Reading settings

ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · Chapter 103

ตอนที่ 103 — หลักฐานจากคนที่ไม่ชอบเธอ

Translation not ready. Showing the Thai original.

เช้าวันที่สิบเจ็ดมกราคม แม่ไม่ได้เอากุญแจตู้ออกมาวางบนโต๊ะ

นางต้มข้าวใส่หม้อเล็ก ล้างผักที่ซื้อไว้ แล้วบอกเยว่ชิงว่าผ้าห่มผืนที่ซักเมื่อวานยังชื้นตรงมุม หากแดดออกสักหน่อยคงตากได้ก่อนพักบ่าย

เยว่ชิงเก็บซองเอกสารไว้ในกระเป๋า ปิดสายรัด แล้วลุกไปจับอีกมุมของผ้าห่ม

ลานหลังบ้านมีน้ำค้างเกาะขอบอ่าง แม่สะบัดผ้าเบา ๆ ครั้งหนึ่ง นางไม่ได้มีแรงมากขึ้นเพราะวันนี้เป็นวันครบรอบที่พ่อจากไป ลูกสาวจึงถือส่วนหนักไว้ แต่รอให้แม่บอกว่าจะพาดตรงไหน

“ตรงนี้แดดถึงก่อน” แม่ชี้ราวเตี้ย “อย่าขึงเสียตึง เดี๋ยวข้าดึงลงเองลำบาก”

เยว่ชิงเลื่อนมือเข้ามา เว้นช่วงให้ผ้าทิ้งตัว

ปีนี้ไม่มีผู้ตรวจมานั่งรอหน้าตู้ ไม่มีญาติมาถามว่าหลักฐานใหม่จะทำให้เรื่องจบได้หรือยัง มีเพียงข้าวร้อน ผักจานหนึ่ง กับคนสองคนซึ่งยังต้องกินอาหารให้ครบแม้วันที่คิดถึงคนที่สาม

ระหว่างเก็บอ่าง แม่ถามว่าลูกจะกลับเมื่อไร

“คืนพรุ่งนี้เจ้าค่ะ หน่วยอนุญาตให้กลับไปรายงานตัวเช้าวันที่สิบเก้าแล้ว ฉันส่งเวลาที่แน่นอนให้เขาตามทางที่ตกลงไว้ ถ้ามีเรื่องต้องมาชิงเหออีก จะขอใหม่ ไม่ปล่อยให้งานรอโดยไม่บอก”

แม่พยักหน้าแล้วหยิบถ้วยของตน

“เรื่องพ่อยังต้องทำ แต่เจ้าก็ต้องมีวันที่ทำงานของเจ้า”

เยว่ชิงรับถ้วยจากมือแม่ เธอไม่ตอบว่าจะรีบให้เสร็จก่อนครั้งหน้า เพราะใบขอเปลี่ยนชิ้นส่วนที่เพิ่งได้เห็นไม่ได้ให้สิทธิ์เธอกำหนดคำตอบของทุกคน

แม่กับเยว่ชิงช่วยกันตากผ้าห่มในลานบ้านตามวันที่แม่เลือกพักอยู่บ้าน โดยเก็บเอกสารเรื่องพ่อไว้ก่อน
แม่กับเยว่ชิงช่วยกันตากผ้าห่มในลานบ้านตามวันที่แม่เลือกพักอยู่บ้าน โดยเก็บเอกสารเรื่องพ่อไว้ก่อน

ก่อนเดินทางคืนวันที่สิบแปด เยว่ชิงตรวจสำเนากับรายการรับมอบอีกครั้ง ต้นฉบับของแม่ยังอยู่ในบ้าน แบบที่ช่างเซี่ยนำมาอธิบายยังอยู่ตามผู้เก็บของมัน นางนำกลับเพียงส่วนที่ได้รับอนุญาตให้ถือกับบันทึกคำของตน

แม่ไม่ได้ฝากให้ลูกเอาชื่อคนที่ปรากฏในใบขอเปลี่ยนไปบอกทุกตลาด

“ถ้าเขาต้องตอบ ก็ให้เขาตอบต่อกระดาษที่เป็นของจริง” แม่กล่าว

รถไฟพาเยว่ชิงกลับถึงหลานโจวในเช้าวันที่สิบเก้า นางวางกระเป๋าที่ห้องเช่า ยกมุมบานประตูขึ้นก่อนล็อก แล้วไปฝ่ายรับรายงานตัวตามเวลาที่แจ้งไว้

งานซึ่งส่งต่อก่อนลาไม่ได้ค้างอยู่บนโต๊ะเดิมทั้งหมด ช่างเกาให้ดูรายการที่คนรับต่อทำไปแล้ว แยกส่วนที่เธอต้องเริ่มใหม่ออกจากส่วนที่เพียงอ่านผล

ฟางไห่เซิงยืนอยู่ข้างตู้เครื่องมือ เขาอายุมากขึ้นจากวันที่แนะนำตัว แต่ยังพูดเร็วและมีนิสัยวางของให้พ้นมือคนอื่นก่อนถามว่าคนนั้นพร้อมหรือไม่

“อย่าเอางานเมื่อก่อนลาไปลงซ้ำ คนรับช่วงทำถึงแถวนี้แล้ว” เขาแตะขอบใบงาน “ถ้ายังอ่านไม่ครบ ยังไม่ต้องจับชุดใหม่”

เยว่ชิงนั่งอ่านตามที่เขาชี้

เมื่อสองปีก่อน ชายคนนี้เคยยื่นดินสอให้เธอแล้วบอกให้จดค่าที่เขาอ่าน ผู้หญิงมือเบา ลายมือคงเรียบร้อย เขาไม่ได้เห็นเหตุผลว่าคนจากร้านนาฬิกาต้องได้เรียนตรวจวัดด้วย

ต่อมาเขาขยับที่ให้เธอเห็นหน้าปัด แต่ไม่ได้กลายเป็นคนพูดอ่อนโยนหรือยอมรับทุกข้อสรุปของเธอ ฟางยังท้วงเวลาที่นางช้า และยังขอให้ตรวจใหม่เมื่อผลต่างจากรอบก่อน

วันนี้เยว่ชิงไม่ได้ต้องการให้เขาฟังเรื่องพ่อระหว่างคืนเครื่องมือ

เธออ่านงานที่รับต่อให้ครบ แล้วจึงเริ่มส่วนของตน

หนังสืออีกฉบับมาถึงหน่วยในวันที่ยี่สิบสอง

มันเป็นคำขอข้อมูลจากคณะทวนข้อเท็จจริงที่ชิงเหอ ส่งถึงผู้รับผิดชอบเอกสารงานของหน่วย ไม่ใช่จดหมายให้เยว่ชิงเดินเปิดสมุดของเพื่อนร่วมงานเอง

เหตุของคำขออยู่ในคำชี้แจงซึ่งคณะได้รับเพิ่มเติมหลังการตรวจวันที่สิบหก สวีเหวินเต๋อยกเรื่องที่เธอเคยทำชุดฝึกเสียในหลานโจวมาแย้งความน่าเชื่อถือของบันทึกที่เธอส่ง

เขาไม่ได้ส่งใบงานฉบับเต็มมาประกอบ ถ้อยคำตอนหนึ่งกล่าวถึงการยอมรับผิดเมื่อมีการเปลี่ยนชิ้นแล้ว และตั้งข้อสงสัยว่าเยว่ชิงอาจจัดลำดับเหตุการณ์ในสมุดของตนภายหลังเพื่อให้ตนดูเป็นฝ่ายรายงานก่อน

คณะยังไม่ได้รับข้อกล่าวนั้นเป็นข้อเท็จจริง หนังสือขอให้หน่วยตรวจวันทำงาน ขอบเขตงาน การพักใช้ และเวลาที่รับบันทึกเท่าที่มีแหล่งยืนยันได้ หากต้องใช้คำของผู้เห็น ให้ระบุด้วยว่าเห็นช่วงใด

ช่างเกาอ่านส่วนที่เกี่ยวข้องให้เยว่ชิงฟังต่อหน้าผู้ดูแลเอกสาร

“เขาขอเรื่องงานวันที่เจ้าทำเสีย ไม่ได้ขอให้เรารับรองเรื่องพ่อเจ้า”

“ฉันเข้าใจค่ะ ขอให้ส่งทั้งส่วนที่ฉันทำผิดด้วย ไม่ต้องตัดออก”

นางจำเช้าวันที่สิบมกราคมปีเจ็ดสิบเก้าได้ ฐานฝึกไม่มีต้นกำลังต่ออยู่ เธอรู้สึกฝืดแต่ยังขยับต่อ เพราะอยากทำให้ได้เร็ว จนขอบชิ้นกดเกิดรอย ช่างเกาสั่งให้วางเครื่องมือและติดป้ายพักใช้ ไม่อนุญาตให้ขัดรอยเสียทิ้ง

สิ่งนั้นเป็นความผิดของเธอจริง

การที่คนอื่นใช้มันกล่าวเกินสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ทำให้นางมีสิทธิ์เล่าใหม่ว่าตนไม่เคยทำเสีย

ผู้ดูแลเอกสารหยิบใบงานที่เก็บไว้ตามรายการ และติดต่อคนซึ่งเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแผนใช้ฐานในวันนั้น หน่วยให้ตรวจเฉพาะงานที่ถูกถาม งานของลูกค้าหรือรายการส่วนตัวของช่างคนอื่นไม่ถูกเปิดตามมาด้วย

ฟางไห่เซิงถูกเรียกเมื่อเขาจัดเครื่องมือคืนช่วงท้ายวันเสร็จ

เขาวางกล่องเกจที่ปิดแล้วบนชั้น หยิบสำเนาใบเบิกชุดฝึกของตนขึ้นมาอ่าน ก่อนขมวดคิ้วใส่ร่างคำตอบที่เสมียนเพิ่งเขียน

“ตรงนี้ผิด”

เยว่ชิงซึ่งนั่งรออยู่ห่างจากชั้นเก็บของเงยหน้าขึ้น

ร่างนั้นสรุปว่าเขาเห็นเธอทำชิ้นกดเสียและได้ฟังคำรายงานทันทีหลังเกิดรอย

“ข้าไม่ได้ยืนอยู่ตอนมือเขาขยับ” ฟางพูด “ข้าเดินมาพร้อมใบเบิกสำหรับช่วงบ่าย ตอนมาถึงมีป้ายพักแล้ว ช่างเกาอยู่ข้างฐาน ถ้าจะถามว่าฝืนขั้นไหน ให้ถามคนที่เห็น ไม่ใช่ยืมตาข้าไปเติม”

เสมียนยกดินสอค้าง

“แล้วท่านรับรองว่ารายงานก่อนเปลี่ยนชิ้นได้หรือไม่”

ฟางวางใบของตนให้พ้นกล่องเกจ

“รับรองช่วงที่ข้าอยู่ได้ เขาบอกข้าว่าปรับผิดจนขอบเสีย และยังบอกเวลาเสร็จไม่ได้ ข้าจึงแก้แผนว่าไม่รับฐานนี้ไปใช้ช่วงบ่าย เอกสารที่ข้าส่งวันนั้นอยู่ในชุดเดียวกัน การเปลี่ยนชิ้นกับทวนก่อนใช้เป็นวันถัดมา ต้องเอาใบของคนทำงานส่วนนั้นมาเทียบด้วย”

เขาหันมองเยว่ชิงครู่หนึ่ง

“ข้าเสียเวลาจัดฐานอีกชุด ถ้าจะจำเรื่องนี้ ข้าจำได้เพราะต้องเปลี่ยนงานของข้า ไม่ใช่เพราะอยากให้เจ้าได้คำชม”

“ฉันไม่ได้ขอให้ลบส่วนนั้นค่ะ” นางตอบ

“ก็ดี อย่าให้คำตอบของหน่วยกลายเป็นว่าเจ้าไม่เคยทำอะไรผิด”

เสมียนเริ่มร่างใหม่ ฟางรออ่านจนจบ ไม่รับปากแทนวันที่ตนไม่ได้อยู่ และไม่ใส่นาฬิกาเป็นเวลาแน่นอนให้กับความทรงจำที่มีเพียงช่วงก่อนพัก

ใบงานเดิมบอกวัน ส่วนลำดับภายในวันต้องอาศัยรายการพักใช้ ใบเปลี่ยนแผนรับฐาน และคำของคนที่เห็นแต่ละช่วง ไม่มีคนใดได้รับอนุญาตให้สร้างตัวเลขขึ้นมาเพราะอยากให้คำตอบดูละเอียด

ฟางไห่เซิงหยุดอ่านร่างคำชี้แจงข้างตู้คืนเครื่องมือ และขอให้เขียนเฉพาะช่วงที่ตนเห็นจริง
ฟางไห่เซิงหยุดอ่านร่างคำชี้แจงข้างตู้คืนเครื่องมือ และขอให้เขียนเฉพาะช่วงที่ตนเห็นจริง

วันที่ยี่สิบสี่ ผู้ดูแลเอกสารรวบรวมคำตอบเสร็จ

สำเนาที่รับรองแหล่งมาครอบคลุมใบงานวันที่สิบ รายการพักใช้และเปลี่ยนแผนรับฐาน กับใบเปลี่ยนชิ้นและตรวจทวนวันที่สิบเอ็ด หนังสือนำระบุว่าต้นฉบับเก็บที่หน่วย ส่วนคำของฟางเป็นคำชี้แจงใหม่ถึงสิ่งที่เขาเห็นเมื่อเดินมาถึง ไม่ใช่ข้อความเก่าซึ่งถูกเขียนเพิ่มลงในใบเบิกปีเจ็ดสิบเก้า

ช่างเการับรองคำของตนเกี่ยวกับการสั่งหยุดและสิ่งที่เยว่ชิงบอกเขา ฟางรับรองเรื่องการแจ้งแก่ตนกับงานช่วงบ่ายที่ต้องเปลี่ยน ทั้งสองคนไม่รับรองเหตุการณ์ปีเจ็ดสิบแปดในชิงเหอซึ่งตนไม่ได้อยู่

หน่วยส่งคำตอบโดยทางเอกสารของหน่วย เยว่ชิงได้รับสำเนาส่วนที่เกี่ยวข้องกับตนตามที่ผู้รับผิดชอบอนุญาต ไม่ต้องถือแผ่นต้นฉบับไปส่งเอง และไม่ต้องสัญญาว่าจะทำงานพิเศษให้ฟางเพื่อแลกกับคำชี้แจง

ก่อนออกจากห้อง นางเดินไปขอบโต๊ะซึ่งเขากำลังตรวจจำนวนเครื่องมือ

“ขอบคุณที่ไม่ปล่อยให้เขียนว่าท่านเห็นตอนที่ไม่ได้เห็นค่ะ”

ฟางยังมองรายการในมือ

“ข้าไม่ชอบเวลาต้องรอเจ้าอ่านซ้ำหลายรอบ”

เยว่ชิงเงียบ รอให้เขาพูดต่อ

“แต่ข้าเห็นเจ้าบอกว่าอะไรเสียก่อนจะให้ข้ารับไปใช้ จะชอบหรือไม่ชอบก็เปลี่ยนเรื่องนั้นไม่ได้ ถ้าวันหนึ่งใบของข้าถูกคนเล่าใหม่ ข้าก็อยากให้คนซึ่งอยู่ตรงนั้นพูดตามที่เห็น”

เขาส่งเครื่องมืออีกชิ้นให้คนรับคืนแล้วหันกลับ

“และคำที่ข้าเคยพูดว่าคนจากร้านนาฬิกาจดตามก็พอ มันไม่ใช่รายการหน้าที่ของเจ้า ช่างเกาท้วงถูกแล้ว”

คำพูดสั้นกว่าที่เยว่ชิงเคยจินตนาการไว้ในวันที่ถูกยื่นดินสอให้ เธอไม่ได้ยิ้มหรือขอให้เขาพูดต่อหน้าคนทั้งห้องอีกครั้ง

“ฉันยังต้องตรวจสิ่งที่ตัวเองไม่เข้าใจค่ะ”

“ก็ถามให้ตรงจุด แล้วอย่าไปขยับก่อนรู้ว่าต้องปลดอะไร”

นางรับคำ ครั้งนี้การท้วงไม่จำเป็นต้องกลายเป็นคำดูแคลน และคำขอบคุณไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนคนพูดให้เป็นเพื่อนสนิท

เย็นวันที่ยี่สิบเจ็ด เยว่ชิงอ่านสำเนาหนังสือตอบที่หน่วยให้ถืออีกครั้งในห้องเช่า

มันไม่ได้พิสูจน์ว่าสมุดทุกเล่มของเธอถูกต้องทั้งหมด ไม่ได้แปลว่าเยว่ชิงรู้เรื่องชุดกั้นของพ่อมาตั้งแต่ปีเจ็ดสิบเก้า และไม่ได้ระบุว่าสวีเหวินเต๋อเป็นคนเปลี่ยนชิ้นส่วนในปีเจ็ดสิบแปด

สิ่งที่มันให้คือเหตุการณ์หนึ่งซึ่งตรวจได้จากงานของคนหลายคน นางทำฐานฝึกเสีย รายงานความผิดก่อนการเปลี่ยนชิ้นในวันถัดมา และไม่ปล่อยให้ผู้รับช่วงบ่ายเอาฐานนั้นไปใช้โดยไม่รู้

ข้อเท็จจริงทั้งสามอยู่ร่วมกันได้

เยว่ชิงเขียนคำชี้แจงเพิ่มเติมถึงคณะ ระบุว่านางยอมรับความผิดในงานฝึกตามเอกสาร และขอให้แยกมันจากข้อกล่าวหาว่านางจัดลำดับย้อนหลังให้ดูดี บันทึกส่วนที่สิบสองของกระดาษพ่อเพิ่งอ่านความหมายได้เมื่อได้รับเอกสารตงเหอเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา เธอไม่มีเหตุผลจะย้ายความรู้นั้นกลับไปใส่ในวันทำงานเมื่อสองปีก่อน

เมื่อเขียนถึงสวี นางหยุดอยู่ครู่หนึ่ง

เคยมีเวลาที่ทุกคำของชายผู้นั้นทำให้เธอรีบอธิบายทั้งชีวิตเพื่อพิสูจน์ว่าคู่ควรกับความเชื่อใจของเขา วันนี้นางเพียงขอให้ข้อที่เขาตั้งขึ้นมีแหล่งรองรับ และให้เขาตอบเรื่องที่ถูกถามในขอบเขตของตน

เธอไม่เขียนว่าเขาคงโกหกทุกเรื่องเพราะเขาพูดผิดเรื่องนี้

นางตรวจชื่อผู้รับกับรายการแนบ ปิดซองแล้วเดินไปที่ทำการไปรษณีย์ก่อนปิดบริการ จ่ายค่าส่งของตน รับใบรับฝาก แล้วเก็บแยกจากใบงานที่หน่วยรับรอง

เยว่ชิงส่งคำชี้แจงซึ่งยอมรับความผิดของตนและแยกขอบเขตหลักฐานไว้ชัดเจน โดยเก็บใบรับฝากของตน
เยว่ชิงส่งคำชี้แจงซึ่งยอมรับความผิดของตนและแยกขอบเขตหลักฐานไว้ชัดเจน โดยเก็บใบรับฝากของตน

คืนนั้นจิ้งโจวพบเธอตามเวลาสั้น ๆ ที่ตกลงไว้ก่อนหน้านี้ เขายังต้องกลับที่พักของตนตามกฎ ไม่ได้ตามไปอ่านเอกสารของหน่วยในห้องเช่า

เยว่ชิงเล่าเพียงว่าคนที่เคยไม่ยอมให้เธออ่านค่าได้บอกสิ่งที่ตนเห็นตามจริง

“เจ้าโล่งใจหรือ” เขาถาม

“ค่ะ แต่พรุ่งนี้เขาก็คงท้วงฉันเวลาช้าเหมือนเดิม”

จิ้งโจวหัวเราะเบา ๆ

“ถ้าเขาท้วงเรื่องงานที่เห็นจริง ก็ยังถามกลับได้ว่าตรงไหน”

นางมองถนนซึ่งแสงร้านกำลังดับทีละบาน

คนที่จะรับรองข้อเท็จจริงไม่จำเป็นต้องรักเธอ คนที่รักเธอก็ไม่จำเป็นต้องรับรองสิ่งที่ไม่เคยเห็น

เมื่อแยกกัน เยว่ชิงยกมุมประตูห้องก่อนหมุนกุญแจ วางใบรับฝากไว้ในช่องของวันนี้ แล้วเตรียมเสื้อสำหรับงานเช้า

ที่ชิงเหอ คำชี้แจงของสวีเหวินเต๋อยังต้องรอการตรวจร่วมกับคำตอบจากหน่วย ส่วนชื่อผู้ขอเปลี่ยนกับผู้ลงมือจริงก็ยังไม่อาจใช้แทนกัน

เขาอาจยกความผิดของเธอมาให้คนมอง

แต่ความผิดที่เธอยอมรับไม่ได้กลายเป็นที่ว่างให้เขาเอาความรับผิดของตนมาวาง และคราวนี้ คนซึ่งมีคำตอบของตัวเองจะต้องอ่านมันก่อนลงชื่อ

กลับสารบัญนิยาย

นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI