ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · 第95章
ตอนที่ 95 — ผู้ตรวจจากที่อื่น
翻譯尚未完成,顯示泰文原作
หนังสือที่มาถึงหลานโจววันที่สามสิบกันยายนไม่ได้บอกว่าคำขอของเยว่ชิงชนะแล้ว
มันแจ้งว่าจะมีผู้ตรวจเอกสารจากหน่วยอีกเขตเข้ามาช่วยทบทวนฐานของรายงานตรวจรับ ลงชื่อผู้ได้รับมอบหมายว่า หลัวถิง พร้อมขอบเขตงานและวันนัดที่สำนักงานผู้รับเรื่อง
เยว่ชิงอ่านชื่อหน่วยสองครั้ง
หลัวถิงไม่ได้อยู่ในชุดซึ่งทำรายงานเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีเจ็ดสิบแปด และไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่หญิงที่นางเคยพบเพื่อดูสำเนาบางส่วนเมื่อเดือนมิถุนายนกับกรกฎาคมที่ผ่านมา หนังสือมอบหมายให้ตรวจว่าเอกสารซึ่งถูกอ้างรองรับข้อความได้เพียงใด และตามเส้นทางของใบแนบที่ยังขาด
ไม่มีถ้อยคำว่าให้ตัดสินสาเหตุการตาย ไม่มีคำสั่งให้เข้าบ้านญาติทุกคน และไม่ได้ให้ผู้ตรวจคนหนึ่งกล่าวแทนแพทย์หรือช่างที่ยังไม่ถูกถาม
นางวางหนังสือไว้ข้างคำชี้แจงของแม่
คำว่า ผู้ตรวจจากที่อื่น ทำให้อยากเชื่อว่าครั้งนี้จะมีคนยอมฟังจนจบ แต่ความอยากนั้นไม่ควรทำให้เอกสารส่วนตัวของผู้อื่นกลายเป็นของที่เปิดได้ทั้งหมด
วันที่สองตุลาคม เยว่ชิงส่งข่าวถึงแม่กับชิวอิง แยกกันบอกชื่อ หน่วย และส่วนซึ่งมีแผนจะนำไปใช้ ไม่เอารายจ่ายในบ้านของคนหนึ่งไปแนบให้คนอีกบ้านอ่าน
แม่ตอบถึงนางวันที่หก อนุญาตให้ผู้ตรวจฐานรายงานคนที่แจ้งชื่ออ่านคำชี้แจงที่ตนลงไว้ และติดต่อถามเพิ่มเติมตามนัดได้ ข้อที่ไม่ได้เล่าหรือการนำไปใช้ที่อื่นยังต้องถามใหม่
ชิวอิงตอบมาวันที่แปด ยอมให้ตรวจรายการที่เคยระบุพร้อมคำอธิบายแหล่งความรู้ หล่อนยังต้องการให้ส่วนครอบครัวซึ่งไม่เกี่ยวกับเรื่องคงอยู่ในความดูแลของผู้เก็บต้นฉบับ
เยว่ชิงนำคำตอบเข้าสำนักงานตามช่องทางเดิม ไม่เก็บไว้เป็นเพียงความเข้าใจระหว่างตนกับญาติ
หนังสือมอบหมายไม่ได้ทำให้ความยินยอมของคนเล็ก ๆ หมดความหมาย
*
วันที่สิบตุลาคม เยว่ชิงมาถึงตามเวลานัดหลังจัดเวลางานกับหน่วยของตนเรียบร้อย
หญิงที่ยืนอยู่ตรงทางเดินหน้าห้องรับเรื่องสวมเสื้อทำงานสีเขียวเข้ม ผมดำตัดสั้นเรียบถึงปลายคาง มีเส้นหงอกบาง ๆ ตรงขมับ ใบหน้าเหลี่ยมเล็กน้อย แว่นกรอบดำทรงแคบวางอยู่บนสันจมูก นางอายุราวสี่สิบเอ็ด ดูเป็นคนที่เดินทางมาพร้อมงานของตน มากกว่ามารอให้ใครเล่าเรื่องเศร้าจนสงสาร
เจ้าหน้าที่เดิมแนะนำทั้งสองฝ่าย หลัวถิงแสดงหนังสือมอบหมายให้เยว่ชิงดู และบอกว่าจะเก็บบันทึกส่วนที่ตรวจใหม่แยกจากข้อสรุปเดิม
“ข้าอ่านหนังสือของท่านแล้ว” เยว่ชิงกล่าว “แต่ขอถามว่าท่านจะตอบเรื่องใดได้ก่อน”
หลัวถิงไม่ทำท่ารำคาญ
“เรื่องที่ได้รับมอบหมาย ส่วนที่ยังไม่มีฐานพอก็ต้องเขียนว่าไม่มีฐานพอ หากต้องให้คนหน้าที่อื่นตรวจ จะส่งคำถามพร้อมสิ่งที่ใช้ถาม ไม่ส่งข้อสรุปของข้าไปให้เขารับรองตาม”
คำตอบไม่อบอุ่นนัก แต่เยว่ชิงรู้ว่าถ้อยคำชนิดนี้อาจช่วยได้มากกว่าคำว่าไม่ต้องกลัวตั้งแต่ยังไม่ได้เปิดแฟ้ม

ก่อนเข้าห้อง หลัวถิงถามว่านางมีเอกสารซึ่งเจ้าของยังไม่ได้ตกลงให้ใช้หรือไม่
“มีส่วนที่ข้าไม่ได้นำมา” เยว่ชิงตอบ “และมีต้นฉบับอยู่กับเจ้าของหลายแห่ง ข้ามีรายการที่เก็บไว้ให้ตามถึง”
“ถ้าไม่มีอยู่ในมือ ก็อย่าเขียนว่าแนบมาแล้ว”
“ข้าแยกไว้”
“ดี เราจะเริ่มจากคำที่อยู่ในคำขอของเจ้า”
เยว่ชิงคิดว่าจะเริ่มจากรายงาน แต่หลัวถิงกลับเปิดคำร้องที่นางส่งก่อน แล้วชี้ประโยคซึ่งขอให้ทบทวนการรับรองทั้งหมดของพ่อ
“เจ้าต้องการให้แก้คำว่าตรวจรับทั้งหมด หรือให้วินิจฉัยว่าใครเจตนาเอาชื่อบิดาเจ้าไปใช้”
นางเม้มปาก
“ข้าต้องการรู้ทั้งสองอย่าง”
“ได้ แต่สองอย่างนั้นใช้คำถามคนละชุด อย่าเอาผลของข้อแรกไปตอบข้อหลังเอง”
*
บนโต๊ะมีเพียงแฟ้มที่ใช้ในนัดนั้น เอกสารส่วนตัวซึ่งยังไม่อยู่ในขอบเขตไม่ได้ถูกยกมาให้ผู้ตรวจดูเพื่อสร้างความประทับใจ
หลัวถิงเปิดสำเนาทะเบียนส่งงานลงวันที่ยี่สิบเจ็ดธันวาคม ปีเจ็ดสิบเจ็ด เทียบกับแถวที่อ้างงานหมายเลขสามหนึ่งเจ็ดหกในรายงานวันที่หกกุมภาพันธ์ปีถัดมา
“ช่องนี้เขียนว่าอะไร” นางถาม
“ส่งงานจากหน่วยซ่อมสองซวงเหอ มีชื่อพ่อเป็นผู้ส่ง” เยว่ชิงตอบ
“แล้วช่องใดบอกว่าเขาตรวจทุกส่วนผ่าน”
“ในสำเนาทะเบียนที่ได้มาไม่มีช่องนั้น”
“ถ้าเช่นนั้นคำถามแรกของเราเป็นเรื่องฐานของข้อความในรายงาน มีเอกสารอีกชิ้นรองรับหรือไม่ ใครนำทะเบียนส่งงานมาอ้าง และอ้างในขอบเขตไหน”
เยว่ชิงขยับแฟ้มอีกเล่ม ซึ่งมีเลขชุดเจ็ดสิบเจ็ดขีดยี่สิบหกอยู่ในรายการกำกับ
หลัวถิงไม่ได้ปล่อยให้นางเลื่อนมาซ้อนกัน
“สองเลขนี้เป็นงานเดียวกันหรือ”
“ข้ายังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเป็นเครื่องหรือชุดเดียวกัน”
“ถ้าเจ้ายังไม่มี เหตุใดในแผ่นสรุปจึงขีดเส้นต่อกันเหมือนเป็นเส้นทางเดียว”
เยว่ชิงมองกระดาษที่ตนเขียนเมื่อคืน
นางตั้งใจใช้เส้นเพื่อบอกว่าทั้งสองกลุ่มเกี่ยวกับพ่อ แต่คนที่ไม่ได้อ่านทุกจดหมายมาก่อนอาจเห็นว่าของชุดเดียวกันเดินผ่านทะเบียนทั้งสองเลขแล้ว
“ข้าขีดเพื่อให้ดูว่าต้องตรวจร่วมกัน แต่ข้าเขียนไม่ชัด”
“เก็บแผ่นนี้ไว้ แล้วทำฉบับใหม่ อย่าเอายางลบทำให้ข้าไม่เห็นว่าเจ้าคิดเชื่อมตรงไหน”
หลัวถิงวางแฟ้มแยกออกจากกัน ใช้กระดาษเปล่าคั่นกลางช่องที่ยังต่อไม่ได้
เยว่ชิงรู้สึกเหมือนถูกเลื่อนออกจากข้อสรุปที่เดินเข้าใกล้มานาน แต่นางมองช่องว่างนั้นแล้วเห็นว่ามันอยู่ตรงนี้มาตลอด เพียงเส้นดินสอของตนเคยพาดทับ

“แล้วคำชี้แจงของแม่ข้าล่ะ” นางถาม
หลัวถิงอ่านส่วนที่แม่อนุญาตให้ใช้ ไม่ขอให้เยว่ชิงเล่าจดหมายส่วนตัวทั้งฉบับก่อน
“มารดาเจ้าได้ยินบิดาเล่าที่บ้าน นางมีเหตุช่วยทบทวนวันจากของใช้ในบ้าน นั่นเป็นข้อมูลที่ต้องตรวจตามแหล่งของมัน”
“ไม่ทำให้ท่านเชื่อว่าเขาถูกกดดันหรือ”
“ทำให้ข้าต้องถามเรื่องนั้น ไม่ทำให้ข้าได้ยินหัวหน้าหม่าพูดด้วยตนเอง”
เยว่ชิงจับขอบเก้าอี้ไว้ชั่วครู่
หลัวถิงเห็น แต่ไม่ได้ลดความเข้มของคำตอบเพื่อให้นางหายเจ็บเร็ว
“ใบรับถ่านต้องดูต้นฉบับตามนัดผู้เก็บ ไม่ใช่เขียนว่าใบรับบันทึกคำขู่ หากความทรงจำเปลี่ยนภายหลังต้องเก็บคำอธิบายไว้ด้วย การที่นางยอมเขียนขอบเขตของสิ่งที่ไม่รู้ทำให้เราถามต่อได้ถูกคน ไม่ใช่เหตุให้ปัดทิ้งว่าไม่มีประโยชน์”
เยว่ชิงค่อย ๆ คลายมือ
นางไม่ได้ยินผู้ตรวจพูดว่าแม่โกหก แต่ก็ไม่ได้ยินว่าคำของแม่ทำให้หลักฐานที่ขาดมาปรากฏขึ้นเอง
เมื่อตรวจคำชี้แจงชิวอิง หลัวถิงอ่านเฉพาะส่วนที่อยู่ในขอบเขตซึ่งเจ้าของตอบรับไว้ โดยสำนักงานผู้เก็บสมุดนำรายการนั้นออกให้ดูตามขั้นตอน
“วันที่สิบหกมกราคมกับสี่หยวนแปดเหมา” ผู้ตรวจพูด “เจ้าของสมุดบอกแล้วว่าจดตามคำสวีเหวินเต๋อภายหลังเกิดเหตุ ข้าจะตามว่าเขาอาศัยอะไรบอกยอดนี้ แต่ยังลงไม่ได้ว่าชิวอิงเห็นการจ่ายในคืนนั้น”
“เจ้าค่ะ”
“ส่วนรถเข็นวันที่สิบสี่เมษายน เป็นเงินที่นางบอกว่าจ่ายเอง ความทรงจำว่าผู้ใดเดินไปด้วยต้องถามในฐานะคนที่อยู่ด้วย ไม่เอายอดสองเหมามารับรองใบหน้าคนเดินแทน”
นางเก็บคำว่าไม่ได้ไว้ครบทุกครั้ง
เยว่ชิงเคยคิดว่าการได้ผู้ตรวจซึ่งไม่ได้อยู่ใต้คนเดิมจะทำให้ต้องพูดปฏิเสธน้อยลง แต่คนที่ทำหน้าที่จริงกลับไม่ยอมให้นางข้ามข้อซึ่งยังขาด ไม่ว่าจะขาดเพราะผู้อื่นไม่ตอบหรือเพราะนางอธิบายเองไม่ชัด
*
พักกลางวัน เยว่ชิงกินอาหารที่ซื้อจากร้านใกล้สำนักงาน ไม่ได้ตามหลัวถิงไปห้องพักหรือพยายามใช้เวลาส่วนตัวเพื่อเล่าเรื่องเพิ่ม
ผู้ตรวจออกมาซื้อของกินของตนในเวลาต่อมา เห็นนางนั่งอยู่จึงถามว่าที่ข้างกันว่างหรือไม่ เยว่ชิงพยักหน้า ทั้งสองกินโดยไม่เปิดกระดาษบนโต๊ะอาหาร
เมื่อเสียงในร้านเบาลง นางจึงถามคำที่ค้างอยู่
“ท่านเคยพบคนที่อ่านคำว่าไม่มีหลักฐานพอแล้วคิดว่าผู้ตรวจเข้าข้างคนที่เขาร้องเรียนหรือไม่”
หลัวถิงวางตะเกียบ
“เคย”
“แล้วท่านทำอย่างไร”
“บอกให้เขารู้ว่ากำลังถามหาอะไรอยู่ ถ้าข้าตรวจไม่ครบ เขามีสิทธิทัก ถ้าข้าเห็นว่าครบทั้งที่ยังไม่ครบ เขาก็ไม่ควรต้องขอบใจข้าเพราะคำตอบฟังถูกใจ”
“ข้ากลัวว่าทุกครั้งที่ยอมรับข้อจำกัด คนที่ไม่อยากให้ถามจะเอาคำนั้นไปบอกว่าพ่อข้าผิดทั้งหมดอยู่ดี”
ผู้ตรวจมองนางตรง ๆ
“เจ้าไม่ควรเขียนเกินเพราะกลัวคนอื่นจะพูดเกิน เราต้องบันทึกทั้งสิ่งที่พบและฐานที่คนใช้กล่าวหา หากเขาอ้างว่าบิดาเจ้ารับรองทั้งหมด เขาต้องแสดงฐานของคำว่าทั้งหมดด้วย ไม่ใช่ให้เจ้าแบกหน้าที่พิสูจน์ทุกสิ่งที่เขาไม่ได้แสดง”
ลมหายใจที่เยว่ชิงกลั้นไว้จึงค่อยออกมา
การระวังคำของตนไม่ได้แปลว่าต้องยอมให้คำของฝ่ายอื่นไม่ถูกตรวจ
“ข้าจะไม่ขอให้ท่านเชื่อข้าเพราะข้าเป็นลูกสาวเขา”
“ข้ารู้ได้ว่าเจ้ามีเหตุอยากให้เรื่องชัด แต่เรื่องที่เรารับตรวจต้องยืนได้เมื่อคนอ่านไม่รู้จักเจ้า”
หลัวถิงลุกไปจ่ายค่าอาหารส่วนของตน เยว่ชิงไม่ได้ชิงจ่ายเพื่อให้การสนทนามีหนี้เล็ก ๆ อยู่ระหว่างกัน
ตอนกลับเข้าห้องรับเรื่อง นางรู้สึกเหนื่อย แต่ไม่รู้สึกว่าถูกขอให้หยุด
*
บ่ายนั้นทั้งสองทำรายการคำถามใหม่
กลุ่มแรกคือทะเบียนส่งงานสามหนึ่งเจ็ดหกกับฐานข้อความในรายงานหลังพ่อเสีย ต้องตามผู้รวบรวม ผู้รับเอกสารรองรับ และขอบเขตการอ้าง ไม่สมมุติว่าทะเบียนส่งเท่ากับผลตรวจ
กลุ่มที่สองคือเจ็ดสิบเจ็ดขีดยี่สิบหก รายการอนุมัติกับรายการของที่ใช้แทนต่างกัน ต้องตามอำนาจเปลี่ยนรายการ ที่มาของใบแนบ และผลตรวจของจริง หากต้องอธิบายสมบัติวัสดุ จะให้คนที่ตรวจงานนั้นรับผิดชอบ ไม่ให้หลัวถิงวินิจฉัยจากถ้อยคำบนกระดาษแทนเครื่องมือ
กลุ่มที่สามคือคืนบาดเจ็บ ข้อมูลโรงพยาบาลกับการติดต่อของตงเหอต้องอยู่ตามเวลาที่แต่ละแหล่งลงไว้ ไม่เปลี่ยนเวลารับคำขอเป็นเวลาบาดเจ็บหรือเวลาไปถึงโรงพยาบาล
เยว่ชิงนำแผ่นสรุปใหม่อ่านให้ผู้ตรวจฟัง แล้วยอมให้แก้คำที่ยังเชื่อมเกิน
นางไม่ได้เอาจดหมายส่วนตัวของถานหรือหน้าสมุดซึ่งเจ้าของไม่ให้ใช้มาวางเพื่อเติมช่องที่ว่าง ความต้องการของผู้ตรวจไม่ได้ขยายสิทธิของนางเหนือคนเหล่านั้น
หลัวถิงบอกว่าจะตรวจต้นทางใบแนบที่ตงเหอตามขอบเขตมอบหมาย ส่วนต้นฉบับซึ่งอยู่บ้านแม่ต้องติดต่อเจ้าของก่อนกำหนดเวลา อีกเส้นทางหนึ่งต้องตามผู้รับของในใบนำส่งเก่า ผู้ที่ขับรถกับผู้ที่รับของเป็นคนละตำแหน่งในรายการ ไม่ควรเรียกคนแรกมาให้ตอบแทนทุกลายเซ็น
เมื่อจบนัด เจ้าหน้าที่รับรายการเพิ่มเติมไว้และให้สำเนาการส่งแก่เยว่ชิง
กระดาษนั้นบอกว่ารับสิ่งใดไปตรวจ ไม่ได้บอกว่าหลัวถิงยืนยันข้อกล่าวหาทั้งหมดแล้ว
*
วันที่สิบสามตุลาคม หลัวถิงไปยังส่วนเก็บเอกสารของตงเหอตามนัดที่เจ้าหน้าที่ประสานไว้
เยว่ชิงไม่ได้เดินตามไปอยู่ในห้องเก็บต้นฉบับ ผู้ตรวจมีงานและเส้นทางของตน นางไม่ต้องคอยยืนข้างทุกคนเพื่อให้เอกสารยังเป็นจริง
ผู้เก็บทะเบียนนำเล่มต้นทางมาเปิดตรงช่องรับคำขอวันที่สิบหกมกราคม ปีเจ็ดสิบแปด หลัวถิงเทียบกับสำเนาซึ่งเคยออกให้ก่อนหน้า
เวลา สิ่งที่ร้องขอ และข้อความเรื่องการรอใบแนบตรงกับส่วนที่ปรากฏในสำเนาเดิม นางบันทึกสิ่งที่ตรวจเองครั้งนี้พร้อมแหล่งที่เก็บ ไม่ย้ายต้นฉบับออกจากหน้าที่ของผู้เก็บ
จากนั้นจึงตรวจบัญชีนำส่งวันที่หนึ่งกุมภาพันธ์
รายการแสดงว่ามีการส่งเอกสารซึ่งรวมการติดต่อครั้งนั้นและถ้อยคำจำกัดขอบเขต ไม่มีช่องในหน้าที่เปิดนี้ซึ่งรับรองว่าคนปลายทางได้รับทุกหน้าไปครบ หรือได้อ่านคำจำกัดขอบเขตก่อนจัดรายงาน
“เอกสารตอบรับปลายทางอยู่เล่มเดียวกันหรือ” หลัวถิงถาม
ผู้เก็บส่ายหน้า แล้วบอกส่วนที่ต้องติดต่อเพิ่มตามเส้นทางเก็บจริง
ผู้ตรวจจดแหล่งที่จะตาม ไม่ขีดคำว่าใบตอบรับถูกทำลายลงตรงช่องว่าง
การหายไปจากชุดที่เปิดอยู่ไม่ใช่สิทธิให้ตั้งชื่อคนทำให้หาย

หลัวถิงส่งคำขอตามปลายทางผ่านช่องทางรับเรื่อง เมื่อกลับจากตรวจต้นทางจึงจัดบันทึกผลเฉพาะส่วนที่ทำจริง แจ้งสำนักงานว่ามีข้อใดเทียบต้นฉบับได้ และข้อใดต้องตามจากผู้รับ
นางไม่แวะหามารดาเยว่ชิงโดยไม่มีนัด ไม่เอาหน้าที่ตรวจเอกสารไปใช้เป็นเหตุให้ชิวอิงเปิดเรื่องในครอบครัวทั้งหมด และไม่เขียนว่าการเข้าตงเหอครั้งเดียวทำให้ตรวจคืนบาดเจ็บครบแล้ว
*
เยว่ชิงได้รับข่าวผลขั้นต้นในวันที่ยี่สิบเอ็ดตุลาคม
บรรทัดหนึ่งบอกว่าสำเนาติดต่อของตงเหอที่นางใช้ตรงกับทะเบียนต้นทางในส่วนที่ตรวจ อีกบรรทัดบอกว่าบัญชีนำส่งยังต้องตามการรับปลายทาง จึงไม่ควรใช้คำว่าส่งแล้วเป็นคำว่าปลายทางรับและใช้ครบ
นางอ่านบันทึกจนจบก่อนหยิบดินสอ
มีสิ่งหนึ่งซึ่งขยับไปข้างหน้า ผู้ตรวจซึ่งได้รับมอบหมายได้ตรวจต้นทางด้วยตนเอง ไม่ใช่อ่านสำเนาของนางแล้วเขียนว่าเชื่อเพราะเล่าได้ละเอียด
และมีอีกหลายสิ่งซึ่งยังอยู่ในช่องว่างเดิม
เยว่ชิงเปลี่ยนแผ่นรายการของตนตรงส่วนที่ได้ผลตรวจใหม่ ลงวันที่ข่าวมาถึง ไม่ขีดทับวันซึ่งเอกสารเก่าเกิดขึ้น
เมื่อถึงบรรทัดเรื่องคนปลายทาง นางวางดินสอลงก่อนจะเผลอเติมชื่อที่อยากให้เป็น
หลัวถิงไม่ใช่คนที่เข้ามาบอกว่าความสงสัยทุกข้อของนางถูกต้อง
นางเป็นคนที่ยอมตรวจฐานของคำที่ผู้อื่นเขียนไว้ พร้อมกับไม่ยอมให้เยว่ชิงเขียนเกินฐานของตนเช่นกัน
หญิงสาวเก็บสำเนาการรับเรื่องกับบันทึกผลใหม่แยกจากกัน คืนนี้ยังมีคำถามที่ตอบไม่ได้ และครั้งต่อไปนางจะต้องยอมกล่าวคำว่าไม่รู้ต่อหน้าผู้ตรวจ โดยไม่ปล่อยให้คำนั้นถูกใช้แทนคำว่าไม่ต้องถาม
แต่การที่เรื่องยังไม่จบ ไม่ได้แปลว่ามันกลับไปอยู่ใต้ความเงียบเหมือนเดิมแล้ว
นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI
