ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · ตอนที่ 40
ตอนที่ 40 — ประตูที่เปิดเพียงครึ่ง
กระดาษในมือชิวอิงบางจนเห็นเงานิ้วผ่านด้านที่ไม่มีข้อความ
หล่อนยืนข้างโต๊ะอยู่นาน ก่อนนั่งกลับลงบนเก้าอี้ซึ่งเพิ่งขยับออก เยว่ชิงไม่เอื้อมไปหยิบ และไม่ยกเงินเพิ่มจากลิ้นชักเพื่อทำให้มือที่ลังเลนั้นคลายออก
ค่าจ้างเย็บผ้าสิบสองผืนในบ่ายวันที่สิบหกพฤษภาคมจ่ายเสร็จแล้ว เรื่องบนกระดาษเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
“ให้เจ้าดูก่อน” ชิวอิงพูด “แล้วอย่าเพิ่งเอาไปให้ใครอ่านโดยไม่ถามข้า”
“ได้ค่ะ วันนี้ฉันอ่านกับพี่ก่อน หากต้องใช้ตามเอกสาร จะคุยว่าจะใช้ข้อความกับชื่อพี่อย่างไร”
ญาติผู้พี่เลื่อนกระดาษมาตรงกลางโต๊ะ แต่ยังวางนิ้วกดมุมไว้ เยว่ชิงรอจนหล่อนปล่อยมือ จึงรับมันมาเปิดตามรอยพับเดิม
แผ่นเล็กมีรอยพับสองทบ มุมหนึ่งนิ่มจากการอยู่ในกระเป๋า ด้านหน้ามีข้อความเขียนไม่กี่บรรทัด ด้านหลังเป็นรายการของใช้ซึ่งเขียนต่างแนวกัน ไม่มีหัวหนังสือ ไม่มีตรารับรอง ไม่มีวันที่หรือชื่อผู้รับเต็ม ๆ
ข้อความด้านหน้าบอกให้ฝากสมุดปกน้ำเงินไว้ที่ห้องเอกสารเก่า และอย่าวางรวมกับรายการรับเงิน
เยว่ชิงอ่านอีกครั้ง คำว่าสมุดทำให้ใจเต้นแรงกว่าที่นางอยากให้ชิวอิงเห็น แต่บนแผ่นนี้ยังไม่มีคำว่าร้านหลิน ไม่มีชื่อพ่อ ไม่มีจำนวนสามพัน หรือเลขที่ช่วยบอกว่าเป็นสมุดชุดใด
“พี่ได้มาจากไหน”
“เหวินเต๋อให้”
“ให้กระดาษใบนี้หรือให้ห่อของที่มีกระดาษติดอยู่”
ชิวอิงเงยหน้าขึ้นเหมือนจะถามว่าต่างกันอย่างไร แล้วมองรอยพับ
“ให้พร้อมห่อของ ห่อแบน ๆ ข้าคิดว่าเป็นกระดาษข้างใน แต่ไม่ได้เปิด เขาให้เอาไปส่ง”
“เมื่อไรคะ”
“สิบสี่เมษายน วันนั้นข้าออกไปซื้อของก่อน”
เยว่ชิงเลื่อนสมุดเปล่าของตนมาใกล้ แต่ไม่เริ่มเขียนทันที
“วันที่นี้พี่จำจากอะไร”
หล่อนชี้ด้านหลังของแผ่นเล็ก “รายการที่ข้าเขียน ซื้อของวันนั้น แม่ให้ไปเอาผ้าด้วย ข้ากลับไปดูรายการในบ้านหลังจากเขาไม่ยอมช่วยเมื่อวาน เลยจำวันได้อีกที แต่ข้าไม่ได้จดชั่วโมงไว้”
นี่เป็นคำบอกของชิวอิงเกี่ยวกับวันที่ ไม่ใช่วันที่ซึ่งปรากฏอยู่บนเอกสาร เยว่ชิงขอจดแยกตามนั้น

“พี่เห็นเขาเขียนด้านหน้าหรือไม่”
“ไม่ เขายื่นมาแล้ว”
“พี่บอกว่าเป็นของเขา เพราะรับจากมือเขา ไม่ได้เห็นว่าเขาเป็นคนเขียน”
ชิวอิงพยักหน้าช้า ๆ ริมฝีปากเม้มแน่นขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่ได้ดึงกระดาษกลับ
“ข้าเคยเห็นลายมือเขา”
“ฉันก็เคยค่ะ เราเก็บความเห็นนั้นไว้ได้ แต่ยังไม่ใช่การรับรองว่าใครเขียน”
เยว่ชิงไม่เอาลายมือที่คุ้นจากจดหมายในชีวิตก่อนมาวางแทนสิ่งที่ต้องตรวจในชีวิตนี้ นางจำความมั่นใจของตนตอนอ่านคำของเหวินเต๋อเมื่อหลายปีก่อนได้ดีเกินไป คำที่คุ้นเคยเคยทำให้นางเลิกถามสิ่งที่ควรถาม
ชิวอิงยกถ้วยน้ำซึ่งเย็นแล้วขึ้นดื่ม ก่อนเล่าว่ามีคนแก่รับห่อของใกล้คลังฝั่งประตูบริการ นางไม่รู้ชื่อ เขารับไปและให้ไปต่อ ไม่ได้ออกใบรับของให้
“คลังไหน ห้องที่พี่เข้าไปหรือข้างนอก”
“ข้างนอก ข้าไม่ได้เข้าห้อง”
“แล้วห้องเอกสารเก่าอยู่ที่ใด พี่รู้จากอะไร”
“ข้ารู้จากคำบนกระดาษ ไม่ได้เดินตามไปดู”
ข้อความเริ่มแยกออกเป็นสิ่งที่เห็นจริงกับสิ่งที่เคยคิดว่ารู้ ชิวอิงมองสมุดที่เยว่ชิงยังไม่เขียน แล้วถามด้วยเสียงอ่อนลง
“อย่างนี้เจ้าก็จะว่าไม่รู้อะไรเลยใช่ไหม”
“ไม่ค่ะ พี่รู้ว่ารับห่อจากใครและส่งที่ไหน ถ้าพี่จำทางได้ เราตรวจสถานที่ได้ แต่พี่ไม่รู้ว่าข้างในเป็นสมุดปกน้ำเงินจริงหรือผู้รับนำไปห้องนั้นจริงหรือไม่ ฉันไม่อยากเขียนแทนพี่จนวันหลังคนถามแล้วพี่ต้องตอบสิ่งที่ไม่เคยเห็น”
ชิวอิงนิ่งไป จากนั้นมองด้านหลังแผ่นเล็ก
“เขาบอกให้ส่งห่อ ข้าเลยเก็บใบนี้ไว้เพราะข้างหลังเป็นรายการของข้า ตอนแรกไม่ได้คิดว่าจะมีประโยชน์อะไร”
“เขาขอให้เก็บกระดาษหรือ”
“ไม่ได้พูดเรื่องนั้น ข้าดึงออกจากเชือกก่อนยื่นห่อ”
“ผู้รับเห็นหรือไม่”
หล่อนหยุดนานกว่าเดิม “ข้าไม่แน่ใจ”
เยว่ชิงจดคำนั้นไว้โดยไม่เปลี่ยนเป็นคำว่าไม่เห็น
เสียงเกือกไม้ของคนผ่านหน้าร้านทำให้ชิวอิงเหลือบไปที่ประตู เยว่ชิงเลื่อนกระดาษพ้นมุมที่คนข้างนอกอาจมองเห็น แล้วหันกลับมาคุย ไม่ปิดร้านจนเหมือนกำลังขังคนไว้เพื่อถามให้หมด
“มีคนไปด้วยหรือเปล่า”
นิ้วชิวอิงเคาะขอบถ้วยหนึ่งครั้งแล้วหยุด
“ข้าไม่อยากพูดเรื่องนั้นวันนี้”
คำตอบทำให้เยว่ชิงต้องวางปลายดินสอ ไม่ใช่เพราะยอมว่าไม่สำคัญ แต่เพราะความเงียบมีชื่อของมันแล้ว
“ฉันจะจดว่ายังไม่ตอบค่ะ ไม่เขียนว่าพี่ไปคนเดียว”
“เจ้าจะโกรธไหม”
เยว่ชิงมองผู้พี่ตรง ๆ “ฉันโกรธเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่แล้ว บางเรื่องยังไม่จบ แต่ฉันจะไม่เติมชื่อคนที่พี่ไม่บอกด้วยการเดา”
ชิวอิงก้มหน้า นางไม่ได้บอกว่าหล่อนกล้าหาญเพราะยื่นกระดาษหนึ่งใบ และไม่ได้บอกว่าหากอยากได้ความช่วยเหลือต่อไปต้องเล่าจนหมดเดี๋ยวนี้
นางขอคัดข้อความด้านหน้าตามที่อ่านได้ แล้วอ่านบันทึกคำบอกให้ชิวอิงฟัง แก้คำว่าภายในคลังเป็นใกล้คลังนอกห้องตามที่ผู้พี่ท้วง ส่วนวันที่ระบุชัดว่าเป็นวันที่หล่อนจำ ไม่ได้มีอยู่บนแผ่นเดิม
เมื่ออ่านจบ เยว่ชิงถามอีกครั้งว่าชิวอิงต้องการนำแผ่นเล็กกลับไปหรือฝากให้เก็บ
“เก็บไว้ที่นี่ก่อน” หล่อนตอบ “ข้ากลัวทำหาย แล้ววันหลังเจ้าจะคิดว่าข้าแต่งขึ้นมา”
“ฉันจะเขียนว่ารับจากพี่วันนี้ พี่เก็บคำคัดไปหนึ่งแผ่นได้ แต่การฝากไว้ไม่ทำให้ฉันเรียกว่าทุกอย่างบนกระดาษจริงแล้ว เราต้องตามที่มาของห่อกับสถานที่อีก”
ชิวอิงยอมให้เก็บใบเดิม และรับคำคัดข้อความกับสรุปที่ทั้งสองเพิ่งอ่านแก้ด้วยกันไป นางไม่เซ็นรับรองลายมือผู้เขียนหรือสิ่งในห่อที่ไม่เคยเปิดดู เยว่ชิงก็ไม่ยื่นคำรับรองเช่นนั้นให้เซ็น
ข้อที่ยังไม่ตอบถูกเว้นไว้ในบันทึกอย่างชัดเจน
พอเก็บของเสร็จ ชิวอิงยืนขึ้น คราวนี้ไม่ได้กอดกระเป๋าไว้แน่นเท่าตอนเช้า แต่สายตายังระวังอยู่
“พรุ่งนี้มีงานเย็บอีกไหม”
“ยังไม่มีค่ะ ผ้าชุดนี้พอสำหรับงานที่เตรียมไว้แล้ว ถ้ามีงานใหม่จริงฉันค่อยบอก พี่ไม่ต้องรอหน้าร้านทั้งเช้า”
หล่อนพยักหน้า รับความจริงสั้น ๆ นั้นได้โดยไม่โยนค่าจ้างกลับลงโต๊ะเหมือนเงินต้องมาพร้อมคำสัญญาที่ใหญ่กว่า
ที่ประตู ชิวอิงหยุดหันมามองตู้เครื่องมือ
เยว่ชิงเห็นสายตานั้น แต่ยังไม่ให้กุญแจ ไม่ชวนให้เข้าไปจัดของด้านหลังเพื่อแสดงว่าทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิมแล้ว ผู้พี่เดินออกไปพร้อมเงินของตนและคำคัด ไม่มีเอกสารร้านชิ้นอื่นอยู่ในกระเป๋า
ประตูหน้าร้านเปิดอยู่ครึ่งหนึ่งเพื่อรับลม
เยว่ชิงนั่งลงอีกครั้ง มองแผ่นเล็กตรงกลางโต๊ะ ความรู้สึกอยากเดินไปหาเหวินเต๋อทันทีแล่นผ่านเหมือนแรงกระชาก หากถามเดี๋ยวนี้ เขาอาจแสดงสีหน้าซึ่งทำให้นางเชื่อว่าถูกทางแล้ว
แต่นางไม่ได้ต้องการเพียงสีหน้า
กระดาษนี้บอกว่าสมุดบางเล่มไม่ควรวางรวมรายการรับเงิน นั่นอาจเป็นคำสั่งจัดเอกสารธรรมดา หรืออาจมีเหตุอื่น ไม่มีหน้าสมุดให้ดู ไม่มีรายการเงินให้เทียบ และห่อแบนซึ่งชิวอิงรับยังไม่ได้พิสูจน์ว่าเป็นสมุดนั้น
นางเขียนคำถามสามข้อในหน้าถัดไป ห้องเอกสารเก่าหมายถึงที่ใด มีบันทึกห่อเข้าหรือไม่ และสมุดปกน้ำเงินซึ่งเกี่ยวกับงานช่วงนั้นเป็นเล่มใด
จากนั้นหยุดก่อนเขียนชื่อพ่อเป็นคำตอบให้ทุกข้อ
ต้นฉบับคูปองที่คลังยังเป็นเรื่องแยก วันที่รับเอกสารเข้าทะเบียนไม่ใช่วันที่ชิวอิงบอกว่าส่งห่อในเดือนเมษายน ชื่อผู้รับในคูปองเดือนมกราคมก็ไม่ได้กลายเป็นชื่อชายแก่ที่หล่อนพบ เพียงเพราะทั้งสองเหตุการณ์อยู่แถวคลัง
เยว่ชิงจัดบันทึกใหม่ไว้ในชุดของมันเอง ระบุว่าเป็นคำบอกวันที่สิบหกพฤษภาคมและกระดาษที่รับวันนี้ ไม่สอดเข้าไปกลางสำเนารับรองให้คนอ่านเผลอคิดว่ามีตราจากที่เดียวกัน

แสงตะเกียงอยู่ห่างจากขอบซอง นางค่อยใส่ใบเดิมโดยไม่กรีดรอยพับ ไม่ตัดมุมที่ยับ และไม่ขีดข้อความใหม่ทับบนกระดาษ
เสียงนาฬิกาข้อมือของตนเบาเกินกว่าจะได้ยินเหนือเครื่องในร้าน เยว่ชิงพลิกมือดูเวลาแล้วนึกถึงหลิวเจิ้น
คำบอกเรื่องงานของพ่อที่นางฟังจากเขาเมื่อวันที่สี่ ยังไม่ได้กลับไปให้เขาอ่านก่อนนำไปส่งที่อื่น นางเคยสัญญาไว้ชัด งานใหม่กับเอกสารใหม่ไม่ใช่เหตุให้ใช้คำของเขาราวกับอนุญาตแล้ว
นางเตรียมคำคัดเรื่องงานที่หลิวเล่า กับคำถามเกี่ยวกับส่วนที่ยังไม่เข้าใจ ลงในถุงสำหรับไปถามพรุ่งนี้ แผ่นที่ชิวอิงนำมายังเก็บในตู้ ไม่ติดไปให้คนอื่นอ่านก่อนคุยขอบเขตกับเจ้าของคำบอก
ป้ายหน้าร้านสำหรับวันที่สิบเจ็ดแจ้งว่าจะออกไปช่วงพักกลางวันและกลับมาเปิดช่วงบ่าย นางไม่ได้เขียนว่ามีนัดกับช่างหลิวแล้ว เพราะยังไม่ได้ส่งข่าวหรือได้รับคำตอบ หากไปแล้วเขาไม่สะดวก ก็ต้องนัดใหม่ตามจริง
ก่อนดับตะเกียง เยว่ชิงมองกองผ้าสิบสองผืนที่พับไว้สำหรับวันที่สิบแปด มันเป็นงานของชิวอิงที่ทำเสร็จแล้ว ส่วนซองกระดาษใหม่เป็นเรื่องที่เพิ่งเริ่มตรวจ
นางให้สองสิ่งอยู่คนละชั้น
ความไว้ใจคงไม่กลับมาทั้งหมดเพราะคนหนึ่งยอมเปิดกระเป๋า และความโกรธก็ไม่ทำให้อีกฝ่ายไม่มีสิทธิ์ได้รับค่าจ้างที่ทำเสร็จ
วันนี้ชิวอิงเปิดประตูให้เห็นเพียงครึ่งเดียว
เยว่ชิงจะจำส่วนที่เห็นไว้ และจะไม่เรียกส่วนที่ยังมืดว่าได้ตรวจแล้ว
นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI
