ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · Capítulo 3
ตอนที่ 3 — ใบเสร็จที่ไม่มีผู้รับ
Tradução pendente. Exibindo o original tailandês.

ห้องบัญชีมีกลิ่นกระดาษชื้นกับหมึกคาร์บอน
โต๊ะสี่ตัวตั้งเรียงชิดหน้าต่าง แฟ้มผูกเชือกวางซ้อนกันจนบังแสงครึ่งหนึ่ง หญิงสาวหลังโต๊ะสุดท้ายเงยหน้าขึ้นเมื่อเหวินเต๋อเรียกชื่อ นางสวมแว่นกลม เสื้อฝ้ายสีน้ำตาลอ่อน และมีรอยหมึกติดอยู่ข้อนิ้วโป้ง
“หานซิ่ว เอาใบรับเงินเมื่อวานมา”
คำสั่งของเขาทำให้เยว่ชิงจำชื่อนี้ได้
ในชีวิตก่อน หานซิ่วเป็นคนยื่นกระดาษให้เธอเซ็น คนทั้งโรงงานจึงกลายเป็นสีเดียวกันในความทรงจำ เธอไม่เคยถามว่าหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้านั้นรู้มากเพียงใด หรือมีสิทธิ์ปฏิเสธคำสั่งของเหวินเต๋อหรือไม่
คราวนี้เยว่ชิงบอกชื่อตนก่อน
“หลินเยว่ชิงจากร้านซ่อมนาฬิกา ฉันมาขอดูเอกสารที่ระบุว่าร้านรับเงินค่ะ”
หานซิ่วมองเหวินเต๋อ แล้วมองกระดาษที่เยว่ชิงจดไว้
“รับเงินหรือคะ”
“เลขใบรับอยู่ตรงนี้”
เยว่ชิงยื่นกระดาษให้ นางก้มอ่าน ขยับแว่นขึ้น แล้วเปิดลิ้นชักหยิบแฟ้มอีกสีหนึ่งออกมา
เหวินเต๋อขยับตามเข้าไป “ไม่ใช่เล่มนั้น เอาแฟ้มรายการเบิกอะไหล่”
“แต่เลขนี้เป็นเลขใบรับคืนเงิน” หานซิ่วพูด
ลมข้างหน้าต่างพัดกระดาษบางบนโต๊ะไหว เยว่ชิงได้ยินเสียงคนเดินในทางเดิน เสียงกาน้ำร้อนบนโต๊ะข้างประตู และเสียงหัวใจของตนที่เร็วขึ้นทันที
เธอไม่ได้พบคำตอบทั้งหมด
แต่พบว่าคำถามแรกพาไปถึงสิ่งที่เขาไม่อยากให้เธอเห็น
“ใบรับคืนจากใคร”
หานซิ่วเปิดสมุดรายการหน้าเดิม ยื่นให้อ่านโดยวางมันไว้บนโต๊ะ ไม่ปล่อยให้หลุดจากมือไปไกล
จำนวนสามพันหยวน วันที่สิบหกเมษายน เวลาเขียนเป็นสิบสี่นาฬิกายี่สิบนาที
ผู้ส่งคืนเป็นฝ่ายจัดซื้อ
ช่องผู้รับมีชื่อเหวินเต๋อ
“มันเกี่ยวกับร้านหลินอย่างไร” เยว่ชิงถาม
เหวินเต๋อวางมือบนแฟ้ม “เงินที่กลับจากฝ่ายจัดซื้อเป็นเงินของงานที่ร้านเธอรับไว้ ต้องปิดรายการให้ครบ”
“งานเลขอะไร”
“เรื่องนี้เธออาจไม่รู้ พ่อเป็นคนทำ”
“พ่อเสียเดือนมกราคม ถ้ามีงานค้าง ร้านควรมีใบสั่งหรือใบส่งของ ฉันขอดูได้ไหม”
ประตูเปิดอีกครั้ง ชายผมบางคนหนึ่งเดินเข้ามาถือแก้วน้ำ เขาชื่อหัวหน้าตู้ เป็นผู้ดูแลธุรการที่เคยตบโต๊ะใส่เธอในความทรงจำ
เยว่ชิงรู้สึกว่าห้องเล็กลงไปหนึ่งขนาด
เธอประสานมือไว้ตรงตักแทนการกำกระเป๋าเสื้อ ไม่มองหาประตูหนี ไม่พูดสิ่งที่ยังไม่ได้เกิดกับตัวเธอในวันนี้
“ทำไมยังไม่เสร็จ” เขาถามเหวินเต๋อ
“เยว่ชิงอยากอ่านเอกสารทุกแผ่นครับ”
“ก็ให้อ่าน จะรีบไปไหน” หัวหน้าตู้ดึงเก้าอี้ออก “ผมมาเป็นพยานให้เอง ว่าคุณเห็นรายการแล้ว”
เขาหยิบปากกาขึ้นมา
เยว่ชิงจึงพูดก่อนที่เขาจะวางมันข้างมือเธอ
“เห็นรายการกับรับรองรายการเป็นคนละเรื่องค่ะ ฉันเห็นว่ามีใบรับคืนเงิน ฉันยังไม่เห็นว่าร้านของฉันได้รับเงินหรือของ”
หัวหน้าตู้มองเธอนิ่ง แววตาเปลี่ยนจากเร่งรีบเป็นรำคาญ แต่ยังไม่มีใครในห้องกล่าวหาว่าเธอขโมยเงิน
ในครั้งก่อน เธอเริ่มกลัวก่อนมีคำกล่าวหาเสียอีก
เพราะเชื่อคนที่บอกว่าลงชื่อแล้วทุกอย่างจะจบ
“งั้นดูเลขงาน” หัวหน้าตู้บอกหานซิ่ว

เลขงานอยู่ในสมุดอีกเล่ม
หานซิ่วไล่นิ้วไปตามแถว พอถึงเลขที่ระบุในแฟ้มของเหวินเต๋อ นางก็หยุดนานขึ้นเล็กน้อย
“รายการนี้ลงว่าอะไหล่คืนคลัง รอผู้ตรวจค่ะ”
“ผู้ตรวจเป็นใคร” เยว่ชิงถาม
“ยังว่างอยู่”
“แล้วคนรับของ”
“ช่องนี้ก็ยังว่าง”
หัวหน้าตู้วางแก้วน้ำ ปากกาในมือเขายังไม่สัมผัสกระดาษ
เยว่ชิงขอให้หานซิ่วเปิดสำเนาที่เหวินเต๋อเอามาในร้าน เทียบกับรายการในสมุดทีละช่อง รายการรับเงินคืนมีผู้รับเงิน แต่รายการรับอะไหล่กลับไม่มีผู้รับของ การอ้างว่าร้านของเธอรับเงินและส่งของครบจึงข้ามสิ่งที่ยังไม่มีใครตรวจสองขั้น
“ฉันไม่ได้บอกว่าเงินไม่เคยอยู่ในตู้” เธอพูดช้า ๆ “ฉันบอกว่าฉันยังรับรองไม่ได้ว่าร้านรับเงินหรือส่งของตามเอกสารนี้”
เหวินเต๋อหันมองหัวหน้าตู้
หัวหน้าตู้เบือนหน้าไปมองนอกหน้าต่างราวกับเพิ่งนึกได้ว่าน้ำในแก้วเย็นแล้ว
เขาอาจรู้อะไรมากกว่าที่พูด หรืออาจเพียงต้องการปิดงานให้เร็ว เยว่ชิงยังแยกไม่ได้ และไม่จำเป็นต้องตั้งศัตรูเพิ่มก่อนเข้าใจบทบาทของแต่ละคน
เธอขอให้ทำบันทึกการมาตรวจเอกสารแทนใบรับรองการเบิกเงิน
ข้อความสั้น ๆ ระบุว่าเธอมาในวันที่สิบเจ็ดเมษายน ได้ดูเลขใบรับเงินคืนและเลขงานของคลัง ยังไม่มีเอกสารยืนยันว่าร้านหลินรับเงินหรือรับของ และขอให้ค้นใบสั่งงานต้นทางก่อนเรียกมาให้รับรอง
หานซิ่วเขียนตามแล้วอ่านให้ทุกคนฟัง
เยว่ชิงตรวจชื่อ วันที่ และข้อความอีกครั้ง เธอจึงลงชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้นจริงต่อหน้าตน
ลายมือยังเป็นลายมือเดิมของหญิงวัยยี่สิบสี่ปี แต่ความรู้สึกขณะถือปากกาไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
“ขอสำเนาบันทึกนี้ด้วยค่ะ”
หัวหน้าตู้พยักหน้าอย่างเสียไม่ได้
หานซิ่วรองกระดาษคาร์บอนให้เขียนสำเนาเพิ่ม นางเขียนชัดทุกตัว ข้างหน้าต่างไม่ได้มีคนที่พร้อมช่วยเยว่ชิงทุกเรื่อง มีเพียงคนทำงานคนหนึ่งที่ทำเอกสารให้ตรงกับสิ่งที่เห็น
นั่นเพียงพอแล้วสำหรับเช้าวันนี้
เมื่อออกจากห้อง เหวินเต๋อเดินตามมาติด ๆ
“เธอทำให้ฉันดูไม่ดีต่อหน้าหัวหน้า”
เยว่ชิงหยุดตรงทางเดิน ฝุ่นบนพื้นมีรอยรองเท้าผ่านไปมาหลายคู่ จิ้งโจวยืนอยู่ปลายทางตามที่ตกลง เขาไม่ได้เข้ามาโดยพลการ
“ฉันขออ่านเอกสาร” เธอตอบ “ถ้าการอ่านทำให้นายดูไม่ดี นายควรตรวจว่ามีอะไรในเอกสาร”
“ฉันเป็นคู่หมั้นเธอ”
“ฉันรู้”
คำตอบนั้นทำให้เขาเงียบ เธอไม่ได้พูดว่าจะเลิก ไม่ได้ใช้เรื่องหมั้นเป็นของต่อรองเพื่อให้เขายอมรับผิด เธอเพียงหยุดทำเหมือนความสัมพันธ์เป็นเหตุให้เขาตัดสินใจเรื่องทรัพย์สินแทนเธอได้ทุกอย่าง
จิ้งโจวเดินมาถามว่าเธอต้องการกลับร้านหรือไปที่อื่น
“กลับร้านค่ะ”
“พี่ชิวอิงอยู่ที่บ้านหรือเปล่า” เหวินเต๋อถามขึ้น
เยว่ชิงหันไปมองเขา
“เมื่อเช้าอยู่ ทำไม”
เขาบอกว่าถามเฉย ๆ ก่อนเดินไปทางห้องธุรการอย่างเร่งรีบ
เธอมองตามแล้วรู้สึกเหมือนเข็มหนึ่งเข็มขยับผิดจังหวะ แต่ยังไม่รู้ว่ามันเชื่อมกับอะไร
ที่ประตูโรงงาน โจวผิงยื่นถุงผ้าเล็ก ๆ ให้จิ้งโจว บอกว่าเครื่องมือที่ฝากไว้ซ่อมเสร็จแล้ว พอเยว่ชิงขยับเข้าใกล้ เขากลับรีบเก็บมือเข้ากระเป๋าเสื้อ
เธอไม่ถามเรื่องคืนนั้นต่อหน้าคนอื่น
เพียงกล่าวขอบคุณที่เปิดประตูให้ และเดินออกมาข้างถนนพร้อมสำเนาบันทึกที่พับไว้เรียบร้อย
รอยยิ้มแรกในชีวิตใหม่นั้นเล็กมาก
เธอยังไม่ได้จับคนโกง ยังไม่ได้ล้างชื่อพ่อ และเงินสามพันหยวนก็ยังหาไม่พบ
แต่เธอเดินออกจากห้องที่ครั้งก่อนเป็นจุดเริ่มของเรือนจำได้ด้วยชื่อของตัวเอง
เมื่อกลับถึงตรอก ร้านซ่อมนาฬิกาเปิดอยู่ทั้งที่เธอจำได้ว่าล็อกแล้ว
บนรถเข็นหน้าประตูมีหีบเครื่องมือของพ่อสองใบ
ชิวอิงยืนอยู่ข้างรถ มือกำกุญแจสำรองแน่น
นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI
