ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · ตอนที่ 105
ตอนที่ 105 — คราวนี้ไม่มีใครเซ็นแทน
น้ำในอ่างเย็นจนปลายนิ้วชิวอิงปวด
หล่อนล้างคราบด้ายกับฝุ่นผ้าจากมือ ไม่ได้คาดหวังว่าพอล้างแล้ว ความรู้สึกซึ่งติดมาจากกระดาษเมื่อวานจะหลุดตามไปด้วย
เช้าวันที่สามสิบเอ็ดมกราคม ร่างของสวีเหวินเต๋อยังวางแยกอยู่บนม้านั่ง ไม่มีชื่อของหล่อนเพิ่มลงไปที่ท้ายแผ่น
ชิวอิงเช็ดมือแล้วเขียนคำตอบสั้น ๆ บนกระดาษของตน
ข้าไม่ลงชื่อรับรองร่างนี้ ส่วนที่ข้าเขียนและส่วนที่ข้าจ่ายจะให้คำต่อผู้รับตรวจตามสิ่งที่รู้เอง
หล่อนอ่านสองประโยคอีกครั้ง ก่อนลงชื่อใต้คำของตน
การไม่เซ็นตามร่างของเขาไม่ได้หมายความว่าหล่อนจะซ่อนชื่อไม่ยอมรับผิดอะไรอีก หล่อนเพียงไม่ให้ชื่อเดียวรับรองทั้งสิ่งที่ทำกับสิ่งที่ถูกยกมาวางเพิ่ม
กระดาษไม่มีคำขอให้สวีอนุญาต และไม่มีคำสัญญาว่าเขาจะไม่ถูกถามต่อ
ชิวอิงใส่ซอง ปิดให้เรียบร้อย ฝากตามช่องทางรับข้อความที่ใช้ตกลงกันไว้ โดยบอกให้ส่งถึงผู้รับ ไม่เปิดอ่านให้คนในตรอกฟัง
จากนั้นหล่อนเก็บร่างที่ยังไม่มีลายมือชื่อ สำเนาคำชี้แจงครั้งก่อน ข้อมูลรับมอบสมุด และบันทึกที่เขียนเมื่อคืนลงกระเป๋า แยกของเก่ากับสิ่งที่เพิ่งเกิดด้วยซองคนละใบ
หล่อนยังต้องถามผู้รับตรวจว่าจะยื่นอย่างไร ไม่เอากระดาษวางไว้แล้วเดินกลับโดยหวังว่าคนอื่นคงเข้าใจทั้งหมดเอง

ที่จุดรับหนังสือ ชิวอิงแจ้งชื่อกับเรื่องซึ่งสมุดของหล่อนถูกส่งไว้ก่อนหน้า
คนรับตรวจรายการ ไม่ให้หล่อนเดินเข้าห้องซึ่งกำลังสอบถามคนอื่น นางรออยู่บนม้านั่งจนได้คุยกับเจ้าหน้าที่รับเรื่องเพิ่มเติม
“อยากยื่นคำเพิ่ม หรือถามเรื่องการคืนสมุด” เขาถาม
“ยื่นเรื่องที่เพิ่งเกิดค่ะ แล้วขอเวลาทวนคำที่เคยให้ ไม่ได้จะเปลี่ยนสมุดเดิม”
ชิวอิงบอกว่ามีผู้เอาร่างมาให้ลงชื่อเมื่อวาน หล่อนยังไม่เซ็น ต้องการให้บันทึกด้วยว่ากระดาษมาจากใครและรับไว้ในสภาพใด
เจ้าหน้าที่ถามว่าหล่อนต้องการให้ใช้ร่างนั้นประกอบการตรวจเรื่องนี้หรือไม่ ขอบเขตต่างจากการเก็บคำของคนอื่นไว้ดูส่วนตัว ชิวอิงฟังแล้วตอบว่าต้องการให้ผู้รับตรวจดูร่างทั้งแผ่นกับคำของหล่อนเกี่ยวกับที่มา ไม่คัดเพียงประโยคที่ทำให้สวีดูเลวที่สุด
เขารับตามรายการ ออกข้อมูลรับมอบให้หล่อน ส่วนบันทึกเมื่อคืนถูกระบุว่าเป็นความทรงจำที่หล่อนเขียนหลังการสนทนา ไม่ใช่บันทึกเสียงหรือกระดาษร่วมสมัยกับเหตุปีเจ็ดสิบแปด
ชิวอิงเก็บสำเนาไว้ ตรวจว่าข้อมูลของวันนี้ไม่ได้ปนกับใบรับสมุดเมื่อเดือนสิงหาคม
เมื่อตรวจช่องทางติดต่อและเวลาที่หล่อนมาได้แล้ว เจ้าหน้าที่นัดให้กลับมาวันที่สองกุมภาพันธ์เพื่อให้คำเพิ่มเติมต่อผู้รับผิดชอบ หล่อนจะได้มีเวลาจัดงานผ้าซึ่งรับไว้ ไม่ต้องเลือกระหว่างหนีคำถามกับทิ้งลูกค้าที่ตกลงส่งของไปแล้ว
ชิวอิงเดินออกพร้อมใบนัดและข้อมูลรับมอบ
ไม่มีใครบอกว่าการเอาร่างมาส่งทำให้หล่อนพ้นผิดทุกเรื่อง ไม่มีใครยื่นกระดาษให้รับรองว่าหล่อนถูกบังคับมาตลอดจนไม่ต้องรับผิดชอบมือของตน
สิ่งที่ได้เป็นเพียงเวลาเข้าไปตอบ กับหลักฐานว่าของที่ยื่นถูกผู้รับคนใดรับไว้
คืนนั้นหล่อนจัดงานผ้าสำหรับสองวันข้างหน้า บอกเวลาส่งตามที่ทำได้ ไม่เลื่อนแล้วอ้างเหตุที่ลูกค้าไม่มีทางตรวจ หล่อนรู้แล้วว่าการใช้เรื่องใหญ่กลบคำตกลงเล็ก ๆ เป็นนิสัยที่กลับมาได้ง่ายกว่าที่คิด
เมื่อมาถึงตามนัดในวันที่สอง ชิวอิงเห็นหลัวถิงอยู่ในห้องรับคำ
ผู้ตรวจสวมเสื้อสีเขียวเข้ม แว่นกรอบแคบวางตรงบนใบหน้า นางตรวจเรื่องและรายการก่อนบอกหน้าที่ของการคุยวันนี้ เป็นการทวนแหล่งของคำชี้แจงกับสิ่งที่เพิ่งยื่น ไม่ใช่ให้ชิวอิงตัดสินว่าใครทำให้พ่อของเยว่ชิงตาย
เยว่ชิงไม่ได้อยู่ในห้อง
ไม่มีคนที่ชิวอิงอยากให้ให้อภัยมานั่งดูว่าหล่อนจะพูดดีพอหรือไม่
เก้าอี้ของหล่อนอยู่ห่างจากโต๊ะบันทึกพอให้วางเท้าทั้งสองบนพื้น กระเป๋าวางบนเก้าอี้ข้างตัว เอกสารที่จำเป็นถูกผู้รับจัดตามแหล่ง ไม่ใช้การเปิดกระเป๋าของหล่อนเป็นคำอนุญาตดูทุกเรื่องส่วนตัว
หลัวถิงเริ่มถามเรื่องร่างใหม่
“คุณบอกว่ารับจากสวีเหวินเต๋อเมื่อวันที่สามสิบ เขาบอกให้ใช้เพื่ออะไร”
“ให้ลงชื่อ แล้วเขาจะส่งประกอบคำตอบของเขาค่ะ เขาบอกว่าจะช่วยไม่ให้ต้องถูกถามหลายครั้ง”
“เขาพูดให้ยืนยันประโยคใดเป็นพิเศษหรือ”
ชิวอิงเล่าส่วนที่จำได้ เมื่อถึงถ้อยคำซึ่งไม่แน่ใจว่าใช้คำไหนก่อน หล่อนบอกว่าจำความหมายได้แต่ไม่อาจรับรองทุกคำตามที่ผู้บันทึกอาจต้องการ
ไม่มีใครให้หล่อนพูดใหม่ให้คมขึ้นเพื่อใช้กล่าวหาได้ง่าย
หลัวถิงวางร่างกับคำชี้แจงที่รับไว้ก่อนหน้าคนละด้าน
“ในร่างบอกว่าไม่มีผู้ให้คุณลงรายการค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้จ่ายเอง คุณยืนยันประโยคนี้หรือไม่”
ชิวอิงมองมือของตน
“ไม่ค่ะ ฉันไม่รับรองประโยคนั้น”
หล่อนพูดได้ชัดกว่าตอนอยู่หน้าประตู
“ฉันเป็นคนเขียนรายการในสมุด แต่รายการค่าส่งของสี่หยวนแปดเหมาได้ฟังจากสวีหลังพ่อของเยว่ชิงเสียชีวิต ฉันไม่ได้เห็นเขาจ่าย ไม่ได้เป็นคนจ่าย และไม่ได้อยู่กับคนขับ”
“วันที่ลงในรายการกับวันที่คุณเขียนเป็นวันเดียวกันหรือไม่”
“ฉันยังบอกวันที่เขียนแน่นอนไม่ได้ค่ะ วันที่ของรายการเป็นวันที่เขาบอกให้ลง ฉันไม่ควรใช้มันยืนยันว่าตนเห็นเหตุในวันนั้น”
หลัวถิงรับฟัง แล้วถามต่อเรื่องคำที่ชิวอิงเคยปิดบังเอง
เงินล่วงหน้าหนึ่งหยวนในวันที่เก้าเมษายน หล่อนบอกจำนวนที่จ่ายไปหกเหมากับส่วนที่เก็บไว้สี่เหมา บอกด้วยว่าเคยกล่าวว่าใช้หมดแล้ว และไม่มีข้อตกลงให้เรียกสี่เหมาว่าเป็นค่าจ้างคัด
ตอนออกเสียงว่าเก็บไว้ หล่อนต้องหยุดกลืนน้ำลาย
มันยังน่าอายแม้ผู้ฟังไม่ยกเสียงขึ้น
“เรื่องนี้สวีเขียนผิดแทนคุณ หรือคุณเคยบอกไม่ตรงเอง”
“ฉันบอกไม่ตรงเองค่ะ”
คำถามไม่มีที่ให้เอาร่างใหม่มาบัง
การที่สวีต้องการให้หล่อนรับเพิ่มไม่ได้ลบสิ่งที่หล่อนเคยเก็บเงียบไว้ก่อน

เมื่อถามเรื่องวันที่สิบสี่เมษายน ชิวอิงบอกว่าตนจ่ายค่าเข็นรถสองเหมา และสวีเดินไปกับรถจนถึงด้านนอกจุดส่งของตามที่เคยให้คำเพิ่มเติมแล้ว
หล่อนยังไม่ทราบชื่อผู้รับ ไม่เห็นเปิดห่อ และไม่รู้ว่าข้างในเป็นเอกสารฉบับใดทั้งหมด การที่สมุดสีน้ำเงินมีรายการรับวันที่สิบสองไม่ทำให้ห่อวันที่สิบสี่กลายเป็นสมุดเล่มเดียวกันด้วยคำตอบของหล่อน
ผู้บันทึกถามว่าเหตุใดครั้งก่อนจึงไม่บอกว่าสวีไปด้วยตั้งแต่เริ่ม
ชิวอิงขยับมือจากขอบเก้าอี้ วางบนเข่า
“ฉันกลัวเขาถูกถาม และกลัวว่าเมื่อเขาถูกถาม เขาจะบอกเรื่องที่ฉันเก็บเงินไว้ ฉันจึงเลือกไม่พูดส่วนที่ตัวเองเห็น”
“มีคนสั่งให้ปิดบังประโยคนี้หรือคุณเลือกเอง”
“ส่วนที่ฉันเลือกเงียบ ฉันต้องรับค่ะ ฉันไม่ควรเติมคำว่าถูกสั่งถ้าไม่มีคำที่ยืนยันได้”
หลัวถิงไม่ได้กล่าวชมว่าหล่อนกล้าหาญแล้วจึงเพียงพอ
นางขอให้ระบุคำที่จำได้กับการตัดสินใจของตนแยกกัน หากมีการติดต่อภายหลังซึ่งเกี่ยวข้อง ให้บันทึกใหม่ตามวัน ไม่กลับไปเพิ่มคำลงในสมุดเก่าให้ดูเหมือนเขียนมาแต่แรก
ชิวอิงฟังแล้วถามเรื่องที่ค้างอยู่ในใจ
“ถ้าฉันตอบแบบนี้ คนจะถือว่าฉันช่วยสวีทำทุกอย่างหรือไม่”
หลัวถิงเว้นช่วงก่อนตอบ
“การพิจารณาความรับผิดต้องดูสิ่งที่ทำ สิ่งที่รู้ และหลักฐานที่เกี่ยวข้อง คำของคุณจะถูกตรวจร่วมกับแหล่งอื่น เราไม่ให้คุณรับรองเรื่องที่ไม่เห็น และไม่ให้คำสัญญาว่าส่วนที่ทำจะไม่มีผลเพราะวันนี้คุณมาบอก”
ชิวอิงก้มหน้าเล็กน้อย
คำตอบนั้นไม่ได้ทำให้คืนต่อไปนอนง่ายทันที แต่หล่อนรู้ว่าต้องกลับบ้านไปพร้อมอะไร
ไม่มีใบยกโทษทั้งหมดซ่อนอยู่หลังคำว่าเป็นพยาน ไม่มีสิทธิ์เดินไปบังคับแม่ของเยว่ชิงให้เปิดประตู และไม่มีเหตุผลจะยื่นความกลัวของตนให้เยว่ชิงรับแทนอีก
ก่อนจบ ผู้บันทึกอ่านคำกลับให้ฟัง
ตอนหนึ่งรวมถ้อยคำว่าได้ฟังจากสวีไว้ติดกับวันที่สิบหกจนอาจอ่านว่าหล่อนได้ฟังในวันนั้น ชิวอิงขอแก้ให้แยกวันที่ของรายการกับช่วงที่ได้รับคำบอกภายหลังการเสียชีวิต
อีกตอนสรุปว่าไม่ทราบเรื่องการส่งของ หล่อนขอเติมให้แคบลง เพราะวันที่สิบสี่เมษายนมีส่วนที่หล่อนจ่ายค่าเข็นและไปถึงจริง สิ่งที่ไม่ทราบคือผู้รับกับเนื้อหาในห่อทั้งหมด
“ถ้าใช้คำว่าไม่ทราบทุกอย่าง ฉันจะเหมือนถอยหนีส่วนที่ตัวเองไปค่ะ”
ผู้บันทึกแก้ร่างของวันนี้ให้ตรงคำ ไม่เอาดินสอไปแก้ต้นฉบับสมุดเดิม
ชิวอิงอ่านส่วนที่ลงใหม่ทั้งแผ่น เมื่อคำที่ตนรับรองแยกชัดแล้วจึงลงชื่อในช่องของตน ผู้รับลงส่วนที่รับและบันทึกตามหน้าที่ ไม่ลงชื่อแทนสวี ไม่ลงชื่อแทนเยว่ชิง และไม่ได้เอาชื่อแม่ของเยว่ชิงมาปิดท้ายว่าเห็นชอบ
หล่อนรับสำเนากับข้อมูลที่ใช้ติดตามเรื่อง เก็บใบนัดเก่าไว้คนละช่อง ไม่ทิ้งเพราะการพูดวันนี้เสร็จแล้ว
นอกห้องมีคนรอรายถัดไป
ชิวอิงขยับออกจากประตูให้เขาเดินเข้า ไม่ยืนเล่าให้คนในทางเดินฟังว่าตนเป็นฝ่ายดีแล้ว ผู้รับยังต้องถามสวีเรื่องของเขา และตรวจเอกสารจากแหล่งอื่น คำของหล่อนไม่อาจทำหน้าที่แทนคนทั้งแถว
ระหว่างกลับ หล่อนซื้อข้าวร้อนหนึ่งห่อด้วยเงินค่าจ้างของตน
แม่ของเยว่ชิงไม่ได้อยู่ตรงนั้น เยว่ชิงก็ไม่ได้โทรมาถามทันทีว่าตอบอะไร หล่อนไม่มีคนคอยบอกว่าความหนักที่ยังรู้สึกแปลว่าทำผิดทาง
ชิวอิงนั่งกินบนม้านั่งสาธารณะจนหมดห่อ แล้วเดินกลับบ้านตามเส้นที่พื้นแห้งกว่า
คืนนั้นหล่อนเขียนข่าวถึงเยว่ชิงเพียงส่วนที่เป็นการกระทำของตน ยื่นร่างที่ได้รับ ให้คำเพิ่มเติม และลงชื่อเฉพาะที่รู้ ไม่ส่งสำเนาเรื่องทั้งหมดออกไปเองโดยไม่ดูขอบเขตการใช้
คำขอโทษไม่ได้ถูกใช้ปิดท้ายเพื่อขอให้ตอบว่าให้อภัยแล้ว
หล่อนเขียนด้วยว่าหากผู้รับต้องการให้เยว่ชิงตรวจส่วนใด ต้องติดต่อไปตามเรื่อง หล่อนไม่ขอให้ญาติลงชื่อรับรองแทนคำที่ตนเพิ่งให้
จดหมายถูกส่งในวันที่สาม พร้อมใบรับฝากที่หล่อนเก็บไว้เอง ไม่ใช่ข่าวซึ่งไปถึงหลานโจวในทันทีที่ปิดซอง
วันนั้นยังมีผ้าที่ต้องส่ง
ชิวอิงตรวจห่อให้แน่นพอดี รอยเย็บอยู่ด้านใน กระดาษของผู้รับตรวจเก็บในกระเป๋าอีกส่วน ไม่เอามาวางปนกับของลูกค้า หล่อนเดินข้ามสะพานเล็กตอนแสงเย็นเริ่มแตะผิวน้ำ

ผู้รับผ้าถามว่าคราวหน้าจะให้ทำชายอีกตัวได้เมื่อไร
ชิวอิงดูเวลาที่ตนว่างจริงก่อนตอบ นางยังอาจถูกนัดไปถามอีก จึงไม่รับกำหนดที่รู้ว่าคงต้องเลื่อน แต่ก็ไม่ใช้ความไม่แน่นอนนั้นบอกว่าไม่ต้องทำงานอะไรจนเรื่องทั้งหมดจบ
งานเสร็จแล้วเป็นงานเสร็จ คำที่ยังต้องตอบก็ยังต้องตอบ
เมื่อกลับถึงบ้าน ชิวอิงเห็นสำเนาร่างของสวีอยู่ในช่องที่แยกไว้เพื่ออ้างอิง ของที่ส่งให้ผู้รับมีข้อมูลรับมอบกำกับ ไม่มีเหตุให้เผาส่วนของตนเพราะกลัวว่ามันจะทำให้จำบ่ายนั้นไม่ลืม
ชื่อของหล่อนอยู่ใต้คำตอบใหม่
มันไม่ได้สวยงามทั้งหมด มีทั้งความกลัว การปิดบัง และเงินที่เคยกล่าวไม่ตรง
แต่มันไม่มีการรับรองว่าหล่อนเห็นสิ่งที่ไม่เห็น ไม่มีประโยคให้ผู้พูดเรื่องค่าใช้จ่ายหลบออกไปเพียงเพราะคนเขียนสมุดเป็นอีกคน
ชิวอิงปิดลิ้นชัก เก็บกุญแจของบ้านตน แล้วดับโคม
คราวนี้หล่อนไม่ต้องรอให้ใครมาจับมือพาเซ็น และไม่ต้องไปจับมือคนอื่นให้เซ็นตามคำของหล่อน
สิ่งที่ต้องรับยังอยู่กับเจ้าของมัน
เช้าวันต่อไป หล่อนจะต้องใช้ชีวิตกับส่วนของตนต่อด้วยมือคู่นี้เอง
นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI
