ปรับการอ่าน

ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · ตอนที่ 39

ตอนที่ 39 — เงินก้อนสุดท้ายของชิวอิง

เยว่ชิงวางบานไม้หน้าร้านเข้าที่แล้วมองกระเป๋าซึ่งชิวอิงกอดไว้

“คุยเรื่องอะไรคะ”

ญาติผู้พี่เหลือบมองคนเดินผ่าน ไม่ตอบทันที เยว่ชิงจึงเลื่อนเก้าอี้ตรงโต๊ะหน้าร้านให้ แต่ยังไม่เปิดตู้เครื่องมือหรือยกสมุดบัญชีลงมาตามความเคยชินของอีกฝ่าย

เช้าวันที่สิบหกพฤษภาคมยังมีแดดอ่อน ชิวอิงนั่งหันข้างให้ถนน ริมแขนเสื้อแดงเข้มมีด้ายซ่อมสีไม่ตรงกันเหมือนวันที่มาพับซอง หล่อนลูบมันอยู่สองครั้งก่อนหยิบกระเป๋าเงินใบเล็กออก

เหรียญสามเหรียญวางเรียงบนไม้เป็นแถวสั้น

“เจ็ดเฟิน” หล่อนพูด “ที่เหลืออยู่กับตัววันนี้”

เยว่ชิงมองเงิน แล้วเลื่อนถ้วยน้ำอุ่นไปให้

“พี่ต้องการให้ฉันช่วยอย่างไร”

ชิวอิงทำหน้าราวกับคำถามตรงไปตรงมานั้นยากกว่าการถูกต่อว่า หล่อนเก็บเหรียญเข้าหาฝ่ามือ แต่ยังไม่ใส่กลับกระเป๋า

“ขอยืมก่อน จนกว่าข้าจะหาได้ ข้ายังต้องเอาเงินไปบ้านแม่”

“เท่าไรคะ แล้วคิดว่าจะหาได้จากงานไหน”

หล่อนบอกจำนวนที่อยากยืมแล้วหยุด เยว่ชิงไม่รีบเปิดลิ้นชัก เพราะคำตอบส่วนที่สองยังไม่มา

เสียงลูกตุ้มจากตู้หลังร้านดังอยู่ในช่วงเงียบนั้น ชิวอิงยกถ้วย แต่เพียงถือให้มืออุ่น

“ข้าเคยคิดว่าเหวินเต๋อจะช่วย”

เมื่อชื่อสวีเหวินเต๋อหลุดออกมา เยว่ชิงรู้สึกตึงตรงไหล่ นางปล่อยให้ความรู้สึกนั้นผ่านไปก่อนถามต่อ

“ช่วยเรื่องอะไร”

“บอกว่าจะหางานให้ งานที่ข้าไม่ต้องวิ่งถามร้านทีละร้าน เขาบอกว่ามีคนรู้จัก ถ้าข้ารอหน่อยก็จะจัดการได้”

“ได้เริ่มงานหรือยัง”

ชิวอิงส่ายหน้า

“มีใบนัดหรือชื่อคนรับทำงานไหม”

“ไม่มี เขาบอกด้วยปาก”

ชิวอิงวางเงินที่เหลืออยู่บนโต๊ะ ขณะที่เยว่ชิงฟังคำขอโดยยังไม่รับภาระแทน
ชิวอิงวางเงินที่เหลืออยู่บนโต๊ะ ขณะที่เยว่ชิงฟังคำขอโดยยังไม่รับภาระแทน

เยว่ชิงไม่ได้ถามว่าถ้าเชื่อคนพูดด้วยปากแล้วลำบากเพราะใคร คำนั้นคงทำให้ตนสะใจอยู่ครู่หนึ่ง แต่ไม่ได้ทำให้รู้ว่าผู้พี่กำลังขออะไรจริง ๆ

ชิวอิงก้มมองเหรียญ เล่าต่อด้วยเสียงเบาลง เมื่อวานหล่อนไปถามเขาอีกครั้งหลังรอมาหลายวัน เหวินเต๋อบอกว่าไม่ได้รับปากว่าจะมีงานให้แน่นอน และอย่าเอาเรื่องของตนไปผูกกับชื่อเขา

“ก่อนหน้านี้ไม่ใช่พูดอย่างนั้น” หล่อนว่า “ตอนอยากให้ข้าช่วยพูดกับเจ้า เขาบอกว่าญาติต้องช่วยกัน พอข้าไปหา เขากลับถามว่าเป็นญาติเขาหรือ”

เยว่ชิงเงยหน้าขึ้น

“พี่ช่วยพูดเรื่องไหน”

ชิวอิงบีบขอบถ้วย “ก็เรื่องร้าน เรื่องที่เขามาบอกแล้วเจ้าไม่ยอมฟัง”

“ถ้าพี่ยังไม่พร้อมเล่ารายละเอียด บอกตามนั้นได้ แต่อย่าเอาหลายเรื่องมารวมเป็นเรื่องเดียว”

ญาติผู้พี่หันไปมองถนนอีกครั้ง หล่อนยังไม่บอกว่าเคยตกลงช่วยอะไรกับเหวินเต๋อ เมื่อไร หรือมีสิ่งใดส่งผ่านมือของตน

เยว่ชิงจดจำว่ามีคำถามนี้อยู่ ไม่แสร้งทำเป็นได้คำตอบครบเพราะอีกฝ่ายกำลังลำบาก

“ฉันไม่ได้อยู่ตอนพี่คุยกับเขา” นางพูด “ฉันรับฟังได้ว่าเขาบอกพี่อย่างไร แต่เรื่องงานที่ยังไม่เคยเริ่ม ฉันเอามานับเป็นเงินที่พี่จะมีไว้คืนไม่ได้”

ชิวอิงวางถ้วยแรงขึ้นเล็กน้อย “เจ้าจะให้ข้าพิสูจน์ทุกอย่างก่อน แม้แต่ตอนมาขอยืมหรือ”

“ฉันกำลังถามว่าถ้าให้ยืม พี่กับฉันจะตกลงกันอย่างไรค่ะ ถ้าพี่ยังไม่รู้วันคืน ฉันก็ต้องรู้ว่ากำลังให้ยืมโดยไม่มีวันที่ ไม่ใช่เขียนวันขึ้นมาแล้วต่างคนต่างรู้ว่าใช้ไม่ได้”

เงินในลิ้นชักของร้านมีส่วนที่เก็บไว้ซื้อวัสดุ จ่ายค่าใช้จ่ายประจำ และกันเผื่องานที่รับแล้วต้องแก้ นางไม่ได้มีเงินก้อนที่ปล่อยออกไปได้เพียงเพราะผู้พี่กำลังรู้สึกว่าคนอื่นทอดทิ้ง

เยว่ชิงบอกว่าครั้งนี้ให้ยืมตามจำนวนที่ขอไม่ได้

ชิวอิงมองนางทันที สีหน้าเก่าที่เคยใช้ตอนเอาเรื่องงานศพมากดดันกลับมาเกือบครบ

“ตอนนั้นข้าก็ช่วยบ้านเจ้า”

“รายการงานศพที่พี่ให้ไว้ยังอยู่ค่ะ ฉันไม่ได้ลบทิ้ง แต่ยอดที่ยังตรวจไม่ครบไม่ได้กลายเป็นเงินที่ตกลงคืนแล้วเพราะพี่ต้องใช้เงินวันนี้ ถ้ามีใบซื้อหรือชื่อผู้ขายเพิ่ม เราตามต่อได้”

นางพูดช้า ๆ ไม่เพิ่มเสียงให้คนข้างถนนหันมาฟัง

ชิวอิงเอาเหรียญใส่กระเป๋า พยายามปิดปากกระเป๋าสองครั้งจึงเข้าที่ แล้วขยับเก้าอี้เหมือนจะลุก

เยว่ชิงไม่จับแขนไว้

“แต่วันนี้ฉันมีงานที่ต้องใช้คนช่วยจริง ๆ พี่จะฟังก่อนตัดสินใจไหม”

อีกฝ่ายหยุด “พับซองอีกยี่สิบใบแล้วได้สองเหมาหรือ”

“ซองที่พี่ทำยังพอใช้อยู่ วันนี้เป็นผ้าห่อเรือนที่นำมาตรวจ ฉันจะเอาไปศาลาวันที่สิบแปด ผ้าตัดแล้วแต่ยังไม่ได้เย็บริม ต้องการสิบสองผืน”

นางหยิบผ้าฝ้ายสะอาดจากชั้นด้านหน้าซึ่งเตรียมไว้ก่อนแล้ว ไม่เอาผ้าที่เปื้อนจากงานเครื่องเก่ามาให้ผู้พี่ซักจนสะอาดแล้วเรียกเป็นของใหม่

“เย็บริมให้เรียบ ไม่มีเส้นด้ายรุ่ยที่อาจเข้าไปติดของ นี่เข็มกับด้าย ทำที่โต๊ะนี้ ฉันจ่ายสามเหมาสำหรับสิบสองผืนที่เรียบร้อย ถ้าผืนไหนต้องแก้ เราดูด้วยกันก่อนจ่าย ไม่หักเงินทีหลังเพราะมีรอยที่ไม่เคยบอก”

ชิวอิงมองผ้าแล้วลูบด้ายบนแขนเสื้อตนโดยไม่รู้ตัว

“วันนี้หรือ”

“วันนี้ค่ะ แต่ไม่ต้องรับ ถ้าพี่มีทางอื่นที่อยากไป ฉันไม่ได้จ้างให้มารอทุกเช้า และไม่มีงานทั้งเดือนให้สัญญาตอนนี้”

หล่อนนิ่งอยู่พักหนึ่ง เยว่ชิงวางตัวอย่างริมผ้าที่ต้องการลงข้างกอง แล้วกลับไปเติมน้ำในกา ไม่ยืนรอคำขอบคุณ

พอหันมา ชิวอิงหยิบเข็มขึ้นแล้ว

“ข้าลองผืนแรกให้ดู”

เยว่ชิงนั่งให้ห่างพอที่ผู้พี่ขยับแขนได้ บอกส่วนที่จะพับเข้าและขนาดหลังเย็บ ไม่เอาผ้าชิ้นเดียวไปนับว่าจะห่อได้ทุกเรือน หากนาฬิกาใหญ่หรือมีส่วนแหลมยื่นก็ต้องใช้วิธีอื่น

เข็มแรกผ่านเนื้อผ้าด้วยความเร็วของคนที่คุ้นกับการซ่อมเสื้อของตน ชิวอิงทำได้ดีกว่าตอนเริ่มพับซอง แต่ช่วงมุมหนากว่าที่ต้องการ เยว่ชิงชี้ให้ดูว่าพับอย่างไรจึงวางเรียบแล้วคืนให้แก้

“เจ้าเห็นรอยเล็กขนาดนี้ด้วยหรือ”

“ตอนเอาของวาง ถ้ามุมหนา เรือนจะเอียงค่ะ ไม่ใช่ว่าพี่ทำผิดทุกอย่าง”

ชิวอิงแก้ตรงมุม หลังจากนั้นจึงค่อยทำผืนถัดไป

ระหว่างเช้า มีคนมาถามราคาเปลี่ยนสาย เยว่ชิงคุยเอง ไม่ให้ญาติผู้พี่รับเงินหรือตอบวันส่งแทน ชิวอิงเลื่อนเข็มกับกองผ้าเข้าหาตัวให้ลูกค้าวางเรือนได้ แล้วก้มทำต่อ

เมื่อคนถามเลือกว่าจะยังไม่เปลี่ยนสายและนำเรือนกลับ หล่อนเงยหน้าขึ้น

“เขาไม่ซื้อ เจ้าไม่เสียเวลาหรือ”

“เสียเวลาอธิบายค่ะ แต่ถ้าเขายังไม่ต้องการซื้อ ก็ไม่ใช่เหตุให้ฉันเก็บเงิน”

ชิวอิงมองผ้าที่เย็บอยู่ ไม่ได้โต้ต่อ

ใกล้เที่ยง นางเสร็จไปหลายผืนแล้ว เยว่ชิงเสนอให้หยุดพักก่อน ริมผ้าไม่จำเป็นต้องรับความล้าจากคนที่ยังไม่ได้กินข้าวเป็นหลักฐานว่าคนนั้นตั้งใจทำงาน

ในหม้อมีข้าวที่เยว่ชิงหุงเผื่อตนสำหรับกลางวัน นางแบ่งกับผักที่มีอยู่ให้ญาติผู้พี่หนึ่งชาม บอกว่าเป็นอาหารที่ชวนกินวันนี้ ไม่ใช่เงินล่วงหน้าที่จะหักออกจากสามเหมา

ชิวอิงรับชามไปอย่างระวัง

หล่อนกินช้ากว่าที่เยว่ชิงคาด และไม่พูดถึงเหวินเต๋อระหว่างกิน เสียงช้อนแตะชามทำให้ร้านเงียบในลักษณะที่นางไม่ได้รู้สึกต้องรีบเติมด้วยคำตักเตือน

“เงินสองเหมาที่เจ้าจ่ายคราวก่อน ข้าเอาไปซื้อของเข้าบ้านจริง ๆ” ชิวอิงพูดหลังวางช้อน “ไม่ได้เก็บรอให้มีมากพอ”

“ฉันไม่ได้ถามว่าจะใช้กับอะไรค่ะ เป็นค่าจ้างของพี่แล้ว”

ริมฝีปากของหล่อนขยับเหมือนจะพูดอีกคำ แต่สุดท้ายเพียงยกชามไปวางข้างอ่าง เยว่ชิงไม่ตีความการล้างชามเป็นคำขอโทษเรื่องเครื่องมือหรือเรื่องที่ยังไม่เล่า

บ่ายนั้น ชิวอิงกลับมาทำผ้าต่อ แสงลอดบานหน้าต่างเปลี่ยนตำแหน่งทีละน้อย เยว่ชิงจัดของสำหรับวันตรวจชุมชนที่โต๊ะด้านใน ไม่เอาแฟ้มพ่อมาวางไว้ในที่ซึ่งคนช่วยงานต้องมองเห็นเพื่อทำงาน

ชิวอิงเย็บริมผ้าห่อเรือนตามงานที่ตกลง ขณะที่เยว่ชิงตรวจผืนที่เสร็จแล้ว
ชิวอิงเย็บริมผ้าห่อเรือนตามงานที่ตกลง ขณะที่เยว่ชิงตรวจผืนที่เสร็จแล้ว

เมื่อครบสิบสองผืน เยว่ชิงนำมาวางตรวจทีละผืนต่อหน้า มีปลายด้ายสองจุดที่ต้องเก็บ และมุมหนึ่งที่ต้องลดความหนา ชิวอิงแก้แล้วให้นางตรวจอีกครั้ง จากนั้นจึงวางเข็มไว้ในกล่อง ไม่ปล่อยปะปนอยู่ในกองผ้า

เยว่ชิงจ่ายสามเหมาตามที่ตกลง ชิวอิงนับก่อนเก็บ เป็นสามเหมาเพิ่มจากเงินเจ็ดเฟินที่มีเมื่อเช้า ไม่ใช่เงินก้อนพอจะชำระค่าเช่าหรือแก้ทุกอย่างในบ้าน

ทั้งสองรู้ข้อนั้นดี จึงไม่มีใครเรียกงานวันนี้ว่าช่วยสำเร็จหมดแล้ว

“ข้าอาจต้องถามงานที่อื่นด้วย” ชิวอิงพูด

“ควรถามค่ะ ถ้าพี่อยากรู้จักร้านที่ต้องการคนเย็บซ่อม ลองถามคนแถวตลาดถึงงานที่รับทำเป็นชิ้น ไม่ต้องเริ่มจากการจ่ายเงินให้ใครเพื่อให้เขารับปากว่าจะฝากงานให้”

นางไม่ได้เขียนชื่อร้านที่ยังไม่เคยคุยว่ารับคนให้ผู้พี่ไปอ้าง ไม่สัญญาว่ามีงานแน่เพียงเพราะคำแนะนำฟังดูอบอุ่น

ชิวอิงลุก เก็บกระเป๋าใบเดิม ก่อนเอ่ยเสียงต่ำ

“เจ้าจะไปเล่าให้คนอื่นฟังไหม ว่าเขาพูดกับข้าอย่างนั้น”

“ฉันไม่ได้รับเรื่องเงินของพี่มาเพื่อให้ตลาดหัวเราะ แต่ถ้าสิ่งที่พี่เล่าภายหลังเกี่ยวกับงานร้านหรือเอกสารที่ต้องตรวจ ฉันจะถามให้ชัดก่อนว่าต้องส่งให้ใคร ไม่รับปากปิดเรื่องทุกอย่างโดยยังไม่รู้ว่าเป็นอะไร”

หล่อนจับสายกระเป๋าแน่นขึ้น แต่ไม่ได้เดินหนี

“เจ้าคิดว่าข้ายังซ่อนอะไร”

เยว่ชิงมองตรงไป “เมื่อเช้าพี่บอกว่าเคยช่วยเขาพูดเรื่องร้าน แล้วไม่ได้ตอบรายละเอียด ฉันจึงรู้ว่าเรื่องนั้นยังคุยไม่จบ ไม่ต้องเดาว่าพี่ผิดทุกอย่างเพื่อถามสิ่งที่ยังไม่รู้”

ชิวอิงหันหน้าไปทางประตู กลิ่นฝุ่นจากถนนพัดเข้ามาในช่วงที่ไม่มีใครพูด

ในที่สุดหล่อนปล่อยมือจากสายกระเป๋า แล้วสอดนิ้วเข้าไปในกระเป๋าเล็กด้านใน

“มีของอยู่ชิ้นหนึ่ง”

เยว่ชิงยังนั่งอยู่ที่โต๊ะ ไม่ลุกไปดึงจากมือของอีกฝ่าย

“เอามาเพราะอยากให้ฉันดู หรืออยากให้ฉันเก็บ”

“ข้ายังไม่รู้” ชิวอิงตอบ

กระดาษพับบาง ๆ โผล่พ้นขอบกระเป๋าเพียงด้านเดียว ไม่มีข้อความด้านหน้าให้เยว่ชิงอ่าน หล่อนจับมันไว้แล้วหยุดเหมือนกำลังคิดว่าจะดึงออกมาหรือพับกลับ

เยว่ชิงเลื่อนกองผ้าที่ตรวจแล้วให้พ้นกลางโต๊ะ

“ค่อยบอกค่ะ ค่าจ้างวันนี้จ่ายแล้ว ไม่ต้องเอาของนั้นมาแลก”

คำตอบทำให้ชิวอิงเงยหน้ามองนางเต็มตาเป็นครั้งแรกนับจากเข้าร้านในตอนเช้า

มือที่จับกระดาษยังสั่นเล็กน้อย แต่คราวนี้หล่อนไม่ได้จับสายกระเป๋าไว้เพื่อเตรียมวิ่งหนี

กลับสารบัญนิยาย

นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI