ปรับการอ่าน

ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · ตอนที่ 19

ตอนที่ 19 — คำตอบที่ไม่อยู่ในตู้เซฟ

เยว่ชิงไม่ได้สวมชุดที่เตรียมไว้สำหรับงานเลี้ยง

เช้าวันที่ยี่สิบห้าเมษายน เธอผูกเปียให้แน่น ตรวจว่ากระดุมเสื้อทำงานติดครบ แล้วนำสำเนาที่ได้รับเมื่อวานใส่กระเป๋าแยกจากสมุดค่าแรงของร้าน เอกสารที่ต้องใช้ไม่จำเป็นต้องมีทุกเรื่องซึ่งเธอสงสัยอยู่ในชีวิต

คำเล่าของโจวผิงถูกส่งให้หัวหน้าตู้แล้วตามขอบเขตที่ตกลง ใบงานแปดมกราคมกับกระดาษของหม่าหรงยังอยู่ในร้าน วันนี้เธอไปตอบเรื่องเงินสามพันหยวน ไม่ได้ไปทำให้คณะตรวจเชื่อคดีทั้งหมดของพ่อพร้อมกัน

ก่อนออก เธอติดป้ายแจ้งว่าจะเปิดหลังกลับจากนัดโรงงาน กินข้าวให้หมดถ้วย และใส่ปากกาของตนไปด้วย

ในชีวิตก่อน เยว่ชิงเคยไปนั่งรอให้คนอื่นบอกว่าควรเขียนอะไร

วันนี้เธอเตรียมคำถามไว้สามข้อ

ใครเป็นผู้รับเงินไปดำเนินการ

หลักฐานว่าร้านรับเงินหรือรับของอยู่ที่ใด

และใครมีอำนาจเอาความเป็นคู่หมั้นมาแทนลายมือผู้รับ

ห้องตรวจกลางอยู่ชั้นล่างของอาคารด้านใน โต๊ะยาวถูกจัดให้วางแฟ้มได้โดยไม่ต้องถือบนตัก หัวหน้าตู้เป็นผู้นำชุดเอกสารมา คณะตรวจมีผู้รับผิดชอบรายการเงินกับเจ้าหน้าที่จดบันทึก ผู้เป็นประธานหญิงแนะนำตนว่าเสิ่นหรงฮวา

นางอายุราวห้าสิบห้า ใบหน้าผอม โหนกแก้มชัด ผมดำแซมเทารวบมวยเรียบ สวมเสื้อฝ้ายสีเทาเข้มกับเสื้อด้านในสีอ่อน ไม่มีแว่น นางไม่ได้ยิ้มปลอบเยว่ชิง แต่ชี้ให้วางกระเป๋าข้างเก้าอี้ ไม่ปนกับเอกสารที่กำลังตรวจ

หานซิ่วนั่งใกล้สมุดปกน้ำเงิน สวีเหวินเต๋ออยู่ฝั่งตรงข้าม เสื้อสีเทากับแว่นกรอบโลหะดูเรียบร้อยกว่าเวลาที่เขามาถามหน้าร้าน

เขามองเยว่ชิงแล้วขยับเก้าอี้ให้ใกล้

“มานั่งข้างนี้ เราจะได้พูดกันรู้เรื่อง”

เยว่ชิงเลือกเก้าอี้ที่เจ้าหน้าที่จัดไว้สำหรับผู้ชี้แจงของร้าน

“ฉันฟังจากตรงนี้ได้ค่ะ”

เขาค้างมือบนพนักเก้าอี้ครู่หนึ่งก่อนนั่งลง รอยเล็กนั้นไม่มีใครเขียนในบันทึก และเยว่ชิงไม่จำเป็นต้องให้คนทั้งห้องเข้าใจว่ามันเคยมีอำนาจเหนือเธอเท่าไร

เสิ่นหรงฮวาเปิดประชุมด้วยการอ่านรายการที่จะตรวจ

“รหัส จ-0412 เงินเบิกไปจัดซื้อและรับคืน รวมถึงเหตุที่ขอให้ร้านหลินลงชื่อรับผิดหรือรับรองรายการ วันนี้ต้องแยกให้ชัดว่าแต่ละคนรับรองอะไร”

เยว่ชิงวางมือบนสมุดของตน

ในที่สุดคำถามของเธอมีที่นั่งอยู่บนโต๊ะเดียวกับคนที่เคยยื่นช่องว่างมาให้เธอเติม


ใบเบิกวันที่สิบสองเมษายนถูกวางก่อนใบคืนวันที่สิบหก

หานซิ่วอ่านชื่อผู้รับไปดำเนินการ จำนวนเงิน และรหัสอ้างอิงตามต้นฉบับ ไม่ใช้ความทรงจำแทนหน้าเอกสาร ส่วนสำเนาที่เยว่ชิงถือถูกเทียบข้างกัน ข้อความต่อท้ายยังอยู่ครบ ไม่ได้หายไปตอนส่งห้องกลางเมื่อวาน

ชื่อสวีเหวินเต๋ออยู่ในช่องรับเงินไปดำเนินการ

ชื่อร้านหลินอยู่ในข้อความประกอบงานซ่อม ไม่อยู่ในช่องลงชื่อร้านรับเงิน

เสิ่นหรงฮวาถามเหวินเต๋อว่าเงินถูกส่งให้ร้านเมื่อใด

“เป็นการตกลงจะใช้ร้านนี้ครับ พ่อของเยว่ชิงเคยทำให้โรงงาน และเรากำลังจะเป็นครอบครัวเดียวกัน เรื่องแบบนี้ไม่ควรต้องแยกจนเสียความไว้ใจ”

ประธานไม่ได้ตอบเรื่องความไว้ใจ นางถามคำถามเดิมอีกครั้ง

“มีใบรับเงินของร้านหรือไม่”

เหวินเต๋อมองเยว่ชิง “เธอยังไม่ยอมลงชื่อ ทั้งที่ฉันพยายามทำรายการให้ครบ”

“ฉันไม่ได้รับเงินค่ะ จึงไม่ลงชื่อว่ารับ” เยว่ชิงพูด “และฉันไม่ได้ปฏิเสธให้ตรวจเอกสาร วันที่เข้ามาตรวจฉันลงบันทึกเฉพาะว่าได้ตรวจ โดยระบุไม่รับรองการรับเงินหรือส่งมอบของ”

หานซิ่วหยิบบันทึกนั้นออกจากชุดที่แนบไปห้องกลาง หัวหน้าตู้ยืนยันว่าเป็นเอกสารที่ได้รับไว้ก่อนส่งตรวจครั้งนี้

เหวินเต๋อเลื่อนนิ้วไปที่กระดาษเตือนรอผู้แทนร้านลงชื่อ

“แผ่นนี้ก็บอกว่ารอเธออยู่”

เยว่ชิงไม่ยื่นมือไปดึงคืน

“แผ่นนั้นยังไม่มีชื่อผู้เขียนค่ะ และข้อความไม่ได้บอกว่าฉันรับเงินวันไหน จำนวนเท่าไร หรือส่งของอะไรแล้ว มันแทนใบรับเงินไม่ได้”

เสิ่นหรงฮวาถามว่าใครเขียน คนในห้องยังไม่มีใครยืนยันตนเป็นผู้เขียน ประธานให้จดสถานะตามที่เห็น ไม่ใช้กระดาษเตือนเติมการส่งมอบที่ขาดอยู่

เยว่ชิงชี้ช่องผู้รับเงินและบันทึกเข้าตรวจต่อหน้าคณะตรวจ เหวินเต๋อต้องตอบเรื่องเอกสารส่งมอบแทนการอ้างว่าเป็นคู่หมั้น
เยว่ชิงชี้ช่องผู้รับเงินและบันทึกเข้าตรวจต่อหน้าคณะตรวจ เหวินเต๋อต้องตอบเรื่องเอกสารส่งมอบแทนการอ้างว่าเป็นคู่หมั้น

จากนั้นเป็นใบคืนวันที่สิบหก

รหัสเดียวกัน จำนวนเดียวกัน และมีรายละเอียดว่าฝ่ายจัดซื้อคืนเงินเพื่อเก็บรักษารอรายการประกอบ ยังต้องตรวจลำดับการส่งเงินกับคนรับรักษาว่าครบตามเอกสารหรือไม่

หัวหน้าตู้บอกว่าคำขอของเยว่ชิงไม่ได้ขอให้รับรองเงินในตู้ครบตลอดเวลา และชุดวันนี้ก็ยังไม่มีเหตุให้ทำเช่นนั้นแทนเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ

เยว่ชิงมองชื่อร้านบนใบทั้งสอง เธอเคยกลัวจำนวนสามพันหยวนราวกับมันเป็นของที่หล่นลงมาทับชีวิตเธอโดยไม่มีที่มา

วันนี้ตัวเลขยังมากเท่าเดิม แต่เดินทางจากใครไปหาใครเริ่มถูกถามทีละช่วง ไม่ได้วนกลับมาที่ผู้หญิงซึ่งนั่งอยู่ใกล้ผู้รับเบิกเพียงเพราะสองคนหมั้นกัน

“ถ้ามีเงินขาดในช่วงใด ฉันเข้าใจว่าต้องตรวจค่ะ” เธอพูด “แต่ขอให้ตรวจคนที่รับและส่งในช่วงนั้น ไม่ให้ฉันลงชื่อรับผิดแทนช่องที่ไม่มีชื่อฉัน”


เสิ่นหรงฮวายกเรื่องเวลาขึ้นมาเมื่อเยว่ชิงแสดงกระดาษคัดเก่าที่ตนได้รับตั้งแต่วันแรก

สำเนาคาร์บอนแผ่นนั้นมีเวลา 18:20 ขณะที่ต้นฉบับใบรับคืนซึ่งฝ่ายบัญชีนำมาแสดงเป็น 14:20

เหวินเต๋อเคยบอกเวลาอย่างหลัง แต่ยังไม่อธิบายความต่าง

“ฉันไม่ได้บอกว่าตัวเลขที่ต่างกันทำให้รู้ว่าใครขโมยเงินค่ะ” เยว่ชิงกล่าว “ฉันขอให้บันทึกว่ามันต่าง และตรวจว่าแก้เมื่อใด โดยใคร ไม่ใช้คำว่าจำผิดปิดเรื่อง”

หานซิ่วยืนยันเวลาในต้นฉบับที่ตนเคยนำมาให้ตรวจเป็น 14:20 แต่ไม่ได้เห็นตอนที่สำเนาซึ่งเยว่ชิงถือถูกเขียนหรือแก้ นางไม่รับรองสิ่งที่ไม่อยู่ต่อหน้า

เหวินเต๋อบอกว่าอาจเป็นความผิดพลาดของการคัด เขาไม่ได้ยื่นรายการแก้เวลาหรือคำชี้แจงที่ลงชื่อผู้แก้มาในวันนี้

เสิ่นหรงฮวาให้เก็บสำเนาต่างเวลาพร้อมบันทึกแหล่งที่เยว่ชิงได้รับ เพื่อเรียกผู้ทำรายการมาตรวจต่อ ไม่เลือกเวลาใดเป็นเวลาส่งเงินจริงจากความเรียบร้อยของกระดาษเพียงอย่างเดียว

เยว่ชิงส่งให้เทียบต่อหน้าและขอสำเนารับไว้ ก่อนคนจดบันทึกนำแผ่นของเธอแนบชุดตรวจตามที่ตกลง เธอยังมีคู่ฉบับกับข้อความรับเอกสารกลับไป ไม่ปล่อยให้กระดาษหายจากชีวิตเพียงเพราะมันเข้าห้องกลางแล้ว

เหวินเต๋อถอนหายใจ

“ฉันไม่รู้ว่าเธอจะทำให้เรื่องเงินกลายเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้ เราตั้งใจจะช่วยร้าน”

“ถ้าจะช่วยร้าน ไม่จำเป็นต้องให้ร้านรับรองเงินที่ไม่เคยรับค่ะ”

เขามองประธานเหมือนขอให้ใครสักคนบอกว่าเธอกำลังใช้อารมณ์

ไม่มีใครพูดเช่นนั้นทันที

เสิ่นหรงฮวาถามว่ามีข้อตกลงเป็นลายลักษณ์หรือผู้ส่งเงินซึ่งยืนยันร้านรับเงินนอกชุดที่แสดงหรือไม่ เหวินเต๋อไม่มีเอกสารดังกล่าวมาให้ตรวจ และไม่ได้ระบุผู้ส่งที่สามารถเรียกมาแสดงการส่งมอบในช่วงนี้ได้

เยว่ชิงได้ยินคำตอบแล้วรู้สึกว่าหลังเก้าอี้อยู่ใกล้กว่าเดิม เธอเพิ่งสังเกตว่าตนเกร็งตัวจนไม่เคยพักหลังลงเลยตั้งแต่เริ่มประชุม

เธอยังคงนั่งตรง แต่ไม่จำเป็นต้องเกร็งเพื่อให้เสียงของตนมีน้ำหนักอีกทุกคำ


ผลที่คณะตรวจเขียนไม่ได้บอกว่าการจัดซื้อทั้งรายการเรียบร้อย

มันระบุว่าจากเอกสารและคำชี้แจงที่ตรวจวันนี้ ยังไม่มีหลักฐานการส่งเงินหรือทรัพย์สินให้ร้านหลินตามรายการนี้ ชื่อร้านในข้อความประกอบกับความเป็นคู่หมั้นไม่อาจใช้แทนหลักฐานรับเงินได้ จึงไม่ให้ร้านลงชื่อรับผิดเงินแทนผู้รับไปดำเนินการ และไม่ให้เรียกชำระจากร้านโดยอาศัยชุดเอกสารที่ตรวจนี้

ส่วนเส้นทางเงินคืน การเก็บรักษา และเวลาที่ต่างกันยังต้องสอบรายการผู้รับส่งต่อ

เยว่ชิงอ่านทุกบรรทัดก่อนถามว่าบันทึกคำคัดค้านที่ยื่นไว้เดิมจะอยู่ในชุดตรวจต่อหรือไม่

ประธานตอบว่าอยู่ พร้อมเลขรับส่งที่ทำไว้เมื่อวาน

เหวินเต๋ออ่านผลแล้วพูดว่าหากพบเอกสารอื่น ภายหลังก็ยังต้องถามเธออยู่ดี

เยว่ชิงหันมองเขา

“ถ้ามีหลักฐานใหม่ ฉันจะตอบสิ่งที่เกี่ยวกับฉันค่ะ แต่วันนี้ไม่มีเหตุให้ฉันลงรับผิดแทนคุณ”

เธอไม่ได้ยืมผลตรวจวันนี้ไปสัญญาว่าจะไม่ถูกถามอะไรอีกตลอดชีวิต มันคืนสิทธิ์ที่สำคัญกว่านั้นให้เธอ คือสิทธิ์ให้คนกล่าวหานำสิ่งที่ตนอ้างมาแสดง

เสิ่นหรงฮวาให้เจ้าหน้าที่ทำคู่ฉบับและลงชื่อผู้รับรองขอบเขตผลตรวจ เยว่ชิงลงชื่อรับสำเนาผลเท่านั้น ข้อความเหนือช่องชื่อเขียนชัดว่าได้รับเอกสาร ไม่ใช่รับเงินสามพันหยวน

เสิ่นหรงฮวาส่งสำเนาผลตรวจให้เยว่ชิง เธออ่านขอบเขตที่ระบุว่าไม่ให้ร้านรับผิดแทนผู้รับเงิน ก่อนลงชื่อรับเฉพาะเอกสาร
เสิ่นหรงฮวาส่งสำเนาผลตรวจให้เยว่ชิง เธออ่านขอบเขตที่ระบุว่าไม่ให้ร้านรับผิดแทนผู้รับเงิน ก่อนลงชื่อรับเฉพาะเอกสาร

ตอนปากกาแตะกระดาษ ความทรงจำของลายมือในชีวิตก่อนแล่นกลับมา เธอเคยลงชื่อโดยไม่อ่านเพราะเชื่อว่าคนข้างตัวจะไม่ทำร้าย

วันนี้ลายมือยังเป็นของเธอ แต่สิ่งที่มันรับรองไม่ได้ถูกคนอื่นเลือกไว้ฝ่ายเดียวแล้ว

หานซิ่วเก็บต้นเล่มพร้อมคนรับผิดชอบชุดตรวจ เยว่ชิงขอบคุณนางเรื่องสำเนาและข้อความต่อ ไม่ดึงหญิงสาวให้ยืนข้างตนในทุกเรื่องที่ยังขัดกับโรงงาน

หัวหน้าตู้บอกว่าคำขอค้นรายการประตูบริการยังอยู่ระหว่างตามเล่ม ไม่ถูกปิดไปพร้อมเรื่องร้านรับผิดเงิน เธอรับทราบแล้วเก็บผลวันนี้ไว้คนละซอง

เธอไม่ต้องชนะเรื่องหนึ่งด้วยการทำเป็นลืมอีกเรื่องหนึ่ง


เหวินเต๋อตามออกมาที่ทางเดิน

เมื่อไม่มีคนจดบันทึกอยู่ระหว่างทั้งคู่ เขาลดเสียงจนฟังเหมือนคำพูดส่วนตัวซึ่งเคยทำให้เยว่ชิงอ่อนใจ

“พอใจแล้วหรือ ทำให้ฉันเหมือนคนหลอกเธอต่อหน้าทุกคน”

“ฉันตอบว่าฉันไม่ได้รับเงิน”

“เธอควรคุยกับฉันก่อน”

“ฉันถามหลายครั้งแล้วค่ะ แต่คุณขอให้ฉันลงชื่อก่อนมีคำตอบ”

เขายื่นมือเหมือนจะจับแขน เธอถอยครึ่งก้าวจนมือเขาค้างอยู่ แล้วบอกว่าจะกลับร้าน

“เรายังเป็นคู่หมั้นกัน” เขาว่า

ประโยคนั้นเคยเป็นเหตุให้เธอนั่งข้างเขา ลงชื่อแทนเขา และคิดว่าความผิดที่ไม่ควรเป็นของตนต้องเงียบไว้เพราะวันหนึ่งจะเป็นครอบครัวเดียวกัน

ตอนนี้เขายังพูดประโยคเดิม หลังห้องตรวจเพิ่งเขียนว่ามันไม่ใช่หลักฐานส่งเงิน

เยว่ชิงมองเขาตรง ๆ

“เรื่องหมั้น ฉันจะคุยให้จบอีกครั้งค่ะ แยกจากเรื่องเงินของโรงงาน”

เธอไม่ประกาศถอนหมั้นกลางทางเดินในจังหวะที่ทุกความเหนื่อยกำลังพาเสียงให้สั่น เรื่องนั้นควรมีคำตอบจากเธอที่ชัดพอจะไม่ถูกเล่าว่าเป็นเพียงการทะเลาะหลังประชุม

เหวินเต๋อไม่ตามต่อเมื่อเธอเดินไปถึงประตูอาคาร

ข้างนอกมีลมพัดกระดาษประกาศบนผนัง คนงานยังเดินเข้าออกตามเวลา โรงงานไม่ได้หยุดทำงานเพราะชื่อร้านหลินเพิ่งพ้นจากข้อเรียกร้องที่ไม่มีหลักฐานรองรับ

เยว่ชิงเดินกลับด้วยความเหนื่อยที่มีพื้นที่ให้หายใจ

ที่ร้าน เธอเปิดกล่องเงินของตน นับเฉพาะเงินจากงานที่ทำและส่วนที่กันค่าใช้จ่าย ไม่มีสามพันหยวนปรากฏขึ้นเพราะคณะตรวจเขียนผล และไม่มีเหตุให้เงินในกล่องนี้ต้องออกไปชดใช้จำนวนที่เธอไม่เคยรับ

เธอเก็บสำเนาผลไว้กับคำขอเรื่องเงิน ก่อนเลื่อนซองส่วนตัวซึ่งมีคำเชิญงานเลี้ยงกับคำตอบวันที่สิบเก้าออกมาวางบนโต๊ะ

พรุ่งนี้เธอต้องคืนขอบเขตให้ชื่อของตนอีกเรื่องหนึ่ง

ครั้งนี้คำตอบจะไม่ได้อยู่ในตู้เซฟ ไม่ได้อยู่ในช่องผู้รับเงิน และไม่ได้รอให้ใครถามว่าคนเป็นคู่หมั้นควรอดทนอีกเท่าไร

มันอยู่กับผู้หญิงที่กำลังจะเลือกว่าชีวิตของตนจะเดินต่อโดยมีชื่อใครอยู่ข้างชื่อเธอ

กลับสารบัญนิยาย

นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI