ปรับการอ่าน

ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · ตอนที่ 32

ตอนที่ 32 — สัญญาที่อ่านทุกบรรทัด

จ้าวหมิงเซิงเลื่อนกระดาษข้ามเคาน์เตอร์มาให้เยว่ชิง แล้ววางฝ่ามือทับมุมหนึ่งไว้ไม่ให้ลมพัด

“ถ้าซื้อประจำ ใช้ใบนี้ได้ ไม่ต้องเขียนใหม่ทุกครั้ง”

ช่วงพักกลางวันของวันที่แปดพฤษภาคม แผงวัสดุใกล้ตลาดมีคนเดินผ่านไม่ขาด ชายผู้ขายแถบเหล็กให้เธอเมื่อสองวันก่อนเพิ่งบอกชื่อของตน เขาอายุสี่สิบหก ใบหน้าค่อนข้างเหลี่ยม ผมดำแซมเทาตัดสั้น เสื้อกั๊กสีเทาอมเขียวคลุมเสื้อทำงานสีน้ำตาล

เยว่ชิงอ่านชื่อบนหัวกระดาษ เทียบกับรายการขายครั้งก่อน แล้วหยิบสมุดขนาดวัสดุออกมา

“ฉันจะเริ่มด้วยจำนวนเท่านี้ ไม่ใช่ซื้อเท่ากันทุกสัปดาห์ค่ะ”

จ้าวดูรายการ “ถ้าจำนวนน้อย ราคาต่อชิ้นลดให้เท่าคนสั่งมากไม่ได้”

“ฉันจ่ายราคาของจำนวนน้อยได้ ถ้ารู้ราคาก่อนตกลง”

เธอวางสมุดข้างกระดาษและเริ่มอ่านตั้งแต่บรรทัดแรก ชายหลังเคาน์เตอร์รออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันไปหยิบของให้ลูกค้าอีกคน เมื่อกลับมา เธอยังไม่ได้จับปากกา

“มีตรงไหนอ่านไม่ออกหรือ”

“อ่านออกค่ะ แต่บางตรงยังไม่รู้ว่าหมายถึงอะไร”

นิ้วของเธอหยุดใต้ข้อความว่าผู้ซื้อยอมรับของที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงแทนได้เมื่อของที่สั่งขาด

“ใกล้เคียงตัดสินจากอะไร”

“ของชนิดเดียวกัน ขนาดไม่ห่างมาก บางคนรับไปปรับเอง”

เยว่ชิงหยิบแถบตัวอย่างซึ่งห่อผ้ามาอย่างดีออกให้ดู

“ขนาดต่างนิดเดียวก็อาจแตะขอบในเครื่อง ฉันต้องตรวจว่าใช้กับงานนั้นได้จริง จะเขียนว่าเปลี่ยนของแทนต้องถามฉันก่อนแต่ละครั้งได้ไหม”

จ้าวมองตัวอย่าง แล้วมองเครื่องมือวัดที่เธอวางข้าง ๆ

“ถ้าถามแล้วติดต่อไม่ได้ ของก็ต้องรอ”

“ให้รอค่ะ อย่าส่งชนิดอื่นมาแล้วนับว่าฉันรับตามคำสั่งเดิม”

เขาหยิบกระดาษอีกแผ่นขึ้นมา เธอกลับอ่านบรรทัดถัดไปก่อน

เยว่ชิงอ่านและถามเงื่อนไขข้อตกลงกับจ้าวหมิงเซิงทีละบรรทัด
เยว่ชิงอ่านและถามเงื่อนไขข้อตกลงกับจ้าวหมิงเซิงทีละบรรทัด

ข้อความส่วนหนึ่งให้ผู้ขายปรับยอดสั่งประจำตามราคาหรือจำนวนขั้นต่ำของต้นทาง เยว่ชิงอ่านซ้ำแล้วถามว่า หากเดือนหน้าต้นทางเพิ่มจำนวน เธอจำเป็นต้องซื้อเพิ่มด้วยหรือไม่

“ถ้าไม่ถึงจำนวน ฉันสั่งมาให้คนเดียวลำบาก” จ้าวตอบ

“อย่างนั้นคุณปฏิเสธคำสั่งใหม่ได้ แต่ฉันไม่ตกลงให้เพิ่มจำนวนที่ฉันต้องจ่ายเองโดยยังไม่ได้ถาม”

ชายขายของพิงเคาน์เตอร์ สีหน้าเริ่มเหนื่อย

“ร้านเล็กหลายร้านใช้ใบเดียวกัน ไม่เคยถามมากเท่านี้”

เยว่ชิงเก็บแถบตัวอย่างกลับในผ้า

“ร้านฉันเล็กเหมือนกันค่ะ ถ้ามีของเกินที่ใช้ เงินที่ซื้อของนั้นก็คือเงินที่ฉันเอาไปทำงานอื่นไม่ได้ ฉันจึงต้องรู้ก่อน”

เขาไม่ตอบทันที มีเด็กคนหนึ่งวิ่งผ่านหน้าแผง คนขายผลไม้ข้าง ๆ เรียกให้ระวังรถเข็น เสียงเหล่านั้นช่วยให้เธอมีเวลาหายใจโดยไม่ต้องเติมคำอธิบายจนยอมรับเงื่อนไขที่ตนไม่ต้องการ

จ้าวเคาะกระดาษเบา ๆ

“ถ้าเขียนใหม่ให้เป็นซื้อทีละคำสั่ง ไม่ผูกจำนวนประจำ คุณต้องรับเองว่าบางครั้งฉันไม่มีของให้”

“ฉันรับว่าคุณไม่รับคำสั่งใหม่ได้ ถ้าบอกก่อนฉันจ่าย แต่คำสั่งที่คุณรับแล้วต้องมีวันส่งที่ตกลงกัน ถ้าเลื่อนก็ให้บอก ไม่ใช่ปล่อยให้ฉันรอโดยไม่รู้”

เขาหัวเราะสั้น ๆ “คุณเคยรอมาแล้วหรือ”

“ฉันอยากวางเวลางานให้ลูกค้าได้ค่ะ”

เยว่ชิงไม่ได้เล่าเรื่องเจียงหรือชื่อที่ตนสงสัยให้ผู้ขายรายใหม่ฟัง การทำข้อตกลงครั้งนี้ไม่จำเป็นต้องแลกด้วยเรื่องของร้านอื่น

จ้าวดึงกระดาษเปล่ามาวางและเขียนหัวข้อใหม่ เขาเสนอให้แยกใบเงื่อนไขทั่วไปออกจากรายการของแต่ละครั้ง ระบุชนิด ขนาด จำนวน ราคา และวันส่งบนรายการที่ทั้งสองรับไว้

เยว่ชิงอ่านสิ่งที่เขาเขียนอีกครั้ง

“เรื่องรับของ ถ้าคุณส่งผิดขนาด ให้ทำอย่างไร”

“อย่าตัดหรือดัดมัน เอากลับมาเปลี่ยน”

“ฉันตรวจตอนรับได้ ถ้าไม่ตรงรายการก็ยังไม่รับชิ้นนั้น แล้วถ้าเป็นปัญหาของเนื้อวัสดุที่ตอนวัดขนาดมองไม่เห็นล่ะคะ”

เขาส่ายหน้า “ฉันรับรองว่าคุณทำปลายหรือม้วนแล้วจะสำเร็จไม่ได้ งานนั้นคุณเป็นคนทำ”

เยว่ชิงนึกถึงปลายสปริงชิ้นแรกที่แตก เธอไม่อาจเอาความผิดพลาดของมือไปส่งคืนผู้ขายแล้วเรียกทั้งหมดว่าของเสีย

“ฉันเข้าใจค่ะ ถ้าปัญหาเกิดจากการทำของฉัน ฉันรับเอง แต่ถ้าสงสัยว่าของผิดชนิดหรือมีตำหนิเดิม ขอให้คุณดูชิ้นที่ยังไม่ใช้กับใบรายการก่อน ไม่เขียนว่าพอรับแล้วห้ามถามทุกกรณี”

จ้าวพิจารณาอยู่พักหนึ่ง แล้วแก้ข้อความเป็นให้แยกตรวจตามสาเหตุ เก็บวัสดุและรายการไว้เปรียบเทียบ เขาไม่รับปากคืนเงินทุกครั้งที่เครื่องไม่เดิน และเธอไม่ได้ขอคำรับรองเช่นนั้น

บรรทัดเรื่องเงินทำให้เยว่ชิงหยุดอีกครั้ง

ใบเดิมใช้คำว่าค้างชำระให้หักจากรายรับกิจการได้

“คุณหมายถึงให้ใครมารับเงินที่ร้านหรือ”

“เป็นข้อความในแบบเก่า ถ้าซื้อเชื่อ”

“ครั้งนี้ฉันไม่ซื้อเชื่อ จ่ายเมื่อรับของตรงรายการ ขอเอาข้อนี้ออก”

จ้าวพยักหน้า คราวนี้เขาไม่ได้ถามว่าทำไม

เยว่ชิงอ่านทั้งแผ่นต่อจนจบ ข้อตกลงซื้อวัสดุไม่ควรให้ผู้ขายตัดสินเรื่องรายรับ ลูกค้า หรือชื่อร้านของเธอ เธอเขียนขอบเขตไว้ให้ชัด แล้วให้จ้าวอ่านกลับในส่วนที่แก้

“ไม่จำเป็นต้องตั้งร้านฉันเป็นสาขาของแผงคุณเพื่อซื้อของ” เธอพูดเมื่อเขาเสนอว่าติดป้ายแหล่งวัสดุอาจช่วยให้คนเชื่อว่ามีของส่งต่อเนื่อง

“ผมแค่เสนอ”

“ฉันเข้าใจค่ะ แต่ยังไม่รับข้อเสนอนั้น”

เขาพับป้ายตัวอย่างเก็บไว้ใต้เคาน์เตอร์ การปฏิเสธเรื่องหนึ่งไม่ได้ทำให้ทั้งสองต้องเลิกพูดกันทุกเรื่อง

เมื่อเขียนเสร็จ จ้าวทำอีกชุดให้ตรงกัน เยว่ชิงเทียบข้อความทั้งสองแผ่น อ่านชื่อผู้ซื้อซึ่งเป็นตนในนามร้านหลิน ตรวจรายการแรกให้พอดีกับเงินสำรองที่กำหนดไว้ แล้วจึงลงชื่อ

รอยแก้ที่มีอยู่ ทั้งสองลงชื่อย่อกำกับก่อนแยกถือคนละชุด ไม่มีหน้าว่างที่ให้เธอเซ็นเผื่อ ไม่มีการจ่ายล่วงหน้าเพื่อแลกคำรับปากว่าจะส่งของเมื่อสะดวก

วันส่งครั้งแรกคือเช้าวันที่เก้าพฤษภาคม จ้าวบอกว่าของจำนวนเล็กนี้เตรียมได้จากวัสดุที่มี ไม่ต้องรอเที่ยวใหม่ เธอให้เวลาเปิดร้านกับตำแหน่งร้านเพียงเท่าที่จำเป็นสำหรับส่งของ

ตอนกลับ เยว่ชิงมองนาฬิกาข้อมือ ยังเหลือเวลาพอเดินไปถึงร้านตามป้ายที่แจ้งไว้ เธอถือกระดาษสองชุดในมือเมื่อมา แต่ถือกลับเพียงชุดของตนกับรายการที่ทั้งสองตกลงกัน

มันบางกว่าข้อเสนอให้ซื้อประจำที่ได้รับตอนแรกมาก และเธอรู้ว่าข้างในเขียนอะไร

บ่ายวันนั้น เธอเก็บข้อตกลงไว้ในแฟ้มการค้า แยกจากเอกสารเกี่ยวกับพ่อ แล้วกลับไปตรวจเครื่องฝึกซึ่งยังเดินอยู่บนแท่นทดสอบ เสียงของมันไม่ได้ทำให้ใบสั่งวัสดุทุกชนิดถูกต้องขึ้นมา เธอต้องตรวจของที่ส่งจริงอีกครั้งอยู่ดี

เช้าวันรุ่งขึ้น จ้าวมาถึงร้านพร้อมห่อเล็กในถุงผ้า

เขาวางห่อบนเคาน์เตอร์ เยว่ชิงปูผ้าสะอาดและเปิดดูต่อหน้าเขา ตรวจชนิดที่ระบุ จำนวน และขนาดด้วยเครื่องมือของตน แยกของแต่ละรายการไม่ให้ปนกัน

จ้าวรอโดยไม่ได้ยื่นมือมาปิดห่อเร่งให้เธอจ่าย

เยว่ชิงตรวจวัสดุที่จ้าวส่งครั้งแรกก่อนรับของและจ่ายเงิน
เยว่ชิงตรวจวัสดุที่จ้าวส่งครั้งแรกก่อนรับของและจ่ายเงิน

“คนอื่นมักดูแค่จำนวน” เขาพูด

“ฉันเพิ่งทำเสียไปสองชิ้นค่ะ ถ้าไม่รู้ว่าของเริ่มต้นตรงขนาดหรือไม่ ฉันจะหาต่อไม่ได้ว่าตัวเองผิดตรงไหน”

เขาก้มดูเครื่องมือวัดแล้วพยักหน้า เยว่ชิงตรวจจนเสร็จ ของครั้งนี้ตรงกับรายการ เธอจึงจ่ายเงิน รับใบรับเงิน และลงวันที่เก้าพฤษภาคมในช่องรับของ

จำนวนเงินในลิ้นชักลดลงจริง เธอไม่ได้เรียกข้อตกลงนี้ว่าชัยชนะเหนือคนที่ตัดทางอะไหล่ ไม่ได้ซื้อวัสดุมากจนร้านต้องรีบหาลูกค้าให้ทันใช้มัน สิ่งที่ได้คือทางซื้ออีกทางหนึ่งซึ่งเธอรู้เงื่อนไข

จ้าวเก็บถุงเปล่า ก่อนถามว่าเที่ยวหน้าจะเอาเท่าเดิมหรือไม่

“ยังไม่สั่งค่ะ ถ้ารู้จำนวนแล้วจะคุยรายการใหม่”

“ได้ ผมก็จะไม่เตรียมเพิ่มให้โดยคิดว่าคุณรับแน่”

เยว่ชิงเดินไปส่งถึงประตู กลับมาทำเครื่องหมายบนห่อวัสดุใหม่ ระบุวันซื้อและชนิดตามใบรายการ ไม่ย้ายไปใส่ถุงอะไหล่เก่าซึ่งมีชื่อคนต่างเมืองอยู่

ใกล้เที่ยง บุรุษไปรษณีย์นำซองจากบ้านแม่มาส่ง เธอรับไว้แล้วเปิดอ่านหลังจัดของบนเคาน์เตอร์เรียบร้อย

แม่เขียนว่าหลังลูกกลับไป ได้เก็บตู้ให้เป็นระเบียบและพบกล่องไม้ใบหนึ่งที่พ่อเคยนำมาฝากไว้ ของข้างในแม่ไม่รู้ว่าใช้ทำอะไร จึงยังเก็บตามเดิม หากลูกมีเวลามาบ้านอีก แม่อยากให้ช่วยดู

เยว่ชิงอ่านย่อหน้านั้นซ้ำ แม่ไม่ได้บอกว่าเป็นหลักฐาน ไม่ได้บอกว่าเกี่ยวกับอุบัติเหตุ กล่องไม้ใบหนึ่งอาจมีเพียงเครื่องมือหรือของที่พ่อยังซ่อมไม่เสร็จ

แต่เธออยากไปดูด้วยตาตนเอง และอยากเอากระดาษสองฉบับที่ยืมมาคืนแม่ให้ถูกต้องเมื่อจัดการเรื่องสำเนาสำหรับติดตามคำขอเรียบร้อย

เธอวางจดหมายลงข้างสมุดเวลา ไม่ลุกล็อกร้านทันที งานที่รับไว้ การตรวจเครื่องฝึก และการเดินทางล้วนต้องจัดให้ไปด้วยกันได้

บนเคาน์เตอร์ ห่อวัสดุใหม่เรียงอยู่ตรงตำแหน่งของมัน เยว่ชิงเก็บใบรับเงินในแฟ้มการค้า แล้วเปิดสมุดอีกหน้าเพื่อดูวันที่ตนจะกลับบ้านได้

ครั้งนี้เธอจะกลับไปโดยไม่ต้องทิ้งประตูร้านให้คนอื่นถือแทน

กลับสารบัญนิยาย

นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI