Ajustes de leitura

ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · Capítulo 53

ตอนที่ 53 — คืนที่เกือบเปิดซองผิด

Tradução pendente. Exibindo o original tailandês.

วันที่ยี่สิบเจ็ดพฤษภาคม เยว่ชิงยกขาขึ้นพักบนม้านั่งเตี้ยหลังเคาน์เตอร์

การเดินจากรถเข็นมาถึงเก้าอี้ในร้านยังทำให้ข้อเท้าตึง เธอจึงรับเพียงงานตรวจที่ทำบนโต๊ะได้ ไม่รับปากว่าจะวิ่งไปดูนาฬิกาที่บ้านใคร แม่ช่วยนำข้าวกลางวันมาแล้วกลับไปจัดของที่บ้าน ส่วนหลิวออกไปติดต่อเรื่องห้องเช่าตามที่บอกไว้

ช่องว่างตรงชั้นที่เคยวางกล่องไม้ของแม่เห็นได้ชัด กล่องกลับถึงเจ้าของแล้วเมื่อวาน เหลือแต่คำคัดกับภาพร่างที่เธอเก็บไว้ของตนเอง เยว่ชิงมองช่องนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเลื่อนถาดอะไหล่ใหม่เข้าตำแหน่งที่ติดป้ายไว้

ทุกสิ่งควรอยู่ในที่ของมัน

แต่ความโกรธที่เหลือจากคำสารภาพของชิวอิงยังหาที่วางไม่ได้

เธอไม่ได้เอาบันทึกเมื่อวานออกมาอ่านซ้ำต่อหน้าลูกค้า เพียงพับกระดาษอีกแผ่นเขียนหัวข้อคำขอที่ต้องส่งแยกไปฝ่ายเอกสารโรงงาน การที่ญาติยอมบอกว่าคัดอะไรไปให้เหวินเต๋อ ไม่ทำให้ทะเบียนรับเงินสามพันหยวนตอบตัวเอง และไม่ทำให้เหตุวันที่พ่อเสียชีวิตมีผู้รับผิดขึ้นมาทันที

เยว่ชิงรู้เช่นนั้นเมื่อใช้ดินสอเขียน

พอมีคนเรียกชื่อเธอจากหน้าประตู ความรู้เหล่านั้นกลับถอยไปอยู่ไกล

ป้าหวงยืนถือห่อเต้าหู้กับซองสีน้ำตาล ปลายรองเท้าติดโคลนแห้ง แผงขายของเพิ่งกลับมาขายได้หลังน้ำลด นางแวะนำเต้าหู้ที่แม่สั่งมาให้ระหว่างเดินส่งของตามตรอก

“แม่เจ้าจ่ายไว้แล้ว ไม่ต้องหยิบเงินอีก”

ป้าวางห่อใบไม้ลงริมโต๊ะ ก่อนยื่นซองตามมา

“มีคนฝากของนี่ให้เจ้า ข้าเลยเอามาด้วย”

“ใครฝากหรือคะ”

“ชายคนหนึ่ง ข้าไม่รู้ชื่อ เขาว่าทางร้านเจ้ารออยู่ ข้ากำลังตัดเต้าหู้ให้คนซื้อ ไม่ได้ถามนาน”

บนซองเขียนชื่อหลินเยว่ชิง ไม่มีที่อยู่ผู้ส่ง ไม่มีตราหน่วยงาน มุมกระดาษถูกพับงอจนกาวด้านหนึ่งหลุด ป้าหวงไม่ได้บอกว่าเป็นหนังสือจากโรงงาน แต่เยว่ชิงเพิ่งได้รับใบรับคำขอผ่านหานซิ่วเมื่อเย็นวาน จึงนึกไปก่อนว่าคงมีใครนำข่าวตามมา

เธอสอดนิ้วเปิดปากซองซึ่งมีชื่อตน

ข้างในเป็นกระดาษสองชุด ชุดแรกพับไว้หลวม ๆ อีกชุดอยู่ในซองเล็กปิดกาว มีชื่อหานซิ่วเขียนอยู่บนหน้า และคำสั้น ๆ ด้านหลังว่าเปิดเมื่ออยู่ลำพัง

“อันนี้ให้หานซิ่วด้วยหรือ”

ป้าหวงก้มมอง

“ข้าไม่เห็นข้างใน เขาฝากซองใหญ่ซองเดียว”

เยว่ชิงวางซองเล็กไว้ข้างตะเกียงแล้วคลี่กระดาษชุดแรก

บรรทัดแรกทำให้มือเธอหยุด

ผู้เขียนอ้างว่ามีผู้ยืนยันการรับเงินแทนร้านหลินในเดือนเมษายน และชื่อของผู้ยืนยันคือหวงผู้ขายเต้าหู้ ถัดลงไประบุเงินสามพันหยวนกับเรื่องที่เธอเคยไปโต้แย้งต่อหน้าชุมชน กระดาษอีกครึ่งแผ่นแนบข้อความจากผลตรวจของชุมชนไว้เพียงบางบรรทัด ผู้เขียนเติมคำใต้เศษกระดาษว่าผู้รับทราบเรื่องเงินคือป้าหวง

หัวข้อกับวันที่บนเศษกระดาษหายไป ไม่มีชื่อผู้จัดทำคำที่เติมใต้แผ่นนั้น

ตรงขอบกระดาษมีรอยดำยาวคล้ายขอบภาพที่ถูกพิมพ์มาอีกทอดหนึ่ง

เยว่ชิงควรเริ่มจากถามว่ากระดาษนี้มาจากไหน

แต่ชื่อของป้าหวงอยู่ตรงหน้า ขณะที่เสียงชิวอิงเมื่อวานยังติดในหูว่าเหวินเต๋อเคยขอข้อมูลด้วยคำพูดว่าจะช่วยจัดการให้ทุกอย่างง่ายขึ้น

“ป้าเอาชื่อข้าไปรับรองเงินให้เขาด้วยหรือ”

เสียงเธอไม่ได้ดังจนถึงถนน แต่ดังพอให้หญิงที่รอถามเรื่องสายไขลานเงยหน้า ชายซึ่งยืนเลือกสายหนังนาฬิกาข้อมือก็หยุดพลิกของ

ป้าหวงมองเธอเหมือนฟังผิด

“เงินอะไร”

“ในนี้บอกว่าป้ารู้เรื่องเงินสามพันหยวน แล้วยังเขียนชื่อป้าอยู่ท้ายหน้า”

“ข้าไม่เคยรับรองว่าเจ้าได้เงินนั้น”

“แต่ตอนนั้นป้าอยู่ด้วย ป้ารู้ว่าข้าไม่ได้รับ—”

“เพราะข้ารู้ ข้าจึงไปเป็นพยานให้เจ้า”

เสียงป้าหวงแข็งขึ้น นางเอื้อมมือมาขอดูกระดาษ เยว่ชิงยื่นให้เพียงแผ่นที่มีชื่อ นางอ่านช้า ต้องยกกระดาษเข้าใกล้แสงจากประตู แล้วชี้ปลายบรรทัด

“เขาเขียนชื่อข้าจริง แต่ข้าไม่ได้เขียนเรื่องนี้ ข้าไม่เคยเห็นหน้านี้”

“ถ้าไม่ได้เขียน ทำไมถึงมาถึงร้านกับป้า”

ทันทีที่พูดจบ เยว่ชิงเห็นริมฝีปากหญิงสูงวัยเม้มเข้าหากัน

เธอไม่ได้ถามแล้ว

เธอกำลังบังคับให้คนถือซองตอบแทนคนเขียนซอง

แต่ความกลัวกลับกระซิบเร็วกว่า ว่าเมื่อวานชิวอิงก็เคยทำสิ่งที่ตนไม่คิดว่านางจะทำได้ แล้วเหตุใดคนอื่นจะทำไม่ได้อีก

ป้าหวงวางกระดาษคืนอย่างระวัง ราวกับวางมีดที่คนยื่นคมให้จับ

“ถ้าข้าอยากหลอกเจ้า ข้าคงไม่เดินเอาของที่มีชื่อข้ามาส่งด้วยมือตัวเองหรอก แต่เจ้าจะคิดอย่างไรก็คิด ข้าไม่ได้เอาเงินของเจ้าไป”

หญิงที่รออยู่ขยับหลบให้นางผ่าน

“ป้าหวง เดี๋ยวก่อนค่ะ”

เยว่ชิงพยายามลุก ข้อเท้าตึงจนต้องจับขอบโต๊ะไว้ ป้าหวงหันกลับมาครู่เดียว

“ข้ายังมีเต้าหู้ต้องส่ง คนที่รอกินข้าวไม่ได้ทำอะไรผิดด้วย”

นางเดินออกไป

ความเงียบที่เหลืออยู่ในร้านหนักกว่าซองกระดาษหลายเท่า

เยว่ชิงรับดูสายไขลานของลูกค้าต่อ ไม่ให้คนที่รอเสียเที่ยว เธอแจ้งราคาชิ้นใหม่กับค่าเปลี่ยนแยกกัน และนัดรับเมื่อเจ้าของยืนยันจะทำ ส่วนชายที่เลือกสายหนังยังไม่ได้ขนาดถูกใจจึงกลับไปโดยไม่ซื้อ

ก่อนออก หญิงลูกค้ามองซองบนโต๊ะ

“ข้าเคยซื้อเต้าหู้กับป้าเขามาหลายปี”

นางพูดเพียงเท่านั้น ไม่รับรองกระดาษให้ใคร และไม่ถามต่อว่าเงินสามพันเป็นอย่างไร

เยว่ชิงยิ่งรู้สึกถึงคำของตนที่ยังค้างอยู่ในห้อง

ป้าหวงส่งซองที่ไม่รู้เนื้อหา เยว่ชิงอ่านด้วยความหวาดระแวงต่อหน้าลูกค้าในร้านนาฬิกา
ป้าหวงส่งซองที่ไม่รู้เนื้อหา เยว่ชิงอ่านด้วยความหวาดระแวงต่อหน้าลูกค้าในร้านนาฬิกา

หานซิ่วมาถึงเมื่อแสงนอกหน้าต่างเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเทา

เธอเพิ่งเลิกงาน ถือห่ออาหารเล็ก ๆ ของตน ไม่ได้ถือผลค้นจากโรงงาน เยว่ชิงบอกก่อนว่าเรื่องใบรับเมื่อวานไม่มีปัญหา แต่วันนี้มีซองประหลาดมาถึง

“มีของที่เขียนชื่อเธอด้วย”

เยว่ชิงยกซองเล็กขึ้น กาวปิดปากยังอยู่ เธอจับมีดตัดกระดาษซึ่งวางข้างตะเกียง

“บางทีข้างในจะบอกว่าใครส่ง ฉันเกือบเปิดตั้งแต่เมื่อครู่”

หานซิ่ววางห่ออาหารแล้วถาม

“ถ้าเขียนชื่อฉัน ทำไมเธอจะเป็นคนเปิด”

มือเยว่ชิงค้าง

เพื่อนพูดเรียบ ๆ ไม่มีเสียงกล่าวหา แต่ทำให้ใบมีดในมือดูผิดที่ขึ้นมาทันที

“ฉันคิดว่ามันอยู่ในซองที่ส่งถึงฉัน”

“ซองใหญ่ถึงเธอ ซองเล็กถึงฉัน เรารู้เท่านี้ก่อนก็ได้”

เยว่ชิงวางมีดลง

เธอขยับซองเล็กไปให้เจ้าของชื่อ หานพลิกดูด้านหน้าและด้านหลังแล้วไม่เปิดทันที

“ฉันยังไม่รู้ว่าใครให้มา เก็บไว้ปิดอย่างนี้ก่อน ฉันอยากฟังว่ามันเดินมาถึงโต๊ะอย่างไร”

เยว่ชิงเล่าตั้งแต่ป้าหวงส่งเต้าหู้ หานไม่ได้ขอดูคำสารภาพของชิวอิง และเยว่ชิงก็ไม่ได้หยิบแฟ้มนั้นให้ เธอส่งเพียงซองที่เพิ่งได้รับกับกระดาษข้างในชุดที่ตนเปิดแล้ว

หานอ่านคำอ้างเรื่องเงินจนจบ จากนั้นเลื่อนแผ่นที่มีชื่อป้าหวงมาใต้แสง

“คนเขียนอ้างชื่อป้าไว้จริง แต่เศษที่แนบมาไม่มีชื่อป้าอยู่ในเนื้อเอกสารเลย เธอมีผลตรวจของชุมชนที่เขาอ้างถึงไหม”

“มีค่ะ วันที่ยี่สิบห้าเมษายน ฉันเก็บสำเนาที่ได้รับไว้”

“ถ้าหน้านั้นเป็นของเธอและเธอให้ฉันดูได้ ลองเอามาเทียบกันไหม ฉันขออ่านเฉพาะส่วนที่เขานำไปอ้าง”

เยว่ชิงเปิดแฟ้มของตน หยิบสำเนาผลตรวจที่เสิ่นหรงฮวาส่งให้ เธอเป็นผู้รับเอกสารนั้นด้วยตัวเอง ข้อความไม่ได้ให้ร้านรับผิดแทนผู้รับเงิน และการลงชื่อรับสำเนาในวันนั้นก็ไม่ใช่การรับเงินสามพันหยวน

หานวางสองแผ่นเคียงกัน

หลายบรรทัดบนเศษที่แนบมาเรียงเหมือนย่อหน้าหนึ่งของผลตรวจ แต่คำที่กำกับว่าได้รับเอกสารถูกตัดออกไปพร้อมหัวข้อ และข้อจำกัดเรื่องความรับผิดไม่ได้ติดมาด้วย ส่วนคำอ้างชื่อป้าหวงอยู่ใต้รอยต่อคนละช่วงของกระดาษ

เยว่ชิงมองอยู่นาน

“เขาเอาข้อความจากผลตรวจไป แล้วเขียนชื่อป้าเพิ่มหรือ”

“ดูเหมือนนำข้อความบางส่วนไปใช้ แต่เราไม่มีต้นทางของแผ่นใหม่นี้ ฉันไม่ใช่คนตรวจเอกสารปลอม จะบอกได้แค่ว่าเศษที่เห็นไม่รองรับคำสรุปของคนเขียน และไม่มีคำรับรองของป้าติดมาจริง ๆ”

หานแตะหัวข้อผลตรวจบนสำเนาที่มีที่มา

“ผลตรวจนี้ตอบเรื่องอะไร เธอก็รู้เอง แล้วการที่เขาเขียนชื่อคนใต้กระดาษก็ยังไม่ใช่คำของคนคนนั้น”

เยว่ชิงรู้

เธอยังจำวันที่ป้าหวงนั่งตรงข้ามเหวินเต๋อได้ จำการที่เขาไม่ยอมลงชื่อรับหนังสือ และจำว่าใครอยู่ข้างเธอในวันที่การถอนหมั้นกลายเป็นเรื่องที่ต้องพูดให้ชัดต่อหน้าคนอื่น

ความทรงจำเหล่านั้นไม่ได้หายไป

วันนี้เธอเพียงเลือกฟังความกลัวก่อนมัน

“ป้าบอกว่าไม่ได้เขียน ฉันกลับถามว่าทำไมของถึงมากับป้า”

หานเงยหน้า

“เธอพูดต่อหน้าใครบ้าง”

เยว่ชิงบอกถึงลูกค้าสองคน ชื่อคนหนึ่งเธอมีอยู่ในใบนัด อีกคนไม่ได้ซื้อของจึงไม่รู้ชื่อ

“ถ้าพรุ่งนี้คนทั้งตรอกพูดว่าป้าหวงช่วยรับรองเงิน คนที่ได้ประโยชน์จากซองนี้ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ว่าป้าเขาทำจริง” หานพูด “เขาได้ให้เธอพูดแทนไปแล้ว”

เยว่ชิงหลับตา

ครั้งหนึ่งในชีวิตก่อน เธอเคยยืนอยู่ท่ามกลางคนที่ตัดสินเธอจากกระดาษที่เธอไม่ได้ทำ คนถือเอกสารพูดด้วยความแน่ใจยิ่งกว่าคนที่อยู่ในเหตุการณ์ แล้วความเงียบของเธอก็ถูกนับเป็นการยอมรับ

วันนี้เธอเกือบใช้วิธีเดียวกันกับคนที่เคยยอมเดินเป็นพยานให้

เธอเคยคิดว่าการรู้อนาคตจะทำให้ตนไม่พลาด

แต่ความรู้จากอีกชีวิตไม่ได้บอกว่าใครเขียนซองบนโต๊ะนี้ และไม่ให้สิทธิ์เธอเปิดซองที่มีชื่อคนอื่น

หานซิ่วทักท้วงก่อนเยว่ชิงเปิดซองเล็ก ทั้งสองเทียบกระดาษที่ถูกตัดหัวข้อกับสำเนาที่มีที่มาชัดเจน
หานซิ่วทักท้วงก่อนเยว่ชิงเปิดซองเล็ก ทั้งสองเทียบกระดาษที่ถูกตัดหัวข้อกับสำเนาที่มีที่มาชัดเจน

หานเสนอให้ไปถามป้าหวงเรื่องผู้ฝากของอย่างเดียวก่อน

เยว่ชิงดูข้อเท้าของตนแล้วส่ายหน้า เธอเดินตามไปถึงแผงขายของไม่ไหว และไม่อยากให้เพื่อนเอาคำขอโทษไปพูดแทน เธอจึงขอให้เด็กที่ร้านข้าง ๆ ช่วยนำข้อความสั้น ๆ ไปบอกว่าตนอยากคุยกับป้าหวง หากป้ายังอยู่และสะดวกจะกลับมา

เธอเขียนว่าเธอพูดเกินสิ่งที่รู้ ไม่ได้เขียนว่าป้าต้องกลับมาแก้ข้อสงสัยให้

เด็กกลับมาบอกว่าป้าปิดแผงไปส่งของอีกทางแล้ว ส่วนหญิงขายผักข้างแผงจำได้ว่ามีชายมาฝากซองกับป้าช่วงบ่าย หญิงขายผักไม่ได้รู้จักเขา ได้ยินเพียงเขาบอกว่าเจ้าของร้านหลินรอของ

นั่นเป็นคำที่เด็กนำกลับมาอีกทอดหนึ่ง

เยว่ชิงจดแยกไว้ ไม่เปลี่ยนให้กลายเป็นคำให้การที่ตนได้ฟังจากหญิงขายผักโดยตรง และไม่ใช้มันระบุตัวคนจากภาพจำของชายที่เคยมาซื้อนาฬิกาหรือข่มขู่ร้าน

“ป้ายังไม่ได้ตอบฉัน” เธอบอกหาน

“คนที่ถูกพูดใส่ต่อหน้าคนอื่นไม่จำเป็นต้องกลับมาในเวลาที่คนพูดสะดวก”

เยว่ชิงพยักหน้า

เธอวางซองใหญ่กับกระดาษที่ถูกตัดแยกลงบนถาดสะอาด เขียนวันเวลาได้รับไว้ในกระดาษของตน ไม่เติมคำว่าของโรงงานหรือชื่อเหวินเต๋อลงเป็นผู้ส่ง ส่วนซองเล็ก หานซิ่วขอให้เก็บปิดผนึกไว้ในถาดเดียวกันคืนนี้ และตกลงว่าจะมาคุยต่อก่อนตัดสินใจเปิดด้วยตัวเอง

เยว่ชิงรับปาก ไม่มีการแอบอ่านหลังเพื่อนกลับ

ชื่อผู้เขียนเอกสารล่อยังไม่ปรากฏ การเทียบข้อความช่วยให้เห็นช่องโหว่ แต่ยังไม่ใช่คำตอบว่าใครเป็นคนตัดกระดาษหรือส่งมันมา

ทว่าเรื่องหนึ่งไม่ต้องรอผลตรวจเพิ่มเติม

เธอไม่มีหลักฐานพอจะพูดกับป้าหวงเช่นนั้นตั้งแต่แรก

“พรุ่งนี้ฉันจะขอโทษป้าต่อหน้าคนที่ได้ยิน” เยว่ชิงพูด “ถ้าหาคนเลือกสายหนังไม่เจอ ฉันก็ต้องหาวิธีแก้คำที่พูดในร้าน ไม่ใช่หวังว่าเขาลืมไปเอง”

หานไม่ได้ยิ้มให้เหมือนเรื่องจบแล้ว

“แล้วถ้าป้ายังไม่อยากเป็นพยานให้เธออีกล่ะ”

คำถามนั้นเจ็บตรงที่เยว่ชิงหวังว่าจะยังรักษาทุกอย่างไว้ได้

เธอมองห่อเต้าหู้ซึ่งยังไม่ได้เปิด รอยเชือกกดบนใบไม้ลึกพอ ๆ กับเมื่อป้าหวงวางมันลงบนโต๊ะ

“ฉันก็ไม่มีสิทธิ์เอาคำขอโทษไปแลกคำให้การ”

หานเก็บห่ออาหารของตน เตือนให้เธอพักขา แล้วกลับไปก่อนค่ำสนิท เยว่ชิงปิดร้านช้าลงเล็กน้อยเพราะต้องนั่งพักระหว่างเก็บของ เธอแจ้งแม่เรื่องซองกับคำที่ตนพูดเมื่อแม่มารับ ไม่ขอให้แม่ไปปลอบป้าหวงแทน

แม่ฟังจนจบ แล้วถามเพียงว่า

“พรุ่งนี้เจ้าจะพูดประโยคไหนก่อน”

เยว่ชิงเคยร่างคำถามไว้มากมายเพื่อบังคับให้คนอื่นตอบ ในคืนนั้นเธอกลับต้องร่างคำพูดที่ไม่อาจวางเงื่อนไขให้ผู้ฟัง

บนกระดาษแผ่นใหม่ เธอเขียนชื่อป้าหวงไว้ก่อน

แล้วเขียนว่าข้าพูดผิด

เธอไม่เติมคำว่าเพราะไว้ข้างหลัง

กลับสารบัญนิยาย

นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI