閱讀設定

ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · 第96章

ตอนที่ 96 — ข้อที่ยังตอบไม่ได้

翻譯尚未完成,顯示泰文原作

เยว่ชิงนำรายการคำถามที่แก้ใหม่ไปยังสำนักงานในวันที่ยี่สิบสี่ตุลาคม

ครั้งนี้นางไม่ได้ขีดเส้นเชื่อมงานสามหนึ่งเจ็ดหกกับชุดเจ็ดสิบเจ็ดขีดยี่สิบหก กระดาษคั่นกลางยังอยู่ และบันทึกการตรวจต้นทางที่ตงเหอถูกแยกจากหลักฐานการรับปลายทางซึ่งยังต้องตาม

หลัวถิงอ่านจนจบ แล้วเลื่อนแผ่นคำร้องเก่ากลับมาตรงหน้านาง

“มีคำถามหนึ่งที่ยังไม่ได้ให้เจ้าตอบชัด” ผู้ตรวจกล่าว “เจ้ารู้หรือไม่ว่าบิดาเจ้าไม่เคยลงชื่อรับรองงานส่วนอื่นซึ่งเกี่ยวกับรายการนี้”

เยว่ชิงรู้สึกว่าห้องเงียบลง ทั้งที่ยังมีเสียงคนเดินอยู่หลังประตู

นางรู้ว่าทะเบียนส่งงานไม่ใช่ใบรับรองทั้งหมด รู้ว่าแม่เคยได้ยินพ่อกลัวการถูกใช้ชื่อ และรู้ว่ากระดาษบางชุดยังขาด แต่คำถามของหลัวถิงไม่ได้ถามสิ่งเหล่านั้น

พ่อเคยลงชื่อบนกระดาษอีกใบหรือไม่

หากเคย เขาลงชื่อในขอบเขตใด

นางอยากตอบว่าไม่มีวัน เพราะพ่อเป็นคนที่สอนให้ดูของจริงก่อนพูดว่าซ่อมเสร็จ เป็นคนที่ทำงานแล้วกลับมาเช็ดน้ำมันออกจากมือก่อนจับชามข้าวของแม่

ความทรงจำมีน้ำหนักมากพอให้ลูกสาวเจ็บเมื่อได้ยินคำถาม แต่ไม่มากพอจะทำให้กระดาษที่นางไม่เคยเห็นกลายเป็นสิ่งที่รู้ได้

“ข้าไม่รู้เจ้าค่ะ”

หลัวถิงไม่ได้รีบปลอบ และไม่ได้เขียนว่าเยว่ชิงยอมรับว่าพ่อทำผิด

“ข้าจะบันทึกว่าเจ้ายังไม่มีเอกสารหรือประสบการณ์ตรงซึ่งตอบการลงชื่อในส่วนที่ยังไม่พบ ไม่บันทึกว่าเจ้ารับรองว่าเขาลงชื่อแล้ว”

เยว่ชิงมองปลายปากกาของผู้ตรวจ

คำว่าไม่รู้อาจถูกใช้เป็นเชือกผูกคนได้ หากคนบันทึกเปลี่ยนมันเป็นคำยอมรับสิ่งที่ไม่ได้พูด นางจึงขออ่านประโยคที่ลงไว้

หลัวถิงส่งให้ดู

ข้อความตรงกับสิ่งที่นางตอบ ไม่มีคำว่าเป็นเหตุให้รายงานเดิมถูกต้องทั้งหมดเพิ่มเข้ามา

“ข้ายังขอให้ตรวจฐานของคำว่ารับรองทั้งหมดได้หรือไม่”

“ได้ การที่เจ้าไม่เห็นทุกกระดาษ ไม่ได้ทำให้ผู้เขียนรายงานมีฐานเพิ่มขึ้น แต่หากพบใบที่เกี่ยวข้องจริง เราต้องอ่านตามขอบเขตของใบนั้นด้วย ไม่ซ่อนเพราะมันทำให้บิดาเจ้าดูต่างจากที่เจ้าจำ”

เยว่ชิงวางมือบนตักเพื่อไม่ให้กระดาษสั่นไปด้วย

“ถ้าพ่อเคยยอมในส่วนหนึ่ง ข้าก็ต้องรู้ว่าเขายอมส่วนไหน ไม่ใช่ให้ใครเอาส่วนนั้นไปเติมว่าเขายอมทุกอย่าง”

“นั่นเป็นคำถามที่ตรวจต่อได้”

นางไม่ได้รู้สึกโล่ง แต่รู้สึกว่าคำของตนยังเป็นของตนอยู่

*

หลัวถิงนำรายการอีกสามช่องมาวาง

ช่องแรกเกี่ยวกับผู้ลงข้อความในรายงาน ช่องที่สองเกี่ยวกับที่มาของคำในบัญชีชิวอิง ช่องที่สามเกี่ยวกับรถในคืนบาดเจ็บ

“เจ้ามีหลักฐานว่าสวีเหวินเต๋อเป็นผู้ใส่ชื่อบิดาเจ้าในรายงานวันที่หกกุมภาพันธ์หรือไม่”

“ข้ามีคำชี้แจงว่าเขาให้ชิวอิงคัดกระดาษร้าน และบอกบางรายการเงินหลังเหตุเกิด แต่ยังไม่มีหลักฐานว่าเขาเป็นคนเขียนแถวในรายงานนั้น”

“เช่นนั้นสิ่งที่ตรวจเขาได้ตอนนี้ไม่ต้องกลายเป็นทุกสิ่งที่เจ้าสงสัยเขา”

เยว่ชิงพยักหน้า แต่ไม่อาจพยักหน้าด้วยใจเบา

ในชีวิตเดิมนางรู้ว่าเหวินเต๋อทำอะไรกับตนหลังปีเหล่านี้ รู้ความเหนื่อยซึ่งถูกเรียกว่าหน้าที่ และรู้ว่าคำขอโทษของเขาเคยเป็นประตูให้การเรียกร้องครั้งใหม่ผ่านเข้ามา

หลัวถิงไม่รู้ชีวิตนั้น และนางไม่มีวิธีทำให้มันเป็นทะเบียนซึ่งคนอื่นตรวจได้

แม้ความทรงจำเก่าจะทำให้นางเลือกไม่กลับไปเป็นคู่หมั้นของเขา ก็ไม่ได้ทำให้นางเห็นมือที่เขียนรายงานทุกหน้าในปีเจ็ดสิบแปด

“ข้าจะไม่เติมชื่อเขาในช่องผู้เขียนที่ยังหาไม่พบ” นางกล่าว

“แต่ข้าจะไม่ตัดเรื่องที่มีแหล่งให้ตามออกเพียงเพราะเจ้ายังตอบช่องนั้นไม่ได้” หลัวถิงตอบ “รายการที่เขาบอกให้จดต้องตามว่าเขารู้จากไหน ส่วนกระดาษที่คัดต้องตามว่าไปถึงใคร ทั้งสองเรื่องยังต้องทำ”

คำตอบนั้นทำให้ความโกรธของเยว่ชิงมีที่วาง โดยไม่ต้องผลักมันให้กลายเป็นหลักฐาน

เมื่อถึงเรื่องรถ หลัวถิงถามว่านางมีอะไรยืนยันผู้ขับรถคันที่กล่าวถึงในคืนวันที่สิบหกมกราคม

เยว่ชิงอธิบายเรื่องทะเบียนรถที่เคยใช้เลขสี่สิบหกและเปลี่ยนเป็นแปดสิบเอ็ด แต่ไม่เอาเรื่องของเจิ้งซื่อเหิงมายืนแทนคนขับในคืนนั้น

“เจิ้งซื่อเหิงเล่าเที่ยววันที่ยี่สิบแปดพฤศจิกายน ไม่ใช่คืนที่พ่อข้าบาดเจ็บ” นางบอก “ข้ายังไม่มีคำสั่งใช้รถกับชื่อผู้ขับในคืนวันที่สิบหก”

“ดี อย่าให้ชื่อคนที่ยอมตอบเราเป็นชื่อเดียวที่เราหยิบไปใส่ทุกเที่ยว”

เยว่ชิงก้มลงมองช่องที่เว้นไว้

นางเคยกลัวว่ากระดาษซึ่งมีช่องว่างมากจะทำให้คนรับเรื่องคิดว่าไม่มีอะไร แต่การกรอกชื่อคนเดียวลงทุกช่องอาจทำให้คนที่ไม่ได้อยู่ในเหตุถูกตามแทนคนซึ่งยังหาไม่พบ

“แล้วเวลาสิบเก้านาฬิกาห้าสิบนาทีกับยี่สิบสองนาฬิกาสามสิบห้า…” นางเริ่ม

หลัวถิงให้พูดจนจบก่อนถามกลับ

“ช่องแรกบันทึกการรับคำขอจากชิงเหอ ช่องหลังเป็นเวลาที่ลงไว้ในข้อมูลโรงพยาบาล เรารู้ช่วงระหว่างนั้นครบหรือยัง”

“ยังไม่ครบ”

“ถ้าเช่นนั้นยังบอกไม่ได้ว่าเครื่องเริ่มทำงานเมื่อใด ใครรู้เรื่องใบแนบก่อนเหตุ หรือรถออกจากที่ใดเวลาเท่าใด”

นางขีดคำถามไว้ ไม่ขีดข้อสรุป

เยว่ชิงอ่านถ้อยคำที่รับไว้ทีละช่อง ยืนยันส่วนที่ตนพูดและแก้ส่วนที่อาจทำให้ความไม่รู้กลายเป็นการปฏิเสธทั้งหมด

คำที่ตอบไม่ได้ไม่ถูกลบออกจากรายการ เพียงถูกเปลี่ยนเป็นสิ่งที่จะต้องตามจากคนหรือแหล่งซึ่งมีโอกาสรู้จริง

*

ออกจากห้องแล้ว เยว่ชิงหยุดตรงหน้าต่างทางเดิน

นางไม่ได้ร้องไห้ต่อหน้าคนรับเรื่องเพื่อขอให้ประโยคในบันทึกอ่อนลง แต่เมื่อเหลืออยู่กับตน ความร้อนกลับขึ้นมาถึงขอบตา

พ่ออาจไม่ได้ทำถูกทุกอย่าง

คำสั้น ๆ นี้ทำให้นางเจ็บมากกว่าคำกล่าวหากว้าง ๆ ซึ่งเคยโกรธตอบได้ทันที เพราะมันไม่ได้มาจากคนที่ต้องการปิดเรื่อง แต่มาจากช่องว่างที่ตนยอมเห็นด้วยตนเอง

นางยืนจับถุงที่ปิดอยู่ รอจนหายใจเป็นจังหวะ แล้วมองลานซึ่งมีคนกำลังย้ายกระถางให้พ้นน้ำฝนจากชายคา

คนเหล่านั้นไม่รู้ว่าลูกสาวคนหนึ่งเพิ่งยอมรับเรื่องใดในห้องด้านหลัง พวกเขาไม่ต้องหยุดวันของตนเพื่อให้นางทำใจได้

นางก็ไม่จำเป็นต้องรีบเดินจนเหมือนไม่รู้สึกอะไร

เยว่ชิงพักตรงหน้าต่างทางเดินหลังยอมรับสิ่งที่ตนยังไม่รู้เกี่ยวกับพ่อ
เยว่ชิงพักตรงหน้าต่างทางเดินหลังยอมรับสิ่งที่ตนยังไม่รู้เกี่ยวกับพ่อ

เมื่อสายตากลับมาชัด เยว่ชิงหยิบสำเนาบันทึกออกมาอ่านอีกครั้ง

ไม่มีประโยคใดบอกว่าต้องเลิกถาม ไม่มีประโยคใดบอกว่าคนเขียนรายงานไม่ต้องแสดงฐานของตน

นางเก็บกระดาษเข้าที่ แล้วลงบันไดโดยจับราวในช่วงที่พื้นชื้น ไม่ได้ปล่อยให้ความโกรธเลือกความเร็วให้เท้า

*

คืนนั้นนางร่างจดหมายถึงเจิ้งซื่อเหิง

ในเดือนมีนาคมปีที่แล้ว เขาเคยยอมให้ใช้คำเล่าเที่ยวรถประกอบการค้นใบรับกับใบคืน ไม่ใช่ใบรับรองว่าของทุกชิ้นในลังตรงตามข้อกำหนด นางเปิดสำเนาคำจดที่เก็บไว้เพื่อดูขอบเขตเดิมก่อนเขียน

ครั้งนี้นางไม่ได้ถามว่าเขาพาพ่อไปโรงพยาบาลหรือไม่ เพียงเพราะมีคำว่ารถอยู่ในทั้งสองเรื่อง

นางถามถึงเที่ยววันที่ยี่สิบแปดพฤศจิกายน ปีเจ็ดสิบเจ็ด ชุดเจ็ดสิบเจ็ดขีดยี่สิบหก ว่าเขามีสำเนาใบนำส่งที่เก็บเอง หรือจำส่วนที่รับเก็บฉบับมีลายเซ็นผู้รับได้หรือไม่

หากมี ขอให้บอกก่อนว่าเอกสารอยู่กับใคร สำเนาออกจากต้นฉบับใด และผู้เก็บยอมให้ส่วนไหนใช้ในการตรวจเส้นทางรับของ

เยว่ชิงเขียนชื่อหลัวถิงกับขอบเขตงานให้เขาทราบ การบอกชื่อผู้ตรวจไม่ใช่คำสั่งให้ชายคนนั้นส่งสมุดส่วนตัวทั้งหมดมา

นางเพิ่มว่า ไม่ต้องรื้อส่วนที่เกี่ยวกับครอบครัวซึ่งไม่เกี่ยวกับเที่ยวนี้ และหากไม่มี ก็ขอให้บอกว่าไม่มีในที่ซึ่งค้น ไม่ต้องหาลายเซ็นจากใบคนละเที่ยวมาทดแทน

เมื่ออ่านกลับ นางพบว่าตนยังเขียนคำว่า เพื่อพิสูจน์ว่าใครรับของแทน อยู่ในร่าง

เยว่ชิงขีดคำว่า ของแทน ออกเฉพาะในร่างใหม่ของตน แล้วเขียนว่า เพื่อดูว่าใครรับลังตามใบนำส่งเที่ยวนี้

เจิ้งซื่อเหิงไม่ได้เปิดลังตรวจวัสดุ การถามชื่อคนรับลังไม่ควรสอดสิ่งที่นางต้องพิสูจน์ต่อเข้าไปในปากคนขับตั้งแต่ก่อนเขาตอบ

นางเก็บร่างที่แก้ไว้ พับฉบับส่ง แล้วไปฝากทางไปรษณีย์ในเช้าวันที่ยี่สิบห้า

เยว่ชิงส่งคำถามที่จำกัดอยู่กับเที่ยวรถซึ่งคนขับเคยยอมให้ค้น
เยว่ชิงส่งคำถามที่จำกัดอยู่กับเที่ยวรถซึ่งคนขับเคยยอมให้ค้น

ซองออกจากมือนางแล้ว แต่ยังไม่มีลายเซ็นผู้รับใบเก่ามาปรากฏในห้องทันที

สิ่งที่นางทำได้วันนี้คือส่งคำถามไปถูกเรื่อง และไม่ให้ความอยากรู้ทำให้คำของผู้ตอบถูกใช้ก่อนเขาเลือกตอบ

*

วันจันทร์ที่ยี่สิบเจ็ด เยว่ชิงกลับไปทำงานที่หน่วยตามหน้าที่

รายการที่ได้รับในวันนั้นเป็นการตรวจขนาดชิ้นงานตัวอย่างตามแบบงานของหน่วย ไม่ใช่ชิ้นโลหะจากบ้านแม่ และไม่ได้มีเลขเก่าของพ่ออยู่ในถาด

เครื่องอยู่ในสภาพหยุดตามช่วงตรวจที่กำหนด นางเช็ดผิวชิ้นงานก่อนใช้เครื่องมือวัด ตรวจค่าตั้งตามที่เรียนมา แล้ววัดซ้ำในตำแหน่งซึ่งระบุ

ครั้งหนึ่งเคยมีความรีบร้อนทำให้นางออกแรงกับชุดจับทั้งที่รู้สึกต้าน คราวนี้ความรู้สึกจากห้องรับเรื่องไม่ได้เป็นเหตุให้ข้ามงานเล็กตรงหน้า

ค่าตำแหน่งหนึ่งต่างจากจุดก่อน นางไม่ได้เติมตัวเลขให้เสมอกันเพื่อให้ตารางดูเรียบ จึงขอให้ผู้รับผิดชอบช่วยดูว่าตำแหน่งที่ใช้วัดถูกหรือไม่ก่อนบันทึกผลต่อ

เกามาถึงตามงานในหน่วย เขาดูตำแหน่งที่นางชี้ และให้กลับไปเทียบจุดอ้างตามแบบ ไม่ได้ถามว่าตอนนี้เรื่องของพ่อไปถึงไหน

“ถ้าไม่แน่ใจ ให้บอกตรงจุด” เขากล่าว “คนอ่านผลต่อจะได้ไม่คิดว่าเจ้าวัดในที่ซึ่งยังไม่ได้วัด”

เยว่ชิงทำตาม แล้วลงผลของงานที่ทำจริง

นางไม่ได้เอาชิ้นงานของหน่วยกลับไปห้องเช่าเพื่ออธิบายเรื่องของแทนในคดี ไม่ได้ขอให้เกาลงชื่อรับรองชิ้นส่วนที่เขาไม่เคยเห็น เพียงเพราะเขาช่วยดูค่าหนึ่งในวันนี้

งานในถาดกลับไปยังส่วนรับงานตามขั้นตอน ส่วนคำถามเกี่ยวกับวัสดุชุดเก่ายังต้องอยู่กับแหล่งของมัน

เยว่ชิงตรวจชิ้นงานของหน่วยตามแบบและบันทึกเฉพาะตำแหน่งที่วัดจริง
เยว่ชิงตรวจชิ้นงานของหน่วยตามแบบและบันทึกเฉพาะตำแหน่งที่วัดจริง

เมื่อเลิกงาน นางล้างมือจนไม่มีคราบติดผ้า กินอาหารตามเวลา แล้วกลับไปยังห้องเช่าซึ่งยังต้องยกมุมบานประตูเมื่อไขกุญแจ

ชีวิตที่สร้างไว้ไม่ได้หยุดเป็นของนางเพียงเพราะคำตอบเรื่องพ่อยังไม่ครบ

และความเหนื่อยจากการตามเรื่องไม่ทำให้นางมีสิทธิปล่อยงานของคนอื่นผิดไปด้วย

*

ปลายเดือนมีจดหมายส่วนตัวจากแม่มาถึง

แม่ถามว่าได้อ่านข่าวที่ผู้ตรวจส่งแล้วหรือยัง ก่อนเล่าเรื่องเวลาพักกับอาหารที่กินในบ้าน ไม่มีถ้อยคำใหม่ซึ่งยืนยันว่าพ่อไม่เคยลงชื่อบนกระดาษทุกใบ

เยว่ชิงอ่านเรื่องธรรมดานั้นจนจบ ไม่พลิกผ่านเพื่อหาว่ามีชื่อผู้ต้องสงสัยใหม่หรือไม่

นางตอบแม่ว่าได้พบหลัวถิงอีกครั้งแล้ว มีข้อที่ต้องยอมรับว่ายังตอบไม่ได้ ผู้ตรวจยังให้ตามฐานที่คนใช้กล่าวไว้ต่อ และไม่ได้ให้คำว่าไม่รู้มาเป็นคำสั่งปิดเรื่อง

เยว่ชิงหยุดอยู่ตรงประโยคซึ่งอยากเขียนว่า ไม่ต้องกลัว พ่อจะพ้นผิดทั้งหมด

นางไม่ได้เขียนมัน

นางเขียนว่า ข้าจะถามตามส่วนที่พิสูจน์ได้ หากพบว่าพ่อทำอะไรจริง ข้าจะไม่ปิดมันไว้ แต่หากใครเติมคำที่ไม่มีฐานลงไป ข้าจะไม่ยอมให้คำนั้นอยู่โดยไม่ถูกตรวจ เพียงเพราะเรายังหาสิ่งอื่นไม่ครบ

จดหมายตอบถูกวางรอส่งตามช่องทางเดิม ไม่ได้เดินทางถึงแม่ในคืนที่นางเขียน

เยว่ชิงปิดแฟ้ม ในนั้นมีรายการที่ถูกตรวจเพิ่มและช่องที่ยังว่าง ทั้งสองอย่างอยู่ด้วยกันโดยไม่จำเป็นต้องแต่งช่องว่างให้เต็ม

การยอมรับว่าไม่รู้อาจทำให้เดินช้าลง เพราะต้องไปหาแหล่งแทนการเดินตามความโกรธของตน

แต่มันทำให้นางไม่เดินไปยืนในที่ของพยานคนอื่น ไม่ใช้ชื่อคนที่ตอบง่ายแทนคนที่ยังไม่พบ และไม่ขอให้แม่จำสิ่งซึ่งลูกสาวอยากได้

นางยังอยากให้พ่อกลับมาเหมือนเดิม ความอยากนั้นไม่ได้หายไปเพราะตรวจคำร้องเป็น

เยว่ชิงวางตะเกียงให้ห่างผ้า แล้วดับไฟ

คืนนี้นางตอบไม่ได้หลายข้อ

พรุ่งนี้คำถามเหล่านั้นยังมีที่อยู่ และนางยังมีชีวิตที่ต้องดูแลระหว่างเดินไปหามัน

กลับสารบัญนิยาย

นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI