ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · Capítulo 86
ตอนที่ 86 — พยานของลูกค้าสิบคน
Tradução pendente. Exibindo o original tailandês.
เยว่ชิงเริ่มต้นด้วยการขีดเส้นแบ่งกระดาษ มิใช่เริ่มด้วยการนับชื่อ
ในคืนหลังตรวจโต๊ะ นางเขียนสิ่งที่ต้องถามไว้สามช่อง สิ่งของของเจ้าของคนนั้น วันรับส่งที่มีหลักฐาน และคำตกลงที่เขาได้ยินจากนาง อีกช่องหนึ่งเว้นสำหรับสิ่งที่จำไม่ได้
นางรู้สึกว่าช่องว่างสุดท้ายอาจทำให้เรื่องของตนอ่อนลง แต่ไม่ลบทิ้ง
วันที่หกเมษายน นางไปคุยกับเถียนอวี้หลานเรื่องการส่งข้อความถึงลูกค้าที่เคยติดต่อผ่านตลาด ขอให้แจ้งเพียงว่านางต้องการถามรายการงาน หากเจ้าของยอมคุยให้เลือกเวลาและที่ที่สะดวก ไม่ขอให้ผู้ดูแลตลาดเอาที่อยู่ของทุกคนมาให้นางเดินตามถึงบ้าน
“บางคนฝากชื่อไว้กับร้านผ้า ไม่ได้ฝากไว้กับเจ้า” เถียนอวี้หลานกล่าว
“ให้ร้านผ้าส่งคำถามไปก่อนค่ะ ถ้าเขาไม่ตอบ ข้าจะบันทึกว่ายังไม่ได้คุย”
“จะให้ช่วยยืนยันว่าเจ้าไม่ขายของแทนด้วยหรือ”
“ข้าอยากให้ถามเฉพาะของที่เขาเอามา กับสิ่งที่ข้าพูดเรื่องของเขา ถ้าเขาไม่เห็นการขายอย่างอื่น ก็ไม่ต้องตอบแทนสิ่งนั้น”
เถียนอวี้หลานมองนางครู่หนึ่ง ก่อนพับข้อความใส่ช่องที่เตรียมไว้
การขอเช่นนี้ใช้เวลานานกว่าการเขียนกระดาษหนึ่งแผ่นให้คนสิบคนลงชื่อ นางต้องรอคำตอบ ต้องนัดนอกเวลางานประจำ และต้องยอมให้บางคนถามกลับว่าเหตุใดเรื่องของช่างจึงมาเกี่ยวกับเขา
แต่ชื่อสิบชื่อบนคำตอบเดียวกันจะไม่บอกว่านาฬิกาของใครผ่านมือนางเมื่อใด
วันที่แปด หนังสือชี้แจงเพิ่มเติมเรื่องของค้างมาถึงจากผู้รับเรื่อง
นางยังต้องงดรับงานใหม่จนกว่าจะมีผลแจ้ง ส่วนการคืนของเดิมตามรายการที่ตรวจแล้วทำได้ หากเจ้าของขอรับคืนให้บอกขั้นงานตามจริง การซ่อมเพิ่มซึ่งยังไม่ตกลงไม่ได้รับอนุญาตด้วยหนังสือฉบับนี้
เยว่ชิงอ่านคำตอบแล้วติดต่อเจ้าของนาฬิกาปลุกค้างผ่านช่องทางที่เขาให้ไว้
อีกฝ่ายเลือกเอาของกลับก่อน
วันที่สิบ นางพบเขาที่จุดนัดในตลาด นำนาฬิกาสีครีมฝาหลังบุบเล็กออกจากห่อ เทียบรอยกับคู่ฉบับ และอธิบายว่าจังหวะปลุกยังมีอาการที่ตรวจพบ ไม่ใช่เรือนที่ซ่อมเสร็จแล้ว
เจ้าของทดลองตั้งปลุกเท่าที่เขาต้องการตรวจสภาพต่อหน้า จังหวะขัดซึ่งนางแจ้งยังมีอยู่
“ถ้าข้าเล่าเรื่องนี้ คนรับเรื่องจะนึกว่าเจ้าซ่อมไม่ดีหรือไม่” เขาถาม
“ให้เล่าว่าเราตกลงขั้นไหนค่ะ ข้าไม่ได้ซ่อมเสร็จ แล้วข้าก็ไม่ควรขอให้เจ้าพูดว่าซ่อมดี”
เขายกใบรับขึ้นอ่านด้านที่กำหนดงาน
เมื่อเยว่ชิงถามว่ายอมให้คัดคำบอกเล่าของเขาแนบกับรายการรับคืนหรือไม่ อีกฝ่ายยอมให้ใช้เฉพาะเรื่องเรือนนี้ ไม่อยากให้คนมาหาที่บ้านหลายครั้ง นางจึงเขียนช่องทางที่เขายอมให้เจ้าหน้าที่ติดต่อไว้แยกจากฉบับที่จะใช้เทียบรายการทั่วไป
บันทึกส่งคืนลงวันที่สิบเมษายน
ความยินยอมเลื่อนนัดเมื่อก่อนหน้าไม่ถูกเขียนให้กลายเป็นความยินยอมปล่อยของไว้กับนางตลอดไป
เมื่อห่อสุดท้ายออกจากห้องเช่า ชั้นที่ใช้แยกของลูกค้าก็ว่างลงจริง นางตรวจรายการของค้างแล้วลงว่าทั้งสองส่งคืน ไม่ปล่อยให้หน้าสรุปยังบอกว่าอยู่ในความดูแลเพราะลืมอัปเดตหลังวันที่ห้า
วันเสาร์ที่สิบสอง เจียงซู่เม่ยตอบรับให้มาคุยหน้าบ้านตามเวลาที่เลือกไว้
เยว่ชิงมาถึงพร้อมคู่ฉบับของตนในแฟ้มปิด ไม่ถือเครื่องมือไปทำท่าเหมือนนัดซ่อมเรือนใหม่
เจียงซู่เม่ยเปิดประตูแล้วหยิบนาฬิกาปลุกตัวเรือนสีครีมของตนออกมา นาฬิกาที่เคยมีเข็มเสียดหน้าปัดอยู่ในมือเจ้าของ ตั้งอยู่ในบ้านของเจ้าของมาตั้งแต่รับคืนเดือนมกราคม มิใช่ของที่เยว่ชิงเอามาวางให้พยานดู
“ข้ายังใช้เรือนนี้อยู่” นางกล่าว “แต่ไม่ได้เฝ้ามันตลอดวันทุกวันนะ”
“ข้าจะไม่เขียนเช่นนั้นค่ะ”
เจียงซู่เม่ยหมุนตัวเรือนให้เห็นรอยที่เคยเทียบตอนรับกลับ จากนั้นหยิบใบของตนซึ่งพับไว้ในซองออกมา
เยว่ชิงถามให้เล่าตั้งแต่วันที่เอาของมา ไม่เริ่มด้วยถ้อยคำว่าเจ้าจำได้ใช่หรือไม่ว่าข้าไม่เคยรับรองอะไหล่
“ตอนแรกข้าคิดว่าต้องเปลี่ยนข้างในหลายอย่าง” เจียงซู่เม่ยบอก “เจ้าชี้ให้เห็นว่าเข็มไปแตะตรงไหน แต่ข้ากลับไปถามราคาของใหม่ก่อน ไม่ได้ตกลงทุกอย่างตั้งแต่แรก”
เยว่ชิงเปิดช่องจดคำตอบ
การที่เจ้าของแยกช่วงคิดกับช่วงตกลงออกมา ทำให้ใบงานซึ่งดูเป็นกระดาษสั้น ๆ มีลำดับที่ชัดขึ้น นางเคยเสนอให้ตรวจ และเจ้าของจึงเลือกให้ทำงานตามที่อธิบาย ไม่ใช่ช่างรับรองทั้งเรือนก่อนใครถาม
“วันที่สิบเก้าคือวันที่ข้ารับกลับ” เจียงซู่เม่ยอ่านจากใบ “วันที่เอามาคือสิบสอง ข้ามีใบนั้น แต่ข้าจำไม่ได้ว่ามาถึงกี่โมง”
“ไม่ต้องเติมชั่วโมงค่ะ”
“แล้วจะใช้เวลายันได้อย่างไร”
“ใช้ได้เพียงเท่าที่เรามี วันที่กับช่วงรับส่งช่วยบอกส่วนหนึ่ง แต่ไม่ทำให้รู้ทุกนาที”
เจียงซู่เม่ยเงยหน้ามองนาง
“ข้าพูดได้ว่าเจ้าบอกเรื่องเข็มกับการทดลองหลังทำ ไม่ได้บอกข้าว่าเหล็กของใครได้มาตรฐาน ข้าเองก็ฟังเรื่องเหล็กไม่รู้เรื่อง”
เยว่ชิงเขียนตามนั้น แล้วอ่านให้ฟัง
เจ้าของขอแก้คำว่าเดินตรงเสมอเป็นยังใช้อยู่ เพราะนางไม่ได้จับเวลาเทียบทุกวัน เยว่ชิงแก้บนบันทึกคำบอกเล่าที่เพิ่งทำวันนี้ ให้เจียงซู่เม่ยอ่านอีกครั้งก่อนลงชื่อ
นางไม่ได้แตะข้อความเก่าบนใบงานเพื่อให้เข้ากับคำใหม่

ก่อนกลับ เยว่ชิงถามเรื่องการใช้คำบอกเล่า
เจียงซู่เม่ยยอมให้แนบกับเรื่องร้องเรียนงานตลาดและให้เจ้าหน้าที่ถามตามช่องทางที่ตกลง แต่ไม่ยอมให้เอาเรื่องบ้านกับนาฬิกาไปเล่าตามร้านเพื่อเรียกคนมาซ่อม
“ข้าช่วยเรื่องที่เห็น ไม่ได้เป็นป้ายหน้าร้านให้เจ้า”
“ข้าเข้าใจค่ะ”
เยว่ชิงเก็บความยินยอมไว้กับบันทึกของเจียงซู่เม่ย คืนใบเดิมกับตัวเรือนให้เจ้าของถือกลับเข้าไปในบ้าน นางไม่ได้ยืมนาฬิกามาเป็นหลักฐานโดยถือว่าคนที่ช่วยต้องยอมทุกขั้น
วันรุ่งขึ้น นางพบหญิงเจ้าของสายหนังดำที่จุดรอรถตามที่อีกฝ่ายนัด
หญิงคนนั้นไม่ได้เอานาฬิกามาด้วย มีเพียงใบรับกับบันทึกส่งคืนวันที่ห้า
“ฉันมีเวลาจนรถมา” นางบอก “ถามเรื่องของฉันได้ แต่ฉันไม่ได้รู้เรื่องของผู้ขายนาฬิกาคนนั้น”
เยว่ชิงพยักหน้า ยืนห่างจากปลายม้านั่งพอให้อีกฝ่ายไม่ต้องขยับที่
นางถามวันรับกับคำตกลงก่อน แล้วถามว่าได้รับข้อความเปลี่ยนนัดเมื่อใด
“ฉันไม่ได้รับก่อนวันที่ห้า” หญิงคนนั้นตอบ “คนเอาข่าวมาบอกหลังจากฉันกลับจากตลาดแล้ว จะเขียนว่าแจ้งฉันแล้วไม่ได้”
เยว่ชิงมองใบของตนที่จดว่าส่งข้อความแล้ว
สองคำนี้ไม่ใช่คำเดียวกัน
“ข้าจะเขียนว่าข้าส่งข้อความ แต่เจ้าได้รับหลังมารับของค่ะ”
“และเธอบอกว่าจะรู้รายการภายในวันนั้น ฉันจึงมา ไม่ได้มาเพราะอยากกวนตอนตรวจ”
“ค่ะ”
คำตอบไม่ยาว แต่เยว่ชิงรู้สึกถึงแรงที่ต้องใช้ไม่รีบเล่าเรื่องคำร้องเพื่อให้ความผิดนัดของตนเล็กลง
หญิงคนนั้นคลายมือที่กำใบรับ
“ตอนเอาไป เธอไม่ได้บอกว่าซ่อมได้ทุกอาการ เธอบอกว่าจะตรวจแล้วถามก่อนเปลี่ยน ฉันยืนยันส่วนนี้ได้ ส่วนตอนรับกลับ ยังไม่เสร็จ ฉันก็จะบอกว่ายังไม่เสร็จ”
“ข้าต้องการทั้งสองส่วนค่ะ”
“บางคนมาขอลายมือแล้วเขียนแต่ที่ตัวเองอยากฟัง”
เยว่ชิงเปิดกระดาษของอีกฝ่ายให้เห็นว่าช่องความล่าช้ายังอยู่ นางอ่านประโยคเรื่องส่งข่าวกับเรื่องยังไม่เสร็จตามที่เจ้าของแก้
รถยังไม่มา หญิงคนนั้นจึงอ่านต่อจนจบ แล้วลงชื่อวันที่สิบสามเมษายน ยอมให้ใช้คำบอกเล่าเฉพาะงานของตนและให้เจ้าหน้าที่ติดต่อโดยนัดล่วงหน้า ไม่ต้องให้เยว่ชิงนำหน้าข้อนี้ไปแจกคนทั้งตลาด
ก่อนเดินไปขึ้นรถ นางกล่าวว่า “ฉันยังไม่กลับไปซ่อมกับเธอตอนนี้นะ”
เยว่ชิงตอบว่าขอบคุณที่บอกสิ่งที่เกิดขึ้น
นางไม่ได้ยกคำยินยอมให้ถามเป็นคำสัญญาว่าจะกลับมาเป็นลูกค้าอีก

ส่วนหยวนเต๋อไหล นางติดต่อหลังจากผู้รับเรื่องรับเอกสารเพิ่มวันที่ห้าแล้ว
คำบอกเล่าลงวันที่ยี่สิบเก้ายังใช้ได้ในขอบเขตเดิม แต่ครั้งนี้นางถามเรื่องวันที่รับส่งตัวเรือนกับถ้อยคำที่ใช้ตอนตกลงงานเพิ่ม ผู้ขายนำคู่ฉบับของตนมาเทียบอีกครั้งโดยไม่ต้องมอบต้นฉบับให้นางเก็บ
“ข้าเคยถามเรื่องสิบเรือน” เขาพูด “เจ้ารับไว้สอง อีกแปดข้าไม่ได้เอามา”
“ขอให้เขียนส่วนนี้ด้วยค่ะ”
“ในคำร้องมันเหมือนฉันเอาทุกอย่างไปให้เธอตรวจแล้วหรือ”
เยว่ชิงให้ดูเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับข้อกล่าวอ้าง ไม่บอกว่าเอกสารทั้งเรื่องซึ่งนางยังไม่ได้รับมาเหมือนเป็นสิ่งที่รู้อยู่ครบ
เขาอ่านแล้วถอนหายใจ
“คนซื้อถามคำว่าใช้ได้ บางคนก็ฟังว่าใช้ได้ทุกอย่าง”
“ตอนเจ้านำไปเสนอขาย เจ้าพูดว่าอย่างไร”
คำถามทำให้หยวนเต๋อไหลหยุด
นางไม่ได้ถามเพียงเพื่อให้เขายืนยันความบริสุทธิ์ของช่าง หากผู้ขายใช้คำเกินใบงาน สิ่งนั้นก็ต้องถูกแยกออกมาจากสิ่งที่นางทำ ไม่ใช่ช่วยกันเลี่ยงเพราะต้องการสู้คนที่ตัดกระดาษ
ผู้ขายบอกว่าเขาแสดงใบผลของสองเรือนแก่คนที่มาถาม แต่ยังต้องแยกว่าคนที่ขอคัดวันที่สิบเจ็ดเป็นใคร และคำที่อีกฝ่ายนำไปกล่าวต่อไม่ใช่สิ่งที่เขาอยู่ด้วยทุกครั้ง
เยว่ชิงบันทึกคำตอบโดยไม่เขียนให้เขารับรองการขายทุกครั้งที่ผ่านมา
เจ้าหน้าที่จะต้องถามผู้ร้องและผู้เกี่ยวข้องเองอีกส่วนหนึ่ง นางไม่อาจไปตัดสินว่าเรื่องทั้งหมดจบแล้วเพราะมีเจ้าของคู่ฉบับสองคนเก็บขอบกระดาษไว้ครบ
ในสัปดาห์เดียวกัน คำตอบจากเจ้าของงานอื่นทยอยมา
หญิงที่นำเครื่องบอกเวลาเรือนเล็กมาตั้งเข็มต้นกุมภาพันธ์เก็บใบไว้ได้ทั้งสองด้าน นางนำมาพบเยว่ชิงตามนัดและเทียบวันรับส่งกับสมุด ค่าแรงที่บันทึกตรงกัน แต่ผู้หญิงจำได้เพียงช่วงเช้า ไม่ยอมให้เขียนชั่วโมงที่ดูละเอียดกว่าความจำของตน
ชายที่ขอให้ตรวจนาฬิกาข้อมือกลางเดือนเดียวกันเคยปฏิเสธราคางานขั้นต่อไป เขาตอบว่าได้ของกลับวันนั้นโดยไม่ได้ซ่อมเพิ่ม คู่ฉบับของเยว่ชิงมีรายการคืน ไม่ใช่รายได้งานเสร็จ นางจึงแนบคำบอกเล่าของเขาไว้ในหมวดที่ตรวจแล้วไม่ได้ทำต่อ
เจ้าของนาฬิกาที่รับช่วงปลายกุมภาพันธ์ยอมคัดใบงานซึ่งลงผลต้นมีนาคม ส่วนผู้ที่ตกลงงานส่วนปลุกต้นมีนาคมถามกลับว่าสามารถปิดช่องทางติดต่อของเขาในฉบับที่คนอื่นอ่านได้หรือไม่ เยว่ชิงแยกส่วนติดต่อสำหรับเจ้าหน้าที่ตามที่เขายอม ไม่เขียนที่อยู่ติดหน้ารายการที่ใช้เทียบทั่วไป
เจ้าของนาฬิกาข้อมือที่รับงานปลายมีนาคมจำรอยตรงขอบกระจกได้ แต่จำวันที่นำมาส่งเองคลาดกับใบรับ นางไม่ได้ขอให้เขาจำใหม่ตามสมุด เขาอ่านใบของตน แล้วเขียนว่าใช้วันที่จากคู่ฉบับ ไม่อ้างว่าเป็นวันซึ่งนึกขึ้นได้เอง
คนห้าคนนี้มีงานในสมุดซึ่งรับส่งกันก่อนการตรวจ ไม่ได้กลายเป็นลูกค้าเพราะเยว่ชิงต้องการให้จำนวนครบ นางเปิดรายการเดิมเทียบกับใบของเจ้าของแต่ละคน ไม่เพิ่มงานซ่อมใหม่ในช่วงที่ยังงดรับบริการ
เมื่อรวมเจียงซู่เม่ย หยวนเต๋อไหล และเจ้าของของค้างสองคน นางมีคำตอบจากเจ้าของเก้าคน
คนที่ยังไม่ได้คุยเป็นชายซึ่งเคยเอานาฬิกาใช้ถ่านมาถามในวันแรกที่ทดลองใช้โต๊ะเดือนมกราคม
ครั้งนั้นนางตรวจได้เพียงภายนอก แล้วบอกว่าไม่รับทำกลไกที่อยู่นอกความสามารถ เขาไม่ได้ฝากของไว้ ไม่มีใบรับซ่อมคู่ฉบับเหมือนคนอื่น และเยว่ชิงไม่ได้ขอที่อยู่เขาตั้งแต่วันนั้น
นางเขียนความต่างนี้ไว้ในรายการ ก่อนฝากข้อความสั้นที่จุดตลาดซึ่งเขาเคยถามทาง ไม่ขอให้ผู้ดูแลตามหาตัวชายทุกคนที่มีนาฬิกาแบบนั้น
วันที่สิบเก้า ชายคนนั้นมาถามเถียนอวี้หลานว่าใช่ช่างซึ่งเคยบอกไม่รับหรือไม่
เถียนอวี้หลานแจ้งเยว่ชิงตามวิธีที่นางฝากไว้ นางมาพบเขาตามนัดในช่วงว่าง ไม่ปูผ้ารับงานใหม่
เขาจำหน้าและการพูดครั้งนั้นได้ แต่ไม่จำเลขวันในเดือน
“ข้าจำว่าถามตอนเจ้าเริ่มใช้โต๊ะใหม่” เขาบอก “ถ้าถามว่าเป็นวันที่สิบสองแน่หรือ ข้าตอบเองไม่ได้”
เยว่ชิงมีบันทึกทดลองวันที่สิบสองกับสมุดเวลาใช้พื้นที่ แต่สิ่งนั้นเป็นแหล่งวันของนาง ไม่ใช่ความจำของเขา นางแยกไว้ตรงช่องท้าย ไม่ให้เขาลงชื่อว่าจำวันได้แน่นอน
“แล้วข้าจะเป็นพยานให้เจ้าทำไม ในเมื่อเจ้าไม่ได้ซ่อมของข้า”
“ถ้าเจ้ายอม เล่าว่าข้าบอกอะไรตอนที่เจ้าถามค่ะ ข้าไม่เขียนว่าเจ้าเป็นลูกค้าที่ซ่อมเสร็จ หรือว่าเจ้าเห็นงานคนอื่น”
ชายคนนั้นยกมือถูคาง ก่อนบอกว่าตนแปลกใจตอนถูกปฏิเสธ เพราะเข้าใจว่าช่างคงอยากรับไว้ก่อน
นางจดเฉพาะคำที่เขาจำได้ อ่านกลับ และให้แก้ประโยคที่ฟังเหมือนเขายืนดูทั้งเช้าเป็นช่วงที่ข้าถามเท่านั้น
เขายอมลงชื่อในคำบอกเล่าวันนี้ ให้เจ้าหน้าที่ติดต่อผ่านวิธีที่ตกลง แต่ไม่ยอมให้นางลงเวลาซึ่งไม่มีใครจดไว้ตอนนั้น
ชื่อที่สิบจึงไม่ได้ทำให้กระดาษสิบชุดกลายเป็นคำตอบชนิดเดียวกัน
คืนนั้น เยว่ชิงปูเสื่อแยกแฟ้มบนพื้นห้องเช่าเพื่อเทียบลำดับ
โต๊ะเล็กมีพื้นที่ไม่พอให้อ่านรายการโดยไม่ซ้อนกัน นางจึงวางคำบอกเล่าเป็นสองแถว แต่ละชุดอยู่กับสำเนาใบของเจ้าของหรือคำอธิบายว่าไม่มีใบชนิดนั้น บันทึกความยินยอมกับช่องทางติดต่อเก็บในส่วนแยก ไม่ปล่อยให้คนหยิบดูรายการแล้วอ่านข้อมูลบ้านทุกคนตามไปด้วย
นางวางสมุดของตนด้านข้าง มิใช่เอาคำตอบทั้งหมดเย็บไว้หลังสมุดจนดูเหมือนช่างเป็นคนเขียนให้พยานพร้อมกันในวันเดียว
สิบสองมกราคมกับสิบเก้ามกราคมของเจียงซู่เม่ยมีใบรับส่งช่วยยืนยัน ผู้ขายสองเรือนมีใบเต็มของตนและวันที่แปดกับสิบห้ามีนาคม เจ้าของของค้างมีวันที่ยี่สิบเก้ากับวันที่คืนห้าและสิบเมษายน
งานอื่นมีวันที่จากใบที่เก็บไว้ต่างหาก ส่วนชายผู้ถามเรื่องถ่านมีเพียงคำจำได้กับบันทึกตารางใช้โต๊ะจากอีกแหล่ง
ช่องที่ไม่มีชั่วโมงยังคงไม่มีชั่วโมง

ขณะอ่านชุดของหญิงสายดำ นางเจอคำว่าติดต่อแล้วในหน้าติดตามของตนอีกครั้ง
นางเพิ่มสถานะได้รับข้อความภายหลังตามคำตอบวันที่สิบสามในหน้าใหม่ เก็บวันที่ส่งข่าวเดิมไว้ ไม่ลบเพื่อให้ดูว่าไม่เคยใช้คำคลุมเครือ
ข้อผิดพลาดเล็กในงานปัจจุบันไม่ได้พิสูจน์ว่าคำร้องส่วนอื่นจริงทั้งหมด และการที่คำร้องใช้ใบงานเกินขอบเขตก็ไม่ได้ให้อภัยความไม่ละเอียดทุกอย่างของนาง
เยว่ชิงคิดถึงหน้ารายงานซึ่งเอาการส่งงานของพ่อไปพูดว่าเขารับรองชิ้นส่วนทั้งหมด
นางกำลังขอให้คนอื่นอ่านขอบเขตของพ่อให้ครบ การรวบรวมคำบอกเล่าครั้งนี้จึงต้องให้ขอบเขตของคนอื่นอยู่ครบด้วย แม้บางส่วนจะทำให้นางต้องรับคำติ
วันจันทร์ที่ยี่สิบเอ็ด นางยื่นเอกสารเพิ่มเติมตามช่วงเวลาที่จัดให้เข้ากับงานประจำ
เจ้าหน้าที่นับรายการสิ่งแนบ ไม่เพียงนับว่ามีลายเซ็นสิบชื่อ
เมื่อเห็นชุดของผู้ถามเรื่องถ่าน เขาถามว่าให้รวมเป็นพยานงานซ่อมเสร็จหรือ
เยว่ชิงตอบว่าไม่ใช่ ให้ลงเป็นผู้มาสอบถามซึ่งไม่ได้รับงาน มีข้อจำกัดเรื่องวันที่กับระยะที่อยู่ตรงโต๊ะ ส่วนเจ้าของอีกเก้าคนแต่ละรายก็มีขอบเขตต่างกันตามที่ระบุ
“เอกสารชุดนี้บอกได้ว่าเจ้าอยู่โต๊ะในช่วงรับส่งที่มีคนเห็น” เจ้าหน้าที่กล่าว “ไม่ได้บอกว่าตลอดวันไม่ไปทำอะไรที่อื่น”
“ค่ะ ข้าขอให้ใช้เท่าที่มันบอกได้”
นางถามถึงสิ่งที่ยังขาดทางคำร้อง ผู้รับเรื่องแจ้งว่าต้องตรวจรายการของที่กล่าวอ้างกับทางผู้ร้อง และเส้นทางเอกสารที่ถูกนำไปใช้ การรับชุดคำบอกเล่ายังไม่ใช่ผลให้เปิดรับงานทันที
เยว่ชิงขอสำเนาลงรับรายการเพิ่ม ตรวจว่าช่องทางติดต่อส่วนที่เจ้าของจำกัดไว้ไม่ได้ถูกแนบปะปนในชุดที่จะให้ผู้อื่นเทียบ แล้วจึงเก็บใบรับไว้ในแฟ้มของตน
ทางกลับ นางผ่านตลาดโดยไม่เปิดโต๊ะ
เถียนอวี้หลานถามว่าส่งแล้วหรือ เยว่ชิงตอบว่าส่งและลงรับแล้ว ยังต้องรออีกส่วน
นางไม่ได้บอกว่ามีสิบคนช่วยแล้วจึงไม่มีอะไรต้องกลัว
บางคนช่วยด้วยใบที่เก็บไว้ บางคนช่วยด้วยความจำที่ยอมรับว่าไม่ครบ คนหนึ่งช่วยด้วยการทักว่านางแจ้งข่าวไม่ถึง และอีกคนช่วยด้วยการบอกว่านางเคยปฏิเสธงานของเขา
ไม่มีใครต้องเป็นคนที่รู้ทั้งเรื่องเพื่อให้สิ่งที่เขาเห็นมีความหมาย
เยว่ชิงหิ้วแฟ้มกลับห้องเช่า วางใบลงรับใหม่ไว้ข้างหนังสือรอผล
สิ่งที่เคยดูเหมือนคำของช่างคนเดียวเริ่มมีของและวันที่จากมือเจ้าของมาต่อกัน แต่กระดาษที่ถูกตัดยังต้องตามไปถึงคนที่ใช้ ไม่อาจใช้จำนวนพยานทำให้ชื่อซึ่งยังไม่รู้ปรากฏขึ้น
นางดับไฟหลังตรวจหน้าที่ต้องติดตามเสร็จ
ในแฟ้มมีสิบเสียงที่ไม่เหมือนกัน
นางเก็บไว้ให้ต่างกันเช่นนั้น
นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI
