ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · Capítulo 69
ตอนที่ 69 — จดหมายจากชิวอิง
Tradução pendente. Exibindo o original tailandês.
ซองจากชิวอิงอยู่ข้างประตูห้องเมื่อเยว่ชิงกลับจากงาน
เช้าวันที่สี่กุมภาพันธ์ นางเพิ่งส่งคำตอบถึงหานซิ่วตามที่ทวนไว้ เรื่องบัญชีอีกโรงงานยังมีช่องให้ตามต่อ แต่พอตกเย็น ชื่อผู้ส่งบนซองใหม่นั้นกลับทำให้เธอคิดถึงร้านก่อนคิดถึงคนในบ้าน
นางหยิบซองขึ้นมองรอยปิด แล้ววางกล่องเครื่องมือลง
นิสัยระวังชิวอิงเกิดจากสิ่งที่ญาติทำจริง ไม่ใช่ความหวาดระแวงที่ไม่มีที่มา กระนั้น ความผิดเรื่องสำเนาร้านก็ไม่ได้บอกล่วงหน้าว่าทุกคำที่อีกคนจะเขียนต้องเป็นคำลวง
เยว่ชิงเปิดซองที่จ่าถึงตน
แม่เจ้าป่วย ตั้งแต่วันที่ยี่สิบเจ็ดไอมากและกินได้น้อย ข้าไปพบวันที่ยี่สิบแปด เจ้าควรกลับมาดูเอง
นางอ่านบรรทัดแรกซ้ำ
จดหมายลงวันที่ยี่สิบเก้ามกราคมปีนี้ ไม่ใช่วันก่อนที่แม่ตอบข่าวร้าน
ด้านล่างมีข้อความเรื่องการจัดคนดูบ้านกับร้าน หากเยว่ชิงกลับไม่ได้ ชิวอิงเสนอให้เขียนอนุญาตฝากกุญแจร้านกับตน จะได้เข้าออกสะดวกเวลาช่วยแม่ โดยไม่ต้องรอคนที่ถือกุญแจตามขอบเขตเดิม
เยว่ชิงวางกระดาษลงทันที
คำว่ากุญแจทำให้เสียงในตรอกเมื่อเดือนเมษายนกลับมาในความคิด นางนึกถึงญาติซึ่งใช้คำว่าครอบครัวให้คนอื่นยอมขยับสิ่งของก่อนตรวจบัญชี นึกถึงความลำบากของอีกฝ่ายที่มีจริงแต่ไม่ทำให้สิทธิ์ร้านของเธอหายไป
เธอเกือบพูดออกมาว่าใช้เรื่องแม่มาอีกแล้ว
แต่ห้องนี้ไม่มีแม่ให้ถาม และยังไม่มีใครบอกว่าคำเรื่องป่วยไม่จริง
เยว่ชิงหยิบจดหมายแม่ที่ได้รับวันที่ยี่สิบขึ้นมาวางเทียบ แม่เขียนวันที่สิบสี่ กล่าวถึงงานร้าน อาหาร และช่างหลิว ไม่มีข้อความว่าไอหรืออ่อนเพลียในวันนั้น
นางเคยอ่านจดหมายฉบับนี้จนรู้สึกว่าแม่ยังแข็งแรงอยู่ตรงหน้า แต่กระดาษไม่ได้เดินตามเวลาไปถึงวันที่ยี่สิบเจ็ดแทนคนเขียน
ระหว่างสองวันที่มีเกือบสองสัปดาห์
แม่อาจป่วยหลังเขียนข่าวดี และชิวอิงอาจดูแลแม่จริงโดยยังขอสิ่งที่เยว่ชิงไม่ยอมให้ได้ในจดหมายฉบับเดียวกัน
นางแยกกระดาษใหม่เป็นสองส่วน
ส่วนแรกถามเรื่องแม่ ป่วยเมื่อใด ใครพบเอง ได้พบผู้ดูแลรักษาหรือยัง ตอนนี้ต้องมีคนช่วยอะไร และแม่ต้องการให้เธอกลับอย่างไร
ส่วนที่สองเป็นเรื่องกุญแจ
กุญแจหน้าร้านกับตู้คืนงานอยู่กับแม่ตามที่มอบเมื่อปลายธันวาคม หานซิ่วกับช่างหลิวมีหน้าที่ตามเวลาที่ตกลงไว้ การเจ็บป่วยไม่ได้ยกกุญแจทั้งหมดให้คนที่เขียนข่าวมาโดยอัตโนมัติ
นางเขียนไว้ในส่วนนี้ว่า ยังไม่อนุญาตเปลี่ยนผู้ถือกุญแจ
คำตอบนั้นไม่ได้ทำให้แม่หายป่วย และไม่ได้เป็นเหตุให้หยุดอ่านส่วนแรก

คืนนี้เยว่ชิงอยากเก็บของแล้วเดินออกไปยังสถานี
แต่ถ้าทำเช่นนั้น เธอจะทิ้งงานที่ยังต้องส่งไว้กับคนซึ่งไม่รู้ว่าจะกลับเมื่อใด และอาจไปถึงบ้านพร้อมความโกรธที่ยังไม่รู้ว่าควรวางกับเรื่องไหน
นางจึงเตรียมคำถามสั้น ๆ สำหรับติดต่อหานซิ่ว ไม่ให้เพื่อนต้องฟังเรื่องบัญชีทั้งแฟ้มก่อนตอบว่ามีใครพบแม่ล่าสุด
คำตอบจากหานซิ่วเรื่องงานมีทางติดต่อฝ่ายรับเรื่องของหน่วยไว้ นางนำข้อมูลนั้นไปถามบริการโทรศัพท์ทางไกลหลังส่งงานวันถัดไป ขอให้ต่อถึงเพื่อนเมื่ออีกคนพ้นงานแล้ว หากรับไม่ได้ให้ฝากเพียงว่าขอถามข่าวครอบครัวและนัดเวลาที่สะดวก
ไม่มีหมายเลขของบ้านแม่ให้หมุนแล้วได้ยินเสียงทันที และไม่มีสิทธิ์ขอให้หน่วยของหานซิ่วหยุดงานเพื่อหาคนให้เธอทุกโต๊ะ
เยว่ชิงรอการประสานอยู่พักหนึ่ง ก่อนเจ้าหน้าที่บอกว่าติดต่อผู้รับได้แล้ว
เสียงในสายมีเสียงอื่นแทรก นางทวนว่าปลายทางเป็นหานซิ่วแล้วจึงเริ่มถาม
“ฉันได้รับจดหมายจากชิวอิง บอกว่าแม่ป่วย เธอได้พบแม่เมื่อเร็ว ๆ นี้ไหม”
“ได้พบวันที่สองกุมภาพันธ์ หลังเลิกงาน ฉันแวะไปตามเวลาที่คุยเรื่องร้านไว้”
เยว่ชิงกำหูโทรศัพท์แน่นขึ้น
“เธอเห็นแม่เป็นอย่างไร”
“นั่งพักอยู่ในห้อง ไอและเหนื่อยกว่าตอนฉันไปกลางเดือนก่อน ไม่ได้ยืนรับงานที่หน้าร้านเหมือนเดิม แต่ยังคุยกับฉันเองได้”
นางก้มเขียนวันกับสิ่งที่เพื่อนเห็น ไม่จดว่าอาการหนักเท่าใดจากน้ำเสียงของตน
“แล้วเรื่องไปพบหมอ”
“แม่บอกว่าไปแล้ววันที่ยี่สิบแปด ชิวอิงช่วยพาไป ฉันไม่ได้อยู่ตอนตรวจ จึงบอกแทนคนตรวจไม่ได้ แต่แม่บอกว่าจะไปตามนัดอีกวันที่หก”
เยว่ชิงเงียบอยู่ครู่หนึ่ง
หานซิ่วไม่ได้ยืนยันทุกคำในจดหมายญาติ หล่อนเล่าเพียงสิ่งที่เห็นกับสิ่งที่แม่บอก แยกวันที่อยู่ด้วยออกจากวันที่ฟังมา
“ทำไมแม่ไม่ได้เขียนถึงฉันเอง” นางถาม แล้วรู้สึกทันทีว่าคำถามอาจฟังเหมือนกล่าวโทษ
“แม่ไม่อยากให้เจ้าทิ้งงานก่อนรู้ว่าจะต้องอยู่ดูนานเท่าใด วันที่ฉันไป แม่ขอให้ช่วยแจ้งข่าวตามจริงถ้าเจ้าถาม ฉันกำลังเตรียมเขียนด้วย เรื่องตรวจตามนัดอยากให้แม่ได้บอกเองมากกว่า”
เยว่ชิงหลับตาลง
“ฉันอยากคุยกับแม่ ถ้าแม่ยอม เธอช่วยบอกให้ได้ไหมว่าไม่ต้องอธิบายเรื่องร้านก่อน”
“ได้ แต่ฉันจะถามแม่ก่อน ไม่รับปากให้แม่พูดตอนอ่อนเพลียเพียงเพราะเจ้ารออยู่”
นางรับคำ หล่อนนัดให้ติดต่อช่วงที่ตนพ้นงานและแม่สะดวกหลังกลับจากการตรวจ หากจัดเวลาไม่ได้จะฝากข่าวผ่านทางรับเรื่องโดยไม่ให้คนอื่นอ่านรายละเอียดอาการทั้งหมด
เยว่ชิงทวนวันและเวลาที่นัด ไม่ให้ความกลัวทำให้เธอจำว่าแม่จะพูดได้แน่ทันทีที่วางสาย
ก่อนจบ หานซิ่วถามว่าในจดหมายชิวอิงมีอะไรอีกหรือไม่
นางบอกเรื่องกุญแจสั้น ๆ
“ฉันไม่ยอมเปลี่ยนผู้ถือกุญแจจากจดหมายฉบับนี้ แต่ไม่อยากให้คำตอบนั้นถูกบอกต่อว่าไม่ยอมดูแลแม่”
“สองเรื่องไม่ใช่เรื่องเดียวกัน” เพื่อนตอบ “ตอนฉันไป ชิวอิงช่วยเรื่องอาหารกับพาไปตรวจจริง ส่วนกุญแจยังอยู่กับแม่ตามเดิม ไม่มีการส่งให้ฉันรับแทนเจ้าหรือให้ฉันลงชื่อมอบแก่ใคร”
เยว่ชิงเขียนประโยคหลังไว้
นางไม่ต้องเรียกทุกสิ่งที่ชิวอิงทำเป็นการหลอกเพื่อรักษาสิทธิ์ร้าน และไม่ต้องยกสิทธิ์ร้านให้เพื่อยอมรับว่าอีกฝ่ายช่วยแม่

กลับห้องวันที่ห้า เยว่ชิงเขียนคำตอบถึงชิวอิง
นางขอบใจที่ช่วยพาแม่ไปพบผู้ดูแลรักษา ขอให้ระบุสิ่งที่แม่ต้องการให้ช่วยกับข่าวการนัดครั้งต่อไป และแจ้งว่ายังไม่อนุญาตให้เปลี่ยนผู้ถือกุญแจ หากต้องเข้าไปช่วยบ้านให้ตกลงกับแม่ ไม่ขนของหรือใช้ชื่อร้านรับงานเกินที่กำหนด
เธอไม่เขียนว่ารู้แล้วว่าอีกฝ่ายแต่งเรื่องแม่ป่วย เพราะสิ่งที่รู้เพิ่มวันนี้เป็นไปอีกทาง
จดหมายยังอยู่รอทวนก่อนส่ง นางตั้งใจคุยกับแม่ก่อนบอกวันกลับ ไม่ให้คนรับจดหมายจัดการเดินทางให้แทนจากคำว่าอยากกลับเพียงคำเดียว
วันที่หก หลังทำงานส่วนของตน เยว่ชิงไปตามเวลาซึ่งติดต่อไว้
เจ้าหน้าที่ต้องประสานอีกครั้ง นางรอด้วยสมุดปิดอยู่บนตัก ไม่อ่านแฟ้มบัญชีของพ่อระหว่างรอเสียงแม่
เมื่อสายต่อได้ หานซิ่วบอกว่าแม่ตรวจตามนัดเสร็จแล้ว ยังอยู่ที่จุดติดต่อของสถานพยาบาลซึ่งอนุญาตให้ใช้โทรศัพท์ ยินยอมคุยสั้น ๆ และให้อีกคนช่วยถือหูเมื่อจำเป็น
เยว่ชิงตอบรับ ก่อนเสียงแม่จะมาถึง
“เยว่ชิง”
คำเดียวทำให้นางนั่งตรงทันที
เสียงนั้นเบากว่าในความทรงจำ มีช่วงที่แม่หยุดพักก่อนพูดต่อ แต่เป็นเสียงคนที่ยังเรียกเธอด้วยชื่อเดิม ไม่ใช่ข่าวซึ่งใครเลือกคำมาส่งให้
“แม่ วันนี้เป็นอย่างไรบ้าง”
“ยังเหนื่อย หมอให้พักต่อ อย่าคิดว่าฉันพอพูดได้แล้วจะไปยืนหน้าร้านไหว”
เยว่ชิงมองมือของตน
คำว่าแม่ต้องพักไม่เหลือเป็นเพียงข้อกล่าวอ้างในซองชิวอิงอีกแล้ว
“แม่อยากให้ฉันกลับไหม”
ปลายสายเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนแม่ตอบ
“อยากเห็นลูก แต่ต้องคุยงานให้เรียบร้อย ฉันไม่ได้บอกให้ทิ้งงานโดยไม่แจ้งใคร”
นางกลืนน้ำลาย
“ฉันกลัวว่าแม่จะคิดว่าฉันถามมากเพราะไม่อยากกลับ”
“เจ้าถามอาการกับคนช่วยได้ แต่อย่าถามแต่กล่องกับกุญแจจนลืมถามว่าฉันเหนื่อยอย่างไร”
เยว่ชิงก้มหน้า น้ำตาหยดลงหลังมือ นางเช็ดมันด้วยผ้า ไม่ให้เสียงสะอื้นกินเวลาที่แม่กำลังใช้แรงพูด
“ฉันขอโทษค่ะ ฉันยังไม่ให้ใครเปลี่ยนกุญแจ แต่เรื่องนั้นไม่ได้สำคัญกว่าแม่”
แม่หยุดพักอีกครั้ง
“กุญแจอยู่กับฉัน ไม่ได้ขอให้ชิวอิงเขียนมอบร้านแทนฉัน หล่อนช่วยพาไปตรวจ ก็ให้ขอบใจเรื่องนั้นก่อน เรื่องงานกับของค่อยถามตามจริง”
เยว่ชิงรับคำ แล้วถามเรื่องคนอยู่ด้วยช่วงกลางวันกับงานที่แม่ไม่ควรต้องลุกมารับเอง แม่บอกว่ามีคนช่วยตามที่ตกลง แต่ยังต้องจัดเวลาต่อ ไม่ให้ลูกเข้าใจว่าหานซิ่วกับช่างหลิวว่างทั้งวันเพียงเพราะเป็นคนดี
นางไม่ขอให้แม่เล่าเรื่องความกลัวของพ่อหรือเอกสารในตู้ในสายนี้
สิ่งที่จำเป็นคือแม่เจ็บป่วยจริง ต้องพัก และอยากให้เธอกลับโดยไม่ทำให้สิทธิ์งานของตนเสียไป
ก่อนวางสาย เยว่ชิงบอกว่าจะคุยกับผู้รับผิดชอบงานเรื่องวันกับทางส่งมอบ แล้วแจ้งกลับ ไม่รับปากว่าถึงบ้านพรุ่งนี้ทั้งที่ยังไม่ได้ถามตั๋วหรือจัดงาน
แม่ตอบเพียงให้กินอาหารเสียก่อน
คำกำชับนั้นเบา แต่พอให้เยว่ชิงรู้ว่าคนในบ้านยังมีความต้องการของตนอยู่ ไม่ใช่เพียงเหตุให้ลูกเลือกกลับหรือไม่กลับ
ช่วงเย็นที่หน่วย ช่างเกามีใบแจ้งรอบประเมินให้ผู้ช่วยดู
เขาเคยดูบันทึกฝึกของเธอไว้ เมื่อขั้นเดิมทำซ้ำภายใต้การตรวจได้สม่ำเสมอขึ้น จึงบอกว่านางยื่นขอเข้ารอบทดสอบเพิ่มเติมได้ หากผ่านจึงพิจารณาขยายหน้าที่งานวัด ไม่ใช่ได้ตำแหน่งเพิ่มทันทีจากการยื่นชื่อ
ต้องยื่นความประสงค์ภายในวันที่เจ็ด และเข้ารอบวันที่แปดกุมภาพันธ์
เยว่ชิงอ่านกระดาษแล้วถามว่ารอบถัดไปกำหนดไว้หรือยัง
“ยังต้องรอรายการของหน่วย” ช่างเกาตอบ “ไม่ได้จัดทดสอบให้ทุกครั้งที่คนหนึ่งคนพร้อม”
นางวางมือข้างใบแจ้ง
ตั้งแต่เดินทางมาหลานโจว เธอเคยคิดถึงวันซึ่งงานของตนเพิ่มขึ้นเพราะมีคนเห็นว่าทำได้ ไม่ใช่เพียงเพราะเป็นลูกของช่างหลิน หรือเพราะมีเรื่องที่ต้องขอให้ใครช่วย
วันนี้ประตูเล็ก ๆ นั้นอยู่ตรงหน้า แต่ข่าวที่มาจากบ้านก็อยู่ในสมุดอีกเล่มบนมือเธอ
“แม่ฉันป่วยค่ะ ฉันกำลังถามทางลางานกลับไปดูแล ยังไม่ได้กำหนดวันเดินทาง”
ช่างเกาฟังแล้วชี้ส่วนที่ต้องติดต่อให้
“เรื่องลาต้องแจ้งผู้รับผิดชอบตามขั้น งานที่เจ้าถืออยู่ต้องจัดผู้รับต่อ เรื่องรอบประเมินก็แยกไว้ ถ้าไปไม่ทันรอบนี้ อย่าให้ใครลงว่าเจ้าทดสอบแล้ว”
“แล้วฉันจะยังอยู่ในหน้าที่เดิมได้หรือไม่”
“ต้องจัดวันลาและเงื่อนไขให้ชัด ข้าไม่ลงคำอนุมัติแทนส่วนที่ไม่ได้รับผิดชอบ แต่จะให้รายการงานของเจ้าไว้ใช้คุย ไม่ต้องเริ่มบอกใหม่ด้วยคำว่ามีเหตุที่บ้านอย่างเดียว”
เขาวางรายชื่อเครื่องมือกับขั้นฝึกซึ่งนางยังต้องทำต่อให้ดู ไม่มีการขอให้เธอสัญญาว่าจะไม่กลับบ้านเพื่อแลกสิทธิ์สมัคร และไม่มีคำรับปากว่าออกไปโดยไม่แจ้งก็จะเก็บทุกอย่างรอ
เยว่ชิงรับข้อมูล นางยังไม่ได้ลงชื่อยื่นประเมินหรือลางานในเย็นนี้

นางกลับห้องพร้อมกระดาษสองเรื่องซึ่งต้องตัดสินใจ
เมื่อตั้งอาหารลงบนโต๊ะ เยว่ชิงเพิ่งรู้ว่าตนยังไม่ได้กินเต็มมื้อตั้งแต่เริ่มรอโทรศัพท์ จึงกินก่อนอ่านใบงานตามคำแม่
ในชีวิตเดิม เธอเคยให้คนอื่นเลือกแทนว่าอะไรสมควรเสียสละ พอจะเอาชีวิตคืน เธอก็เกือบใช้คำว่าอย่ายอมเสียสิทธิ์เป็นคำสั่งอีกแบบซึ่งห้ามตนฟังความต้องการของแม่
การกลับไปดูแลไม่ควรหมายถึงยกงานให้ใครถาวร ส่วนการมีสิทธิ์ในงานก็ไม่ควรบังคับให้ต้องทำเหมือนคนในบ้านไม่เจ็บป่วย
นางเปิดสมุด เขียนสิ่งที่รู้แน่ลงก่อน
แม่ป่วยหลังจดหมายกลางเดือน หานซิ่วพบเองวันที่สอง แม่ไปตรวจแล้วและวันนี้บอกให้พักต่อ แม่อยากพบลูก กุญแจยังอยู่กับแม่และไม่ได้อนุญาตให้ญาติมอบแทน
ด้านถัดไปเป็นงาน ต้องถามเงื่อนไขวันลา ผู้รับงานต่อ เครื่องมือที่ต้องคืน รอบประเมินซึ่งอาจพลาด และทางกลับเข้าหน้าที่เดิม
เยว่ชิงยังไม่ได้เขียนคำว่าลาออกลงไป ไม่ได้มีใครขอคำนั้นในข้อมูลที่ได้รับ
นางทวนคำตอบถึงชิวอิง ตัดประโยคที่เกือบใช้ข่าวป่วยเป็นคำกล่าวหาญาติ แล้วเก็บไว้เพื่อเติมวันซึ่งจัดได้จริงในวันถัดไป
เรื่องกุญแจยังตอบว่าไม่ยกให้ เรื่องช่วยแม่ตอบว่าขอบใจ เรื่องจะกลับยังต้องให้เธอเป็นคนแจ้งหลังจัดงาน
ทั้งสามประโยคไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนให้เป็นคำเดียวกัน
เยว่ชิงวางใบประเมินข้างรายการวันลา ดับโคมหลังเตรียมคำถามสำหรับเช้า
คราวนี้เธอไม่ได้รอให้ใครพิสูจน์ว่ารักแม่ด้วยการยอมเสียทุกอย่าง หรือพิสูจน์ว่าปกป้องชีวิตตนได้ด้วยการไม่กลับไปเลย
เธอต้องเลือกจากข่าวที่ตรวจแล้ว และทำให้วันซึ่งเลือกมีทางไปจริง โดยยังรักษาชื่อของตนไว้ทั้งที่บ้านและที่โต๊ะทำงาน
นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI
