนดทบทวนวันที่สิบเจ็ดอยู่ในช่องแรก ข้ออ้างว่าเงินหายวันที่สิบหกเมษายน เวลาในสำเนาที่ไม่ตรงกัน และผู้รับเงินจริงซึ่งยังต้องค้น อยู่ในช่องหลัง
พ่อไม่จำเป็นต้องเห็นอนาคตจึงจะรู้ว่าร้านอาจถูกเรียกให้รับรองรายการในวันตรวจ
แต่กระดาษนี้ยังไม่บอกว่าเขารู้ความผิดปกติอะไรของเหวินเต๋อมาก่อน หรือเหตุใดเลือกซ่อนซองแทนพูดทุกอย่างกับเธอเอง
เยว่ชิงเตรียมคำถามไว้รอคนที่ได้รับคำสั่งจริง
เธอฝากข้อความไปถึงจิ้งโจวว่าหากหลังเลิกงานสะดวก ขอคุยเรื่องวันที่พ่อให้ส่งซองที่ร้าน เขาไม่ต้องเลิกงานก่อนเวลา และไม่ต้องนำเอกสารของหน่วยมานอกทางรับหนังสือ
ระหว่างรอ เธอจัดร่างที่ค้างอยู่ให้กลายเป็นคำขอที่จะส่งจริง
คำขอแรกค้นใบนำส่งวันที่สิบสี่มกราคมจากชายเสื้อ ระบุเลขเท่าที่อ่านได้ ไม่เติมตัวที่เลือน พร้อมขอให้เทียบทะเบียนนำส่งกับคู่ฉบับและชื่อปลายทางที่มีการแก้
คำขอที่สองค้นทะเบียนออกแผ่นแจ้งยี่สิบธันวาคมกับฉบับเปลี่ยนกำหนด หากมี และขอรายการต้นทางที่ตั้งวงเงินให้ร้านหลิน เธอย้ำว่ายังไม่ได้รับรองการรับเงินจากแผ่นแจ้งนี้
อีกส่วนเป็นคำถามถึงช่องทางรับหนังสือของโรงงานเครื่องจักรซวงเหอ ขอให้ฝ่ายเอกสารโรงงานชิงเหอตรวจช่องทางติดต่อคู่ค้า ไม่ส่งคำขอไปตามเลขบ้านเฉียวหยวนซึ่งอ่านไม่ครบ
ชิวอิงอนุญาตเรื่องสำเนาสองช่วงกับเหตุส่งห่อไว้แล้ว เยว่ชิงจึงจัดคำคัดตามขอบเขตนั้นเป็นซองแยกสำหรับฝ่ายเอกสารโรงงาน ไม่แนบคำยืมเงิน ค่าใช้จ่ายส่วนตัว หรือคำที่ชิวอิงยังไม่ยอมตอบ
ต้นฉบับใบฝากยังอยู่ร้าน
ส่วนคำคัดที่จะไปศูนย์เหอผิง เธอจัดอีกซองตามที่อยู่ทางรับหนังสือซึ่งได้จากการไปติดต่อครั้งก่อน ขอค้นเส้นทางห่อโดยไม่เขียนว่าห่อเดือนเมษายนคือสมุดที่ศูนย์รับเดือนพฤษภาคมแล้ว
แม่ตกลงช่วยนำซองที่ลงชื่อและปิดแล้วไปส่ง ไม่ต้องอ่านเรื่องส่วนตัวภายในแทนผู้รับ
เยว่ชิงให้เงินค่าเดินทางกับค่าส่งตามงาน ขอให้นำใบรับกลับมา และบอกว่าถ้าจุดรับปฏิเสธส่วนใดให้นำส่วนนั้นกลับ อย่าเซ็นข้อความอื่นแทนเธอ
ช่วงบ่ายแม่กลับมาพร้อมใบรับจากฝ่ายเอกสารโรงงาน ระบุรับชุดคำขอวันนี้ไว้แยกหัวข้อ และหลักฐานส่งจดหมายลงทะเบียนไปศูนย์เหอผิง
ฝ่ายเอกสารยังไม่ได้ยืนยันคู่ฉบับใบนำส่งหรือประกาศ และยังไม่ได้ให้ที่อยู่ซวงเหอที่ตรวจแล้ว ศูนย์เหอผิงยังไม่ได้ตอบเรื่องห่อ
แต่กระดาษที่เคยรออยู่บนโต๊ะได้ออกเดินทางจริง
เยว่ชิงลงวันส่งไว้ในบัญชีติดตาม เก็บใบรับแยกจากผลค้น และไม่ใส่คำว่าได้รับคำตอบแล้วลงข้างรายการใด
พอตะวันต่ำ จิ้งโจวมาถึงหลังเลิกงาน
เขาเห็นคำแก้เรื่องป้าหวงด้านในประตูก่อน เยว่ชิงบอกสั้น ๆ ว่าตนกล่าวเกินหลักฐานแล้วขอโทษต่อหน้าคนที่ได้ยิน เขาไม่วิ่งไปอธิบายแทนหรือรับปากจะหาคนส่งซองให้คืนนี้
“วันนี้คุณอยากถามเรื่องที่พ่อบอกผม” เขาทวน
“ค่ะ เรื่องกำหนดส่งซอง ไม่ใช่ให้คุณตอบแทนเอกสารทุกแผ่น”
เธอเชิญเขานั่งตรงข้ามโต๊ะ เอาคำคัดเฉพาะแผ่นแจ้งที่แม่ยอมให้ใช้มาวาง เขาอ่านหัวข้อกับวันที่แล้วบอกว่าเคยเห็นแจ้งกำหนดทบทวนในโรงงาน แต่ไม่ได้เป็นคนออกแจ้งและไม่อาจรับรองแผ่นที่บ้านแทนทะเบียนออก
“วันที่สิบเจ็ดจึงมีคนรู้ก่อนแล้วหรือคะ”
“กำหนดตรวจบัญชีรู้ก่อนครับ ส่วนเหตุเงินหายที่เขาพูดในเดือนเมษายน ผมไม่ได้รู้ล่วงหน้า”
เยว่ชิงพักมือทั้งสองบนโต๊ะ
“วันที่พ่อบอกตำแหน่งซอง เขาพูดวันที่สิบเจ็ดเมษายนชัดไหม”
“ชัดครับ วันที่สิบหกมกราคม ก่อนเหตุที่ทำให้เขาเข้าโรงพยาบาล เขาบอกทั้งเดือนและวัน”
เขาหยุดคิด ไม่เล่าต่อด้วยถ้อยคำสวยงามที่จำไม่ได้
“ผมจำคำทั้งหมดตรงตัวไม่ได้ แต่ใจความคือให้ส่งซองถึงคุณในเช้าวันเริ่มทบทวนรายการ เขาบอกว่าจะคุยกับคุณเองก่อนนั้นถ้าจัดการเรื่องที่ต้องตรวจได้ และหากไม่มีคำเปลี่ยน ให้ผมทำตามวันเดิม”
“เขาไม่ได้บอกว่าเขาจะตายหรือ”
จิ้งโจวส่ายหน้า
“ไม่ได้บอกครับ เขาพูดถึงงานที่ต้องกลับไปเทียบ ไม่ใช่สั่งเสียว่ารู้วันตาย”
เยว่ชิงหลับตาครู่หนึ่ง
พ่อซ่อนคำเตือน เขาเผื่อทางส่งไว้ และเลือกวันที่มีความหมายกับการตรวจงาน ทั้งหมดนั้นทำให้ความรู้ล่วงหน้าซึ่งเธอเคยกลัวมีรูปร่างเป็นเหตุผลธรรมดามากขึ้น
มันไม่ทำให้ความตายของเขาธรรมดาไปด้วย
“หลังพ่อเสีย ทำไมคุณจึงไม่มาบอกฉันเรื่องซองก่อนถึงเดือนเมษายน”
คำถามทำให้ชายหนุ่มนิ่ง
เขาไม่ได้ยื่นมือมาจับมือเธอเพื่อให้หยุดถาม
“ผมยึดคำสั่งเรื่องวันมากเกินไปครับ ผมไม่เคยอ่านซอง จึงไม่รู้ว่ามีคำเตือนอะไรที่คุณอาจต้องรู้ก่อน ผมคิดว่ารักษาสิ่งที่เขาขอไว้ได้ด้วยการทำตรงวัน”
“แล้วตอนนั้นคิดว่าฉันมีสิทธิ์รู้ไหม”
“ผมไม่ได้คิดให้พอ”
เสียงนาฬิกาบนผนังเดินแทรกความเงียบ
เยว่ชิงไม่ได้ต้องการให้เขาสารภาพสิ่งที่ไม่เคยเห็น เขาไม่ได้เห็นคนรับเงินแทนร้าน และไม่ได้เห็นเหตุที่ทำให้พ่อบาดเจ็บในคืนนั้น แต่การเลือกเงียบเรื่องซองเป็นสิ่งที่เขาทำจริง เธอจึงถามมันโดยไม่รวมเป็นข้อกล่าวหาทั้งหมด
“ฉันขอบคุณที่คุณไม่เปิดซอง และที่วันนั้นยอมให้ฉันอ่านเอง แต่ฉันยังเสียใจที่ไม่มีโอกาสถามเรื่องนี้เร็วกว่านั้นค่ะ”
“คุณพูดได้ครับ ผมจะไม่เอาเรื่องช่วยคุณมาหักล้างเรื่องนี้”
เธอมองรอยแผลผ่านคิ้วขวาของเขา เขาเป็นคนที่เธอเลือกเริ่มคบ และยังเป็นคนที่ตอบคำถามแล้วทำให้เธอเสียใจได้ ความรักไม่ได้เปลี่ยนความทรงจำของใครให้ครบถ้วน หรือทำให้การตัดสินใจทุกครั้งในอดีตถูกต้อง
“ครั้งหน้า ถ้าคำขอของคนอื่นเกี่ยวกับสิ่งที่ฉันมีสิทธิ์รู้ อย่าตัดสินคนเดียวว่าการรอเป็นประโยชน์กับฉัน”
“ผมรับฟังครับ”

เยว่ชิงจดคำที่เขาจำได้ โดยกำกับว่าเป็นคำบอกในวันนี้ ไม่ใช่บันทึกที่พ่อเซ็นไว้เมื่อเดือนมกราคม เธออ่านกลับให้ฟัง จิ้งโจวแก้ส่วนที่เธอเขียนว่าให้รอจนกว่าจะถึงวันนั้น
“เขาบอกว่าถ้าไม่มีคำเปลี่ยน ให้ทำตามกำหนดเดิม ไม่ได้พูดว่าไม่ว่ามีอะไรเกิดขึ้นก็ต้องเงียบทุกเรื่องจนถึงวันนั้นครับ”
เธอขีดแก้
ความแตกต่างไม่ใหญ่บนกระดาษ แต่มันใหญ่พอจะทำให้เห็นว่าชายหนุ่มตีความคำสั่งเพิ่มเองตรงไหน
เมื่ออ่านใหม่ เขาลงชื่อรับรองเฉพาะคำจำของตนเรื่องคำสั่งส่งซองกับตำแหน่งที่พ่อบอก ไม่ลงชื่อว่าเห็นเนื้อจดหมายตั้งแต่ก่อนพ่อเสีย หรือรู้ล่วงหน้าว่าใครจะขอให้เยว่ชิงรับรองเงิน
เธอให้คำคัดเขาไว้ และตกลงว่าหากใช้ส่วนคำของเขายื่นค้นที่มาประกาศกับวันตรวจในฝ่ายเอกสารโรงงานจะแจ้งให้รู้ เขายอมขอบเขตนั้น ไม่มอบสิทธิ์ให้เธอนำเรื่องส่วนตัวทั้งหมดไปเปิดเผย
ก่อนกลับ จิ้งโจวมองตะเกียงที่เธอกำลังดับ
“คุณยังอยากพบผมวันอื่นอยู่ไหม”
คำถามไม่ใช่การขอให้ลืมคำตอบที่เจ็บ เธอจึงตอบได้โดยไม่ต้องแกล้งยิ้ม
“อยากค่ะ แต่เราไม่ต้องทำเหมือนวันนี้ไม่มีเรื่องที่ต้องคิดต่อ”
เขาพยักหน้า แล้วกลับไปโดยไม่เอาแฟ้มของเธอติดมือ
เยว่ชิงเก็บคำคัดแผ่นแจ้งเข้าซอง ต้นฉบับยังอยู่กับแม่ตามที่ตกลง และลงใบรับวันนี้ไว้ในที่ของมัน คำเตือนของพ่อไม่ได้กลายเป็นคำทำนายอีกแล้ว
มีจำนวนเงินที่ถูกกำหนดไว้ก่อน มีวันตรวจที่ประกาศไว้ก่อน และมีช่างคนหนึ่งเห็นว่าการเทียบยอดโดยไม่เทียบของอาจทำให้ชื่อร้านถูกใช้รับรองสิ่งผิด
เขาเตรียมให้ลูกถามก่อนลงชื่อ
พ่อไม่ได้ต้องรู้ว่าลูกจะย้อนคืนมาจากอีกยี่สิบปี จึงจะพยายามให้เธอมีโอกาสตัดสินใจในวันที่ตัวเขาไม่อยู่
ส่วนใครใช้กำหนดเก่านั้นทำให้เธอเกือบติดกับ และของที่ส่งไปกลับมาต่างกันอย่างไร ยังต้องหาต่อจากทะเบียนจริง
เยว่ชิงมองกระดาษจากชายเสื้อที่เก็บแยกไว้ ชื่อปลายทางซึ่งถูกขีดทับยังอ่านไม่ครบ
คราวนี้เธอจะไม่ขอให้ความกลัวเติมชื่อให้มัน
นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI
