ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · ตอนที่ 34
ตอนที่ 34 — ข่าวลือใต้ชายคา
“ป้าไม่ได้เอามาบอกให้หนูไปทะเลาะ”
ป้าหวงพูดประโยคนั้นก่อนเล่าเรื่องที่ได้ยิน เยว่ชิงยืนอยู่ตรงประตูร้าน มือซ้ายยังแตะวงกบหลังเปิดบานไม้ในเช้าวันที่สิบเอ็ดพฤษภาคม
เมื่อคืนเธอได้ยินเพียงชื่อร้านหลิน วันนี้ป้าหวงนำประโยคที่เหลือมาถึงหน้าประตูพร้อมตะกร้าเปล่าซึ่งจะเอาไปใส่ของที่ตลาด
“เขาว่าร้านขายให้คนอื่นแล้ว หนูแค่เฝ้าไว้ให้ แล้วบางคนก็ว่าเอาอะไหล่เก่าของลูกค้าไปขายต่อ”
เยว่ชิงจับวงกบแน่นขึ้นครู่หนึ่ง ก่อนค่อย ๆ คลายมือ
“ป้าได้ยินจากคนที่เอานาฬิกามาซ่อมเองหรือคะ”
“ไม่ใช่ เขาคุยกันตอนซื้อเต้าหู้ ถามว่าถ้าฝากซ่อมแล้วร้านเปลี่ยนคน จะไปทวงกับใคร”
เธอมองเข้าไปในร้าน ป้ายชื่อของตนยังอยู่ใต้ป้ายเก่าของพ่อ สมุดงานและใบรับของอยู่ในที่ซึ่งเธอจัดไว้ แต่คนที่ไม่เคยเข้ามาดูไม่ได้เห็นสิ่งเหล่านั้น
“ป้าตอบเขาว่าอะไร”
“ตอบว่าหนูยังเปิดร้านเอง เห็นทุกวัน แต่ป้าไม่ได้อยู่ดูทุกครั้งที่หนูถอดชิ้นส่วน ป้าจึงไม่ได้พูดแทนเรื่องนั้น”
เยว่ชิงพยักหน้า “ขอบคุณค่ะ”
คำตอบของป้าหวงไม่ได้ทำให้เธอเป็นช่างที่ทุกคนต้องเชื่อทันที มันช่วยให้คำที่พูดแทนเธอไม่ยาวเกินสิ่งที่ผู้พูดรู้
“ยังมีเรื่องผู้ชายที่เคยช่วยหิ้วกล่องให้หนู” ป้าหวงลดเสียง “ป้าไม่อยากเอาคำพูดสกปรกมาทวนทั้งหมด”
เยว่ชิงรู้ว่าหมายถึงใคร ใจอยากถามว่าใครพูด ถามประโยคไหน และเดินไปให้คนเหล่านั้นเห็นว่าประตูร้านมีป้ายเวลาชัดเจน เฉินจิ้งโจวไม่ได้พักค้างอยู่ที่นี่เพียงเพราะเคยช่วยเธอขนเครื่องมือ
แต่ประตูที่เปิดตรงเวลาจะไม่กลายเป็นห้องสอบความสัมพันธ์ของเธอทุกวัน
“เรื่องที่กระทบของที่ลูกค้าฝาก ฉันจะอธิบายค่ะ ส่วนเรื่องคนที่มาช่วย ฉันไม่อยากไล่ตอบทุกปาก”
ป้าหวงมองเธอ “ไม่เจ็บใจหรือ”
“เจ็บค่ะ แต่ถ้าออกไปตอบทุกคน วันนี้จะไม่มีใครรับงานที่ร้าน”

หญิงขายเต้าหู้วางตะกร้าลงพักบนพื้นครู่หนึ่ง
“ถ้าหนูจะติดคำอธิบาย ป้าช่วยอ่านว่าคนที่ไม่รู้เรื่องนาฬิกาเข้าใจไหมได้”
“ช่วยได้ค่ะ แต่ไม่ต้องไปเถียงแทนฉันที่ตลาด”
“ป้ายังต้องขายเต้าหู้เหมือนกัน”
ทั้งสองหัวเราะเบา ๆ ก่อนป้าหวงยกตะกร้าออกไป เยว่ชิงกลับเข้าร้าน เอากระดาษเปล่าวางบนโต๊ะ แล้วเขียนคำอธิบายฉบับแรกยาวเต็มหน้า
เธอเขียนตั้งแต่เรื่องยกเลิกหมั้น เรื่องเงินของโรงงาน ไปจนถึงการหาซื้อวัสดุใหม่ พออ่านอีกครั้งก็วางปากกาลง
ลูกค้าที่อยากรู้ว่าจะทวงนาฬิกาคืนจากใคร ไม่จำเป็นต้องอ่านชีวิตของเธอทั้งเดือน
เยว่ชิงพับฉบับนั้นเก็บเป็นร่างของตน เขียนใหม่เพียงชื่อผู้รับงาน เวลาเปิดร้าน วิธีตรวจและตกลงราคาก่อนรับซ่อม การออกใบรับพร้อมลักษณะสิ่งของ และการแจ้งก่อนเปลี่ยนชิ้นส่วนที่เกินขอบเขตตกลง
ชิ้นเดิมที่เปลี่ยนออกจะเก็บไว้คืนเจ้าของเมื่องานเสร็จ หากเจ้าของไม่รับไว้ ต้องตกลงแยกกัน ไม่ใช่ถือว่าเป็นของร้านทันที
ไม่มีชื่อคนที่กล่าวหา ไม่มีเรื่องว่าหญิงที่ถอนหมั้นควรประพฤติตัวอย่างไร ไม่มีข้ออ้างว่าพ่อเคยเป็นช่างที่คนทั้งถนนเคารพจึงต้องเชื่อลูกเหมือนกัน
เธอติดกระดาษไว้ด้านในหน้าต่างในระดับที่คนยืนอ่านได้ แล้วไปตรวจสมุดงานให้คำที่เขียนตรงกับสิ่งที่ทำจริง
สายหน่อย หญิงวัยกลางคนเข้ามาพร้อมนาฬิกาข้อมือในผ้าเช็ดหน้า หล่อนบอกว่ารับซักผ้าอยู่แถวตลาด ใบหน้าเรียว ผมดำมีเส้นเทาประปรายรวบเป็นมวย เสื้อผ้าฝ้ายสีน้ำเงินหม่นกับกระโปรงน้ำตาลเรียบร้อยสะอาด
หล่อนยืนอ่านกระดาษที่หน้าต่างก่อนก้าวข้ามธรณีประตู
“ถ้าร้านเปลี่ยนเจ้าของ ใบนี้ยังใช้ทวงของได้ไหม”
เยว่ชิงเชิญให้นั่งก่อนตอบ
“ตอนนี้ฉันเป็นคนรับงานและดูแลร้านค่ะ ร้านไม่ได้ขายให้คนอื่น ใบรับจะระบุชื่อฉัน วันที่รับและของที่รับไว้ คุณเก็บชุดของคุณ ฉันเก็บอีกชุด”
หญิงรับซักผ้ากางผ้าออก นาฬิกามีตัวเรือนทองเหลือง หน้าปัดสีขาว สายผ้าสีดำ ขอบหน้าปัดบิ่นเล็กน้อยใกล้เลขสี่
“คนบอกว่าที่นี่เอาของเก่าไปขาย ฉันก็ไม่รู้ว่าเชื่อใคร”
“คุณดูสิ่งที่เราตกลงกันตรงนี้ได้ค่ะ ฉันจะไม่ขอให้คุณเลือกข้างจากคำพูดของคนที่ไม่ได้อยู่ด้วย”
เยว่ชิงวางถาดรองบนผ้าสะอาด ให้เจ้าของชี้ตำหนิที่จำได้ แล้วจดตามสิ่งที่เห็น หล่อนบอกว่ารอยบิ่นเกิดตอนกระแทกขอบอ่างเมื่อปีที่แล้ว เยว่ชิงจดลักษณะรอย ไม่จำเป็นต้องคัดเรื่องอ่างลงเป็นข้อพิสูจน์ใด

“มันเดินบ้างหยุดบ้าง ถ้าคุณต้องเปลี่ยนของแพง อย่าเปลี่ยนก่อนบอกฉันนะ”
“ค่ะ ขอเปิดตรวจภายในก่อน ถ้าทำความสะอาดและปรับตั้งพอได้ ฉันจะทำตามราคาที่ตกลงกัน ถ้าต้องเปลี่ยนชิ้นอื่น จะติดต่อให้คุณเลือกก่อน”
เจ้าของถามราคา เยว่ชิงบอกขอบเขตและราคาของงานตรวจ ทำความสะอาดและปรับตั้ง รวมเวลาที่ต้องทดสอบ ไม่รับรองจากรูปลักษณ์ภายนอกว่าเครื่องจะกลับมาเดินได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนอะไรแน่ ๆ
หญิงรับซักผ้าฟังแล้วถามถึงวันกลับมาดูงาน
“วันที่สิบสามได้ไหมคะ ถ้าต้องรอชิ้นส่วน ฉันจะแจ้งก่อนวันนั้นตามที่อยู่ติดต่อที่คุณให้ไว้”
“ฉันมาที่ร้านได้ตอนสาย ถ้ายังไม่เสร็จ ขอให้บอกตรง ๆ”
เยว่ชิงเขียนวันที่สิบสามเป็นวันแจ้งผลและรับงานหากผ่านทดสอบ ไม่เขียนว่าคืนสำเร็จแน่นอนโดยยังไม่เห็นภายใน หญิงรับซักผ้าอ่านทั้งราคา ขอบเขต และตำหนินาฬิกา ก่อนตกลงฝากไว้
ไม่มีเงินล่วงหน้าถูกจ่ายในวันนี้ ทั้งสองถือใบรับคนละชุด เยว่ชิงผูกป้ายงานกับถาด แล้วเก็บนาฬิกาของหล่อนแยกจากเครื่องฝึก
ก่อนกลับ ลูกค้ามองกระดาษที่หน้าต่างอีกครั้ง
“อย่างน้อยฉันรู้ว่ามาถามใคร”
คำพูดนั้นไม่ได้ลบคำใต้ชายคาออกจากเมือง แต่ทำให้เรื่องของคนหนึ่งคนจบลงที่ข้อตกลงซึ่งทั้งสองอ่านได้
พอหล่อนออกไป เยว่ชิงค่อยเปิดตรวจตามที่ได้รับอนุญาต พบคราบสกปรกและน้ำมันเก่าซึ่งต้องจัดการก่อนดูว่ามีปัญหาอื่นหรือไม่ เธอไม่หยิบสปริงที่เพิ่งทำกับเครื่องฝึกมาใส่เพราะอยากแสดงว่าร้านมีทางแก้ทุกอย่างแล้ว
ตัวเรือนและสายถูกวางอยู่กับป้ายงานเดิม ชิ้นเล็กที่ถอดออกระหว่างตรวจอยู่ในถาดงานเดียวกัน เธอจดสิ่งที่พบ ทำงานส่วนที่ตกลงไว้ และเว้นเวลาทดสอบก่อนแจ้งเจ้าของ
เที่ยง ป้าหวงเดินกลับจากตลาด เยว่ชิงเชิญให้ดูข้อความสั้นที่ติดไว้
“อ่านแล้วรู้ไหมคะว่าต้องถามใคร และร้านรับผิดชอบอะไร”
ป้าหวงอ่านช้า ๆ แล้วชี้บรรทัดเรื่องชิ้นส่วน
“ถ้าป้าไม่รู้ว่าเขาเปลี่ยนอะไร ป้าขอดูของเก่าตอนรับคืนได้หรือ”
“ได้ค่ะ และจะบอกว่าเปลี่ยนเพราะอะไรตอนขอให้ตกลงก่อน”
“เขียนว่าให้ถามได้ด้วย บางคนเห็นตัวหนังสือแล้วไม่กล้าถาม คิดว่าช่างจะรำคาญ”
เยว่ชิงเพิ่มประโยคว่าผู้ฝากงานถามขอบเขตและขอดูรายการที่ตกลงได้ ก่อนติดกลับตำแหน่งเดิม
ป้าหวงไม่ได้ขอให้ใส่ชื่อตนเป็นคนรับรองฝีมือ และเยว่ชิงก็ไม่ได้ทำเช่นนั้น เธอให้หญิงขายเต้าหู้ช่วยอ่านในฐานะคนที่จะใช้บริการได้คนหนึ่ง ไม่เอาความใจดีมาเป็นตราประทับร้าน
หลังป้าหวงกลับไป ชายที่ยืนข้างร้านข้าวต้มเรียกถามเมื่อเยว่ชิงออกไปเทน้ำ
“ได้ยินว่าหนูมีคนช่วยดูแลแล้ว เมื่อไรจะกินข้าวฉลองกัน”
เธอรู้ว่าเขาตั้งใจถามเรื่องอะไร และรู้ด้วยว่าคำตอบยาวจะเดินตามเขาไปถึงทุกโต๊ะ
“ถ้าจะฝากนาฬิกา ฉันยังเป็นคนรับงานค่ะ”
เขาหัวเราะ “ป้ายนั่นตอบแต่เรื่องงานจริง ๆ”
“ร้านเปิดไว้ทำงานค่ะ”
เยว่ชิงเทน้ำให้เสร็จแล้วกลับเข้าร้าน ไม่ได้ชวนเขาเข้ามาดูสมุดส่วนตัว และไม่วิ่งไปบอกจิ้งโจวให้เดินผ่านหน้าร้านน้อยลงเพื่อพิสูจน์คำของคนอื่น
เธอจะไม่ให้ข่าวลือกำหนดว่าคนที่ช่วยหิ้วกล่องต้องกลายเป็นเจ้าของร้าน หรือหายไปจากชีวิตเธอเพื่อให้เมืองสบายใจ
ช่วงพัก เธอจัดเวลาไปถามเส้นทางติดต่อโรงงานเครื่องจักรซวงเหอจากช่องบริการข้อมูลการส่งจดหมาย ได้คำแนะนำให้ใช้ชื่อโรงงานและห้องซ่อมที่มีอยู่สอบถามปลายทาง แต่ยังไม่ได้คำตอบเรื่องใบรับส่งของจากโรงงานเอง
เยว่ชิงกลับมาเขียนร่างคำสอบถามวันที่ยี่สิบเจ็ดธันวาคมกับรายการตัวอย่างตรวจระยะ เก็บไว้เพื่อตรวจชื่อและเส้นทางส่งอีกครั้ง ไม่แนบคำของหลิวเจิ้นซึ่งยังไม่ได้ให้เขาอ่าน และไม่ยัดทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับพ่อไปในซองเดียวกัน
นาฬิกาของหญิงรับซักผ้าเดินอยู่ในช่วงทดสอบเมื่อแสงบ่ายเลื่อนผ่านโต๊ะ มันยังต้องผ่านเวลาที่ตกลงไว้ ไม่ใช่คืนทันทีที่เสียงแรกกลับมา
เยว่ชิงเปิดสมุดงาน จดสิ่งที่ทำเสร็จและสิ่งที่ต้องดูต่อ ข้างหน้าต่าง คนเดินผ่านหยุดอ่านกระดาษสองคน คนหนึ่งเดินต่อ อีกคนชี้ป้ายชื่อให้เพื่อนดู เธอไม่ทราบว่าทั้งสองเชื่อแล้วหรือยัง
เธอไม่จำเป็นต้องแอบฟังจนได้คำตอบนั้นในวันนี้
ก่อนปิดร้าน มีเสียงคนคุยกันใต้ชายคาเหมือนเมื่อคืน คราวนี้เยว่ชิงได้ยินว่ามีใครพูดถึงใบรับงานใหม่ และอีกคนเปลี่ยนไปถามราคาผัก
ชื่อเธอยังอยู่บนป้าย ชื่อผู้ฝากงานอยู่ในสมุด สิ่งของอยู่ในถาดของมัน
เยว่ชิงเก็บเครื่องมือและดับไฟหน้าร้าน คำพูดนอกประตูยังอาจเปลี่ยนได้อีกหลายรอบ แต่เมื่อพรุ่งนี้เธอเปิดร้าน คนที่เดินเข้ามาจะพบวิธีรับงานแบบเดียวกับที่อ่านไว้
นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI
