Ajustes de leitura

ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · Capítulo 61

ตอนที่ 61 — รถไฟที่ไม่มีใครขับแทน

Tradução pendente. Exibindo o original tailandês.

เช้าวันที่สองมกราคม ปี 1979 เยว่ชิงตรวจตั๋วรถไฟบนโต๊ะที่บ้านอีกครั้ง

ปลายทางหลานโจวอยู่ใต้ชื่อสถานีต้นทางชิงเหอ เธอเคยเดินทางไปทดสอบงานสิบวันเมื่อเดือนกรกฎาคมแล้ว จึงรู้ว่าต้องผ่านทางออกใดและเดินไปขึ้นรถรับจ้างตรงไหน แต่ครั้งนี้กระเป๋าไม่ได้บรรจุเสื้อผ้าแค่พออยู่จนวันส่งผลทดสอบ

ข้างตั๋วเป็นเงินซึ่งแยกค่าเดินทาง ค่าเช่า และค่าอาหารไว้ตามจำนวนที่มีจริง หนังสือตอบรับงานเริ่มวันที่ห้ามกราคมอยู่ในซองของมัน สำเนาเอกสารที่ต้องติดตามอยู่ในห่อปิดอีกส่วนหนึ่ง

แม่ยกกล่องข้าวผูกผ้ามาวาง

“อย่าเก็บไว้จนเย็นเพราะเสียดาย แล้วไปซื้อของแพงตอนหิวจัด”

เยว่ชิงรับใส่กระเป๋า นึกว่าตอนเด็กแม่คงพูดเรื่องเดียวกันนี้กับคนซึ่งยังไม่รู้ว่ารถไฟออกตรงเวลาอย่างไร

“ถ้าไปถึงแล้วต้องรอหาห้อง ฉันจะพักที่เราคุยไว้ก่อนค่ะ ไม่ถือกระเป๋าเดินถามจนมืด”

แม่พยักหน้า นางไม่ได้ถามว่าลูกจะนำเสื้อสีเทาไปด้วยหรือไม่ ห่อเสื้อกับใบนำส่งยังอยู่ในช่องแห้งที่ทั้งสองตรวจรายการกันแล้ว ส่วนแฟ้มต้นฉบับปิดอยู่ในตู้ที่บ้าน

เยว่ชิงแตะกระดาษช่องทางส่งข่าวที่ฝากแม่ไว้ ตั้งใจจะส่งที่อยู่จริงอีกครั้งเมื่อเช่าห้องได้ ไม่ให้แม่ใช้ที่พักช่วงทดสอบเดือนกรกฎาคมตามความเคยชิน

“ลูกบอกกำหนดถึงไว้แล้ว ถ้ารถช้า อย่าคิดว่าแม่จะโกรธ” แม่พูด “แม่อยากรู้ว่าต้องรอข่าวถึงเมื่อใด ไม่ได้อยากให้ลูกทำทุกอย่างให้ตรงกระดาษจนเหนื่อย”

เธอเงยหน้ามองแม่ ก่อนตอบว่าเข้าใจ

คำว่าเข้าใจในวันนี้หมายถึงจะบอกเมื่อกำหนดเปลี่ยน ไม่ใช่พยายามซ่อนสิ่งที่เปลี่ยนเพื่อให้คนอยู่บ้านสบายใจเพียงชั่วครู่

ที่ร้าน แม่กับคนช่วยงานจะเปิดตามรอบที่ตกลงไว้ เยว่ชิงไม่แวะไปดึงกุญแจกลับเพราะเช้าวันออกเดินทางรู้สึกว่าตนควรเห็นของทุกชิ้นอีกครั้ง หากกลับไปเริ่มนับใหม่ เธอคงไม่มีเวลาขึ้นรถ และคนที่รับหน้าที่ไว้ก็จะไม่รู้ว่าข้อตกลงเมื่อปลายปีมีความหมายเพียงใด

เฉินจิ้งโจวรออยู่หน้าสถานีตามเวลาที่นัด

เขามีกระเป๋าของตนกับซองหนังสือจากหน่วยงาน สีกรมท่าของเสื้อหนาดูเข้มขึ้นในอากาศเช้า รอยแผลเล็กตรงคิ้วขวาเห็นเมื่อเขาหันมาหาเธอ

“ของครบหรือยัง”

“ครบค่ะ”

เขามองกล่องเครื่องมือใบเล็กในมือเธอแล้วถามว่าจะให้ช่วยถือช่วงเดินเข้าชานชาลาหรือไม่ เธอตกลงให้ถือกล่อง ส่วนกระเป๋าเสื้อผ้าจะถือเอง บอกไว้ด้วยว่าข้างในเป็นเครื่องมือสำหรับงาน ไม่ใช่กล่องไม้ที่แม่เก็บ

แม่ยืนฟังแล้วหัวเราะเบา ๆ

“ดูท่าทั้งสองคนมีเรื่องจะบอกก่อนส่งของให้กันมากกว่าก่อนกินข้าว”

เยว่ชิงยิ้ม แต่ไม่ได้รีบลดคำถามเพื่อให้การช่วยเหลือดูสนิทสนมกว่าเดิม การรู้ว่าอีกคนถืออะไรอยู่ทำให้เธอวางใจได้ ไม่ต้องกลั้นคำถามไว้เพราะกลัวทำให้คนช่วยเสียหน้า

บนชานชาลา ลมผ่านช่องว่างใต้หลังคา คนรอรถขยับเข้าไปใกล้เสา แม่จับผ้าคลุมไว้ตรงไหล่ เยว่ชิงเลื่อนกระเป๋าให้พ้นทางคนลากของ

เสียงประกาศใกล้เข้ามาแล้ว แม่ยื่นมือแตะแขนลูก

“ถ้าไปแล้วมีเรื่องไม่สบายใจ เขียนมาได้ ไม่ต้องเขียนแต่เรื่องที่ทำให้แม่ดีใจ”

เยว่ชิงอยากตอบว่าคงไม่มีอะไร แต่คำที่เตรียมไว้หยุดตรงปลายลิ้น

“ได้ค่ะ ถ้าแก้ไม่ไหว ฉันจะบอกว่าแก้ไม่ไหว”

แม่ไม่ได้ขอให้สัญญาว่าจะกลับทุกครั้งที่คิดถึง นางเพียงกอดลูกแน่นอยู่ครู่หนึ่ง แล้วปล่อยแขนเพื่อให้เธอหันไปหยิบตั๋วได้

จิ้งโจวรออยู่ข้างกล่องเครื่องมือ ไม่เข้ามารวมความอำลาให้กลายเป็นเรื่องของตน

ก่อนขึ้นรถ เยว่ชิงหันกลับมาอีกครั้ง

แม่ยังอยู่ตรงเสาเดิม ยกมือให้ลูกเห็นว่าตนจะยืนรอจนรถออก เธอโบกตอบแล้วเดินไปยังประตูตู้ตามเลขที่ตรวจไว้

แม่ส่งเยว่ชิงที่ชานชาลาชิงเหอ ขณะที่จิ้งโจวถือกล่องเครื่องมือซึ่งได้รับอนุญาตให้ช่วยขนก่อนทั้งสองเดินทางไปทำงานของตน
แม่ส่งเยว่ชิงที่ชานชาลาชิงเหอ ขณะที่จิ้งโจวถือกล่องเครื่องมือซึ่งได้รับอนุญาตให้ช่วยขนก่อนทั้งสองเดินทางไปทำงานของตน

ในตู้โดยสาร เยว่ชิงกับจิ้งโจวนั่งคนละที่ใกล้กันตามตั๋ว เขาคืนกล่องเครื่องมือให้เธอจัดเก็บใต้ที่นั่ง กระเป๋าของเขาอยู่ในตำแหน่งที่ตนตรวจได้ ไม่มีห่อกระดาษของพ่อหลุดมาวางรวมกับหนังสือฝึกงานของเขา

เมื่อรถเริ่มเคลื่อน เธอมองผ่านกระจก เห็นแม่ค่อย ๆ เล็กลงท่ามกลางเสากับคนบนชานชาลา

เยว่ชิงยกมือแตะหน้าต่างไว้จนหลังคาสถานีถอยออกไป

ล้อกระทบรอยต่อราง เสียงสม่ำเสมอไม่ได้ปลอบให้เธอหายคิดถึงในทันที เธอยังนึกถึงถ้วยซึ่งแม่จะล้างหลังกลับบ้าน และประตูร้านที่คนอื่นจะเปิดในเช้านี้

จิ้งโจวเลื่อนถ้วยน้ำอุ่นของตนให้พ้นขอบโต๊ะพับก่อนถามว่าเธอต้องการไปขอน้ำด้วยไหม

เธอบอกว่าสักพัก แล้วนั่งเงียบต่อ เขาไม่ได้เปิดการสนทนาเรื่องเงินสามพันเพื่อให้ความเงียบนั้นมีงานทำ

พอพ้นเมืองออกมา เยว่ชิงจึงเปิดสมุดส่วนตัวดูแผนสามวันแรก

ถึงหลานโจวก่อนวันเริ่มงาน หาแห่งพักชั่วคราว ตรวจห้องเช่าตามช่องทางที่หน่วยแนะนำ แล้วไปดูเส้นทางจากห้องถึงที่ทำงานด้วยตนเอง

เธอขีดเส้นใต้คำว่าดูห้อง

“ตอนกรกฎาคมที่พักเขาจัดให้ พอไม่ต้องหาเอง ฉันเกือบลืมว่าครั้งนี้ต้องเผื่อเวลาให้เรื่องนี้ด้วย”

จิ้งโจวเปิดซองของตน ตรวจสถานที่รายงานตัวแล้ววางกระดาษอีกด้านของโต๊ะ

เขามีที่พักผู้เข้าฝึกตามหนังสือของหน่วย แต่สถานที่ฝึกอยู่คนละส่วนเมืองกับโรงงานของเธอ พรุ่งนี้จึงต้องไปติดต่อคนละแห่งก่อนนัดพบกันอีกครั้ง

“ถ้าข้าไปถึงหน่วยก่อนแล้วมีที่พักว่าง…” เขาเริ่มพูด ก่อนหยุดมองหัวข้อที่อ่านอยู่

เยว่ชิงรอ

“หนังสือให้สิทธิ์เฉพาะผู้เข้าฝึก ข้าควรถามให้ชัดก่อนพูดว่าจะให้เจ้าไปอยู่ได้”

เธอยิ้มเล็กน้อย

“ฉันก็ยังอยากดูห้องของตัวเองค่ะ ถ้าต้องพักชั่วคราว ฉันมีเงินเผื่อไว้ ไม่ต้องย้ายไปไหนเพียงเพราะเราเดินทางมาด้วยกัน”

เขาพับส่วนที่พักเก็บกลับ

คำตอบไม่ได้ทำให้สองคนห่างออกจากกัน เธอเห็นเขาแยกสิ่งที่อยากช่วยออกจากสิ่งที่ตนมีสิทธิ์จัดให้ได้จริง โดยไม่ต้องรอให้เธอทักถึงครั้งที่สาม

เมื่อคนขายอาหารเดินผ่าน จิ้งโจวดูราคาแล้วบอกว่าจะซื้อของตน เยว่ชิงแกะกล่องข้าวที่แม่ผูกมาให้ แบ่งชิ้นหนึ่งเมื่อเขาถาม แต่เก็บอีกส่วนไว้สำหรับมื้อต่อไปตามที่ตั้งใจ

ทั้งสองคุยเรื่องรสอาหารแทนเอกสารอยู่พักใหญ่ เขาเล่าว่าก่อนออกจากบ้านผูกห่อเสื้อหนาแน่นเกินไปจนต้องแกะใหม่ นางเล่าว่าแม่ตรวจผ้าพันคออีกครั้งทั้งที่เคยเปิดกระเป๋าให้ดูแล้ว

ความเป็นห่วงที่เล่าแล้วหัวเราะได้ทำให้หน้าต่างซึ่งมีภาพบ้านถอยห่างอยู่ข้างนอกไม่หนาวเท่าก่อนหน้า

บ่ายนั้น รถหยุดรออยู่นานกว่าช่วงเวลาในแผนที่เธอจด

เยว่ชิงถามเจ้าหน้าที่เมื่อเขาเดินมา ได้คำตอบว่าต้องรอให้ทางข้างหน้าพร้อม ยังบอกเวลาออกแน่ชัดไม่ได้ ไม่มีเหตุให้ผู้โดยสารย้ายลงที่นี่

เธอลงช่วงเวลาที่หยุดไว้ แล้วเลื่อนสิ่งที่จะทำหลังถึงเมืองให้เหลือเท่าที่ทัน หากถึงช้าต้องพักก่อน ดูห้องในช่วงสว่างวันถัดไป ไม่เดินเข้าโรงงานกลางคืนเพราะกลัวว่าคนรับหนังสือจะเห็นว่าเธอไม่กระตือรือร้น

จิ้งโจวดูแผนของตนแล้วปรับด้วย เขาไม่ได้รับปากว่าจะทำให้รถถึงเร็วกว่าเดิม

“ฉันเพิ่งรู้ว่าการวางแผนไม่เหมือนการต้องบังคับทุกอย่างให้ตรงแผน” เยว่ชิงพูด

“ถ้ามีอะไรที่ควรเปลี่ยน เราก็ต้องเห็นมันก่อน”

เธอมองรางที่หายไปหลังหน้าต่างอีกด้าน นึกถึงคำของพ่อซึ่งจิ้งโจวเคยรับมาเมื่อปีก่อน วันที่กำหนดไว้มีเหตุของมัน แต่เมื่อคนหรือเหตุการณ์เปลี่ยน การเงียบตามวันเดิมไม่ได้ทำให้ความรับผิดชอบเสร็จสิ้น

ครั้งนี้เขาเปิดกระดาษของตนเอง อ่านขอบเขตให้ครบ และบอกเธอทันทีเมื่อสิ่งที่คิดจะช่วยยังไม่มีคำอนุญาตอยู่ในนั้น

เธอไม่ได้ลืมเรื่องเก่า เพียงมีเรื่องใหม่ซึ่งมองเห็นได้วางข้างมัน

บนรถไฟ เยว่ชิงกับจิ้งโจวตรวจแผนและหนังสือของตนแยกกัน พร้อมปรับเวลาหลังรถหยุดรอและคุยเรื่องชีวิตโดยไม่ใช้คำสัญญาแทนสิ่งที่ทำได้จริง
บนรถไฟ เยว่ชิงกับจิ้งโจวตรวจแผนและหนังสือของตนแยกกัน พร้อมปรับเวลาหลังรถหยุดรอและคุยเรื่องชีวิตโดยไม่ใช้คำสัญญาแทนสิ่งที่ทำได้จริง

ตอนค่ำ เยว่ชิงจัดซองเอกสารคืนลงกระเป๋าก่อนจะพัก

สำเนาแถวทะเบียนโรงพยาบาลที่รับเข้าคืนวันที่สิบหกอยู่ในห่อเรื่องพ่อ คำคัดตัวอย่างที่ลงรับหลานโจววันที่สิบเก้ากับส่งกลับวันที่ยี่สิบสี่อยู่ถัดไป ส่วนหนังสือเริ่มงานของเธออยู่ใกล้มือให้หยิบใช้โดยไม่ต้องเปิดแฟ้มอื่น

การมาหลานโจวครั้งนี้จะทำให้ตามเอกสารบางส่วนสะดวกขึ้น แต่ไม่ได้ทำให้รถไฟพาเธอถึงผู้รับเงินสามพันหรือคนที่เปลี่ยนทางส่งโดยอัตโนมัติ

เธอต้องเริ่มจากหน้าที่ได้รับ ทำงานให้เห็นจริง แล้วจัดเวลานอกงานเพื่อติดต่อสิ่งที่ยังขาด ไม่ใช้คำว่าเรื่องของพ่อเป็นเหตุเข้าไปอ่านสมุดของคนทั้งโรงงาน

แสงจากนอกตู้ลดลง เหลือเงาของตนบนกระจก

เธอจำความรู้สึกของชีวิตก่อนที่รอคำอนุญาตจากคนอื่นก่อนเลือกทุกทางได้ชัด มันไม่ใช่ความรู้ที่บอกว่าจะทำงานใหม่สำเร็จ แต่ช่วยให้เธอรู้ว่าอะไรไม่ควรยอมเสียไปตั้งแต่ก่อนเริ่ม

จิ้งโจวหลับไปช่วงหนึ่ง มือวางอยู่บนกระเป๋าตน เสื้อแขนหนึ่งพับไม่เรียบ เธอดึงผ้าพันคอของแม่ขึ้นคลุมคอแล้วมองออกไปในความมืด ไม่เอาศีรษะพิงเขาเพื่อให้ภาพเดินทางดูเหมือนคนที่จะดูแลกันได้ทุกเรื่องแล้ว

ยังมีงานอีกมากที่ต้องเรียน และมีคำถามซึ่งทั้งสองต้องหัดถามโดยไม่กลัวคำตอบ

เช้าวันที่สาม รถเข้าสถานีหลานโจวช้ากว่าเวลาที่คาดไว้

เยว่ชิงกับจิ้งโจวลงพร้อมของครบ เธอตรวจกล่องเครื่องมือก่อนเดินพ้นจุดที่ยกลง ไม่แกะแฟ้มสำเนากลางทางให้คนลากกระเป๋ารอ

กลิ่นควันกับอาหารเช้าจากหน้าสถานีคุ้นกว่าตอนกรกฎาคม ถนนสายเดิมอยู่ตรงที่เธอจำได้ แต่ร้านหนึ่งซึ่งเคยเปิดยังปิดบานไม้ อีกมุมมีคนกวาดหิมะออกจากทางเดิน

เมืองไม่ได้หยุดรอให้เธอกลับมาพร้อมความมั่นใจ

จิ้งโจวอ่านช่องทางไปหน่วยฝึกแล้วชี้ทางแยก เยว่ชิงมีรายชื่อที่พักชั่วคราวซึ่งตกลงไว้กับแม่ ต้องเดินไปอีกฝั่งถนนก่อนหาแห่งที่เหมาะจะพักรอเช่าห้อง

ทั้งสองยืนข้างเสาให้พ้นคนขึ้นลงรถรับจ้าง จดสถานที่กับเวลานัดพบที่อยู่ในระยะเดินถึงกัน หากฝ่ายใดติดรายงานตัวต้องฝากข่าวไว้ตามจุดที่ตกลง ไม่ให้อีกคนยืนรอโดยเดาว่าเขาเปลี่ยนใจ

“ข้าช่วยถือกล่องไปถึงที่พักก่อนได้” เขาบอก

เยว่ชิงมองทางไปหน่วยของเขาแล้วมองของในมือตน

“ฉันถือไหวค่ะ เธอไปติดต่อของเธอก่อน ถ้าที่แรกไม่มีห้อง ฉันจะใช้ที่สำรองในรายการ ไม่ตามห้องใหม่จนเราหากันไม่เจอ”

“งั้นพบกันตามเวลาที่จดไว้”

เขายื่นมือมาเมื่อถามแล้วว่าเธออยากจับมือก่อนแยกหรือไม่ เยว่ชิงส่งมือขวาให้ วางกระเป๋าไว้ข้างเท้า นาฬิกาบนข้อมือซ้ายยังอยู่ใต้ขอบแขนเสื้อ

เธอไม่รู้สึกว่าปล่อยมือครั้งนี้หมายถึงถูกทิ้ง

เมื่อปล่อยแล้ว จิ้งโจวถือของของตนไปทางที่ต้องไป นางยกกล่องเครื่องมือขึ้น เดินอีกทางโดยไม่หันกลับทุกสามก้าวเพื่อดูว่าเขายังมองอยู่หรือไม่

หลังถึงหลานโจว เยว่ชิงกับจิ้งโจวตกลงจุดส่งข่าวและเวลาพบก่อนแยกไปติดต่อที่พักกับหน่วยงานของตน โดยต่างถือสัมภาระของตนต่อ
หลังถึงหลานโจว เยว่ชิงกับจิ้งโจวตกลงจุดส่งข่าวและเวลาพบก่อนแยกไปติดต่อที่พักกับหน่วยงานของตน โดยต่างถือสัมภาระของตนต่อ

หน้าที่พักแห่งแรก เยว่ชิงหยุดเช็ดหิมะที่ติดรองเท้าก่อนเข้า เธอยังไม่ได้เช่าห้องระยะยาว และไม่รู้ว่าห้องใกล้โรงงานซึ่งมีคนแนะนำจะว่างอยู่จริงหรือไม่

เงินที่แยกไว้ช่วยให้คืนนี้มีทางเลือก หนังสือเริ่มงานช่วยให้รู้ว่าพรุ่งนี้ต้องติดต่อใคร ส่วนสำเนาของพ่อยังอยู่ในห่อที่เปิดเมื่อถึงเวลาต้องใช้

รถไฟที่พามาถึงมีคนขับอยู่ในหัวจักร เธอไม่ได้ควบคุมรางหรือทำให้หิมะหยุดตก

แต่ไม่มีใครขึ้นรถแทนเธอ ไม่มีใครเลือกว่าจะรับงานนี้แทนเธอได้ และเมื่อถึงเมืองแล้ว คนที่ต้องเดินไปถามเรื่องห้องกับงานของหลินเยว่ชิงก็คือเธอเอง

นางผลักประตูเข้าไป วางกระเป๋าให้พ้นทาง แล้วถามคนที่โต๊ะรับแขก

“มีห้องสำหรับพักหนึ่งคืนไหมคะ ฉันขอดูราคาและเงื่อนไขก่อนค่ะ”

กลับสารบัญนิยาย

นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI