Ajustes de leitura

ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · Capítulo 87

ตอนที่ 87 — หานซิ่วตัดสินใจเอง

Tradução pendente. Exibindo o original tailandês.

หานซิ่วเก็บหนังสืออนุมัติย้ายงานไว้ในลิ้นชักของตนหนึ่งคืน ก่อนเขียนจดหมายถึงเยว่ชิง

นางไม่ได้เขียนทันทีที่ยื่นคำขอ และไม่ได้บอกว่าที่ทำงานใหม่รับแล้วในวันที่ยังรอคำตอบ หนังสือซึ่งมาถึงวันที่ยี่สิบสองเมษายนระบุให้เริ่มหน้าที่ใหม่วันที่สิบสองพฤษภาคม ส่วนการส่งมอบงานที่เดิมต้องเสร็จตามรายการ

เช้าวันที่ยี่สิบสาม นางหยิบกระดาษขึ้นมา เขียนชื่อเพื่อนแล้วหยุดอยู่ครู่หนึ่ง

ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา จดหมายจากหลานโจวมักมาพร้อมคำถามเรื่องเอกสาร บางซองมีข่าวเรื่องแม่ของเยว่ชิง บางซองมีคำขอเพียงสั้น ๆ ว่าช่วยถามผู้เก็บให้ได้หรือไม่ หานซิ่วตอบเท่าที่รู้และช่วยเท่าที่ได้รับอนุญาต แต่นั่นไม่ได้ทำให้การตัดสินใจเรื่องงานของตนต้องรอคำตอบจากเพื่อน

นางเริ่มจดหมายด้วยเรื่องของตน

ข้าจะย้ายไปทำบัญชีรับส่งงานที่หน่วยบริการซ่อมเครื่องมือส่วนกลางในชิงเหอ งานยังเป็นงานเอกสาร แต่ไม่ได้อยู่โต๊ะเดิมที่ต้องรับคำสั่งเรื่องบัญชีโรงงานทุกวัน ข้ายื่นเรื่องไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ตอนนี้มีคำอนุมัติและวันเริ่มงาน

หานซิ่วอ่านประโยคสุดท้าย ก่อนเขียนต่อว่านางไม่ได้ย้ายไปหลานโจว ไม่ได้ย้ายบ้าน และไม่ได้มีห้องพักใหม่ที่ใครจัดให้โดยไม่ต้องจ่าย

งานใหม่มีค่าใช้จ่ายของมัน

เงินส่วนที่เคยได้จากหน้าที่พิเศษบางอย่างที่เดิมจะไม่ตามไป นางต้องเดินไกลขึ้น และต้องเรียนการรับส่งงานอีกแบบ แต่ได้รู้ขอบเขตหน้าที่จากผู้รับผิดชอบก่อนตอบรับ ไม่ใช่ย้ายเพราะมีคนบอกว่าจะทำอะไรก็ได้แล้วค่อยดูทีหลัง

หานซิ่วเขียนคำว่าข้าเลือกไว้ชัด

นางไม่ได้เก่งพอจะอยู่นอกคำสั่งทุกอย่าง และไม่ได้เชื่อว่าที่ใหม่จะไม่มีคนชวนให้เขียนคำง่าย ๆ แทนเรื่องซึ่งยังไม่ตรวจ แต่การอยู่โต๊ะเดิมเพราะกลัวทำให้ทุกคนลำบากก็ไม่ใช่ความเป็นอิสระของนาง

เมื่อจดหมายเดินทางจริง นางเก็บสำเนาคำขอและหนังสืออนุมัติไว้ในห่อเอกสารส่วนตัว ไม่เอาแฟ้มโรงงานใส่ลงไปด้วย

วันที่ยี่สิบแปด เยว่ชิงอ่านข่าวนั้นในห้องเช่าที่หลานโจว

นางเพิ่งลงรับเอกสารของลูกค้าสิบคน ยังต้องรอผลเรื่องโต๊ะตลาด และมีหน้าที่ประจำที่ต้องทำต่อ จังหวะแรกที่เห็นคำว่าย้ายงาน นางคิดถึงคำถามเก่าซึ่งยังไม่ได้คำตอบก่อนคิดถึงการเดินไปทำงานของเพื่อน

ถ้าหานซิ่วออกจากห้องบัญชีเดิม ใครจะช่วยถามผู้เก็บให้

เยว่ชิงเห็นความคิดนั้นชัดพอจะไม่เขียนตามมันลงในคำตอบ

หานซิ่วไม่ได้มีหน้าที่อยู่ที่เดิมเพื่อให้ประตูเอกสารของนางเปิดง่ายขึ้น

นางอ่านส่วนค่าใช้จ่ายอีกครั้ง แล้วหยิบกระดาษใหม่

“ข้าดีใจที่เจ้าได้วันเริ่มงานชัด” นางเขียน “ถ้าจะเล่าเรื่องงานใหม่ ข้าอยากฟัง เจ้าจะให้ข้าติดต่อช่วงไหนหลังย้ายแล้วบอกได้ คำถามเรื่องแฟ้มเดิม ข้าจะส่งตามช่องทางของผู้เก็บ ไม่ให้เจ้าเป็นคนตามทุกอย่างก่อนออก”

ถึงอย่างนั้น นางไม่ได้เขียนว่าไม่ต้องช่วยอะไรอีกตลอดชีวิตราวกับการที่เพื่อนมีงานของตนแปลว่าเพื่อนถูกผลักออกจากเรื่องทั้งหมด

นางถามว่าถ้ามีส่วนใดซึ่งเกี่ยวกับสิ่งที่หานซิ่วเคยเห็นด้วยตนเอง และต้องใช้คำบอกเล่าเพิ่มเติม จะขออนุญาตเป็นครั้ง ๆ ผ่านช่องทางเดิมได้หรือไม่

ระหว่างคำว่าต้องช่วยกับคำว่าไม่ต้องเกี่ยว มีพื้นที่ที่ทั้งสองยังเลือกได้

เยว่ชิงส่งคำตอบวันถัดมา โดยไม่แนบต้นฉบับคำบอกเล่าลูกค้า ไม่เอารายการที่อยู่สิบคนไปเป็นห่อให้เพื่อนตรวจเพื่อพิสูจน์ว่าเรื่องของตนสำคัญกว่าเริ่มงานใหม่

ที่ชิงเหอ หานซิ่วเริ่มทำรายการส่งมอบ

สมุดที่นางใช้ในหน้าที่ เอกสารรับคืนซึ่งต้องจัดเข้าตู้ และเรื่องที่ยังรอคำตอบถูกแยกเป็นคนละช่อง นางเขียนว่าเรื่องใดถามไปแล้วแต่ยังไม่ได้เอกสาร ไม่เปลี่ยนสถานะเป็นเสร็จเพียงเพื่อให้การย้ายสะดวก

ผู้รับงานต่อหยิบหน้าแรกขึ้นดู

“ช่องค้างนี่จะให้ข้าไปหาเองหรือ”

“ต้องตามกับผู้เก็บส่วนที่ระบุไว้ค่ะ ข้าใส่เลขอ้างอิงที่มี แต่ส่วนที่ยังไม่พบ ข้าจะเขียนว่าพบแล้วไม่ได้”

อีกฝ่ายถอนหายใจ

หานซิ่วไม่โกรธที่คนรับต่อเห็นว่างานค้างเป็นภาระ นางเองเคยต้องรับกระดาษที่เขียนว่าเรียบร้อยแล้วทั้งที่ยังหาหน้าต่อไปไม่เจอ คำเรียบร้อยช่วยคนส่งได้เพียงวันเดียว แล้วทำให้คนรับเสียเวลามากกว่าเดิม

นางเปิดแถวที่อีกฝ่ายถาม ชี้ให้เห็นว่าเคยส่งคำถามถึงใคร ส่วนใดเป็นคำตอบที่รับมา และส่วนใดเป็นเพียงหมายเหตุของผู้ทำบัญชี

เมื่อมีคนพูดว่านางรู้เรื่องของเยว่ชิงมากที่สุด หานซิ่ววางปากกาลง

“ข้ารู้เฉพาะส่วนที่เคยตรวจหรือเห็นค่ะ เรื่องของร้านหลินไม่ได้อยู่ในแฟ้มนี้ทั้งหมด และคำขอของเจ้าของเรื่องให้ตามกับผู้รับเรื่องตามหน้าที่ ไม่ใช่ตามข้าหลังย้ายแล้วเหมือนข้าเอาตู้ไปด้วย”

ประโยคนั้นทำให้ห้องเงียบลงเล็กน้อย

หานซิ่วไม่ได้ชอบความเงียบเช่นนี้ แต่ยังพูดต่อจนจบ

ต้นฉบับในความดูแลของที่ทำงานจะอยู่ที่เดิมตามรายการ ส่วนเอกสารส่วนตัวที่นางได้รับอนุญาตให้เก็บไว้ที่บ้านไม่ใช่สิ่งที่จะย้ายเข้าตู้ของหน่วยใหม่เพื่อให้คนที่นั่นเปิดอ่านได้

นางต้องระบุผู้เก็บคนใหม่ของงาน ไม่ต้องสร้างภาพว่าตนเป็นเจ้าของเอกสารทุกแผ่นที่เคยผ่านมือ

วันที่เก้าพฤษภาคม นางส่งมอบรายการขั้นสุดท้าย

ผู้เก็บประจำตู้ตรวจเอกสารกับช่องส่งรับทีละส่วน กุญแจตู้ถูกวางลงบนผ้าแยกจากกุญแจส่วนตัวหานซิ่ว ก่อนอีกฝ่ายลงว่าได้รับแล้ว

หานซิ่วดูจนเลขตู้กับรายการตรงกัน นางไม่ได้ถ่ายสำเนาของข้างในเก็บกลับบ้านเผื่อเพื่อนจะอยากถามอะไรภายหลัง

ในถุงผ้าของนางมีแก้วน้ำของตน เสื้อคลุมบาง และเอกสารส่วนตัวที่มีสิทธินำออก สมุดหน้าที่ซึ่งคนรับต่อจะต้องใช้ยังอยู่บนโต๊ะ

เมื่อเดินถึงประตู นางหันกลับไปมองลิ้นชักเก่า

นางเคยนั่งตรงนั้นเป็นคนยื่นกระดาษให้ผู้อื่นลงชื่อ เคยคิดว่าถ้าผู้มีหน้าที่ก่อนหน้าบอกว่าถูกแล้ว สิ่งที่ตนต้องทำก็คงมีเพียงส่งต่อ ครั้นเริ่มถามขอบเขต คำบางคำซึ่งดูเบาก็หนักขึ้นในมือ

การย้ายไม่ได้ทำให้ความรับผิดชอบที่เคยมีหายไป

แต่นางไม่ต้องรับความรับผิดชอบใหม่ด้วยเหตุผลว่ารู้จักคนที่กำลังเดือดร้อนเสมอไป

หานซิ่วส่งคืนกุญแจตู้และงานตามรายการ ก่อนออกจากที่ทำงานเดิมพร้อมของส่วนตัว
หานซิ่วส่งคืนกุญแจตู้และงานตามรายการ ก่อนออกจากที่ทำงานเดิมพร้อมของส่วนตัว

หานซิ่วกลับบ้านในบ่ายวันนั้นช้ากว่าที่คิด

นางหยิบห่อเอกสารส่วนตัวที่เก็บไว้เดิมขึ้นมาตรวจว่าอยู่ครบ แล้ววางกลับที่เดิม ไม่มีแฟ้มใหม่ที่อ้างว่าต้องเอามาช่วยเยว่ชิงเพิ่มเข้ามา

นางอ่านคำตอบเพื่อนซึ่งมาถึงก่อนวันส่งมอบอีกครั้ง

ข้อความที่ให้ติดต่อเป็นครั้ง ๆ ทำให้นางโล่งใจ แต่ก็ยังต้องเขียนขอบเขตของตนเอง มิใช่หวังว่าอีกฝ่ายจะเดาได้ว่าเวลาใดเหนื่อยและเรื่องใดรู้ไม่พอ

หานซิ่วจดสิ่งที่ยังยอมทำ

ถ้ามีคำถามเกี่ยวกับสิ่งที่นางเคยตรวจเอง ให้ส่งคำถามชัดพร้อมระบุว่าจะใช้ที่ใด นางจะตอบเมื่อจัดเวลาได้ หากต้องคัดเอกสารที่มีผู้เก็บตามหน้าที่ ให้ขอผ่านผู้เก็บ ไม่ใช้ชื่อนางแทนคำอนุญาต หากเกี่ยวกับต้นฉบับส่วนตัวที่บ้าน ให้ถามเรื่องการดูหรือคัดแต่ละครั้งก่อน

ส่วนงานตลาดหลานโจว นางไม่เคยไปยืนที่โต๊ะในช่วงที่ลูกค้าสิบคนกล่าวถึง จะให้รับรองเวลาของเยว่ชิงจากจดหมายที่ได้รับไม่ได้

นางไม่ได้ขีดชื่อเพื่อนทิ้ง

นางเขียนให้ชื่อของตนไม่ถูกใช้แทนพยานที่ไม่มีอยู่

วันจันทร์ที่สิบสอง งานใหม่เริ่มขึ้นจริง

หน่วยบริการซ่อมเครื่องมือมีช่องรับส่งงานอยู่หน้าห้องทำบัญชี หานซิ่วได้รับหน้าที่ตามรายการซึ่งอ่านไว้ก่อนเข้า และถามเมื่อส่วนใดยังไม่ชัด ไม่บอกคนอื่นว่าทำได้หมดเพื่อให้ดูเหมาะกับที่ใหม่ในวันแรก

ช่างคนหนึ่งนำใบงานมาสองแผ่น

ส่วนรับของลงไว้แล้ว ส่วนส่งคืนยังไม่มีรายการของที่รับกลับ เขาวางทั้งสองแผ่นลงแล้วบอกว่าให้คิดตามที่คุยกันเมื่อเช้า

หานซิ่วเทียบช่องงานกับแถวที่ต้องลง ก่อนเงยหน้า

“ข้าลงว่ารับใบมาได้ แต่ช่องส่งคืนต้องมีรายการของที่ส่งค่ะ”

“ก็คือของเดิม”

“ในแถวนี้มีสิ่งที่ถอดไว้ด้วย จะคืนพร้อมกันหรือเก็บไว้ตามที่เจ้าของตกลง ต้องระบุค่ะ”

ช่างมองนางแล้วมองกระดาษ

หานซิ่วรอ ไม่ยกมือเขียนคำว่าคืนครบไปก่อนแล้วหวังว่าคงไม่มีของขาด

อีกฝ่ายกลับไปเติมตามสภาพที่รับส่งกับผู้รับผิดชอบ ก่อนนำมาส่งใหม่ นางตรวจว่ามีผู้ลงรายการในส่วนที่ตนไม่ได้เห็น แล้วจึงทำหน้าที่ของตนต่อ ไม่ลงชื่อแทนว่าได้ตรวจกลไกเพราะอยู่โต๊ะบัญชีเครื่องมือ

หานซิ่วตรวจช่องรับส่งงานในหน้าที่ใหม่ โดยไม่ลงว่าคืนครบแทนส่วนที่ยังไม่มีรายการ
หานซิ่วตรวจช่องรับส่งงานในหน้าที่ใหม่ โดยไม่ลงว่าคืนครบแทนส่วนที่ยังไม่มีรายการ

เย็นนั้น นางปวดบ่าจากการยืนและเก็บกระดาษหลายรอบ

งานใหม่ไม่ได้เบากว่าเดิมทุกอย่าง มีแบบฟอร์มที่ยังไม่คุ้น มีคนที่ไม่รู้ว่านางทำอะไรได้ และช่วงพักที่ต้องจัดให้เข้ากับงานรับส่ง แต่นางรู้ว่าเมื่อมีคำถามเรื่องขั้นตอนจะถามผู้รับผิดชอบคนใด ไม่ต้องใช้ความสนิทส่วนตัวเป็นคำตอบแทนหน้าที่

หานซิ่วเดินกลับบ้านตามทางที่ลองไว้ก่อนย้าย นางซื้ออาหารในงบที่คำนวณไว้ ไม่ใช้เงินซึ่งเคยได้จากงานพิเศษที่เดิมต่อไปเหมือนมันยังอยู่

วันที่สิบเจ็ด นางเขียนจดหมายถึงเยว่ชิงอีกครั้ง

คราวนี้บอกว่าส่งมอบแล้ว เริ่มงานแล้ว และงานหนึ่งสัปดาห์แรกทำให้นางเห็นว่ามีอะไรต้องเรียนต่อ

นางแนบขอบเขตการช่วยที่เตรียมไว้ด้วย ถ้อยคำไม่ใช่คำขอให้เยว่ชิงอนุญาตให้นางมีชีวิตของตน แต่เป็นเรื่องที่เพื่อนควรรู้ก่อนส่งคำถามต่อมา

ปลายจดหมาย หานซิ่วเสนอเวลาคุยทางโทรศัพท์สาธารณะที่ตนจัดได้ในบ่ายวันที่ยี่สิบสี่ ให้เยว่ชิงตอบยืนยันผ่านวิธีที่ทั้งสองใช้ติดต่อ มิฉะนั้นจะไม่ให้ใครรออยู่ที่จุดโทรโดยคิดว่าอีกฝ่ายต้องมาแน่นอน

เยว่ชิงได้รับซองวันที่ยี่สิบเอ็ด

นางอ่านเรื่องงานใหม่ก่อนอ่านเรื่องขอบเขต แล้วตรวจตารางของตนกับช่วงโทรก่อนตอบยืนยันจริง ข่าวงานตลาดของนางยังไม่ได้จบ ไม่มีผลซึ่งทำให้รับเรือนใหม่ได้ และต้องเก็บเงินพิเศษที่ขาดไว้ตามความเป็นจริง

แต่การโทรหาเพื่อนครั้งนี้ไม่จำเป็นต้องเริ่มด้วยคำถามว่าช่วยถามเรื่องเก่าได้อีกหรือไม่

บ่ายวันที่ยี่สิบสี่ เยว่ชิงมาถึงจุดโทรศัพท์ตามเวลา

ผู้ดูแลจัดการติดต่อปลายทางตามที่นัดไว้ นางรอจนหานซิ่วมาอยู่ที่สาย ไม่ถือว่าคนรับจุดโทรคนแรกต้องรู้เรื่องส่วนตัวของเพื่อน

เมื่อได้ยินเสียงคุ้นเคย เยว่ชิงทักชื่อ

“หานซิ่ว ทางไปทำงานใหม่ไกลอย่างที่คิดหรือไม่”

เสียงหัวเราะเบา ๆ กลับมาตามสาย

“ไกลกว่าตอนเดินไปดูโดยไม่ต้องถือของนิดหนึ่ง ข้าพกอาหารไปเองแล้ว เดินถือแก้วไปด้วยจนรู้ว่าถุงเดิมแคบ”

“เปลี่ยนถุงหรือยัง”

“เย็บปากให้แน่นก่อน ยังใช้ได้”

เยว่ชิงยิ้ม

นางฟังเรื่องโต๊ะใหม่ คนรับส่งงาน และสิ่งที่เพื่อนยังไม่คล่อง ไม่แทรกชื่อใบแนบเก่าลงไปทุกครั้งที่มีช่องเงียบ

หานซิ่วเล่าเรื่องช่างที่ให้ลงส่งคืนจากคำว่าของเดิม

“แล้วเขาโกรธเจ้าหรือ” เยว่ชิงถาม

“เขารีบ ไม่ชอบกลับไปเติม แต่กลับมาให้ครบ ข้ายังไม่รู้ว่าเขาจะทำเช่นนั้นทุกครั้งหรือไม่ ต้องดูงานต่อ”

“ข้าเคยเขียนคำว่า รับซ่อม ในสมุดรวมกว้างกว่าขั้นที่ตกลง” เยว่ชิงบอก “ตอนตรวจต้องแยกใบรับมาอธิบาย ข้ากำลังทำช่องขั้นงานให้ชัดขึ้น ไม่เขียนทับหน้าเก่า”

หานซิ่วฟังจนจบ แล้วถามว่าแก้สถานะของที่คืนแล้วครบหรือยัง

“ครบแล้วค่ะ สองเรือนค้างส่งคืนหมด ไม่ได้ซ่อมเสร็จทั้งสอง”

“อย่างนั้นอย่าเล่าว่าทุกคนชมงานเจ้าเพียงเพราะเขายอมบอกเรื่องที่เห็น”

“ข้าเก็บคำติไว้ด้วย”

ทั้งสองเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ความเงียบครั้งนี้ไม่ได้มีใครต้องรีบส่งคำอนุญาตให้เพื่อนมาทำอะไรแทน

เยว่ชิงโทรตามเวลาที่ทั้งสองตกลง ฟังชีวิตงานใหม่ของเพื่อนและคุยขอบเขตการช่วยอย่างตรงไปตรงมา
เยว่ชิงโทรตามเวลาที่ทั้งสองตกลง ฟังชีวิตงานใหม่ของเพื่อนและคุยขอบเขตการช่วยอย่างตรงไปตรงมา

จากนั้นเยว่ชิงบอกว่าตนได้รับขอบเขตที่แนบมาแล้ว

“ข้าจะส่งคำถามแยกให้รู้ว่าใช้ส่วนไหน ไม่ส่งห่อไปแล้วขอให้เจ้าจัดทุกเรื่อง ถ้าครั้งใดไม่สะดวกตอบ บอกได้ค่ะ”

“บางครั้งข้าอาจตอบได้เพียงว่าไม่รู้” หานซิ่วกล่าว “ข้าออกจากงานเดิม ไม่ได้เป็นคนรับคำตอบใหม่จากผู้เก็บต่อแล้ว”

“ข้าจะติดต่อผู้เก็บตามช่องทางเอง”

“และเอกสารที่บ้านข้า ไม่ได้ย้ายมาเป็นของหน่วยใหม่ ถ้าต้องใช้ซ้ำให้ถามก่อนเหมือนเดิม”

เยว่ชิงตอบรับ ไม่ขอให้เพื่อนส่งต้นฉบับส่วนตัวมาไว้ที่หลานโจวเพื่อประหยัดการถามภายหลัง

หานซิ่วถามถึงแม่

นางเล่าข่าวเท่าที่มีจากจดหมายล่าสุด เงินดูแลยังแยกไว้ เวลาพักที่แม่เลือกไม่ได้ทำให้หายเหนื่อยทุกวัน แต่ไม่ต้องเปิดรับคนตลอดบ่ายเช่นเดิม หานซิ่วไม่ได้อาสาเป็นคนเฝ้าร้านหรือดูแลแม่ทุกเช้าหลังย้ายงาน นางบอกว่าหากจะไปเยี่ยมต้องจัดเวลาของตนและถามคนที่บ้านก่อน

เยว่ชิงได้ยินความช่วยเหลือที่มีขนาดพอดีของมัน

นางไม่เรียกขนาดนั้นว่าเล็กเกินไป

ก่อนวางสาย หานซิ่วกล่าว “ข้าไม่ได้ย้ายเพราะไม่อยากช่วยเจ้า และไม่ได้ย้ายเพื่อจะช่วยได้มากกว่าเดิม”

“ข้ารู้ค่ะ เจ้าเลือกงานของเจ้า”

“ตอนแรกกลัวว่าเจ้าจะคิดว่าข้าทิ้งเรื่องไป”

เยว่ชิงกำหูโทรศัพท์เบา ๆ

“ข้าเคยคิดถึงประตูแฟ้มก่อนคิดถึงเจ้าตอนอ่านจดหมายแรก” นางยอมรับ “แต่ข้าไม่อยากให้ความคิดนั้นเป็นเหตุที่เจ้าต้องอยู่โต๊ะเดิม”

เสียงปลายสายเงียบลง แล้วหานซิ่วพูดว่า “ขอบใจที่บอกตรง”

เยว่ชิงไม่ได้สัญญาว่าตนจะไม่มีความรู้สึกเช่นนั้นอีก สิ่งที่ทำได้คือแยกความกังวลของตนออกจากหน้าที่ของเพื่อน และถามก่อนทำให้คนอื่นต้องรับมัน

เมื่อวางสาย นางจ่ายค่าใช้โทรศัพท์ของตนตามจริง เก็บหลักฐานค่าใช้จ่ายไว้ในส่วนส่วนตัว ไม่ลงเป็นค่าคดีที่หานซิ่วต้องช่วยออก

นอกจุดโทร ลมปลายเดือนพฤษภาคมพัดกระดาษห่อบางใบไปติดขาเก้าอี้ เยว่ชิงเก็บแฟ้มปิดเข้ากระเป๋าแล้วเดินกลับตามทางของตน

เพื่อนยังอยู่ชิงเหอ เยว่ชิงยังอยู่หลานโจว ตู้เอกสารเดิมยังมีผู้เก็บตามหน้าที่ และคำตอบซึ่งยังขาดไม่ได้กลับมาครบในวันนี้

สิ่งที่เปลี่ยนคือหานซิ่วไม่ต้องนั่งอยู่โต๊ะเดิมเพื่อให้คนอื่นใช้ความใกล้ชิดเป็นทางลัด

ส่วนเยว่ชิงต้องเรียนรู้การเดินไปหาคำตอบโดยไม่ดึงชีวิตเพื่อนให้ค้างอยู่กับตน

คืนนั้น นางเขียนช่องทางติดต่อผู้เก็บเรื่องเก่าไว้ใหม่ แยกจากเวลาที่นัดคุยกับหานซิ่ว

แล้ววางจดหมายเรื่องงานใหม่ไว้กับจดหมายของเพื่อน

มิใช่ในแฟ้มพยานซึ่งต้องหยิบใช้ทุกครั้งที่ตนกลัว

กลับสารบัญนิยาย

นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI