ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · Bab 4
ตอนที่ 4 — กุญแจที่ต้องคืน
Terjemahan belum siap. Menampilkan naskah Thai.

“พี่จะเอาของไปไหน”
ชิวอิงหันมาราวกับถูกเรียกผิดจังหวะ นางมองใบหน้าเยว่ชิง มองจิ้งโจวที่เดินห่างออกไปสองก้าว แล้วจึงก้มจัดผ้าที่คลุมหีบเครื่องมือ
“เก็บไว้ให้ บ้านเราชื้น พี่กลัวของพ่อเธอขึ้นสนิม”
คำอธิบายลื่นไหลจนแทบไม่มีช่วงให้ใครถามต่อ
เยว่ชิงจำได้ว่าในชีวิตก่อนของชิ้นเล็กหายไปก่อน ของใหญ่ตามไปทีหลัง เธอไม่ได้เห็นใครขโมยต่อหน้าตน ทุกอย่างถูกเรียกว่าช่วยเก็บ ช่วยดูแล หรือย้ายให้ปลอดภัย
เมื่อถามหาตอนต้องใช้ ก็มีคนบอกเสมอว่าเธอเป็นคนอนุญาต
“จะเก็บที่ไหน”
“บ้านญาติข้างฝั่งเหนือ”
“ชื่อใครคะ”
ชิวอิงชะงัก “เจ้าจะถามทุกคำเลยหรือ”
“ถ้าเป็นของของฉัน ฉันต้องรู้ว่าไปอยู่ที่ไหน”
ชายที่ลากรถเข็นยืนมองทั้งสองคนอย่างลำบากใจ เขาเป็นคนรับจ้างขนของในตรอก ไม่ได้รู้เรื่องร้าน และไม่ควรถูกดึงให้เป็นคนชั่วเพราะรับงานจากชิวอิง
เยว่ชิงขอให้เขารอ นางบอกว่าจะจ่ายค่าเสียเวลาให้ถ้าต้องยกของกลับลงมา
ชิวอิงร้องทันทีว่าเสียเงินเปล่า
“ถ้าฉันไม่ได้เรียกเขามา คนที่เรียกควรรับผิด” เยว่ชิงตอบ “แต่เขาเสียเวลาแล้ว เราค่อยคุยกันว่าใครเป็นคนจ่าย อย่าให้เขาแบกของออกไปโดยไม่รู้ว่าใครอนุญาต”
น้ำเสียงของเธอทำให้คนแถวนั้นหยุดมอง
ป้าหวงเดินกลับจากส่งเต้าหู้พอดี นางวางหม้อลงและถามว่าของสองหีบไปซ่อมที่อื่นหรือ
“ไม่ค่ะ” เยว่ชิงตอบ “ฉันกำลังขอให้นำกลับเข้าร้าน”
คำพูดเรียบง่ายตัดสิ่งที่ชิวอิงอาจเอาไปเล่าได้หลายแบบ
เธอไม่ได้กล่าวหานางว่าเป็นขโมย เธอระบุเพียงว่าไม่ได้อนุญาตให้ย้ายของ และต้องการมันกลับ
จิ้งโจวรอจนเธอหันไปถามว่าช่วยยกได้ไหม เขาจึงเดินเข้ามาจับหีบอีกด้านกับคนลากรถ เยว่ชิงตามเข้าไปสำรวจชั้นวางก่อนให้วางหีบลง
เครื่องมือบนโต๊ะยังอยู่ครบเท่าที่มองเห็น แต่ช่องเก็บสปริงเปิดค้าง และกล่องตราร้านหายไปจากลิ้นชัก
เธอไม่ได้ร้องถามทันที
หยิบสมุดเปล่าออกมาวาง แล้วเขียนหัวข้อว่ารายการเครื่องมือที่นำกลับเข้าร้านวันนี้
ชิวอิงตามเข้ามาด้วยใบหน้าตึง
“เจ้าจะทำบัญชีถึงกุญแจด้วยใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ”
เยว่ชิงเงยหน้ามองญาติผู้พี่ ผู้เคยป้อนข้าวให้ตอนเธอเป็นเด็ก ผู้เคยทำให้เธอคิดว่าคนในครอบครัวจะไม่มีวันยอมให้คนนอกทำร้ายกัน
ความทรงจำดีไม่ได้ปลอมทั้งหมด
นั่นเป็นส่วนที่เจ็บที่สุด
“พ่อให้พี่ช่วยตอนเขาเดินทาง” เธอพูด “ตอนนี้พ่อไม่อยู่แล้ว ฉันจะรับผิดชอบร้านเอง ถ้าต้องให้ใครดูแล จะบอกหน้าที่และเวลาให้ชัดเจน”
ชิวอิงหัวเราะเสียงสั้น
“เพิ่งไปโรงงานมาแค่ครึ่งวัน ก็พูดเหมือนเป็นคนใหญ่คนโต”
เยว่ชิงไม่ตอบถ้อยคำนั้น เธอเปิดหีบแรกให้ป้าหวงกับคนลากรถเห็นพร้อมกัน
ด้านในเป็นไขควงเล็ก คีม ปากคีบ แผ่นกระจก และถุงอะไหล่ที่พ่อเขียนป้ายเอง มือเธอสั่นเมื่อแตะป้าย แต่ไม่มากจนเขียนจำนวนไม่ได้

ใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงกว่าจะนับของเสร็จ
ป้าหวงนั่งพักอยู่ข้างหน้าต่าง นางไม่ได้อ่านป้ายทุกชิ้นได้ แต่บอกได้ว่าหีบสองใบที่ยกลงจากรถกลับเข้าร้านครบ คนลากรถรับค่าจ้างจากชิวอิงแล้วออกไป ไม่มีใครขอให้เขาลงชื่อกล่าวหาสิ่งที่เขาไม่รู้
เยว่ชิงแยกของที่นับได้จากของที่ต้องตรวจใบงานเก่า
เธอจำร้านในวัยเด็กได้ดี แต่การจำว่าพ่อมีอะไหล่กี่ถุงไม่ใช่หลักฐานว่ามีคนทำให้มันหายวันนี้ เธอจึงไม่เติมจำนวนตามความคิดตนลงในบัญชี
“ตราร้านอยู่ไหน” เธอถามเมื่อวางปากกา
“พี่เก็บไว้ ไม่อย่างนั้นเธอก็ทำหาย”
“ขอคืนด้วยค่ะ”
ชิวอิงยังไม่ขยับ
“ตรานั่นใช้ทำเรื่องงานของพ่อ ไม่ใช่ของเล่น”
“ฉันจะเก็บในลิ้นชักล็อก”
“แล้วใครจะช่วยทำบัญชีให้เธอ”
“คนที่ฉันว่าจ้างหรือขอให้ช่วย แต่ฉันเป็นคนตรวจและอนุญาตการใช้ตรา”
ครั้งก่อนเธอไม่รู้ว่าคำว่าเป็นคนในครอบครัวทำให้ชิวอิงมีอำนาจเข้ามาแทนเธอได้ตั้งแต่เมื่อไร คราวนี้เธอไม่ได้รอให้อีกคนบอกว่าอำนาจนั้นสิ้นสุดแล้ว
ชิวอิงหยิบกล่องตราออกจากกระเป๋าผ้า วางมันแรงพอให้ป้าหวงเงยหน้า
เยว่ชิงเปิดกล่อง ตรวจขอบตราที่พ่อเคยทำรอยบิ่นไว้เล็กน้อย จากนั้นจดว่าได้รับตราร้านคืนในวันเดียวกับเครื่องมือสองหีบ
“กุญแจสำรองล่ะ”
“เธอจะไม่ให้พี่เข้าร้านแล้วจริง ๆ หรือ”
คำถามไม่ได้พูดถึงกุญแจเพียงดอกเดียว เยว่ชิงได้ยินทั้งความโกรธ ความกลัว และความรู้สึกเสียหน้าอยู่ในนั้น
“ถ้าพี่มาหาฉัน ฉันจะเปิดประตูให้ แต่การเข้ามาย้ายของโดยไม่บอก ฉันไม่อนุญาต”
ชิวอิงวางกุญแจลงข้างกล่องตรา
เยว่ชิงไม่ได้รีบเก็บราวกับกลัวอีกคนเปลี่ยนใจ เธอนับจำนวนกุญแจที่รับมาแล้วเก็บมันในซอง แยกจากกุญแจที่พ่อซ่อนไว้ใต้กล่องเข็มด้าย
“ทำไมกลับเร็วนัก” ชิวอิงถามหลังเงียบอยู่นาน
“ทำไมพี่คิดว่าฉันจะกลับช้า”
ญาติผู้พี่ก้มมองมือของตน
“เหวินเต๋อบอกว่าเรื่องที่โรงงานอาจต้องใช้เวลาทั้งวัน”
เยว่ชิงนึกถึงคำถามของเขาที่ทางเดิน เขาถามว่าชิวอิงอยู่บ้านหรือไม่ ในจังหวะที่เอกสารไม่เป็นไปตามแผน
มันยังไม่ใช่คำสารภาพ
แต่มากพอให้เธอเลิกเชื่อว่าคนสองคนนี้คุยกันเฉพาะต่อหน้าเธอ
ป้าหวงลุกขึ้นกลับบ้าน ก่อนเดินออกไปนางบอกว่าเมื่อถึงเวลาอาหารเยว่ชิงแวะเอาน้ำแกงได้ ถ้าอยากซื้อให้จ่ายราคาเท่าคนอื่น อย่าคิดว่าช่วยเป็นพยานแล้วต้องได้กินฟรี
เยว่ชิงหัวเราะเป็นครั้งแรกตั้งแต่กลับมาจากโรงงาน
จิ้งโจวช่วยเลื่อนโต๊ะเข้าที่ แล้วถามว่าอยากเปลี่ยนแม่กุญแจด้วยหรือไม่
เธอมองกุญแจสำรองในซอง ไม่รู้ว่ามีดอกอื่นถูกทำเพิ่มหรือเปล่า
“ค่ะ แต่ขอให้ร้านทำกุญแจออกใบรับให้ฉันด้วย”
ชิวอิงเดินออกจากร้านก่อนบทสนทนาจบ เยว่ชิงไม่ไล่ตาม ปัญหาครอบครัวไม่ได้จบลงเพราะกุญแจดอกหนึ่งอยู่ในมือ แต่วันนี้เธอมีประตูที่เลือกได้ว่าจะเปิดเมื่อไร
หลังทุกคนไปแล้ว จิ้งโจววางสิ่งเล็ก ๆ ลงบนโต๊ะ มันเป็นปากคีบเก่าที่เขาพบใต้หีบ พ่อพันด้ายสีน้ำเงินไว้ที่ด้ามเพื่อไม่ให้ลื่นมือ
เยว่ชิงจับมันขึ้นมา ความเย็นของโลหะส่งผ่านปลายนิ้ว
เธอคิดถึงมือพ่อ คิดถึงสิ่งที่ต้องรับช่วงต่อมากกว่าสิ่งที่ต้องเอาคืน
“คุณรู้ไหมว่าพ่อเก็บใบงานเก่าไว้ที่ไหน”
“บางส่วนที่ชั้นบน” จิ้งโจวตอบ “แต่ผมไม่เคยได้รับอนุญาตให้ค้นทั้งหมด”
“งั้นเราตรวจเฉพาะที่ฉันรู้ก่อน”
เยว่ชิงขึ้นบันไดไปหยิบกล่องใบงานลงมา ใบแรกที่เปิดเป็นรายการเดือนมกราคม วันที่สิบหก ก่อนพ่อเสียชีวิตหนึ่งวัน
ในช่องลูกค้ามีชื่อโรงงานที่เธอเพิ่งเดินออกมา
ส่วนช่องรายการไม่ได้ระบุว่านาฬิกาเรือนใดเสีย
พ่อเขียนไว้เพียงว่า อย่าเปลี่ยนชุดเฟืองจนกว่าจะตรวจหมายเลข
เยว่ชิงวางกุญแจใหม่ลงข้างใบงาน
เธอรักษาของไว้ได้แล้ว
ต่อไปต้องรู้ให้ได้ว่าพ่อกำลังรักษาอะไรในวันสุดท้ายของชีวิต
นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI
