ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · ตอนที่ 44
ตอนที่ 44 — เก้าอี้ว่างในห้องตรวจ
คนหลังโต๊ะรับเรื่องกลับมาพร้อมกระดาษสองแผ่นในช่วงที่เยว่ชิงเพิ่งยกถุงเอกสารให้พ้นทางคนเดิน
“เรื่องชุดที่ส่งจากชิงเหอมีรายการรับเข้าแล้ว” หล่อนบอก “แต่คนที่เคยตรวจชุดงานคลังไม่ได้อยู่ห้องนั้นแล้ว”
เยว่ชิงมองผ่านประตูไปยังเก้าอี้ว่าง ไม่ลุกเดินเข้าไปเพียงเพราะได้ยินว่ามีเอกสารอยู่ข้างใน
เจ้าหน้าที่หญิงวัยสามสิบแปดมีใบหน้าเหลี่ยมมน ผมดำตัดระดับกราม เสื้อทำงานสีถ่านคลุมเสื้ออ่อน หล่อนเป็นคนรับเรื่องที่โต๊ะนี้ ไม่ใช่ผู้ตรวจเครื่องในเดือนมกราคม
“ย้ายไปเมื่อไรคะ แล้วใครรับหน้าที่ต่อ”
หล่อนบอกชื่อหวังซื่อเฉิง ผู้เคยตรวจรายการงานคลังก่อนมาดูชุดเก่าที่เหอผิง แล้วเปิดส่วนที่อนุญาตให้ดูในรายการส่งต่อหน้าที่ หนังสือแจ้งลงวันที่สิบสามพฤษภาคม ให้ไปปฏิบัติงานฝ่ายตรวจวัสดุที่เมืองอันโจวตั้งแต่วันที่สิบสี่
เยว่ชิงจดชื่อกับวันอย่างช้า ๆ
“หนังสือนี้บอกเหตุผลการย้ายหรือไม่”
“ส่วนที่เปิดให้ดูเป็นการแจ้งหน้าที่กับวันเริ่มงาน ไม่ได้บอกเหตุเกี่ยวกับเรื่องที่คุณถาม”
การย้ายเกิดหลังชุดเอกสารถูกส่งออกจากชิงเหอ แต่วันที่อยู่ใกล้กันไม่ได้บอกว่าใครย้ายเขาเพื่อให้คนมาตามไม่พบ เยว่ชิงเก็บความรู้สึกนั้นไว้เป็นคำถาม ไม่ขีดเส้นรวมสองรายการให้กลายเป็นคำตอบ
“ฉันขอทราบทางยื่นคำถามถึงเขา กับผู้รับผิดชอบค้นสมุดแทนค่ะ”
หญิงรับเรื่องบอกว่าการค้นชุดเก่าในศูนย์ดำเนินได้โดยฝ่ายเอกสาร ไม่ต้องรอหวังกลับมานั่งเก้าอี้เดิม ส่วนคำถามเกี่ยวกับสิ่งที่เขาตรวจ ต้องแยกส่งถึงหน่วยงานใหม่ตามหน้าที่ ไม่ให้คนรับเรื่องวันนี้ตอบแทนความจำของเขา

จากนั้นหล่อนให้เยว่ชิงดูรายการรับเข้าของศูนย์
ชื่อทะเบียนงานซ่อมและเปลี่ยนชุดส่งกำลัง มกราคมถึงเมษายน ปีหนึ่งพันเก้าร้อยเจ็ดสิบแปดตรงกับคำคัดจากชิงเหอ ลักษณะปกผ้าสีน้ำเงินหนึ่งเล่มตรงกับบัญชีส่ง และลงรับวันที่สิบสองพฤษภาคม
เยว่ชิงเทียบข้อมูลที่มีโดยไม่หยิบเพียงคำว่าปกน้ำเงินขึ้นมายืนยัน
“นี่เป็นชุดที่ฉันขอค้นค่ะ ขออ่านส่วนซึ่งอ้างงานตรวจวันที่สิบห้ามกราคมกับบันทึกภายหลังวันที่สิบแปดได้ไหม”
หล่อนตรวจหนังสือกับหน้าขอบเขตคำขอ ก่อนบอกว่าจะจัดส่วนเกี่ยวข้องให้อ่านหลังพักกลางวันที่โต๊ะซึ่งมีเจ้าหน้าที่ดูแล ไม่ได้ให้ยืมเล่มกลับไปหรือเปิดอ่านรายการของคนอื่นทั้งหมด
เยว่ชิงรับเวลานั้นไว้ ระหว่างรอนางไปกินข้าวและถามที่พักใกล้สถานี ราคาห้องทำให้ต้องดูเงินที่กันไว้สำหรับขากลับอีกครั้ง นางเลือกที่พักธรรมดาซึ่งมีโต๊ะพอวางสมุดและยืนยันค่าพักหนึ่งคืนก่อนจ่าย
นางไม่ได้อยู่เหอผิงเพื่อให้การเดินทางดูคุ้มด้วยการใช้เงินที่เหลือจนหมด
เมื่อกลับเข้าศูนย์หลังพัก เจ้าหน้าที่หญิงคนเดิมนำสมุดปกผ้าน้ำเงินมาวางบนโต๊ะอ่าน
มันมีรอยสึกที่สันและมุม ไม่ใช่สมุดที่นางได้เห็นเปิดอยู่ในห่อวันที่สิบสี่เมษายน เพราะวันนั้นนางไม่ได้อยู่ด้วย และชิวอิงก็ไม่ได้เปิดห่อให้ดู
เยว่ชิงเปิดสมุดของตนสำหรับคัด หยิบดินสอ และรอให้เจ้าหน้าที่ชี้ส่วนที่อ่านได้
รายการงานวันที่สิบห้ามกราคมอ้างใบงานในห้องซ่อม ส่วนบันทึกภายหลังวันที่สิบแปดอ้างเอกสารประกอบอีกชุด มีช่องสำหรับติดตามผลและหมายเหตุให้ค้นแฟ้มแนบ
นางยังไม่ได้เห็นใบงานเต็มหรือบันทึกต้นฉบับของฝ่ายโรงงานจากแถวทะเบียนเหล่านี้ แต่ได้ทางอ้างที่ชัดกว่าการถามว่ามีสมุดสีใดอยู่บนชั้น
“แฟ้มแนบส่งมาพร้อมเล่มนี้หรือคะ”
หญิงรับเรื่องตรวจรายการของที่รับมา ก่อนส่ายหน้า
“ในชุดนี้มีเล่มทะเบียน ไม่มีแฟ้มที่แถวนั้นอ้าง ต้องดูบัญชีแยกเก็บ”
เยว่ชิงหยุดคัด ตรงที่นางหวังว่าจะพบแผ่นต่อไปมีทางแยกอีกครั้ง
เจ้าหน้าที่นำทะเบียนการแยกชุดมาเปิดเทียบ แถวที่เกี่ยวกับแฟ้มประกอบงานตรวจมีข้อความให้เก็บแยกเป็นแฟ้มประกอบการจัดซื้อ อ้างหนังสือจากฝ่ายจัดซื้อซึ่งลงวันที่สิบเก้ามกราคม
ถัดจากชื่อฝ่าย มีชื่อคนหนึ่งซึ่งเยว่ชิงยังไม่เคยได้ยิน
เฉียวหง
นางอ่านออกเสียงช้า ๆ เพื่อให้คนตรงข้ามแก้หากอ่านผิด
“ชื่อนี้เป็นผู้รับแฟ้มหรือคะ”
“เป็นชื่อที่อ้างในหนังสือจากฝ่ายจัดซื้อ หัวหน้าฝ่ายชื่อเฉียวหง” เจ้าหน้าที่ตอบ “แถวนี้ไม่ได้เป็นใบลงรับซึ่งเขารับด้วยมือตนเอง”

นางจดทั้งคำตอบ ไม่คัดเพียงชื่อหัวหน้าฝ่ายแล้วเขียนว่าเป็นคนซ่อนเอกสารลงข้าง ๆ
“ขออ่านหนังสือวันที่สิบเก้าได้ไหมคะ”
“ยังไม่ได้อยู่ในชุดที่จัดให้วันนี้ ต้องยื่นขอค้นแยก ฉันให้ดูทางอ้างเพื่อระบุคำขอได้”
เยว่ชิงมองช่องรายการอีกครั้ง วันที่สิบเก้าอยู่หลังพ่อเสียชีวิตสองวัน หลังหลิวจดว่าชุดด้านขวาต่างจากสภาพเมื่อวันที่สิบห้าเพียงวันเดียว แต่มันยังไม่ได้แสดงว่าคำสั่งแยกแฟ้มเกิดเพื่อปิดบันทึกของหลิว หรือเป็นขั้นตอนอื่นที่ต้องอ่านหนังสือเต็มจึงจะรู้
“ตอนส่งแฟ้มไป มีใบรับปลายทางหรือไม่”
“ต้องค้นจากชุดรับส่ง ไม่ใช่สรุปจากชื่อฝ่ายในช่องนี้”
ชื่อเฉียวหงจึงไม่ได้ทำให้ช่องว่างหายไป มันทำให้รู้ว่าควรถามช่องว่างนั้นถึงส่วนใด
เยว่ชิงคัดเลขอ้างตามที่อ่านได้ในทะเบียนโดยไม่เอ่ยเติมส่วนที่จาง แล้วอ่านกลับให้เจ้าหน้าที่ตรวจเทียบ ชื่อชุดที่ขอสำเนากับหน้ารายการถูกจดไว้ครบ นางยื่นคำขอสำเนารับรองเฉพาะส่วนเกี่ยวข้องและขอค้นหนังสือแยกแฟ้มวันที่สิบเก้า พร้อมใบส่งและใบรับแฟ้มประกอบ
เจ้าหน้าที่รับคำขอเพิ่มให้ ไม่ออกคำตอบว่าแฟ้มถูกทำลายหรืออยู่ในห้องเฉียวหงแน่นอนเพราะวันนี้ยังค้นไม่ถึง
“ถ้าพรุ่งนี้กลับมาช่วงเช้า เราตรวจได้ว่ามีชุดรับส่งไหนเปิดตามคำขอนี้ได้” หล่อนบอก “สำเนารับรองอาจยังไม่เสร็จ ไม่อยากให้คุณนั่งรอโดยคิดว่าได้วันนี้แล้ว”
เยว่ชิงขอเวลามาที่แน่นอนสำหรับการตามสถานะ เจ้าหน้าที่ให้ช่วงเริ่มรับเรื่องเช้าวันที่ยี่สิบเอ็ดตามหน้าที่ของโต๊ะนี้ ไม่ใช่นัดพบเฉียวหงหรือหวังซื่อเฉิง
ก่อนปิดสมุด นางถามวิธีส่งคำถามถึงหวังที่เมืองอันโจว และระบุว่าจะถามสิ่งที่เขาเคยตรวจ ไม่เขียนนำให้เขารับรองว่าเฉียวหงทำสิ่งใดแล้ว
หญิงรับเรื่องให้ทางติดต่อฝ่ายตรวจวัสดุตามรายการหน้าที่ ย้ำว่าที่นี่ไม่ได้นัดให้เขาพบในวันใด เยว่ชิงจดไว้เป็นทางตามต่อ ยังไม่ได้ส่งจดหมายไปในช่วงที่นั่งอยู่โต๊ะอ่าน
เจ้าหน้าที่ปิดสมุดปกน้ำเงินและเก็บกลับชั้นที่ดูแล ส่วนเยว่ชิงเก็บเพียงคำคัดของตนกับใบรับคำขอ ไม่มีหน้าถูกฉีกออกไป ไม่มีต้นฉบับใหม่ซ่อนในถุง
เย็นนั้นนางกลับที่พัก เปิดสมุดบนโต๊ะซึ่งมีแสงจากหน้าต่างพอให้อ่าน
ชื่อเฉียวหงอยู่ในหน้าที่เขียนวันนี้ นางยังไม่รู้รูปร่าง หน้าตา หรือคำพูดของเขา รู้เพียงตำแหน่งซึ่งเจ้าหน้าที่อธิบายกับทางอ้างในทะเบียนที่ได้ดู
เยว่ชิงพลิกไปหน้าซึ่งจดวันที่พ่อเสียชีวิต แล้วกลับมาอ่านวันที่สิบเก้ามกราคมอีกครั้ง
ถ้าใบตรวจถูกแยกออกจากทะเบียน ใครที่อ่านเพียงเล่มหลักอาจเห็นงานเดียวกันโดยไม่มีคำท้วงตามมา แต่จะเป็นการจัดเก็บปกติ การทำงานที่ผิดพลาด หรือความตั้งใจอย่างใด ต้องตามหนังสือและเส้นทางจริง ไม่ใช่ให้ความกลัวเขียนคำตอบ
นางเพิ่มคำถามสำหรับพรุ่งนี้ ชุดรับส่งแฟ้มอ้างหนังสือใด ใครลงรับ และรายการคัดจากเล่มหลักเคยแนบใบตรวจครบหรือไม่
จากนั้นตรวจเงินที่เหลือและเวลาเที่ยวกลับซึ่งถามไว้ พรุ่งนี้เช้าควรใช้ตามสถานะในศูนย์ก่อน หากสำเนายังต้องรอ นางจะขอทางรับภายหลัง ไม่อยู่เกินวันที่เผื่อไว้เพราะคิดว่าการกลับมือว่างแปลว่าล้มเหลว
นางไม่ได้มือว่าง
วันนี้ยืนยันทางรับสมุดที่เหอผิง ได้อ่านส่วนเกี่ยวข้องจริง และพบว่าทางของแฟ้มประกอบแยกไปอีกฝ่าย ส่วนคำถามถึงคนที่เคยตรวจต้องไปตามหน่วยงานใหม่
เก้าอี้ว่างในห้องตรวจไม่ใช่จุดจบของเรื่อง แต่มันทำให้นางต้องถามว่าใครรับหน้าที่ต่อ และอย่าปล่อยให้เอกสารซึ่งยังมีที่มาเหลือเพียงคำว่าเจ้าของเรื่องไม่อยู่แล้ว
เยว่ชิงปิดสมุดก่อนแสงหมด กินข้าวเย็นแล้วพักเท้าไว้ให้พรุ่งนี้ยังเดินได้
ชื่อที่เพิ่งรู้จะไม่หายไปจากกระดาษในคืนนี้ และนางไม่จำเป็นต้องเอาเวลานอนทั้งหมดไปนั่งมองมันเพื่อทำให้มันมีความสำคัญมากขึ้น
นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI
