ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · ตอนที่ 76
ตอนที่ 76 — ลังไม้ที่ส่งกลับเปล่า
หลินเยว่ชิงรู้สึกถึงความหนาของซองก่อนเห็นตรารับรองข้างใน
เย็นวันที่สิบสองเมษายน ปี 1979 ซองจากผู้เก็บเอกสารคลังโรงงานชิงเหอวางอยู่กับจดหมายจากแม่บนโต๊ะรับจดหมายของบ้านเช่า นางหยิบทั้งสองซองกลับห้อง วางกระเป๋างานแล้วเปิดของแม่ก่อน
แม่บอกว่าเดินออกมารับแดดหน้าประตูได้นานกว่าเมื่อเดือนก่อน แต่ยังเหนื่อยถ้ายืนคุยกับลูกค้าติดกันหลายคน ช่วงเช้าที่จัดคนมาช่วยใหม่นั้นใช้ได้ แม่ขอให้คงไว้ก่อน ไม่ต้องรีบลดเพียงเพราะไอเบาลงสองวัน
เยว่ชิงเขียนวันครบค่าช่วยงานงวดถัดไปไว้บนปฏิทินของตน
ประโยคของแม่ลงท้ายด้วยถามว่าห้องพักยังเปิดประตูยากหรือไม่
นางหัวเราะคนเดียว จดว่าจะตอบว่าต้องยกเหมือนเดิม และจะถามเจ้าของบ้านเรื่องวันซ่อมอีกครั้ง เรื่องซึ่งคนที่บ้านอยากรู้บางเรื่องเล็กกว่าคลังโรงงาน แต่ไม่ใช่เรื่องที่ควรวางไว้หลังแฟ้มตลอดไป
จากนั้นนางจึงเปิดซองหนา
คำตอบอ้างคำขอวันที่สามสิบเอ็ดมีนาคม และแจ้งว่าคัดเฉพาะรายการที่ต่อกันได้จากทะเบียนเที่ยวรถกับเลขอ้างใบคืนหีบห่อ ต้นฉบับยังอยู่กับคลัง ส่วนชื่อเต็มผู้รับปลายทางต้องตรวจจากทะเบียนผู้ปฏิบัติงานอีกชุด เพราะใบที่เก็บมีอักษรย่อและรอยหมึกจาง
เยว่ชิงวางกระดาษรับรองไว้ด้านบน
ใบแรกเป็นส่วนใบรับหีบห่อปลายทาง วันที่ยี่สิบแปดพฤศจิกายน ปี 1977 อ้างงานซ่อม 77–26 ตรงกับทะเบียนเที่ยวรถที่ได้รับก่อนหน้านี้
อีกแผ่นเป็นใบรับคืนหีบห่อในวันเดียวกัน
นางอ่านบรรทัดที่อยู่ข้างรายการลังไม้ช้า ๆ
คืนลังเปล่า
สองคำซึ่งนางไม่ได้เขียนลงในคำบอกเล่าคนขับเมื่อปลายเดือนก่อน ปรากฏอยู่บนสำเนาของรายการรับคืนแล้ว
ที่มาของสองคำนั้นคือผู้ลงรับคืนที่คลัง ไม่ใช่สายตาของเจิ้งซื่อเหิงซึ่งไม่เคยเปิดลังต่อหน้านาง
เยว่ชิงพลิกดูด้านหลังสำเนา ไม่มีของจริงให้จับ ไม่มีรอยตะปูจากลังปี 1977 อยู่ในห้องเช่านี้ มีเพียงผู้รับรองว่าคัดถ้อยคำจากใบใดและช่องใด
นางเขียนข้างคำจดเดิมว่าทะเบียนรับคืนระบุเปล่า ไม่ขีดทับคำเดิมให้ดูเหมือนคนขับเคยยืนยันมากกว่าที่เขาพูด

ใบแนบอีกสองแผ่นทำให้เธอหยุดดินสอ
ผู้เก็บเอกสารอธิบายว่าต้องแนบส่วนทะเบียนจ่ายออกกับส่วนตัดบัญชีของรายการเดียวกัน เพราะเลขอ้างใบคืนถูกบันทึกข้างช่องจ่ายหีบห่อ หากให้เฉพาะใบคืนจะเห็นปลายทางกลับ แต่ไม่เห็นว่าคลังผูกมันกับรายการใด
ทะเบียนจ่ายออกลงวันที่ยี่สิบแปดพฤศจิกายนเช่นกัน บรรทัดแผ่นยึดอ้างฉบับใช้งานวันที่ยี่สิบหก ระบุเหล็กธรรมดาไม่ชุบ พร้อมรหัสของที่จ่ายจากคลังและจำนวนที่ตรงกับใบสั่ง
ช่องราคาลงทะเบียนของชุดที่จ่ายต่ำกว่าราคาต่อชิ้นในใบสั่งเดิม ผู้เก็บระบุในคำรับรองว่าเป็นราคาที่ใช้กับรหัสของชุดนี้ในทะเบียนคลัง ไม่ใช่ราคาที่นางสอบถามจากร้านค้าคนละแห่งในปีถัดมา
ส่วนตัดบัญชีกลับอ้างราคาเต็มของรายการที่อนุมัติวันที่สิบแปด
หมายเหตุเขียนว่าตัดตามราคาใบสั่งเดิม
นางนำสำเนาใบสั่งที่ได้รับเมื่อเดือนมีนาคมออกมาวางข้างกัน ฉบับอนุมัติเดิมระบุเหล็กชุบแข็งตามแบบ ร–26 ฉบับใช้งานเปลี่ยนเป็นเหล็กธรรมดาไม่ชุบ ส่วนคลังจ่ายตามฉบับที่เปลี่ยนแล้ว แต่ตัดรายการเต็มตามราคาเดิม
จำนวนไม่ต่างกัน
คำวัสดุต่างกัน
ราคาที่นำไปตัดบัญชีไม่ได้เปลี่ยนตามคำวัสดุนั้น
เยว่ชิงกดปลายดินสอจนกระดาษเป็นจุดเข้ม ก่อนรู้ตัวและวางมันลง
ความโกรธมาถึงเร็วกว่าความเข้าใจครบทั้งแผ่น นางรู้จักความรู้สึกนี้ดี ครั้งหนึ่งความแน่ใจซึ่งพุ่งขึ้นมาก่อนอ่านขอบเขตได้พานางไปกล่าวหาคนต่อหน้าผู้อื่น และต้องกลับไปขอโทษโดยไม่อาจเก็บคำพูดทุกคำคืน
วันนี้นางมีหลักฐานมากกว่าวันนั้น จึงยิ่งไม่มีเหตุให้ใช้มันอย่างหยาบกว่าเดิม
นางดึงกระดาษว่างมาวาง จดว่ามีการเบิกตัดบัญชีเต็มราคาของรายการอนุมัติเดิม ขณะที่ทะเบียนจ่ายระบุวัสดุอีกชนิด
แล้วหยุดก่อนเขียนว่าเงินส่วนต่างเข้ากระเป๋าใคร
ส่วนตัดบัญชีไม่ใช่ใบจ่ายเงินสดถึงผู้ขาย ไม่มีบัญชีรับเงินส่วนตัวอยู่ในซอง ราคาลงทะเบียนของชุดที่จ่ายต่ำกว่าเดิมก็จริง แต่ที่มาของราคานั้นกับเงินที่จ่ายซื้อจริงยังต้องตรวจจากรายการรับเข้าและเอกสารของชุดนั้น
แต่ความต่างที่เห็นก็ไม่ได้หายไปเพราะยังไม่มีชื่อคนรับเงิน
นางวาดกรอบล้อมเลขอ้างร่วมของทั้งสี่แผ่น แล้วจดคำถามว่าเหตุใดจ่ายของตามข้อกำหนดใหม่ แต่ตัดบัญชีตามรายการเต็มเดิม
ครั้งนี้คำถามไม่ได้เริ่มจากข่าวในตลาดหรือความฝันจากชีวิตก่อน มันเริ่มจากแถวของที่คลังจ่ายกับแถวราคาที่คลังใช้เอง
เยว่ชิงเก็บเอกสารกลับในห่อก่อนนอน
ความทรงจำวัยเด็กผุดขึ้นโดยไม่เรียก นางเห็นพ่อยกฝาลังของลูกค้าขึ้นเช็ดผงไม้จากริมฝา ก่อนเรียกเด็กหญิงมาดูว่ามีอะไรอยู่ข้างใน
เขาไม่เคยยอมให้นางรับค่าของครบจำนวนก่อนนับของจริง
ความทรงจำนั้นอุ่นและเจ็บพอกัน นางปล่อยให้มันเป็นความทรงจำ ไม่เขียนลงข้างทะเบียนโรงงานเพื่อใช้แทนสิ่งที่พ่อไม่เคยอยู่ตรงนั้นเล่าให้ฟัง
เช้าวันที่สิบสาม งานของนางมีชุดชิ้นงานต้องเทียบจุดอ้างอิงซ้ำ
เยว่ชิงวางห่อสำเนาไว้ในห้องพัก ไม่พาใบคืนมาแทรกใต้สมุดงานของหน่วย นางเขียนค่าที่อ่านจริง ลงชื่อในช่องงานของตน และส่งต่อส่วนที่ถึงคนรับผิดชอบตามเดิม
ตอนพักกลางวัน นางจึงเขียนคำขอเวลาให้เหมิงหลัน
ข้อความบอกว่ามีทะเบียนจ่ายซึ่งระบุวัสดุ และส่วนตัดบัญชีที่ต้องอ่านชื่อช่องให้ถูก ขอให้ช่วยดูเฉพาะข้อกำหนดกับการจับคู่เอกสาร ไม่ขอให้นางรับรองราคาของผู้ขายหรือรับผิดชอบข้อกล่าวหาต่อคนในชิงเหอ
เหมิงหลันตอบว่าว่างหลังงานวันที่สิบสี่ได้ครึ่งชั่วโมง
“นำคำอธิบายของผู้เก็บมาด้วย” นางบอก “ข้าไม่อยากให้กระดาษหลุดจากประโยคที่บอกว่าเขาคัดอะไรมาให้”
เยว่ชิงรับคำ
ส่วนทะเบียนจ่ายกับราคาเป็นเรื่องที่ขอจากแหล่งเก็บเอกสารในขอบเขตการตรวจใบสั่ง นางไม่ได้พาเรื่องบาดเจ็บส่วนตัวของจิ้งโจวหรือคำกลัวของแม่ไปขยายให้คนช่วยอ่านต้องรู้ทุกอย่าง
ก่อนถึงวันนัด นางเปิดจดหมายอีกฉบับที่มาถึงในเย็นวันที่สิบสาม
เจิ้งซื่อเหิงส่งข้อความซึ่งนางจดจากการคุยกลับมา เขาแก้ตำแหน่งจอดจากลานในเป็นจุดลงของหน้าประตูข้าง และเขียนย้ำว่าไม่เห็นเปิดลังที่ส่งไป และไม่เคยรับรองว่าในลังคืนไม่มีของทุกใบ
ท้ายหน้าเขาลงชื่อรับว่าข้อความส่วนที่แก้แล้วตรงกับสิ่งที่ตนบอก แต่จำกัดให้ใช้ประกอบการค้นใบรับกับใบคืนตามที่คุยกัน หากจะยื่นเป็นคำชี้แจงในกระบวนการอื่นให้ติดต่อเขาก่อน
เยว่ชิงใส่วันที่รับจดหมายลงในสมุด
ผู้เก็บเอกสารระบุว่าลังเปล่า ส่วนคนขับยังบอกว่าไม่รู้เนื้อหา ทั้งสองคำตอบอยู่ร่วมกันได้ เพราะแต่ละคนทำหน้าที่และเห็นคนละช่วงของทาง
นางไม่ส่งทะเบียนใหม่ไปบังคับให้เขาแก้ความทรงจำเป็นเห็นลังเปล่า
วันที่สิบสี่เมษายน หลังงานจบ เหมิงหลันดึงเก้าอี้ให้นางนั่งที่โต๊ะอ่านซึ่งตกลงกันไว้
บนโต๊ะมีเพียงสำเนารายการที่เกี่ยวกับของกับคำอธิบายของผู้เก็บ กระดาษส่วนตัวที่คนขับลงชื่อไม่ได้ถูกวางให้ดู เพราะการอ่านข้อกำหนดครั้งนี้ไม่ต้องใช้มัน
เหมิงหลันอ่านหัวช่องก่อนอ่านจำนวน
“บรรทัดนี้เป็นของจ่ายจากคลัง” นางแตะด้วยปลายดินสอ “อีกแผ่นเป็นมูลค่าที่ตัดในบัญชี ถ้าเรียกทั้งหมดว่าใบเสร็จซื้อของจะข้ามไปหนึ่งขั้น”
นางวงช่องราคาลงทะเบียนที่ต่ำกว่า กับช่องตัดราคาเต็มเดิมคนละกรอบ ให้เยว่ชิงมองเห็นว่าความต่างอยู่บนกระดาษสองหน้าที่ผูกกับของรายการเดียวกัน
เยว่ชิงขีดคำใบเสร็จซึ่งเขียนไว้ในร่างคำถามออก ให้คำเดิมยังเห็นอยู่
“แล้วมันพอบอกอะไรได้”
“พอบอกว่าสองส่วนผูกกับรายการเดียวกัน ตามคำรับรองผู้เก็บ และใช้ข้อกำหนดกับราคาอ้างที่ต่างทางกัน ข้าอ่านช่องให้เจ้าได้ แต่ตรวจเงินที่จ่ายถึงผู้ขายไม่ได้จากชุดนี้”
“ส่วนเหล็กธรรมดาที่จ่ายแทนล่ะ”
เหมิงหลันเลื่อนฉบับใช้งานเข้าหาทะเบียนจ่าย
“คำที่คลังใช้ตรงกับฉบับเปลี่ยนข้อกำหนด ถ้าเขาบันทึกตรงกับที่จ่ายจริง ของที่ออกก็ไม่ใช่ตามคำในฉบับอนุมัติเดิม แต่จะยืนยันสภาพของจริงทุกชิ้นต้องมีผลตรวจหรือของให้ตรวจ ไม่ใช่ให้ข้าแตะชื่อวัสดุแล้วรับรองแทนเครื่องมือ”
เยว่ชิงพยักหน้า
เหมิงหลันไม่ได้ลดน้ำหนักของกระดาษ นางเพียงไม่ใส่น้ำหนักส่วนที่ไม่ได้อ่านเพิ่มลงไป

ทั้งสองวางใบอนุมัติ ใบใช้งาน ทะเบียนจ่าย และส่วนตัดบัญชีเรียงตามหน้าที่ของมัน ไม่เรียงใหม่ให้ราคาเดิมดูเหมือนเป็นการอนุมัติวัสดุใหม่
“ยังต้องมีสิ่งใดอธิบายราคานี้ได้อีก” เยว่ชิงถาม
“รายการรับเข้าของชุดที่จ่าย วิธีตั้งราคาในบัญชี และการอนุญาตใช้แทนที่เจ้าขอค้างอยู่ ถ้ามีเหตุให้คิดราคาเดิม เขาควรชี้เอกสาร ไม่ใช่ให้เราคิดเหตุผลให้เอง”
นางหยุดแล้วชี้ใบคืน
“ส่วนลังคืนเปล่าไม่ได้แปลว่าของที่จ่ายมาถึงแล้วใช้ครบตามจำนวน มันบอกว่าคลังลงรับหีบห่อกลับอย่างไร ของอาจถูกนำออกที่ปลายทาง ต้องดูใบรับของและการจ่ายหน้างานต่อ”
เยว่ชิงมองกรอบที่ตนวาดเมื่อคืน
นางเห็นภาพที่ชัดขึ้น ไม่ใช่ภาพรถขนโลหะออกมาให้เห็นทุกชิ้น แต่เป็นทางซึ่งสิ่งบรรจุถูกแยกออกจากหีบห่อ แล้วมูลค่ายังคงเดินไปตามรายการเดิม
ข้อกำหนดใหม่เดินไปถึงช่องจ่ายของ
ราคาเต็มเดิมเดินไปถึงช่องตัดบัญชี
ลังถูกลงรับคืนว่าเปล่า
ยังไม่มีเอกสารอนุญาตเปลี่ยนข้อกำหนดมารับความต่างนั้นในชุดที่ส่งให้
นางจดคำสี่ประโยคโดยไม่ลากลูกศรจากมันไปที่ชื่อหม่าจื้อเฉิงทันที
ชื่อของหัวหน้าชุดตรวจงานอยู่ในช่องผู้ตรวจงานของใบอนุมัติเดิม ส่วนผู้แก้ฉบับใช้งาน ผู้สั่งให้คลังจ่ายตามนั้น และผู้รับรองวิธีตัดบัญชีต้องค้นจากช่องที่เป็นหน้าที่ของแต่ละคน
“ข้าไม่อยากให้คำถามนี้กลายเป็นว่าใครเคยอยู่โรงงานก็ต้องตอบทุกอย่าง” เยว่ชิงบอก
“อย่างนั้นถามหาช่องที่เขาทำ” เหมิงหลันตอบ “และให้เขาชี้ส่วนที่เขาไม่ได้ทำด้วย”
หมดครึ่งชั่วโมงพอดี เหมิงหลันเก็บดินสอ เยว่ชิงขอบคุณและเก็บสำเนา ไม่ฝากไว้เหมือนงานใหม่ที่เพื่อนร่วมงานต้องทำต่อจนค่ำ
คืนนั้นนางเขียนถึงผู้เก็บเอกสารคลังอีกครั้ง
คำถามแรกขอรายการรับเข้าของชุดวัสดุที่อ้างในทะเบียนจ่าย และส่วนตั้งราคาซึ่งเปิดเผยได้ เพื่อเทียบกับมูลค่าที่ตัดตามใบสั่งเดิม
คำถามถัดไปขอส่วนอนุญาตเปลี่ยนวัสดุ เหตุผลใช้ราคาเดิม และชื่อหน้าที่ของผู้ลงรับรองในช่องจ่ายกับช่องตัดบัญชี โดยให้ค้นจากต้นฉบับหรือทะเบียนชื่อที่เกี่ยวข้อง ไม่ขอให้เจ้าหน้าที่คาดชื่อจากหมึกจาง
ท้ายจดหมาย นางขอทราบว่าหากคำอธิบายต้องมาจากหัวหน้าคลังผู้เก็บสมุดในช่วงนั้น ควรติดต่อผ่านที่ใด และต้องเตรียมส่วนคำถามอย่างไร
นางยังไม่รู้ว่าเขาจะยอมพูดหรือไม่
แต่ความเงียบของแฟ้มไม่ควรถูกทำให้ดูเหมือนเป็นคำอธิบายว่าราคาเต็มกับวัสดุอีกชนิดตรงกันโดยไม่มีเหตุ
เยว่ชิงหยิบจดหมายของแม่มาอ่านอีกครั้งก่อนปิดไฟ
นางเติมคำตอบเรื่องประตูห้อง กับวันส่งค่าช่วยงานที่จดไว้ และบอกว่าเสื้อที่แม่เย็บขอบให้ยังใช้อยู่ ใต้เรื่องธรรมดาเหล่านั้น นางไม่ได้เขียนว่าพบคนทำให้พ่อตายแล้ว
หลักฐานใหม่ทำให้เห็นการเบิกตัดเต็มราคาเดิมและการจ่ายของตามข้อกำหนดซึ่งลดลงชัดกว่าเมื่อมีเพียงใบสั่งสองฉบับ แต่ยังไม่ทำให้คืนวันที่สิบหกมกราคมมีพยานที่รู้ทุกขั้นตอนขึ้นมาเอง
นางพับซองถึงแม่แยกจากซองถึงคลัง
เช้าวันที่สิบห้า ทั้งสองซองถูกส่งก่อนเข้าทำงาน ใบรับถูกเก็บตามเรื่องของมัน
ช่วงเย็น จิ้งโจวมาพบตามเวลาที่นางแจ้งไว้ล่วงหน้า เขาอ่านส่วนคำถามซึ่งเกี่ยวกับงานซ่อมของตนตามที่นางขอ ไม่ต้องอ่านจดหมายของแม่เพื่อร่วมรับภาระทั้งบ้าน
“ตอนนี้ยังเรียกว่าลังเปล่าจากคำของคนขับหรือไม่” เขาถาม
“จากใบรับคืนของคลัง” นางตอบ “คนขับยังบอกว่าไม่เห็นข้างในเหมือนเดิม”
เขาพยักหน้าช้า ๆ
“ดีที่เจ้าเก็บคำเดิมของเขาไว้”

นางมองมือของเขาที่วางบนขอบโต๊ะ มือนั้นเคยพยายามจับฝาครอบให้อยู่กับที่ในงานซึ่งตนบอกว่าไม่แน่น ความเจ็บของเขาเป็นของจริง แม้วันนี้ยังมีช่องที่กระดาษไม่ตอบว่าแผ่นยึดชุดใดอยู่ตรงนั้น
เยว่ชิงไม่ได้ขอให้เขาจำภาพเพิ่มเพื่อทำให้คำในสำเนาแข็งแรงขึ้น
“ท่านเหนื่อยหรือไม่” นางถาม
“วันนี้พอสมควร”
ทั้งสองจึงหยุดอ่าน ไปกินข้าวก่อนร้านปิด ไม่รอจนความรักต้องพิสูจน์ตัวเองด้วยการอดอาหารข้างแฟ้ม
คืนนั้นเยว่ชิงกลับถึงห้อง ดึงกล่องเครื่องมือออกมาเพื่อเช็ดสิ่งที่ใช้ในงานวันรุ่งขึ้น นางเปิดฝา เห็นของของตนอยู่ในช่องตามที่วางไว้ และนับก่อนปิด
ลังเก่าที่โรงงานส่งกลับไม่ได้อยู่ตรงนี้
ของข้างในมันเคยไปถึงมือใคร ใช้ที่ใด และเหตุใดบัญชีจึงยังถือราคาเต็ม เป็นเรื่องที่คนเก็บสมุดต้องชี้ต่อจากหน้าเดิมของเขา
นางดับไฟด้วยความรู้สึกว่าเส้นทางไม่ได้หยุดเพียงเพราะลังกลับเปล่า
บางสิ่งออกจากลังไปแล้ว
สิ่งที่นางต้องตามต่อคือคนที่รู้ว่ามันออกไปตามคำสั่งของใคร
นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI
