ปรับการอ่าน

ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · ตอนที่ 33

ตอนที่ 33 — กล่องไม้ของแม่

แม่ยกกล่องไม้ขึ้นจากข้างตู้ด้วยสองมือ แล้ววางลงบนโต๊ะที่เช็ดไว้ให้สะอาด

“ใบนี้แหละที่แม่เขียนไป”

เยว่ชิงมองบานพับเล็กสีดำกับรอยบุบตรงมุมฝากล่อง เช้าวันที่สิบพฤษภาคม แสงลอดหน้าต่างบ้านแม่มาตกบนรอยนั้นพอดี เธอจำกล่องไม่ได้ทันที แม้มือที่ทำมันขึ้นมาจะเป็นมือซึ่งเธอเคยเห็นจับเครื่องมือมาตั้งแต่เด็ก

ก่อนมาบ้านครั้งนี้ เธอยืนยันเที่ยวรถ วางป้ายหยุดหนึ่งวันและแจ้งเปิดร้านวันที่สิบเอ็ด ไม่มีงานที่นัดส่งในวันที่สิบค้างอยู่ เครื่องฝึกถูกหยุดและจัดเก็บหลังจดผลช่วงที่ตรวจได้ เธอจะกลับไปทดลองรอบต่อไปเมื่อมีเวลาตรวจเอง ไม่ปล่อยให้มันเดินเฝ้าร้านแทนคน

ในถุงส่วนตัวมีกระดาษสองซองที่ยืมแม่มา และสำเนาคัดด้วยลายมือที่เธอทำไว้สำหรับติดตามคำขอ เธอเทียบคำ วันที่ เลขใบรับและจุดที่อ่านไม่ชัดกับต้นฉบับอีกครั้งก่อนเดินทาง เขียนบนสำเนาว่าคัดเอง ไม่มีตรารับรอง

ตอนถึงบ้าน เธอคืนต้นฉบับให้แม่ก่อนถามถึงกล่องไม้

แม่เปิดซองดูทีละแผ่นแล้วเก็บกลับในห่อผ้าเดิม ใบรับเงินฝากโรงพยาบาลวันที่สิบหกมกราคมกับใบแจ้งเหตุที่ระบุเช้าวันที่สิบเจ็ดยังมีข้อความเหมือนเมื่อให้ยืม

“เขาบอกอะไรกลับมาหรือยัง” แม่ถาม

“ยังค่ะ รับคำขอไว้แล้ว หนูมีใบรับคำขอ ถ้าต้องเอาต้นฉบับไปเทียบอีก หนูจะมาขอยืมแม่ใหม่”

แม่พยักหน้า ไม่ได้หยิบปฏิทินมาคิดว่าควรรอนานเท่าไร และไม่ได้ถามว่าเพราะเหตุใดลูกจึงยังหาคำตอบไม่ได้

ความไม่เร่งนั้นทำให้เยว่ชิงวางถุงลงได้เบากว่าตอนขึ้นรถ

แม่ชี้ไปที่กล่องบนโต๊ะ “พ่อฝากไว้ช่วงต้นปี แม่จำวันไม่ได้ ตอนนั้นเขาบอกมุมเก็บของที่ร้านเปียกฝน จะเอาไว้ที่นี่ก่อน”

“แม่เห็นเขาใส่ของข้างในไหม”

“ไม่เห็น เขาถือมาเป็นกล่องปิดแล้ว แม่เก็บใต้เตียง ต่อมาย้ายเข้าตู้ พอเก็บตู้หลังลูกกลับครั้งก่อนถึงนึกได้ว่าใบนี้ยังอยู่”

เยว่ชิงจดคำบอกนั้นในสมุด ระบุวันที่ตนเห็นกล่องกับวันที่แม่จำไม่ได้แยกกัน แล้วถามว่าขอเปิดดูได้หรือไม่

“เปิดเถอะ แม่ไม่ได้รู้ว่ามันใช้ทำอะไร”

ฝากล่องยกขึ้นโดยไม่มีเสียงกุญแจ แม่ช่วยประคองมันไว้ ข้างในมีห่อผ้าเคลือบน้ำมันเก่าซึ่งผูกด้วยเชือกสั้น ฝุ่นเกาะตามรอยพับ แต่ไม่มีน้ำขังหรือกลิ่นเน่า

แม่เปิดกล่องที่พ่อฝากไว้ให้เยว่ชิงดู ก่อนคลายห่อของข้างใน
แม่เปิดกล่องที่พ่อฝากไว้ให้เยว่ชิงดู ก่อนคลายห่อของข้างใน

เยว่ชิงรองผ้าสะอาดก่อนย้ายห่อออก จดสิ่งที่มองเห็นและตำแหน่งกระดาษซึ่งสอดข้างห่อไว้ จากนั้นค่อยคลายเชือกโดยไม่ตัดมัน

ของชิ้นแรกเป็นปลอกทองเหลืองกลวงขนาดเล็ก ผิวด้านหนึ่งมีรอยขัดเป็นวงละเอียด

อีกชิ้นเป็นแผ่นไม้แข็งรูปสี่เหลี่ยม มีรูสองรู ระยะจากแต่ละรูถึงขอบไม่เท่ากัน กระดาษที่อยู่ข้างห่อพับครึ่ง เมื่อกางออกมีภาพวาดปลอกกับแผ่นไม้และเส้นกำหนดระยะอยู่ด้านหนึ่ง

เยว่ชิงไม่ได้เอาปลอกไปลองเสียบในรูทันที เธอมองขอบสึกกับภาพวาดก่อน

“แม่เคยเห็นพ่อใช้มันไหม”

แม่โน้มตัวมาดู “ถ้าเป็นชิ้นนี้ แม่ไม่แน่ใจ เคยเห็นเขาวางของคล้ายวงแหวนบนไม้แล้วมองจากด้านข้าง แต่ของช่างหลายอย่างหน้าตาคล้ายกัน”

“หนูจะเขียนว่าของคล้ายกัน ไม่เขียนว่าแม่ยืนยันเห็นใช้ชิ้นนี้นะคะ”

แม่ยิ้มเล็กน้อย “ดี แม่ไม่อยากจำเก่งกว่าที่ตัวเองจำได้”

เยว่ชิงพลิกกระดาษอย่างระวัง ด้านหลังมีชื่อร้านหลิน ตามด้วยข้อความว่าตัวอย่างรองตรวจระยะ ส่งคืนหลังตรวจ และชื่อโรงงานเครื่องจักรซวงเหอ ห้องซ่อมสอง

วันที่บนกระดาษเป็นยี่สิบเจ็ดธันวาคม ปี 1977

เธออ่านชื่อโรงงานอีกครั้ง ความรู้สึกแรกคืออยากหยิบสมุดทุกเล่มในร้านมาเทียบเดี๋ยวนั้น แต่สิ่งที่อยู่ในถุงมีเพียงสำเนาที่เธอเตรียมเลือกมา ไม่ใช่แฟ้มทั้งหมด

“พ่อเคยพูดว่าไปโรงงานนี้หรือคะ”

แม่มองชื่อที่ลูกชี้ “เขาพูดถึงงานนอกเมืองบ้าง ไม่เคยให้แม่จำชื่อโรงงาน แม่บอกไม่ได้ว่าเป็นที่นี้”

เยว่ชิงพยักหน้าและเว้นช่องนั้นไว้

ชื่อซวงเหอปรากฏอยู่แล้วบนกระดาษห่อถุงสปริงในร้าน แต่ชื่ออำเภอเดียวกันไม่ทำให้คนบนถุงกับโรงงานบนแผ่นนี้เป็นผู้ส่งคนเดียวกัน เธอคัดชื่อให้ครบโดยไม่เติมชื่อเฉียวหยวนลงข้างมัน

จากรอยสึกและภาพกำหนดระยะ ปลอกนี้ดูเป็นตัวอย่างสำหรับตรวจหรือเทียบขนาด ไม่ใช่ชิ้นส่วนที่เธอจะยกไปใส่นาฬิกาขายได้ แผ่นไม้ก็ทำหน้าที่รองตำแหน่งมากกว่าจะเป็นฐานนาฬิกา

พ่อเคยทำสิ่งเหล่านี้ เธอรู้ว่าเขารับงานมากกว่าซ่อมนาฬิกาหน้าร้าน แต่เพิ่งได้เห็นว่างานหนึ่งมีชื่อปลายทางที่เขียนไว้ชัด

เยว่ชิงตรวจปลอกทองเหลือง แผ่นรองและกระดาษกำหนดระยะ โดยแม่เล่าที่มาของกล่อง
เยว่ชิงตรวจปลอกทองเหลือง แผ่นรองและกระดาษกำหนดระยะ โดยแม่เล่าที่มาของกล่อง

“เป็นของโรงงานที่พ่อทำงานให้หรือ” แม่ถาม

“บนกระดาษเขียนชื่อนี้ค่ะ แต่ต้องดูใบรับส่งของที่ปลายทางอีก หนูยังไม่รู้ว่าใครส่งมา ใครรับคืน หรือของชิ้นนี้เคยถูกส่งกลับไปแล้วหรือยัง”

“มันอยู่ที่บ้านเราอย่างนี้ จะถือว่ายังไม่คืนได้ไหม”

เยว่ชิงมองคำว่าตัวอย่างบนกระดาษ

“อาจเป็นตัวอย่างที่พ่อเก็บ อาจเป็นของที่รอส่ง หรืออาจมีอีกชุด หนูไม่อยากเลือกเองจนกว่าจะเห็นรายการ”

แม่ถอนหายใจ แล้วเอาถ้วยน้ำวางตรงโต๊ะเล็กข้างตัวแทนพื้นที่รองของ

“แม่คิดว่าถ้าเปิดกล่อง จะรู้เสียอีก”

“รู้เพิ่มแล้วค่ะ รู้ว่าควรถามที่ไหน”

คำตอบทำให้แม่มองเธออยู่นาน ก่อนยกมือแตะเปียซึ่งเลื่อนลงบนบ่าลูก

“เมื่อก่อนลูกจะรีบถามว่าพ่อทำไมไม่กลับมาเล่า”

เยว่ชิงก้มมองผ้ารอง หลายครั้งเธอเคยโกรธความเงียบของพ่อ ราวกับสิ่งที่พ่อไม่ได้พูดต้องแปลว่าไม่รักหรือไม่เชื่อใจลูกเสมอ เธอไม่อาจรู้เหตุผลแทนเขาได้ในวันนี้ แต่ไม่จำเป็นต้องให้ความโกรธเก่าเลือกคำตอบก่อนกระดาษ

“หนูยังอยากถามค่ะ” เธอพูด “แต่วันนี้ถามเขาไม่ได้แล้ว หนูถามแม่ในส่วนที่แม่เห็นได้”

แม่ลูบเปียเพียงครั้งเดียวแล้ววางมือลง

ก่อนเก็บของ เยว่ชิงถามถึงตะกร้าที่แม่เคยบอกว่าหูหลวม

แม่หัวเราะ “นึกว่าจะไม่ถามแล้ว”

ตะกร้ายังอยู่ข้างประตู เพื่อนบ้านช่วยผูกหูไว้ชั่วคราว แม่ใช้ถือผักเบา ๆ และยังไม่ได้เอาไปให้คนสานเปลี่ยนหูใหม่ เยว่ชิงฟังแม่เล่าว่าคนสานมาตลาดวันไหน จดไว้ให้ต่างจากวันที่เกี่ยวกับกระดาษ

เธอไม่ได้ดึงเครื่องมือมาอ้างว่าจะซ่อมทุกอย่างในบ้านได้ด้วยมือเดียว พ่อเป็นช่าง ลูกเป็นช่าง แต่ตะกร้ามีงานของคนสานที่ทำได้ดีกว่า

ทั้งสองกินข้าวก่อนถึงเวลารถกลับ แม่ไม่เอาชามมาตั้งปนกับของที่เพิ่งเปิด เยว่ชิงย้ายของกลับตามตำแหน่งเดิมในผ้า ถามว่าขอยืมกล่องพร้อมของในนั้นไปเทียบกับใบงานร้านได้หรือไม่

แม่อนุญาต เธอทำรายการปลอกหนึ่งชิ้น แผ่นรองหนึ่งชิ้น กระดาษภาพและข้อความหนึ่งแผ่น พร้อมห่อและเชือก จดที่มาจากแม่และขอบเขตความทรงจำ อ่านกลับให้ฟัง และทิ้งรายการอีกชุดไว้ให้แม่

“สองแผ่นโรงพยาบาลหนูคืนแล้ว ส่วนกล่องนี้ยังยืมอยู่นะคะ”

“แม่เก็บรายการไว้ตรงห่อเดิม จะได้ไม่ลืมว่าลูกเอาอะไรไป”

เยว่ชิงห่อกล่องสำหรับเดินทาง แยกจากอาหารที่แม่เตรียมให้ ไม่มีการขัดปลอกให้เงา ไม่มีการเจาะรูใหม่เพื่อทดลองว่าตรงกับรูปหรือไม่

รถพาเธอกลับชิงเหอเมื่อแสงเริ่มอ่อนลง ร้านยังปิดตามป้ายวันหยุด เธอเข้าทางเดิม ตรวจประตู ก่อนนำกล่องขึ้นไปวางในที่แห้งและเปิดสมุดงานเดือนธันวาคม

ปลายเดือนมีรายการรับตัวอย่างตรวจระยะอยู่รายการหนึ่ง พ่อเขียนจำนวนปลอกกับแผ่นรอง และวาดตำแหน่งรูที่อยู่ห่างขอบไม่เท่ากันไว้ข้างบรรทัด วันที่ตรงกับกระดาษในกล่อง ส่วนช่องส่งคืนยังไม่มีลายมือผู้รับ

เยว่ชิงเทียบรูปอย่างช้า ๆ รอยตำหนิที่ขอบไม้ตรงกับตำแหน่งขีดสั้นในภาพ แต่เธอจดว่าเป็นสิ่งที่ตนเห็นตรงกัน ไม่เขียนว่าได้พิสูจน์แหล่งกำเนิดทั้งเส้นทางแล้ว

เธอหยิบใบงานวันที่สิบสามมกราคมซึ่งเคยพบด้านหลังรางลิ้นชักมาอ่านอีกครั้ง ใบนั้นยังระบุชุดเฟืองรับมาตรวจ ผู้ส่งยังไม่ครบ และคำให้เก็บชุดเก่าแยกจากชุดที่ส่งคืนยังอยู่ที่มุมเดิม

มันไม่ได้มีชื่อโรงงานซวงเหอปรากฏขึ้นเพราะเธออยากให้มี

แต่ในรายการเดือนธันวาคม เธอพบว่าร้านเคยรับตัวอย่างจากงานตรวจระยะซึ่งมีโรงงานนั้นเป็นปลายทาง ส่วนใบมกราคมบอกถึงงานอีกช่วงที่ยังรอผู้ส่งยืนยัน เธอมีเหตุให้ขอรายการรับส่งจากปลายทาง มาเทียบว่างานเหล่านี้ต่อเนื่องกันหรือเป็นคนละงาน

กล่องไม้ไม่ได้ตอบว่าพ่อตายอย่างไร และไม่ได้บอกว่ารถกลางคืนขนอะไรออกจากประตูบริการ

มันทำให้ชื่อโรงงานใหญ่เป็นคำที่เธอถามพร้อมสิ่งอ้างอิงได้ แทนการเดินทางไปด้วยชื่ออำเภอเพียงชื่อเดียว

เยว่ชิงคัดข้อความด้านหลังกระดาษ ระบุว่ายังไม่ส่งคำขอ แล้วเก็บต้นฉบับกลับในกล่องพร้อมบันทึกที่มา รายการของเดือนธันวาคมอยู่แฟ้มงานร้าน ใบมกราคมกลับที่ของมัน เอกสารทุกชุดยังมีทางให้ย้อนดูว่าเริ่มจากไหน

ก่อนลงไปต้มน้ำ เธอเขียนบรรทัดหนึ่งบนหน้าสมุดเวลาวันพรุ่งนี้

เปิดร้านตามเวลา — ถามเส้นทางติดต่อโรงงานซวงเหอหลังจัดงานที่ร้าน

เยว่ชิงปิดหน้าต่างชั้นบน เสียงคนคุยกันใต้ชายคาฝั่งตรงข้ามลอยขึ้นมา เธอได้ยินชื่อร้านหลินแวบหนึ่ง แต่ไม่ได้ยินประโยคเต็ม จึงยังไม่เปิดประตูไปถามเอาเรื่อง

พรุ่งนี้เธอจะรู้ว่าคำไหนเกี่ยวกับงานของร้าน และคำไหนปล่อยให้ผ่านไปได้

กลับสารบัญนิยาย

นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI