ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · ตอนที่ 109
ตอนที่ 109 — สำเนาที่เก็บคนละที่
ซองกระดาษที่ส่งมาถึงลานบ้านเช่าแบนกว่าที่เยว่ชิงคิด
มันไม่มีน้ำหนักของกล่องอะไหล่ ไม่มีเสียงโลหะกระทบกันเมื่อรับไว้ด้วยสองมือ มีเพียงมุมกระดาษแข็งที่ดันผิวซองขึ้นเล็กน้อยกับรอยพับตามทางเดินของไปรษณีย์
บ่ายวันที่เจ็ดมีนาคม พ.ศ. 1981 นางลงชื่อรับแล้วถอยจากช่องทางเดิน คนที่อยู่ห้องด้านหลังยังต้องผ่านไปตักน้ำ นางจึงวางกระเป๋าผ้าไว้บนม้านั่งเตี้ย ไม่ยืนแกะซองขวางประตู
ก่อนหน้านี้ หลัวถิงแจ้งมาตามช่องทางติดต่อที่ตกลงกันว่า เอกสารจากผู้เก็บต้นทางมาถึงฝ่ายตรวจเรื่องเมื่อวันที่สี่ มีส่วนหนึ่งที่เยว่ชิงขอรับสำเนาได้ หากมีคำถามควรรวมไว้สำหรับเวลาคุย ไม่แยกส่งข้อสรุปออกไปก่อนอ่านใบกำกับ
นางอ่านชื่อผู้รับบนซองอีกครั้ง
เป็นชื่อของนาง ที่อยู่ห้องเช่าของนาง ไม่ใช่ร้านเก่าในชิงเหอ และไม่ใช่ชื่อพ่อที่คนอื่นชอบใช้แทนเจ้าของทุกสิ่งซึ่งผ่านร้านไป

เมื่อขึ้นถึงห้อง เยว่ชิงยกมุมล่างของประตูให้พ้นรอยฝืด จึงใช้กุญแจเหล็กดอกเดียวไขเข้าไป
จดหมายที่ถามเวลานัดซ่อมประตูยังหนีบอยู่กับสมุดค่าเช่า เจ้าของบ้านยังไม่ได้ยืนยันวัน นางไม่เห็นว่าการต้องยกมันอีกครั้งเป็นเหตุให้ใครควรเข้าห้องได้โดยไม่บอกกัน
นางวางซองบนโต๊ะ เช็ดมือซึ่งเย็นจากลมข้างนอก รอให้ความชื้นหายแล้วจึงเปิดตามขอบ
แผ่นแรกเป็นใบกำกับสำเนา
เยว่ชิงเกือบยกมันไปไว้ท้ายกองตามความเคยชิน คนส่วนมากอยากเห็นเนื้อความที่ซ่อนอยู่ข้างในก่อน แต่เมื่อเห็นช่องบอกผู้เก็บต้นฉบับ นางหยุดมือ
ครั้งก่อน ถานเส้าหรงจำได้ว่าเห็นใบแนบ และเคยอธิบายว่าเอกสารส่งคืนฝ่ายจัดซื้อ เขายืนยันบรรทัดในสมุดส่วนตัวของตนได้ ทว่าไม่อาจยืนยันว่ากระดาษทุกแผ่นไปถึงผู้รับปลายทางครบถ้วน
หากวันนี้นางข้ามใบกำกับไป นางก็อาจทำให้สิ่งที่เขาเพิ่งขอแก้กลับกลายเป็นคำยืนยันกว้างเท่าเดิมอีกครั้ง
เยว่ชิงจึงอ่านจากแผ่นแรก
ผู้เก็บต้นทางเป็นฝ่ายบัญชีผู้รักษาชุดประกอบการตรวจรายการต้นทุน มีรายการอ้างอิงที่เชื่อมกับชุดงานเลข 77–26 ระบุว่ากระดาษที่ถ่ายมาเป็นสำเนาคาร์บอนของใบแนบฝ่ายจัดซื้อ ลงวันที่ยี่สิบหกพฤศจิกายน พ.ศ. 1977 พร้อมหน้าหลังและเอกสารรับเข้าชุดที่เกี่ยวข้อง
นางหยิบสมุดของตนออกมา แต่ยังไม่เขียนว่า พบคำสั่งแล้ว
นางเขียนเพียงว่า สำเนาใบแนบจากผู้เก็บอีกแห่ง
ใต้บรรทัดนั้นเว้นช่องไว้สามช่อง ที่มา วันที่มีอยู่ และความหมายที่ใช้ได้
ลมลอดจากใต้ประตูทำให้ชายกระดาษขยับ นางวางถุงผ้าทับมุมใบกำกับ ไม่ใช่หน้าที่มีข้อความ แล้วเลื่อนแผ่นถัดมาให้อยู่ในแสงเต็มหน้า
กระดาษเก่าที่สำเนามามีรอยจางเป็นช่วง บางคำต้องอ่านประกอบหน้าหลัง มิใช่เพราะใครตั้งใจซ่อนคำทุกคำไว้ รอยถ่ายจากต้นฉบับที่ถูกเก็บมาหลายปีทำให้เส้นบางลงต่างกัน
ตอนแรก เยว่ชิงเห็นคำเกี่ยวกับการใช้แทน
นิ้วของนางหยุดเหนือข้อความนั้น
ในหัวมีประโยคเก่าที่เคยได้ยินจากหลายปาก คนหนึ่งพูดว่ามีใบแนบ อีกคนว่ารายการผ่านร้าน อีกคนว่าพ่อควรรู้ เมื่อถูกวางต่อกันอย่างรวดเร็ว ทุกประโยคดูเหมือนยืนยันประโยคสุดท้าย ทั้งที่แต่ละคนอาจรู้เพียงช่วงสั้น ๆ ของตน
นางดึงหน้าหลังเข้ามาเทียบ
เงื่อนไขเรื่องการตรวจรับไม่ได้อยู่ในคำสองสามคำที่มองเห็นก่อน มันต่ออยู่ในส่วนอธิบายการใช้ชิ้นงานเพื่อเทียบขนาด และระบุว่าห้ามนำไปใช้รับแรงก่อนตรวจรับ
เยว่ชิงอ่านตั้งแต่ต้นส่วนจนจบอีกครั้ง
“เทียบขนาด” นางพูดเบา ๆ
คำนี้มีความหมายเมื่อวางอยู่กับข้อจำกัดของมัน หากตัดไว้เพียงช่วงที่บอกให้ใช้แทน คนอ่านอาจคิดว่าอนุญาตให้ประกอบเดินเครื่องแล้ว หากเก็บแต่ข้อห้ามโดยไม่เห็นวัตถุประสงค์ ก็อาจเล่าเสียใหม่ว่าไม่มีใครอนุญาตให้นำชิ้นงานออกมาเทียบเลย
นางวาดเส้นครอบส่วนข้อความในสมุดของตน ไม่แตะปากกาลงบนสำเนาที่ได้รับ
ช่องความหมายที่ใช้ได้ยังไม่มีคำว่า ใครทำให้พ่อเสียชีวิต
มีเพียงคำถามใหม่ว่า เงื่อนไขนี้เดินทางไปพร้อมเอกสารส่วนใด และใครได้รับมันก่อนการนำของไปใช้

เย็นนั้น เยว่ชิงต้มน้ำกินกับอาหารที่เตรียมไว้ตั้งแต่เช้า
นางอ่านกองกระดาษจบแล้ว แต่ไม่ยกมันไปให้จิ้งโจวดูระหว่างเวลางานของเขา ไม่ส่งคนออกตามหาถานเส้าหรงเพราะอยากได้ประโยคยืนยันอีกประโยคหนึ่งทันที
ชายชราอยู่ชิงเหอ สมุดส่วนตัวของเขาก็อยู่กับเขา สิ่งที่มาถึงโต๊ะนางวันนี้ต้องอธิบายด้วยประวัติของมันเองก่อน
เยว่ชิงเปิดหน้ารับเข้าชุด
วันที่สามสิบพฤศจิกายน พ.ศ. 1977
นางมองตัวเลขนั้นอยู่นาน
มันอยู่หลังการส่งของในวันที่ยี่สิบแปดพฤศจิกายน แต่ก่อนวันบาดเจ็บของพ่อในเดือนมกราคม ก่อนคำกล่าวหาที่นางได้ยิน หลังจากนั้น ก่อนที่นางจะตื่นขึ้นมาในเดือนเมษายนพร้อมความทรงจำของชีวิตอีกครั้งหนึ่ง
ความรู้สึกแรกคือโล่งใจจนแทบปิดสมุด
กระดาษชิ้นหนึ่งไม่ได้เพิ่งมีขึ้นเพราะนางไปถามในปีนี้
แล้วความรู้สึกถัดมาก็ตามมา หากมันมีอยู่ตั้งแต่ตอนนั้น เหตุใดความหมายเต็มหน้าจึงไม่ได้อยู่ในคำอธิบายที่ส่งถึงคนซึ่งต้องรับผลของงาน
นางวางชามลง คำถามนี้ยังตอบด้วยความโกรธไม่ได้
วันรับเข้าชุดบัญชีบอกว่ากระดาษไปถึงที่ใด มันไม่ได้เป็นเวลาที่เครื่องจักรเริ่มเดิน ไม่ใช่เวลาบาดเจ็บ และไม่ได้ทำให้ผู้ลงรายการเป็นคนเห็นเหตุการณ์
เยว่ชิงจึงจดคำถามไว้ด้านล่างแทนคำตัดสิน
ต้นทางของใบแนบใดส่งไปกับของ ชุดหลักใดกลับฝ่ายจัดซื้อ สำเนาคาร์บอนใดเก็บประกอบต้นทุน และแต่ละชุดควรมีเงื่อนไขเดียวกันครบหรือไม่
นางเขียนจนถึงคำว่า ควร แล้วหยุด
สิ่งที่ควรทำ กับสิ่งที่มีหลักฐานว่าทำจริง เป็นช่องว่างที่กว้างพอให้ชีวิตคนตกลงไปได้
วันที่สิบเอ็ดมีนาคม หลังเลิกงาน เยว่ชิงไปถึงจุดโทรศัพท์สาธารณะก่อนเวลาที่นัดกับหลัวถิงเล็กน้อย
นางไม่ได้วางสำเนาเปิดทั่วเคาน์เตอร์ แผ่นที่อ่านอยู่ในแฟ้มปิด คำถามที่เขียนเองมีเพียงหน้าสั้น ๆ เพื่อไม่ให้ต้องคุ้ยเอกสารระหว่างฟังเสียงอีกฝ่าย
เมื่อเจ้าหน้าที่ต่อสายให้ นางยกหูโทรศัพท์ด้วยมือขวา
“ข้ารับชุดสำเนาแล้วค่ะ อยากถามเรื่องหน้ารับเข้าชุดก่อน”
เสียงหลัวถิงจากชิงเหอไม่ดังนัก แต่แต่ละคำชัดพอให้นางวางปากกาแล้วฟัง
“ถามมา”
“วันที่สามสิบพฤศจิกายน เป็นวันที่ทำสำเนาคาร์บอน หรือวันที่ฝ่ายบัญชีรับเก็บ”
“หน้าที่ส่งให้เจ้าบอกวันรับเก็บ ส่วนวันของใบแนบอยู่ที่ใบแนบ ผู้เก็บต้นทางอธิบายการแบ่งชุดมาด้วย เราต้องอ่านสองอย่างประกอบกัน ไม่เอาวันรับเก็บไปแทนวันทำทุกแผ่น”
เยว่ชิงเลื่อนปลายนิ้วตามคำถามที่จดไว้
“แล้วเหตุใดสำเนานี้อยู่ฝ่ายบัญชี ทั้งที่ชุดหลักส่งคืนฝ่ายจัดซื้อ”
“การแบ่งชุดสำหรับงานนี้ให้เก็บใบแนบประกอบรายการต้นทุนไว้แยก ชุดที่ใช้ส่งงานกับชุดประกอบบัญชีไม่ได้กลับเข้าตู้เดียวกันทั้งหมด ผู้เก็บยืนยันส่วนที่ตนรักษาได้ มีรายการรับเข้าให้เทียบ ส่วนเส้นทางของชุดหลัก เรายังต้องดูใบรับของฝ่ายจัดซื้อประกอบ”
“ถ้าไม่มีรายการรับเข้าชุดอีกแห่ง เราอาจรู้เพียงว่าถานเส้าหรงเคยเห็นใบแนบ”
“ใช่ แต่ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องขอให้เขาจำเกินสิ่งที่เขาจำได้ เพื่อให้กระดาษอีกแห่งมีตัวตน”
เยว่ชิงเงียบไปครู่หนึ่ง
ภาพชายชรายืนจับหูกระเป๋าอยู่นอกประตูในเดือนกุมภาพันธ์กลับมา เขาไม่ได้ขอให้ลบหมึกเก่าออก เขาขอให้คำของตนหยุดตรงจุดที่ตนเห็น
หากนางไม่ยอมให้เขาหยุด คำที่มากเกินความรู้ของเขาอาจถูกใช้ทำลายกระดาษซึ่งไม่ต้องอาศัยความจำของเขาเลย
“ข้าเคยกลัวว่าเขาแก้คำแล้วจะไม่เหลืออะไร” นางพูด
“ตอนนี้เจ้าพบว่าเหลืออะไรบ้าง”
“บรรทัดของเขายังบอกว่าต้องไปหาใบแนบฝ่ายจัดซื้อ แต่ไม่ใช่ใบรับปลายทาง ส่วนสำเนาที่เก็บอีกแห่งบอกว่าเงื่อนไขไม่ได้เพิ่งแต่งขึ้นหลังเกิดเรื่อง”
“จดสองส่วนให้แยกกันเช่นนั้น” หลัวถิงตอบ “อย่าให้ความโล่งใจทำให้เจ้ารวมมันเร็วกว่าเดิม”
เยว่ชิงรับคำ นางรู้ว่าหลัวถิงไม่ได้พูดเพื่อตัดกำลังใจ
นางเองเคยใช้กระดาษที่บอกการส่งออกไปถามเรื่องการตรวจรับ จนต้องย้อนกลับมาแก้ความหมาย เมื่อคำหนึ่งถูกวางผิดช่อง คนที่อยากหนีคำถามอาจชี้ความผิดนั้นแล้วหลบจากส่วนที่ควรตอบจริง
“ในใบแนบมีข้อห้ามใช้รับแรงก่อนตรวจรับ” นางถามต่อ “ฝ่ายตรวจเรื่องอ่านส่วนนี้ครบแล้วใช่ไหมคะ”
“อ่านพร้อมหน้าหลังและใบกำกับ เราจะเทียบกับชุดที่ส่งผ่านในเดือนมกราคม เจ้าระบุช่วงที่สงสัยมาได้ แต่ยังไม่เขียนว่าการส่งเอกสารครั้งใดแปลว่าอนุญาตให้เดินเครื่องโดยอัตโนมัติ”
“แล้วลายมือที่เฉียวหงรับในวันที่ยี่สิบสองกุมภาพันธ์…”
“คำรับรองส่วนของเขายังคงเป็นคำรับรองของเขา การเทียบต้นฉบับกับความรับผิดชอบของผู้ทำแต่ละส่วนยังต้องทำ ไม่ใช้สำเนาใบแนบไปเติมว่าทุกช่องบนเอกสารอื่นเป็นมือเขา”
เสียงคนนอกจุดโทรศัพท์ดังขึ้นแล้วห่างไป เยว่ชิงลดเสียงของตน ไม่อ่านชื่อผู้เก็บหรือรายละเอียดหน้ากระดาษที่ไม่จำเป็นให้คนข้างหลังฟัง
“ข้าจะส่งคำถามตามช่องทางเดิมค่ะ”
ก่อนวางสาย หลัวถิงบอกว่าเอกสารที่กำลังนำมาเทียบครั้งถัดไปจะต้องแยกคำขอเปลี่ยนงาน การแจ้งกลับ และการตรวจหลังประกอบออกจากกัน ความขาดตอนของรายการใดต้องระบุว่าขาดตอน ไม่วาดลูกศรให้ครบด้วยการเดา
เยว่ชิงทวนคำสำคัญ แล้ววางหูโทรศัพท์ลงช้า ๆ
นางออกจากจุดโทรศัพท์พร้อมแฟ้มปิดเหมือนตอนเดินเข้าไป แต่คำถามในแฟ้มมีรูปที่ชัดขึ้น

คืนนั้น เยว่ชิงจัดสำเนาตามใบกำกับเดิม
นางไม่ได้แยกคำที่ชอบออกมาเป็นกระดาษกองหนึ่ง แล้วผลักเงื่อนไขซึ่งทำให้เรื่องซับซ้อนไปอีกกอง หากต้องส่งช่วงที่ถามกลับไป นางจะระบุหน้าและแนบส่วนที่ทำให้ความหมายครบ
ใต้หัวข้อ ที่มา นางเติมว่าต้นฉบับสำเนาคาร์บอนยังอยู่กับผู้รักษาชุดบัญชี กระดาษบนโต๊ะเป็นชุดสำเนาที่ได้รับตามขอบเขต ฝ่ายจัดซื้อยังรักษาส่วนของตน และสมุดส่วนตัวของถานเส้าหรงไม่ได้ถูกย้ายเข้าตู้เดียวกันเพราะนางอยากเห็นมันทุกครั้ง
นางนึกถึงกล่องไม้ของพ่อที่บ้านแม่
การมีเจ้าของและมีที่เก็บไม่ได้ทำให้สิ่งหนึ่งสำคัญน้อยลง คนที่ถือมันอยู่ไม่จำเป็นต้องส่งทุกอย่างออกจากบ้านเพื่อให้ใครเชื่อว่าตนร่วมมือ การถามต้องบอกว่าจะใช้สิ่งใด และจะส่งคืนเมื่อไร
บนโต๊ะนางไม่มีชิ้นไม้สองชิ้นหรือปลอกทองเหลืองที่แม่รักษาไว้ มีแต่รอยหมึกซึ่งบอกเส้นทางของงานบางช่วง
ครั้งหนึ่ง นางอยากรวบของทุกชิ้นมาไว้ข้างตัว เหมือนถ้าเอื้อมมือถึงได้ทั้งหมด เรื่องที่ผิดจะไม่มีทางเกิดขึ้นอีก
แต่กระดาษวันนี้รอดจากการหายไปพร้อมชุดเดียว เพราะแต่แรกมันไม่ได้อยู่ในที่เดียวทั้งหมด
คนละที่ไม่ได้แปลว่าทิ้งไว้โดยไม่รู้จัก
ต้องมีผู้รับ ต้องมีเหตุที่เก็บ ต้องมีรายการให้ตามกลับได้ และเมื่อนำสำเนามาใช้ ก็ต้องไม่ทำให้เจ้าของต้นฉบับหายไปจากคำอธิบาย
เยว่ชิงนำคำถามสำหรับส่งกลับมาอ่านออกเสียง
“ขอเทียบเงื่อนไขในใบแนบฉบับเต็มกับชุดที่ใช้ส่งผ่านงานในเดือนมกราคม และตรวจหลักฐานการรับเงื่อนไขกับผลตรวจหลังการเปลี่ยน…”
นางหยุดที่ท้ายประโยค
คำว่า หลังการเปลี่ยน ยังต้องมีผู้บอกว่าเปลี่ยนอะไร ใครขอ ใครทำ ใครตรวจ และส่วนใดปรากฏเฉพาะในเอกสารโดยไม่มีหลักฐานการปฏิบัติ
นางแก้คำถามให้แยกเป็นข้อสั้น ๆ ในจดหมายของตน แต่เก็บร่างก่อนหน้าไว้เป็นบันทึกใหม่ ไม่เขียนทับให้ดูเหมือนไม่เคยเผลอรวมมัน
เช้าวันที่สิบสอง เยว่ชิงนำจดหมายไปส่งก่อนเข้าหน่วยตามเวลา
ที่ทำงาน เกาซื่อเฉียงถามเพียงว่านางพร้อมช่วยงานช่วงเช้าหรือไม่ นางตอบว่าพร้อม วางกระเป๋าเอกสารส่วนตัวในที่ของมันแล้วตรวจเครื่องมือที่ได้รับมอบหมายก่อนใช้
นางไม่เอากระดาษของพ่อไปวางให้คนทั้งหน่วยลงความเห็น ไม่ใช้เรื่องที่เพิ่งพบเป็นเหตุให้ข้ามขั้นตรวจเครื่องมือชิ้นเล็กตรงหน้า
ตอนสาย เข็มของเครื่องมือเดินกลับอย่างที่ควรเดิน ค่าที่อ่านซ้ำไม่ขัดกัน นางจึงลงรายการตามงานที่ทำได้จริง
เยว่ชิงมองมันเพียงครู่หนึ่ง
ครั้งต่อไป สิ่งที่นางต้องตามหาไม่ใช่คนที่พูดเสียงดังที่สุดในห้องอีกแล้ว
เป็นจุดที่ข้อจำกัดซึ่งมีอยู่บนกระดาษหยุดเดินทางไปพร้อมชิ้นงาน และขั้นต่อจากนั้นที่ยังปล่อยให้งานเดินต่อ
หากต้องมีคนรับผิด นางจะถามให้ถึงมือของแต่ละคน
แต่ก่อนถาม นางต้องรู้เสียก่อนว่ากลไกหยุดเดินตรงไหน
นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI
