Ajustes de leitura

ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · Capítulo 2

ตอนที่ 2 — เวลาในช่องว่าง

Tradução pendente. Exibindo o original tailandês.

เยว่ชิงขอให้เหวินเต๋ออธิบายเวลาบนเอกสาร ขณะที่จิ้งโจวยืนอยู่ข้างโต๊ะซ่อม
เยว่ชิงขอให้เหวินเต๋ออธิบายเวลาบนเอกสาร ขณะที่จิ้งโจวยืนอยู่ข้างโต๊ะซ่อม

เหวินเต๋อไม่ได้นั่งบนเก้าอี้ที่เธอเลื่อนให้

เขามองจิ้งโจวก่อน มองซองในกระเป๋าเสื้อเธอเป็นลำดับถัดไป แล้วจึงวางแฟ้มสีเทาลงบนโต๊ะ คำทักทายที่เตรียมมาหายไปจากริมฝีปาก เหลือเพียงรอยยิ้มที่เยว่ชิงเคยคิดว่าอบอุ่นที่สุดในเมือง

“จิ้งโจวมาทำอะไรที่นี่”

“มาส่งของของพ่อ” เธอตอบ “นายมีเอกสารอะไรให้ฉันเซ็น”

“เรื่องของโรงงาน ไม่เกี่ยวกับเขา”

เยว่ชิงวางมือทับแฟ้มก่อนที่เหวินเต๋อจะเปิดได้หมด เธอไม่ได้กระชาก ไม่ได้ใช้แรงสู้กับเขา เพียงกดขอบกระดาษด้วยฝ่ามือแล้วมองตรงเข้าไปในดวงตาหลังแว่น

“ร้านนี้เป็นของฉัน คนที่อยู่ในร้าน ฉันเป็นคนเชิญ นายจะอธิบายเอกสารก็อธิบายได้เลย”

ความเงียบกินเวลาหลายอึดใจ เสียงนาฬิกาฝาผนังเดินไม่พร้อมกัน จิ้งโจวขยับไปเก็บไขควงที่พื้น เขาไม่ได้พยายามพูดแทนเธอ และนั่นทำให้เยว่ชิงวางใจได้มากกว่าคำรับรองยืดยาว

เหวินเต๋อเปิดแฟ้ม กระดาษบนสุดมีช่องลายเซ็นสามช่อง สองช่องแรกมีชื่อคนอื่นเขียนไว้แล้ว ส่วนช่องสุดท้ายว่างเปล่า

คราวก่อนเธอเห็นเพียงช่องว่างนั้น

เธอคิดว่าการเติมชื่อตนลงไปจะทำให้คนรักพ้นจากเรื่องยุ่งยาก และไม่เคยถามว่าช่องว่างอยู่ใต้ข้อความอะไร

“เมื่อวานมีเงินหายจากตู้เซฟ” เขาเริ่ม “สามพันหยวน เธอคงได้ยินแล้ว”

“ยังไม่ได้ยินจากโรงงาน”

เขาชะงักเล็กน้อย “ฉันก็เป็นคนของโรงงาน”

“นายเป็นคนทำบัญชี คนที่เรียกฉันไปควรแจ้งให้ฉันรู้ว่าเรียกไปในฐานะอะไร”

“แค่พยาน ไม่ใช่เรื่องใหญ่”

เยว่ชิงลากนิ้วไปตามบรรทัดที่อยู่เหนือช่องชื่อ ข้อความระบุว่าเธอรับทราบการเบิกเงินของร้านหลินสำหรับซื้ออะไหล่ และยืนยันว่ารายการส่งมอบครบถ้วน

มันไม่ได้ขอให้เธอเห็นเหตุการณ์

มันขอให้เธอรับรองสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้น

“ร้านฉันเบิกเงินวันไหน” เธอถาม

“เป็นค่าของที่พ่อเธอเคยสั่งไว้ เรื่องเก่า อย่ารื้อให้ยุ่งเลย”

“ถ้าเป็นเรื่องเก่า นายควรหาหลักฐานได้ง่ายกว่าเรื่องเมื่อวาน”

เหวินเต๋อสูดลมหายใจ เขาเปลี่ยนจากน้ำเสียงอ่อนโยนเป็นเสียงเบาที่มักใช้เวลาไม่อยากให้คนนอกได้ยิน

“ฉันช่วยจัดเอกสารให้มาตั้งหลายเดือน เธอจะไม่เชื่อใจกันเลยหรือ”

คำนี้ทำให้เธอเห็นเตียงพับหลังตู้เหล็กขึ้นมาในความคิด

เธอจับขอบโต๊ะแน่นขึ้น ก่อนคลายนิ้วทีละนิ้ว ไม่จำเป็นต้องพาอดีตทั้งยี่สิบปีออกมาต่อสู้ในเช้าวันเดียว เธอรู้ว่าเขาทำอะไรได้ แต่คนที่อยู่ในร้านยังไม่รู้ และเธอต้องให้สิ่งที่อยู่ตรงหน้าพิสูจน์ตัวมันเอง

“ฉันจะอ่านก่อน”

“ได้” เขาพูดเร็ว “อ่านไปเถอะ แต่หัวหน้ากำลังรอ”

เยว่ชิงไม่แตะปากกาที่เขาวางมา เธอเลื่อนกระดาษแผ่นแรกออก พบใบรับเงินสำเนาคาร์บอนอยู่ข้างใต้ วันที่เขียนเป็นวันที่สิบหกเมษายน จำนวนสามพันหยวน ตรงช่องเวลามีเลขสิบแปดนาฬิกายี่สิบนาที

เธอนึกถึงประโยคในจดหมายพ่อ

“เงินก้อนนี้เข้าตู้เซฟเวลาไหน”

“ก็บ่ายเมื่อวาน”

“บ่ายกี่โมง”

“สองโมงยี่สิบ”

เธอหมุนใบรับเงินให้เขาดู

“แล้วทำไมสำเนาของนายเป็นหกโมงยี่สิบ”

เหวินเต๋อก้มลงทันที ความตกใจอยู่บนใบหน้าเพียงพริบตาเดียว ก่อนเขาจะถอดแว่นออกเช็ดกับชายเสื้อ

“เขียนผิดมั้ง คนทำงานมากก็ผิดได้”

“ใครเขียน”

“ฉันจำไม่ได้”

“เมื่อกี้นายบอกว่านายจัดเอกสารให้”

เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้น หญิงขายเต้าหู้แซ่หวงยืนถือหม้ออยู่ที่ประตู นางมารับนาฬิกาปลุกที่ฝากซ่อมตั้งแต่สัปดาห์ก่อน พอเห็นคนในร้าน นางก็ตั้งหม้อลงข้างเท้าอย่างลังเล

“ข้ามาขัดจังหวะหรือเปล่า”

“ไม่เลยค่ะ” เยว่ชิงตอบ “นาฬิกาของป้าอยู่บนชั้นด้านซ้าย ฉันขอตรวจให้ก่อนส่งคืน”

เหวินเต๋อเอื้อมจะเก็บแฟ้ม แต่เยว่ชิงยังวางมือบนสำเนา

“เอกสารที่นายเอามาให้ฉันเซ็น ขอให้ฉันอ่านให้จบก่อน”

ต่อหน้าลูกค้า เขาไม่อาจกระชากมันกลับโดยไม่ทำให้ทุกอย่างดูผิดปกติ


เยว่ชิงตรวจสำเนาใบรับเงินใต้แสงหน้าต่างและพบรอยแก้เวลา โดยมีป้าหวงเป็นพยาน
เยว่ชิงตรวจสำเนาใบรับเงินใต้แสงหน้าต่างและพบรอยแก้เวลา โดยมีป้าหวงเป็นพยาน

เยว่ชิงยกสำเนาขึ้นหาแสงหน้าต่าง

ตัวเลขแปดเข้มกว่าตัวอื่น มันไม่ได้เกิดจากการกดกระดาษคาร์บอนในครั้งเดียวกัน เส้นตรงกลางลากทับรอยจางที่มีลักษณะคล้ายเลขสี่ แต่เธอไม่พูดว่ามันเป็นหลักฐานมัดตัวใคร ยังมีสิ่งที่ต้องตรวจอีกมาก และการพูดเกินสิ่งที่เห็นจะทำให้คนอื่นปฏิเสธทุกอย่างได้ง่ายขึ้น

“ฉันเห็นรอยแก้เวลา” เธอบอก “ฉันอยากดูต้นฉบับ”

“ต้นฉบับอยู่ที่ห้องบัญชี”

“ดี ฉันจะไปพร้อมนาย”

เหวินเต๋อขมวดคิ้ว “ก็ต้องไปอยู่แล้ว”

“แต่ฉันไปเพื่ออ่านต้นฉบับ ไม่ใช่ไปลงชื่อในสิ่งที่ยังไม่เข้าใจ”

ป้าหวงขยับหม้อให้พ้นทาง นางมองใบรับเงินอย่างคนที่อ่านหนังสือได้ไม่มากนัก แต่ได้ยินคำพูดทุกคำ

“กระดาษเรื่องเงิน อ่านให้ถี่ถ้วนก็ดี” นางพึมพำ “คนแก่ยังอ่านผิด คนหนุ่มสาวก็อย่าคิดว่าอ่านถูกทุกครั้ง”

เหวินเต๋อหัวเราะฝืด ๆ แล้วบอกว่าไม่มีใครห้ามเยว่ชิงอ่าน

จิ้งโจวหยิบกระดาษเปล่าจากข้างโต๊ะ วางให้เธอโดยไม่ยื่นปากกาไปถึงมือ

เยว่ชิงเขียนเพียงรายการเอกสารที่เหวินเต๋อนำมา เลขใบรับ วันที่ จำนวนเงิน และเวลาที่เห็น จากนั้นเติมประโยคว่า ยังไม่ได้ลงนามรับรองรายการใด

“ขอสำเนาแผ่นนี้ไว้ได้ไหม” เธอถาม

“ไม่ได้ โรงงานต้องใช้”

“ฉันไม่ได้ขอของที่ไม่ใช่ของฉันโดยไม่บอก” เธอตอบ “ถ้าเอาไว้ไม่ได้ ฉันจะจดเลขเอกสารแล้วไปขอสำเนาที่ห้องบัญชี”

เขาเก็บแฟ้มคราวนี้เธอปล่อยมือ

เธอไม่ได้ชนะเขาทั้งหมดในเช้านั้น แต่กระดาษแผ่นที่ทำลายชีวิตเธอในครั้งก่อนไม่ได้มีชื่อเธอเพิ่มเข้าไปอีกแล้ว

ป้าหวงรับนาฬิกาปลุกที่ตรวจเสียงเรียบร้อย จ่ายเงินตามที่พ่อเคยเขียนไว้ในใบงาน ไม่มีการลดราคาเพื่อซื้อคำช่วย ไม่มีคำขอให้นางออกไปเล่าเรื่องที่ยังพิสูจน์ไม่ได้

ก่อนออกจากร้าน นางหันมาบอกเยว่ชิงเบา ๆ

“วันนี้เสียงเจ้าคล้ายพ่อมาก”

คำพูดธรรมดาทำให้เยว่ชิงต้องก้มลงเก็บเหรียญช้ากว่าที่ควร

เหวินเต๋อเดินไปปลดจักรยานหน้าประตู จิ้งโจวขยับออกมาพูดในจังหวะที่อีกคนไม่ได้ยิน

“คุณจะให้ผมไปด้วยไหม”

เธอเกือบตอบตกลงเพราะกลัว

แต่หลังความกลัวมีคำถามอีกข้อ เธอไม่รู้ว่าเขาไว้ใจได้มากเพียงใด การได้รับจดหมายของพ่อเป็นเหตุให้เธอฟังเขา ไม่ใช่เหตุให้ยกการตัดสินใจทั้งหมดให้เขา

“ขอให้คุณอยู่รอหน้าห้องบัญชีได้ไหม” เธอพูด “ถ้าฉันต้องการพยาน ฉันจะเรียก”

จิ้งโจวพยักหน้า “ได้”

ไม่มีคำถามว่าเหตุใดเธอไม่ไว้ใจ ไม่มีการย้ำบุญคุณที่มาส่งซอง

เยว่ชิงล็อกประตูร้านด้วยกุญแจของตน เหวินเต๋อเสนอให้เธอขึ้นซ้อนจักรยาน เธอส่ายหน้าแล้วชี้ไปยังถนนฝั่งตรงข้าม

“ฉันจะเดินไป”

โรงงานอยู่ไกล แต่ยังอยู่ในระยะที่เท้าสองข้างพาเธอไปถึงได้

เธอไม่จำเป็นต้องนั่งอยู่ข้างหลังคนที่กำลังเลือกทางผิดให้เธออีกแล้ว

เมื่อถึงประตูโรงงาน ยามที่ชื่อโจวผิงเหลือบมองนาฬิกาบนข้อมือเธอ แล้วรีบเบือนหน้า

เยว่ชิงจำแววตานั้นได้

ในชีวิตก่อน เธอคิดว่าเขารังเกียจคนที่กำลังถูกกล่าวหา

วันนี้เธอเพิ่งเห็นว่ามันอาจเป็นความกลัว

กลับสารบัญนิยาย

นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI