Reading settings

ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · Chapter 102

ตอนที่ 102 — ใครเปลี่ยนชิ้นส่วน

Translation not ready. Showing the Thai original.

เยว่ชิงออกจากบ้านหลังอาหารเช้าวันที่สิบหกมกราคม ปีแปดสิบเอ็ด

แม่ถามว่าจะกลับเมื่อใด นางตอบช่วงที่คาดได้และบอกว่าจะฝากข่าวตามจุดติดต่อหากงานยืด ไม่รับปากเวลาซึ่งคนในห้องตรวจยังไม่ได้กำหนดแทนนาง

วันนี้ใกล้วันเก่าจนเสียงถ้วยวางบนโต๊ะทำให้ทั้งสองเงียบไปครู่หนึ่ง แต่แม่ไม่ได้ขอให้ลูกเอาความเงียบนั้นไปเร่งพยานให้พูดตามสิ่งที่บ้านอยากได้ยิน

“ถามให้ชัด” แม่บอก “ถ้าเขาไม่รู้ อย่าให้เขาต้องรู้เพื่อเรา”

เยว่ชิงรับคำแล้วนำแฟ้มออกไป

ในห้องตรวจ เหอจวิ้นเฉิงให้เจ้าหน้าที่อ่านรายการที่จะทวนก่อน ผู้ที่ได้รับนัดมาวันนี้ไม่ได้มาทำหน้าที่รับรองกระดาษทุกใบซึ่งอยู่ในแฟ้มของลูกสาวช่างหลิน

เขาชื่อเซี่ยหมิงอัน เป็นช่างผู้เคยรับงานตรวจการเข้าคู่ของชุดยึดและงานส่งเทียบตามใบงานในช่วงที่กำลังตาม มีประสบการณ์กับชุดงานชนิดนี้ และต้องบอกว่าส่วนใดตรวจเอง ส่วนใดรู้จากเอกสาร

ชายผู้นั้นมีใบหน้าเรียวยาว ผมสั้นแซมหงอก และรอยแผลเป็นเก่าจางที่หลังมือขวา เขาวางกระเป๋าผ้าของตนลง เปิดซองแบบที่แจ้งให้นำมา แล้วแนะนำขอบเขตงานก่อนมองชื่อร้านในรายการ

เยว่ชิงไม่เคยพบเขาต่อหน้ามาก่อน

เขาไม่ใช่หวังซื่อเฉิง ผู้ตรวจเก่าที่นางเคยตามนัดผ่านหน่วยเมืองอันโจว และไม่ได้รับหน้าที่ตอบเรื่องการเก็บแฟ้มของผู้นั้นแทนด้วยการรู้จักงานเครื่องกล

“ข้าตรวจชิ้นประกอบแยกกับตำแหน่งเทียบตามใบงาน” เซี่ยหมิงอันบอก “ถ้าจะถามว่าเครื่องเดินจริงตอนใด ต้องมีคนที่อยู่กับการใช้งานกับรายการใช้จริง ไม่ใช่ให้ข้าเล่าแทนเพราะข้ารู้แบบ”

เหอจวิ้นเฉิงให้เจ้าหน้าที่ลงขอบเขตนั้นไว้

เยว่ชิงขยับสำเนาของตนให้พ้นซองแบบ ไม่วางความหวังทับกระดาษที่อีกคนกำลังเปิด

*

แบบที่เซี่ยหมิงอันนำมาเป็นคำคัดส่วนชุดยึดจากแบบงานที่หน่วยเก็บ พร้อมหนังสือระบุแหล่ง ต้นฉบับอยู่กับผู้เก็บ ไม่ใช่ภาพที่ลูกสาววาดจากคำเล่าแล้วให้ช่างลงชื่อ

ผู้รับผิดชอบให้ทวนว่าตำแหน่งและช่วงงานในแบบตรงกับส่วนซึ่งเรียกมาตรวจหรือไม่ก่อนเริ่มอธิบาย

เซี่ยหมิงอันชี้ตำแหน่งรองรับ ตำแหน่งยึด และส่วนกั้นชั่วคราวซึ่งใช้ระหว่างรอชิ้นกลับจากการเทียบ เขาไม่ได้วางของเก่าของแม่ลงบนโต๊ะ ไม่มีใครนำปลอกทองเหลืองหรือไม้สองรูมาใส่ประกอบในห้องนี้

“คำว่าเก่าหรือใหม่ยังไม่บอกว่าใช้ได้” เขาอธิบาย “ต้องดูว่าชิ้นนั้นทำหน้าที่อะไร ขนาดเข้ากับส่วนใด รับแรงแบบไหน และการใช้นั้นอยู่ในเงื่อนไขที่แบบกำหนดหรือไม่”

เยว่ชิงมองจุดที่เขาชี้

นางเคยจับความต่างระหว่างแผ่นชุบแข็งที่อนุมัติกับแผ่นธรรมดาที่ลงใช้แทน แต่ความต่างนั้นไม่ได้ทำให้รู้ผลของทุกตำแหน่งโดยไม่ดูงานซึ่งใช้มัน

“หากถอดส่วนกั้นไปเทียบแล้วใช้ชุดเดิมต่อ จะหมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ”

เซี่ยหมิงอันขออ่านข้อความรับแจ้งวันที่สิบห้าจนจบก่อนตอบ

“หมายความว่าเราต้องถามว่าขณะใช้ มีสิ่งใดทำหน้าที่กั้นแทน และมีใครตรวจการประกอบหลังเปลี่ยนแล้ว” เขาบอก “ถ้าไม่มีตามเงื่อนไขที่กำหนด การขยับอาจเกิดนอกทางซึ่งตั้งใจได้ แต่ต้องตรวจสภาพจริงกับวิธีใช้ก่อนกล่าวว่าเกิดอย่างนั้นในวันนั้น”

เขาวางดินสอข้างแบบ ไม่ลากเส้นอุบัติเหตุลงให้ครบแทนคนที่ยังต้องสอบถาม

เหตุอันตรายมีทางให้ตรวจแล้ว

แต่ภาพของคืนบาดเจ็บยังไม่ออกมาจากลายเส้นเพียงเพราะคนในห้องเงียบฟัง

เซี่ยหมิงอันอธิบายหน้าที่ของตำแหน่งยึดจากคำคัดแบบที่มีแหล่ง โดยยังไม่จำลองของเก่าหรือรับรองการใช้งานจริงจากกระดาษแทน
เซี่ยหมิงอันอธิบายหน้าที่ของตำแหน่งยึดจากคำคัดแบบที่มีแหล่ง โดยยังไม่จำลองของเก่าหรือรับรองการใช้งานจริงจากกระดาษแทน

*

หลัวถิงนำคำคัดใบงานอีกชุดเข้ามา

ผู้เก็บของหน่วยชิงเหอออกส่วนนี้ตามคำขอของคณะซึ่งส่งไว้ก่อนวันนัด หนังสือนำแจ้งตำแหน่งที่ตรวจเทียบกับต้นฉบับ และส่วนที่คัดเกี่ยวกับการตรวจชิ้นประกอบกับคำขอเปลี่ยนหลังตรวจ ไม่ใช่เอกสารที่เซี่ยหมิงอันนำมาจากบ้านของตนแล้วไม่มีใครรู้ที่มา

ใบแรกลงวันที่สิบมกราคม ปีเจ็ดสิบแปด

เซี่ยหมิงอันอ่านหมายเลขใบงานกับรายการที่ให้ตรวจ แล้วบอกว่านี่เป็นงานที่ตนตรวจการเข้าคู่ของชิ้นประกอบแยกก่อนส่งต่อ

เขารับรองลายมือของตนในส่วนที่ตนลง ไม่รับรองหมึกของคนทั้งใบ

ชื่อร้านหลินอยู่ในช่องรับงานเทียบ ไม่ใช่ช่องสั่งให้เดินเครื่องจริงหลังเปลี่ยนของ ชื่อร้านไม่ได้บอกว่าพ่อเป็นคนรับเองทุกครั้ง และใบนี้ไม่ใช่ใบอนุญาตใช้งานหลังประกอบในวันที่สิบหก

เยว่ชิงเห็นเส้นซึ่งรายงานหลังพ่อเสียเคยทำให้สั้นจนช่างซ่อมกลายเป็นผู้รับรองทุกอย่าง

วันนี้เส้นนั้นถูกแยกอีกครั้งด้วยผู้ที่รู้ว่าวันตรวจของตนหมายถึงอะไร

ใบถัดไปลงวันที่สิบสี่มกราคม เป็นคำขอเปลี่ยนส่วนประกอบหลังการตรวจตามใบแรก โดยอ้างงานเดียวกันในส่วนที่คณะขอคัดมา

ช่องผู้ขอเปลี่ยนอ่านเป็นชื่อหม่าจื้อเฉิง

เยว่ชิงวางมือบนเข่า ไม่แตะช่องชื่อนั้นเพื่อทำให้มันตอบมากกว่าที่ลงไว้

ก่อนหน้านี้นางมีชื่อเขาในหน้าที่หัวหน้าชุดตรวจงาน และในช่องรับของเที่ยวพฤศจิกายน คราวนี้ชื่อปรากฏในช่องผู้ขอเปลี่ยนของใบซึ่งลงหลังวันที่ตรวจชิ้นประกอบ

มันเป็นแหล่งอีกใบหนึ่ง

ไม่ใช่ชื่อย่อในบันทึกวันที่สิบห้าซึ่งนางเพิ่งเติมให้เต็ม

เหอจวิ้นเฉิงถามเซี่ยหมิงอันว่าพบคำขอนี้ในวันที่ตรวจหรือไม่

“วันที่สิบ ข้าตรวจตามรายการที่เปิดให้ดูในวันนั้น” เขาตอบ “ข้าไม่ได้ตรวจการประกอบหลังเปลี่ยนตามคำขอวันที่สิบสี่ แล้วใบตรวจวันที่สิบก็จะไม่กลายเป็นการตรวจนั้นเพราะมีคนเอาไปแนบไว้”

“ท่านเห็นใครลงมือเปลี่ยนจริงหรือไม่”

“ข้าไม่เห็น”

“ท่านรับรองว่าลายเซ็นขอเปลี่ยนเป็นของหม่าจื้อเฉิงเองหรือไม่”

“ข้ารับรองได้เพียงของข้าที่รู้ ข้าเห็นชื่อในใบที่นำมาให้ดู ส่วนลายมือของเขาและการลงตามหน้าที่ ต้องให้เจ้าของกับแหล่งตรวจ”

คำตอบไม่ทำให้ชื่อหลุดจากการถาม

มันทำให้ถามเขาในส่วนที่มีเหตุถาม โดยไม่ต้องสร้างสายตาของพยานขึ้นมาเพิ่ม

หลัวถิงจดแยกวันที่ตรวจ วันที่ขอเปลี่ยน และวันที่บันทึกรับข้อความ ไม่เอาทั้งสามมาเขียนเป็นวันที่ช่างคนเดียวทำทุกอย่าง

หลัวถิงแยกใบตรวจเดิมกับคำขอเปลี่ยนหลังตรวจตามแหล่งและวันที่ ไม่ให้ชื่อร้านซ่อมรับผิดแทนผู้ขอเปลี่ยนทุกขั้น
หลัวถิงแยกใบตรวจเดิมกับคำขอเปลี่ยนหลังตรวจตามแหล่งและวันที่ ไม่ให้ชื่อร้านซ่อมรับผิดแทนผู้ขอเปลี่ยนทุกขั้น

*

เยว่ชิงขอถามเรื่องใบตรวจอีกครั้ง

“ถ้าใบแรกบอกส่วนที่ตรวจว่าเข้าคู่ได้ คนถือใบจะบอกว่าชุดหลังเปลี่ยนผ่านแล้วได้หรือไม่เจ้าคะ”

“ต้องดูว่าส่วนที่เปลี่ยนเกี่ยวกับเงื่อนไขที่ตรวจอย่างไร” เซี่ยหมิงอันตอบ “ใบตรวจไม่ได้เดินตามของไปตรวจตัวมันเองทุกครั้ง ถ้าเปลี่ยนส่วนที่มีผลต่อการยึด การกั้น หรือทางรับแรง ต้องมีการทวนตามขอบเขตนั้น”

เขาชี้ตำแหน่งในแบบแล้วหยุดให้คนจด

“คำว่าเคยตรวจ กับคำว่าตรวจหลังเปลี่ยน เป็นคนละงาน”

เยว่ชิงนึกถึงรายงานซึ่งใช้คำว่าทั้งหมด

การได้พบคำขอเปลี่ยนหลังวันตรวจไม่ได้แปลว่าพ่อไม่เคยผิดพลาดในงานอื่น แต่มันทำให้คนใช้ใบตรวจเดิมรับรองชุดหลังเปลี่ยนต้องตอบว่าอาศัยอะไร

พ่อไม่ต้องเป็นช่างที่ไม่มีวันทำผิด เพื่อให้คำถามนี้มีน้ำหนัก

เหอจวิ้นเฉิงถามต่อว่าเงื่อนไขในแบบอนุญาตให้เดินระหว่างรอหรือไม่

เซี่ยหมิงอันแยกเงื่อนไขที่ระบุให้ทวนส่วนประกอบกับข้อความในบันทึกรับแจ้ง เขาไม่กล่าวว่าเพียงมีคำว่าเดินในกระดาษ ก็มีสิทธิข้ามสิ่งที่แบบกำหนดไว้

“ต้องตรวจว่าผู้อนุญาตใช้รู้สภาพอะไร และได้รับผลทวนส่วนใดก่อนอนุญาต” เขาบอก “ถ้าไม่มีผลที่ต้องอาศัย การเรียกของว่าชุดเดิมไม่ได้ทำให้เงื่อนไขนั้นหายไป”

เจ้าหน้าที่เตรียมสรุปว่าหม่าจื้อเฉิงเปลี่ยนของเอง

เซี่ยหมิงอันขออ่านกลับทันที

“ข้าไม่ได้เห็นเขาลงมือ ข้าพูดถึงชื่อในช่องผู้ขอเปลี่ยน อย่าเอาคำว่าขอไปเปลี่ยนเป็นทำเองในคำของข้า”

เยว่ชิงเงยหน้าขึ้น

เมื่อวานนางต้องหยุดคำสรุปที่เกินเสียงของตน วันนี้ผู้รู้เรื่องเทคนิคทำอย่างเดียวกันโดยไม่ต้องรอให้นางช่วย

เขาไม่ยอมให้ถ้อยคำซึ่งฟังแรงกว่าแหล่งกลายเป็นลายเซ็นของเขา แม้มันอาจเป็นถ้อยคำที่คนบางคนในห้องอยากได้

เจ้าหน้าที่แก้สรุปของวันนี้ให้ตรง แล้วอ่านอีกครั้ง

เซี่ยหมิงอันลงชื่อเฉพาะคำชี้แจงของตนกับส่วนที่รับรองจากประสบการณ์จริง ไม่ลงชื่อในช่องรับรองการถอดและประกอบซึ่งไม่เคยเห็น

*

หลังพักช่วงสั้น คณะตรวจจัดรายการที่ต้องตามต่อ

ใบขอเปลี่ยนวันที่สิบสี่ต้องตรวจต้นฉบับและผู้ลงตามหน้าที่ ต้องให้ผู้มีชื่อชี้แจงเหตุขอและทางส่งคำขอ ใบงานลงมือจริงต้องระบุคนทำ ส่วนอนุญาตใช้กับผลตรวจหลังประกอบต้องเปิดให้เทียบก่อนกล่าวว่าใบตรวจวันที่สิบครอบคลุมไปแล้ว

รายการใช้จริงในวันที่สิบหกยังจำเป็น เช่นเดียวกับช่วงจากบันทึกติดต่อที่ตงเหอถึงการรับตัวที่โรงพยาบาล

วันนี้ไม่มีใครเติมชื่อคนขับรถในคืนบาดเจ็บจากการพบชื่อผู้ขอเปลี่ยนชิ้น

เยว่ชิงฟังงานแต่ละส่วนถูกมอบให้ผู้ตามแหล่ง ไม่ต้องแบกทุกคำขอไว้ในกระเป๋าคนเดียว และไม่ได้มีสิทธิรับผลก่อนคนทำงานนั้นจริง

เหอจวิ้นเฉิงถามว่านางมีส่วนต้องแก้จากคำชี้แจงเมื่อวานหรือไม่

“ยังไม่มีส่วนที่ต้องลบเจ้าค่ะ แต่มีแหล่งใหม่เพิ่มที่ทำให้ถามช่องผู้ขอเปลี่ยนโดยตรงได้ ข้าจะลงวันที่ได้รับรู้มันวันนี้ ไม่เขียนว่ารู้จากใบรับของพฤศจิกายน”

หลัวถิงแนบรายการรับคำคัดเพิ่มกับส่วนที่คณะเปิดให้นางรับในงานนี้ นางเก็บของตน ไม่เอาซองแบบต้นฉบับของหน่วยกลับบ้าน

เซี่ยหมิงอันเก็บคำคัดแบบที่นำมาสำหรับชี้แจงตามรายการของเขา การมาครั้งนี้ไม่ได้ทำให้เขาต้องพร้อมตอบเรื่องร้านทุกเย็นหลังเลิกงาน

ก่อนแยก เยว่ชิงกล่าวขอบใจ

“ข้าอยากได้คำตอบมาก” นางบอก “แต่ข้าไม่อยากให้คำตอบนั้นเป็นสิ่งที่ท่านต้องเห็นเพิ่มย้อนหลังเพื่อช่วยข้า”

ช่างผู้มาให้คำชี้แจงมองนางแล้วพยักหน้า

“ถ้าจะช่วยให้ตรวจได้ ก็ต้องไม่เพิ่มมือที่ข้าไม่เห็นลงไป”

*

เมื่อออกจากอาคาร เยว่ชิงหยุดที่ลานซึ่งมีลมเย็นพัดตามแนวผนัง

ใบในมือบอกคนที่ต้องถามได้ชัดกว่าเช้า แต่ยังไม่ได้บอกทุกคนที่อยู่ในคืนเก่า

นางเก็บแฟ้มก่อนเดิน ไม่เปิดดูชื่อระหว่างก้าวบนพื้นที่ชื้น

ข้างทางมีม้านั่งว่าง นางนั่งลงเพียงครู่หนึ่งแล้วคลายมือซึ่งกำแน่นมาตั้งแต่เห็นช่องผู้ขอเปลี่ยน

นางเคยอยากให้คนที่ทำงานซ่อมกับคนที่ทำให้พ่อบาดเจ็บเป็นคำตอบเดียวซึ่งชี้ได้เร็วที่สุด แล้วค่อยทวงทุกอย่างคืนจากชื่อนั้น

วันนี้รู้แล้วว่าคนตรวจ คนขอเปลี่ยน คนลงมือ และคนอนุญาตให้ใช้มีส่วนที่ต้องตอบต่างกัน

การแยกพวกเขาไม่ได้ทำให้ความรับผิดชอบจางลง

มันทำให้คนหนึ่งคนเอาชื่อของคนทำงานก่อนหน้ามาบังหน้าที่ของตนได้ยากขึ้น

เยว่ชิงนั่งพักที่ม้านั่งนอกอาคาร เก็บแฟ้มแล้วคลายมือ ก่อนกลับบ้านด้วยคำถามที่ระบุหน้าที่ได้ชัดขึ้น
เยว่ชิงนั่งพักที่ม้านั่งนอกอาคาร เก็บแฟ้มแล้วคลายมือ ก่อนกลับบ้านด้วยคำถามที่ระบุหน้าที่ได้ชัดขึ้น

เยว่ชิงกลับถึงบ้านตามช่วงที่แจ้งไว้ แม่ถามว่าได้เห็นอะไรเพิ่ม

นางบอกว่ามีคำขอเปลี่ยนหลังวันตรวจ และผู้รู้เรื่องเทคนิคแยกให้เห็นว่าใบตรวจเดิมไม่ใช่การตรวจหลังการเปลี่ยน ส่วนใครลงมือและใครอนุญาตยังต้องเปิดแหล่งต่อ

แม่ฟังแล้วถามว่าพ่อเซ็นรับรองการเปลี่ยนนั้นหรือไม่

“ยังไม่มีใบที่ให้ตอบอย่างนั้นเจ้าค่ะ ชื่อร้านในช่องรับงานเทียบไม่ใช่คำตอบแทนมือของพ่อทุกครั้ง”

แม่พยักหน้า ไม่ขอให้ลูกใช้คำว่าไม่เคยเซ็นทั้งชีวิตเพื่อให้คืนนี้หลับง่ายขึ้น

ทั้งสองจัดของสำหรับอาหารวันรุ่งขึ้นตามที่แม่เลือก ไม่มีคำถามเพิ่มเติมพาแม่กลับไปนั่งเปิดตู้จนดึก

วันที่สิบเจ็ดกำลังจะมาถึงอีกครั้ง

เยว่ชิงยังไม่อาจคืนพ่อให้แม่ได้

แต่คำว่าอุบัติเหตุไม่อาจใช้ปิดใบขอเปลี่ยนหลังตรวจ หรือทำให้ชื่อผู้มีหน้าที่ไม่ต้องมองเอกสารของตนอีกต่อไป

กลับสารบัญนิยาย

นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI