ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · Capítulo 63
ตอนที่ 63 — ช่างหญิงในห้องเครื่อง
Tradução pendente. Exibindo o original tailandês.
เช้าวันที่ห้ามกราคม เยว่ชิงยกบานประตูขึ้นเล็กน้อยก่อนหมุนกุญแจ
กลอนคลายออกตามที่ลองไว้เมื่อวาน เธอเก็บกุญแจในกระเป๋าด้านใน หยิบกล่องเครื่องมือ และตรวจว่าไม่มีซองเรื่องพ่อปะปนมากับหนังสือที่ต้องยื่นวันนี้
อากาศหนาวกว่าตอนเดินลองเส้นทาง นางผ่านถนนเส้นที่พื้นเรียบกว่า หยุดรอคนเข็นรถขายอาหารตรงทางข้าม ไม่เร่งจนรองเท้าไถลเพียงเพื่อให้ถึงก่อนเวลานานขึ้น
เมื่อไปถึงจุดรับรายงานตัว ชายที่โต๊ะรับหนังสือจำเธอได้ เขาตรวจรายการ ให้เธอลงชื่อวันเริ่มงาน แล้วส่งต่อไปยังห้องงานช่าง
เสียงโลหะกระทบกันดังอยู่หลังประตู
เยว่ชิงถอดผ้าพันคอเก็บ ปิดแขนเสื้อให้เรียบร้อย รวบเปียเข้าในคอเสื้อก่อนเดินตามคนพาเข้าไป เธอเคยมาทดสอบสิบวันเมื่อเดือนกรกฎาคม แต่รอบนั้นมีโต๊ะที่จัดไว้สำหรับผู้ทดสอบ วันนี้มีงานประจำของคนอื่นวางอยู่ก่อนแล้ว
ช่างซึ่งเคยดูแลเธอช่วงนั้นยืนข้างหน้าต่าง ใบหน้ายาวค่อนข้างเหลี่ยมมีรอยย่นชัดขึ้นในแสงเช้า ผมสั้นแซมเทา เสื้อทำงานสีเทาอมครามเหมือนที่จำได้
คนข้างโต๊ะเรียกเขาว่าช่างเกา เยว่ชิงจึงได้รู้ชื่อเต็มในตอนแนะนำตัวว่าเกาเหวินซิง
“มาแล้วหรือ หนังสือรับเข้าตรงกับที่ฝ่ายรับคนส่งมา ข้าวันนี้จะดูงานของเจ้า ก่อนเปลี่ยนคนดูแลต้องแจ้งกันอีกที”
เขาชี้ตู้เก็บของกับโต๊ะซึ่งแบ่งพื้นที่ให้เธอ
“เครื่องมือของเจ้าวางได้ตรงนี้ เครื่องมือวัดของหน่วยเบิกตามรายการ ใช้เสร็จคืนคนรับ ไม่เอาของจากโต๊ะข้าง ๆ ไปใช้เพราะเห็นว่าว่าง”
เยว่ชิงวางกล่องของตนแล้วจด ช่างเกาให้เธออ่านหน้าที่ผู้ช่วยตรวจวัด ขอบเขตการบันทึก การตรวจซ้ำ และคนที่ต้องรายงานเมื่อค่าที่ได้ไม่แน่นอน
เธอจะช่วยเตรียม ตรวจ และลงผลภายใต้ผู้ดูแล ไม่ได้มีสิทธิ์อนุมัติให้เครื่องทุกตัวเดินต่อ
ชายอีกคนถือแผ่นงานเข้ามารอ เขาอายุราวปลายสามสิบ รูปร่างผอม ใบหน้าเหลี่ยมเรียว ผมดำตัดตรง เสื้อสีกากีอมเขียวมีคราบตรงข้อศอก
“คนจากร้านนาฬิกานี่เอง” เขามองกล่องใบเล็กของเธอ “นึกว่าจะส่งคนจับเครื่องมา ที่นี่เข็มเล็ก ๆ ใช้เขี่ยไม่กี่ทีไม่ได้หรอกนะ”
เยว่ชิงเงยหน้าขึ้น
ช่างเกาแนะนำว่าเขาชื่อฟางไห่เซิง เพิ่งย้ายกลับมาช่วยงานตรวจชุดนี้หลังทำงานอีกส่วนหนึ่ง ช่วงที่เธอมาทดสอบ เขาไม่ได้อยู่โต๊ะนี้
“ฉันจะดูวิธีของงานที่ได้รับก่อนค่ะ” นางตอบ “ถ้าไม่เคยทำ จะบอกให้ผู้ดูแลรู้”
ฟางไห่เซิงวางแผ่นงานลง
“ถ้าต้องบอกทุกอย่าง คนอื่นก็ต้องเสียเวลารอ”
เขาหันไปหยิบดินสอใส่มือเธอ ราวกับแบ่งงานเสร็จแล้ว
“จดที่ข้าอ่านให้ก็พอ ผู้หญิงมือเบา ลายมือคงเรียบร้อยกว่า”
ดินสออยู่ในมือเยว่ชิง แต่เธอไม่ได้เปิดแผ่นงานทันที
“บันทึกฉันทำได้ค่ะ วันนี้มีส่วนให้ฉันตรวจวัดด้วยหรือไม่”
ห้องเงียบลงตรงโต๊ะนี้โดยที่เสียงอีกฝั่งยังดังต่อ
ช่างเกาเลื่อนแผ่นหน้าที่ซึ่งอ่านร่วมกันเมื่อครู่กลับมา
“ก่อนทำงาน ดูรายการนี้ ผู้ช่วยต้องเรียนอ่านค่าด้วย ฟาง เจ้าอ่านอย่างเดียวให้เขาจดทั้งวันไม่ได้ เราจะไม่มีคนตรวจแทนกันได้”
ฟางไห่เซิงเม้มปาก ไม่ได้ขอโทษหรือทิ้งงานเดินออกไป เขาขยับกระดาษให้เหลือที่ด้านซ้ายของโต๊ะ
เยว่ชิงวางดินสอแล้วเปิดสมุดตามหน้าที่กำหนด เธอไม่มีเหตุให้ยิ้มเหมือนชนะ คนที่ต้องใช้โต๊ะด้วยกันยังอยู่ตรงนี้ และงานที่ต้องเรียนก็ยังไม่เริ่ม

งานแรกเป็นฐานตรวจขนาดเล็กซึ่งนำมาจากอีกโต๊ะ เครื่องใหญ่ข้างหลังหยุดอยู่ตามสภาพที่ผู้ดูแลกำหนด ไม่มีใครสั่งให้เธอเปิดเดินเพื่อฟังเสียงแล้วเดาว่าใช้ได้
ฟางไห่เซิงยื่นแบบที่ใช้กับงานวันนี้ให้ดู ระบุตำแหน่งที่ต้องอ่านกับส่วนที่จะบันทึก เธอขอให้ชี้จุดอ้างอิงบนตัวฐานก่อนจับเครื่องมือของหน่วย
เขาชี้รวดเดียวแล้วเริ่มอ่านค่า
เยว่ชิงมองหน้าแบบสลับกับฐาน คิดว่าตนจับทิศได้ แต่เมื่อช่างเกาถามให้ชี้กลับ นางกลับแตะไปยังด้านตรงข้าม
“ยังไม่ตรง” เขาพูด
ฟางไห่เซิงหัวเราะในลำคอ
เยว่ชิงถอนมือ ความร้อนขึ้นมาถึงใบหู เธอเคยแก้นาฬิกาให้คนทั้งตรอกเห็น เคยเดินไปถามเอกสารต่อหน้าคนที่ไม่อยากตอบ แต่เวลานี้กลับอ่านด้านของงานชิ้นแรกคลาดเคลื่อน
“ฉันดูรูปกลับด้านค่ะ ขอเทียบตำแหน่งใหม่ก่อนลงค่า”
ช่างเกาให้หมุนแผ่นแบบจนสัมพันธ์กับทิศที่วางงานจริง แล้วให้ชี้อีกครั้ง
คราวนี้เธอชี้ถูก
เขาไม่เขียนว่าเธอทำผ่านตั้งแต่เริ่ม ฟางไห่เซิงก็ไม่ได้ถอนคำพูดเรื่องร้านนาฬิกา เยว่ชิงจดจุดที่ตนอ่านผิดไว้ในช่องฝึก เพื่อไม่กลับบ้านไปเล่าว่าติดขัดเพราะคนอื่นเพียงฝ่ายเดียว
เมื่อเห็นวิธีตั้งและอ่านตามที่ผู้ดูแลทำให้ดู เธอจึงลองด้วยตนเอง ช่างเกายืนข้างโต๊ะ ตรวจมือกับตำแหน่งของงาน ไม่ปล่อยให้เธอทำต่อเพราะอ่านตัวเลขได้หนึ่งครั้งแล้ว
ก่อนพัก เยว่ชิงอ่านค่าซ้ำได้สอดคล้องกับที่เขาตรวจในงานส่วนนี้
“ลงสภาพตั้งต้นด้วย” เขาพูด “ตอนบ่ายคนอื่นมาดู ไม่ต้องให้เขาเดาว่าเจ้าวางอะไรไว้ตรงไหน”
เธอเติมตามนั้น ส่งสมุดให้ผู้ดูแลอ่าน แล้วคืนเครื่องมือที่ไม่ได้ใช้อยู่ไปยังที่รับตามรายการ
ตอนกินอาหารกลางวัน เยว่ชิงนั่งปลายโต๊ะ มีเสียงคนถามว่าร้านเดิมยังเปิดหรือไม่
เธอบอกว่าเปิดตามขอบเขตที่ตกลง คนช่วยรับงานภายนอกกับคืนของ งานที่ต้องเปิดตรวจภายในรอเธอกลับตามรอบหรือแจ้งลูกค้าเลือกทางอื่น
“ทำไมไม่ให้คนช่วยซ่อมไปทั้งหมด จะได้ไม่ต้องวิ่งกลับ”
“เขารับงานที่ทำได้ค่ะ ถ้าฉันตั้งชื่อเขาไว้ในใบงานที่ยังไม่ได้ตกลงกัน ลูกค้าจะเข้าใจผิด”
คนถามตักอาหารต่อ ไม่ใช่ทุกคำถามในโรงงานจะเป็นการทดสอบเธอ บางคนอยากรู้เพียงว่าร้านเล็กจัดการอย่างไรเมื่อเจ้าของมาอยู่เมืองอื่น
ฟางไห่เซิงนั่งอีกด้าน ไม่ร่วมถามเรื่องร้าน เขาหยิบถ้วยน้ำแล้วบอกช่างเกาว่ามีชุดซึ่งต้องตรวจซ้ำตอนบ่าย
เยว่ชิงเก็บถ้วยของตน มองแผ่นงานที่วางคว่ำอยู่ข้างเขา
เธออยากทำให้ได้เร็วพอที่เขาจะเลิกมองมือเธอเป็นมือไว้จด แต่ความอยากนั้นไม่ได้เปลี่ยนตำแหน่งอ้างอิงบนฐานให้ถูกเอง
บ่ายวันเดียวกัน ฟางไห่เซิงนำฐานอีกตัวมาวางบนโต๊ะ
“ตัวนี้เคยดูไปแล้ว ทวนตำแหน่งตามรายการ ไม่ต้องเปิดงานอื่นเพิ่ม”
ช่างเกาตรวจรายการก่อนให้เริ่ม เยว่ชิงลงสภาพที่เห็นและตำแหน่งตั้งต้นตามที่เพิ่งเรียน ค่าครั้งแรกอยู่ใกล้กับช่องที่คนก่อนลงไว้
เธอเกือบจบแถวนั้นตามที่ฟางบอก แต่เมื่อวางตรวจซ้ำอีกด้าน เข็มกลับไม่กลับมาที่ตำแหน่งเดิมอย่างที่เห็นรอบแรก
นางยกมือออก รอให้มันหยุด แล้วตรวจซ้ำด้วยวิธีที่ช่างเกาอนุญาต
ผลยังไม่เหมือนกัน
“อย่าจับไปมา ถ้ารอบแรกได้แล้วก็ลงรอบแรก” ฟางไห่เซิงพูด “ข้ายังมีอีกชุด”
เยว่ชิงเลื่อนสมุดให้เขาดู ไม่วงตัวเลขของเขาด้วยเครื่องหมายว่าผิดทันที
“ครั้งที่ฉันอ่านซ้ำได้อย่างนี้ค่ะ ยังไม่รู้ว่าเป็นที่ฉันตั้งหรือฐาน คุณช่วยดูตอนฉันทำอีกครั้งได้ไหม”
เขามองช่างเกา ก่อนยืนดู
นางทำตามขั้นที่ได้รับ ไม่เปลี่ยนหลายอย่างพร้อมกันเพื่อให้ได้ผลที่ต้องการ ตอนนิ้วคลายจากขอบที่รอง เข็มขยับอีกนิด ฟางไห่เซิงมองตามแล้วก้มลงใกล้โต๊ะ
“หยุดก่อน” ช่างเกาพูด
เยว่ชิงหยุดมือ
เขาให้ทั้งสองตรวจสภาพรองรับ ฐานตรงส่วนหนึ่งยังโยกเล็กน้อยเมื่อเปลี่ยนจุดที่กดดู ข้อตรวจจากรอบแรกจึงไม่พอจะลงว่าการตั้งครั้งนี้แน่นอน
เธอไม่ได้ยื่นตะไบไปแก้ผิว ไม่เอาคราบซึ่งเห็นต่างจากเมื่อกรกฎาคมมาเป็นคำตอบของงานใหม่ ช่างเกาแยกชุดนี้ไว้ให้คนรับผิดชอบการตั้งตรวจต่อ
“เราเขียนเหตุที่หยุดได้แล้ว ส่วนเหตุว่ามันโยกเพราะอะไร ยังไม่ได้ตรวจครบ”
เยว่ชิงลงผลซ้ำกับสิ่งที่เห็นในช่องหมายเหตุ ให้เขาดูอีกครั้งก่อนส่งต่อ
ฟางไห่เซิงหยิบดินสอของตนมาอ่านแถวที่เธอจด เขาถามว่านางทำครั้งที่สองหลังหมุนอะไรไปหรือไม่
เธอบอกสิ่งที่ทำตามจริง ชี้ตำแหน่งซึ่งยังไม่ได้เปลี่ยน
“งั้นข้าต้องลงด้วยว่าตอนข้าอ่านครั้งแรก ไม่ได้ทวนจุดนี้”
เขาเขียนเพิ่มในส่วนของตน ยังไม่เงยหน้ามาขอโทษเรื่องผู้หญิงมือเบา แต่คราวนี้ไม่ดึงสมุดเธอไปลงชื่อแทน หรือบอกให้ลบค่าที่ทำให้งานช้าลง
เยว่ชิงรู้สึกโล่ง ทว่าช่างเกายังมีคำถามให้ตอบ
“ถ้าเจ้าพบว่าตัวเองอ่านผิดตอนนี้ จะลงว่าอย่างไร”
“ลงแก้พร้อมเหตุค่ะ เก็บค่าก่อนหน้าไว้ให้เห็นว่าผิดตรงไหน”
“พรุ่งนี้ข้าจะดูส่วนนี้ต่อ อย่าใช้คำตอบวันนี้แทนการทำจริง”

งานที่หยุดไม่ได้ทำให้ทั้งห้องหยุดตาม มีชุดอื่นที่เตรียมได้ มีเครื่องมือที่ต้องนับคืน และมีรายการซึ่งผู้ดูแลต้องรับต่อก่อนเลิก
เยว่ชิงช่วยเก็บตามที่ได้รับ ไม่เอาแผ่นงานออกมาใส่กล่องส่วนตัว เธอจดเฉพาะสิ่งที่ตนต้องฝึกลงสมุดของตน โดยไม่คัดรายละเอียดงานของหน่วยซึ่งยังไม่ได้ขอใช้ด้านนอก
ช่างเกาตรวจของที่เบิก แล้วให้เธอดูใบจัดงานครั้งถัดไป
ช่วงต้นสัปดาห์หน้า หากผู้ดูแลยืนยันรายการพร้อม เธอจะติดตามคณะไปดูงานตรวจที่โรงงานคู่ค้าในเมือง ต้องเตรียมสิ่งที่วันนี้ยังอ่านช้าและถามคนรับผิดชอบว่าใช้แบบใด
“ฉันมีชื่อไปด้วยแล้วหรือคะ”
“มีชื่อในรายการผู้ช่วย ไม่ใช่คนตัดสินผล ไปจดสภาพกับช่วยงานที่ได้รับ ถ้าวันก่อนออกเปลี่ยนหน้าที่ จะแจ้งให้รู้”
เยว่ชิงอ่านส่วนที่เกี่ยวข้องแล้วคืนกระดาษ
ชื่อของพ่อไม่ได้อยู่ในแผ่นนั้น เธอไม่ได้เลือกงานเพราะหวังว่าฐานทุกตัวที่พบจะพาไปหาอะไหล่ของร้าน การไปกับคณะต้องเริ่มจากงานที่หน่วยให้ทำจริง
ก่อนออก ฟางไห่เซิงเรียกเธอจากโต๊ะ
“พรุ่งนี้เจ้านั่งด้านนี้”
เขาเลื่อนกองกระดาษซึ่งเคยยึดพื้นที่ให้พ้นช่องวางเครื่องมือ
“จะอ่านค่าก็ต้องเห็นหน้าปัด ไม่ใช่ยืนหลังข้าแล้วชะโงก”
เยว่ชิงมองที่ว่างนั้นแล้วพยักหน้า
“ขอบคุณค่ะ ถ้าตรงไหนยังอ่านไม่ทัน ช่วยชี้ให้ดูอีกครั้งได้ไหม”
“ถ้าไม่เข้าใจต้องถามตั้งแต่ตอนชี้ ข้าไม่อยากทำใหม่ทั้งหมดตอนท้าย”
น้ำเสียงยังห้วน นางไม่ได้ถือว่าที่ว่างบนโต๊ะคือการรับรองว่าเขาเชื่อฝีมือทุกเรื่องแล้ว แต่มันเป็นที่ซึ่งเช้าวันนี้เขายังไม่คิดให้เธอใช้
เยว่ชิงออกจากโรงงานหลังส่งงานกับคืนของครบ มือซึ่งถือกล่องของตนเมื่อเช้ามีรอยกดเพิ่มตรงฝ่ามือ ท้องเริ่มหิว นางแวะซื้ออาหารแล้วเดินกลับห้องก่อนมืดจัด
จิ้งโจวมีงานของหน่วยในช่วงนี้ ทั้งสองไม่ได้ตกลงว่าจะพบกันทุกเย็นเพื่อให้เธอเล่าจบทุกเรื่อง เธอเก็บสิ่งที่อยากเล่าไว้ในสมุดส่วนตัว รอเวลาที่นัดได้จริง
ซ่งเหม่ยอันอยู่ในลานตอนนางกลับ เจ้าของห้องถามว่าเปิดประตูได้ไหม
“ได้ค่ะ ยังต้องยกนิดหนึ่งตามเดิม”
“คนซ่อมยังไม่ได้มา พรุ่งนี้ข้าจะถามอีกที”
เยว่ชิงรับรู้แล้วไปตักน้ำ ไม่ต้องเรียกชีวิตวันแรกว่าเรียบร้อยทุกอย่างเพื่อให้คำถามต่อจากนั้นง่ายขึ้น
ในห้อง นางถอดเสื้อหนาไว้ข้างเตียง คลายเปียออกจากคอเสื้อ เปิดสมุดฝึกของตนบนโต๊ะ
บรรทัดแรกเขียนว่าอ่านทิศของแบบกลับด้าน ต้องเทียบกับตำแหน่งงานก่อน
บรรทัดถัดมาจึงเป็นผลที่ทำได้กับสิ่งที่ต้องถามเพิ่ม
เธอไม่สลับสองบรรทัดเพื่อให้เมื่อเปิดอ่านภายหลังเห็นแต่ช่วงที่ฟางไห่เซิงยอมเลื่อนกระดาษให้
คำว่าเป็นผู้หญิงทำให้เขาแบ่งงานให้เธออย่างหนึ่งจริง แต่ก็ไม่ใช่เหตุให้นางอ่านแบบผิดได้โดยไม่ต้องแก้ และความผิดครั้งนั้นไม่ได้ทำให้ทุกอย่างที่เขาคิดเกี่ยวกับเธอถูกต้องไปด้วย
เยว่ชิงวางดินสอ มือเมื่อยจนต้องคลายนิ้วอยู่ครู่หนึ่ง
ในร้าน นางมักเป็นคนตอบคำถาม ในห้องเครื่องวันนี้ มีหลายครั้งที่ต้องเป็นคนถาม ชื่อหลินเยว่ชิงในทะเบียนรับเข้าทำงานไม่ได้ยืมความเชื่อถือของร้านทั้งตรอกมาติดไว้ด้วย
เธอต้องทำให้คนที่ใช้ผลตรวจร่วมกันรู้ว่าเชื่อส่วนใดของงานเธอได้

สำเนาเรื่องพ่อยังอยู่ในห่อปิด เมื่อมองมัน เยว่ชิงนึกถึงค่าสองครั้งซึ่งต่างกันบนโต๊ะบ่ายนี้
ความต่างทำให้ต้องตรวจต่อ ไม่ได้เป็นชื่อคนผิดที่เขียนเสร็จในคราวเดียว
เธอเก็บเรื่องนั้นไว้เตือนตน ก่อนปิดสมุดฝึกและเตรียมเสื้อสำหรับวันถัดไป จดหมายที่ส่งหาแม่เมื่อวานยังต้องใช้เวลาเดินทาง เธอจะเขียนเรื่องวันแรกลงฉบับต่อไปเมื่อมีเหตุให้ส่ง ไม่แต่งวันนี้ให้เป็นวันที่ทุกคนปรบมือรับช่างหญิงจากชิงเหอ
นอกหน้าต่าง เสียงจากสถานีดังขึ้นแล้วผ่านไป
เยว่ชิงหยิบกุญแจซึ่งวางข้างสมุด เลื่อนเก้าอี้ให้พ้นกระเป๋าแล้ววางมันไว้ในที่เดิม
พรุ่งนี้ยังมีช่องในแผ่นงานรอให้เธออ่าน มีจุดที่ต้องถาม และมีโต๊ะซึ่งตอนนี้เหลือที่ให้นางวางมือของตน
เธอยังไม่ได้ทำให้คนทั้งห้องเปลี่ยนใจ
แต่เมื่อถึงเวลาเลิกงาน ไม่มีใครได้เอาความเป็นผู้หญิงมาลงชื่อแทนผลตรวจที่เธอต้องรับผิดชอบอีกแล้ว
นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI
