ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · ตอนที่ 89
ตอนที่ 89 — บ้านที่อยากสร้าง
เทียนอวี้วางหนังสือคำแจ้งลงบนโต๊ะที่ยังไม่มีผ้าคลุม แล้วใช้นิ้วกดมุมซึ่งลมต้นเดือนมิถุนายนพยายามพลิกขึ้น
“เจ้าอยากกลับมาเมื่อไร”
“วันเสาร์ที่เจ็ด ช่วงเช้าเท่าเดิมเจ้าค่ะ แต่ข้าอยากเริ่มเพียงสองครั้งก่อน”
เยว่ชิงไม่ได้ตอบว่าเร็วที่สุด นางนำตารางหน้าที่ประจำมาเทียบแล้วก่อนเดินมาที่ตลาดในวันที่สาม งานที่หน่วยยังเป็นรายได้หลัก ส่วนการรับงานนาฬิกาเป็นเวลาซึ่งนางแบ่งออกมาจากชีวิต ไม่ใช่เวลาที่ได้มาเปล่า ๆ
“สองครั้งก็ต้องใช้ที่จริง ข้าคงเว้นไว้ให้ฟรีเพราะเจ้าหยุดมาหลายสัปดาห์ไม่ได้”
“ข้าเข้าใจ ขอให้คิดตามช่วงที่ข้าใช้ และเขียนช่วงส่งต่อให้แผงผ้าชัดเจน ข้าจะไม่รับของจนเก็บโต๊ะไม่ทัน”
ทั้งคู่เดินไปดูโต๊ะด้านหลัง ทางเดินข้างโต๊ะมีลังของผู้ขายอีกคนวางกินพื้นที่ เทียนอวี้เรียกเจ้าของลังมาเลื่อนเข้าด้านในก่อนตกลงตำแหน่ง ไม่บอกให้นางอาศัยช่องแคบไปก่อนเพียงเพราะอยากกลับมาทำงาน
เยว่ชิงจ่ายค่าที่สำหรับช่วงเช้าของวันที่เจ็ดและวันที่สิบสี่ รับรายการวันกับเวลาไว้ ค่าใช้จ่ายก้อนนั้นออกจากเงินที่นางมีอยู่แล้ว นางไม่ได้เอางานซึ่งยังไม่มีคนฝากมาคิดเป็นรายได้จ่ายค่าที่
“คราวนี้จะรับมากเท่าไร” เทียนอวี้ถาม
“ข้าจะดูของกับงานประจำก่อนรับแต่ละชิ้น ถ้าเวลาเต็มก็ให้เขาเลือกไปที่อื่น ข้าจะไม่เขียนวันคืนให้ดูดีแล้วค่อยขอเลื่อนทีหลัง”
เยว่ชิงยังคิดถึงหญิงเจ้าของนาฬิกาสายดำ เยว่ชิงยังจำสีหน้าของอีกฝ่ายในวันที่ห้าของเดือนเมษายนได้ การอธิบายเหตุจำเป็นไม่ทำให้วันที่พลาดไปย้อนกลับมา นางจึงต้องเปลี่ยนวิธีรับงานของตน ไม่ใช่รอให้คนอื่นเข้าใจมากขึ้นเรื่อย ๆ
คืนวันที่หก ประตูห้องเช่ายังต้องยกมุมขึ้นจึงจะเข้าลิ้น
เยว่ชิงดันมันด้วยหัวเข่าแล้วหยุดฟังเสียงไม้ครูด ที่นางต้องทำซ้ำไม่ใช่เรื่องใหญ่ในวันที่แขนมีแรง แต่เมื่อถืออาหารกับกระเป๋ากลับมาพร้อมกัน มันทำให้มือข้างหนึ่งไม่มีวันว่าง
ซ่งเหมยอันกำลังเก็บถ้วยในลาน นางเงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินเสียง
“ยังฝืดอยู่หรือ”
“ยังเจ้าค่ะ ถ้าช่างมาได้ ขอให้ท่านฝากวันไว้ก่อน ข้าจะจัดเวลาเปิดห้องให้ ไม่อยากให้เข้ามาตอนข้าไม่อยู่”
เจ้าของบ้านรับคำว่าจะไปถามเวลา นางไม่ได้บอกว่าซ่อมเสร็จแล้ว เยว่ชิงเองก็ไม่จดคำรับปากเป็นงานที่ทำสำเร็จ
“บ้านถัดไปอีกสองตรอกมีห้องว่าง เจ้าของให้ข้าช่วยบอกคนที่ถามหา มีพื้นที่มากกว่าห้องนี้ แต่ค่าเช่าก็มากกว่า เจ้าอยากไปดูหรือไม่”
“อาทิตย์นี้ช่วงสาย เขาจะรออยู่เอง ข้าให้เจ้าไปถาม ไม่ใช่รับรองทุกข้อแทนเขา”
นางขอจดทางกับช่วงเวลา ก่อนกลับเข้าห้อง เยว่ชิงวางกุญแจเหล็กดอกเดียวลงบนถาดเล็ก มองพื้นที่ระหว่างเตียงกับโต๊ะ ซึ่งพอเดินผ่านได้ทีละคนเท่านั้น
ความคิดเรื่องบ้านที่เคยพูดกับจิ้งโจวริมแม่น้ำไม่ได้หายไปพร้อมวันหยุด นางอยากให้มันมีพื้นที่จริงพอจะวางของสองคน มีทางเดินที่ไม่ต้องเบี่ยงตัวหลบ และมีประตูซึ่งเปิดได้โดยไม่ต้องอาศัยหัวเข่า
แต่นางก็ไม่อยากใช้ความอยากนั้นข้ามคำถามเรื่องค่าเช่า งาน หรือเงินที่ส่งกลับชิงเหอ
เยว่ชิงฝากข่าวนัดจิ้งโจวไปดูห้องในวันอาทิตย์ที่แปดผ่านจุดที่ตกลงไว้ บอกว่าเป็นเพียงการไปดู ไม่ต้องนำเงินมัดจำมา และหากเวลาของเขาไม่พอ นางจะไปถามข้อมูลไว้ก่อน
เช้าวันเสาร์ ผ้าคลุมโต๊ะของเยว่ชิงกลับไปอยู่ที่ตลาด

นางขึงมุมผ้าให้ไม่หลุดเข้าใต้ถาดชิ้นส่วน วางเครื่องมือที่เป็นของตน ตรวจปลายไขควง แล้วเปิดสมุดหน้าใหม่ ด้านหนึ่งเขียนช่วงที่ตกลงใช้โต๊ะ อีกด้านเว้นสำหรับสภาพของกับงานที่เจ้าของยอมรับจริง
มีชายผู้หนึ่งนำเรือนเล็กซึ่งลูกบิดตั้งเวลาหมุนฝืดมาถาม เขาอยากได้กลับก่อนออกเดินทางบ่ายวันเดียวกัน
เยว่ชิงตรวจภายนอกตามที่ขอ เห็นรอยบิดที่ก้าน แต่ไม่รับปากว่าแก้ได้จากการมองเพียงเท่านั้น
“ถ้าจะให้ข้าเปิดตรวจภายใน ข้าต้องมีเวลาทำกับตรวจซ้ำ วันนี้ข้าให้คำตอบว่าคืนทันก่อนท่านเดินทางไม่ได้”
ชายคนนั้นขมวดคิ้ว
“แล้วข้ามาที่นี่เสียเที่ยวหรือ”
“ท่านได้รู้ก่อนฝากไว้ว่าข้าทำตามเวลาที่ท่านต้องการไม่ได้เจ้าค่ะ ถ้าท่านจะถามร้านอื่น ข้าจะคืนให้เดี๋ยวนี้”
เขารับเรือนกลับไป สีหน้าไม่ได้ดีขึ้น แต่เขายังมีเวลาของตนเหลือให้เลือก เยว่ชิงปล่อยให้เขาเดินไปโดยไม่เรียกตามด้วยคำสัญญาที่นางทำไม่ได้
ต่อมาหญิงวัยกลางคนถามเรื่องนาฬิกาข้อมือซึ่งเดินบ้างหยุดบ้าง นางไม่รีบ แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะซ่อมหรือซื้อใหม่ เยว่ชิงจึงตกลงเฉพาะการเปิดตรวจและแจ้งสภาพกับค่าใช้จ่ายก่อนทำขั้นต่อไป นัดวันแจ้งผลตามเวลาที่นางจัดได้ เขียนวิธีติดต่อกับทางคืนของไว้ให้เลือก อ่านทวนแล้วจึงรับของ
เมื่อถึงเวลาส่งต่อโต๊ะ เยว่ชิงเก็บเครื่องมือ ตรวจรายการของที่รับไว้ และนำของตามรายการกลับไปด้วย ไม่มีของถูกทิ้งค้างไว้ใต้แผงผ้าเพราะเจ้าของคิดว่าที่นี่จะเปิดตลอดวัน
วันนั้นนางยังไม่ได้เงินพอชดเชยค่าที่สองครั้งซึ่งจ่ายไปแล้ว นางจดตามนั้น
จิ้งโจวตอบนัดว่าช่วงสายวันอาทิตย์ว่าง และมีเวลาถึงบ่าย เมื่อถึงวันที่แปด เขามาถึงปากตรอกก่อนเวลานัดเล็กน้อย ถือเชือกเส้นสั้นกับดินสอ
“ข้าเอามาเทียบระยะคร่าว ๆ” เขาบอกเมื่อเห็นนางมอง “ไม่ได้จะรับรองสภาพบ้าน ถ้าพบเรื่องโครงหรือสายไฟ เราต้องถามเจ้าของให้ชัด หรือให้ผู้ที่ตรวจเรื่องนั้นได้ดู”
เจ้าของห้องพาพวกเขาผ่านลานไปถึงประตู เปิดให้ดูด้วยกุญแจของตน ห้องนั้นสว่างกว่าห้องของเยว่ชิง มีหน้าต่างสองด้าน กับช่องเล็กถัดออกไปซึ่งพอใช้เก็บของได้
นางยืนอยู่ตรงหน้าต่างนานกว่าที่คิด แสงตกลงบนพื้นเป็นสี่เหลี่ยม ไม่มีคนต้องหลบข้างโต๊ะเพื่อไปถึงเตียง
“หากวางโต๊ะตรงนี้” เยว่ชิงพูด “ตอนตรวจของก็เห็นรอยเล็กได้ง่ายขึ้น”
จิ้งโจวไม่ได้ตอบทันทีว่าเหมาะ เขาขอเจ้าของห้องก่อนใช้เชือกเทียบระยะ แล้วขยับไปยืนตรงตำแหน่งที่นางชี้
“ถ้าโต๊ะยาวเท่าของเจ้าตอนนี้ พอวางได้ แต่เตียงของคนสองคนกับหีบเสื้อผ้าจะเหลือทางนี้”
เขาวางเชือกลงบนพื้น เยว่ชิงเดินข้ามปลายเชือกไปถึงประตู ลองระยะเปิดบานโดยไม่ย้ายของจริงในห้อง
ช่องเก็บของที่ดูเหมือนพื้นที่เพิ่มมีผนังชื้นด้านหนึ่ง นางก้มดูรอยเหนือพื้น ไม่สรุปว่าเป็นเพียงน้ำหกเมื่อเจ้าของพูดเช่นนั้น แต่ถามว่าครั้งก่อนเกิดเมื่อไร แก้ตรงไหนแล้ว และถ้าชื้นอีกใครจัดการ
เจ้าของตอบเรื่องวันไม่ได้ชัด บอกว่าคนเช่าควรระวังของตนเอง
“ถ้าเช่นนั้นข้าคงไม่นับช่องนี้เป็นที่เก็บงานที่ลูกค้าฝากมา” นางบอก

ค่าเช่ามากกว่าที่นางจ่ายอยู่ เจ้าของต้องการเงินล่วงหน้ากับเงินประกัน และอยากได้คำตอบในวันนั้น หากตัดสินใจช้าก็อาจให้คนอื่น
เยว่ชิงถามเรื่องพื้นที่ทำอาหาร น้ำใช้ เวลากลับเข้าลาน และการรับผู้มาเยี่ยม เรื่องเหล่านี้ไม่ปรากฏในแสงแดดที่หน้าต่าง แต่จะอยู่ในชีวิตทุกวันหลังย้ายเข้า
จิ้งโจวถามว่าหากงานของเขาเปลี่ยนกะ การกลับช้าจะผ่านประตูอย่างไร เจ้าของไม่อยากให้คนเปิดปิดดึก ทั้งยังไม่ให้ทำงานซ่อมของในห้อง แม้เป็นของชิ้นเล็ก เพราะกลัวคนเข้าออก
“ข้าไม่ได้จะเปิดรับคนที่นี่โดยไม่ตกลง” เยว่ชิงอธิบาย “แต่มีงานตรวจที่ต้องนำกลับมาทำในเวลาว่าง หากห้ามทั้งหมด ข้าต้องรู้ก่อนเลือก”
เจ้าของยืนยันเงื่อนไขเดิม
ตอนเดินออกจากห้อง เยว่ชิงมองหน้าต่างอีกครั้ง นางชอบแสงนั้นจริง แต่แสงสวยไม่ได้คืนเวลาเดินทางหรือทำให้ของลูกค้ามีที่วางเพิ่มขึ้น
“ข้ายังไม่รับห้องนี้เจ้าค่ะ” นางกล่าวกับเจ้าของ “ขอบคุณที่ให้ดู ข้าไม่ขอให้ท่านเก็บรอ หากมีคนที่เหมาะกับเงื่อนไขกว่าก็ให้เขาได้”
เมื่อผ่านประตูออกมา จิ้งโจวเก็บเชือกไว้ในกระเป๋าของตน
“เสียดายหรือ”
“เสียดายหน้าต่าง แต่ข้าไม่อยากจ่ายค่าเช่าสำหรับพื้นที่ที่ข้าต้องแกล้งทำว่าใช้ได้”
เขายิ้มบาง ๆ
ทั้งคู่กลับมาที่บ้านเช่าของนางในช่วงกลางวัน เยว่ชิงแจ้งซ่งเหมยอันว่าไปดูแล้วและยังไม่รับห้อง พร้อมขอใช้พื้นที่ทำอาหารในลานตามปกติ จิ้งโจวมาเยี่ยมโดยนางเชิญ เขาไม่ได้รับกุญแจห้องหรือย้ายของมาอยู่
เขาถามว่าจะช่วยอะไร นางส่งกะละมังกับข้าวสารให้
“ล้างข้าวก่อน น้ำอยู่โอ่งนั้น ใช้กระบวยสะอาดอีกอัน”
จิ้งโจวพับแขนเสื้อ รับกะละมังไป เยว่ชิงจัดผักข้างเตาที่ใช้ร่วมกัน เสียงคนในลานเดินเข้าออกดังเป็นพัก ๆ ไม่มีใครถูกกันออกเพียงเพราะทั้งคู่ต้องการคุยเรื่องอนาคต
“ข้ารับผิดชอบค่าเช่ามากกว่าได้” เขาพูดขณะเทน้ำครั้งแรกออก “รายได้ประจำของข้าพอแบ่งส่วนหนึ่ง แต่ต้องนับเงินที่ข้าต้องใช้ของข้าไว้ด้วย ข้าไม่อยากรับปากยอดที่ทำให้เดือนถัดไปต้องมาขอยืมเจ้า”
เยว่ชิงหยุดมีดบนเขียง
“ข้าอยากฟังจำนวนที่ทำได้ มากกว่าคำว่ามากกว่า”
เขาพยักหน้า บอกส่วนที่เหลือหลังค่าอยู่ ค่าเดินทาง และภาระของตน นางฟังจนจบก่อนบอกส่วนของนาง เงินส่งแม่ ค่าใช้ชีวิต รายการเครื่องมือ กับค่าที่ตลาดสองวันซึ่งจ่ายจริงแล้วถูกนับแยกกัน รายได้จากงานตลาดที่จะเกิดในสัปดาห์หน้าไม่ได้ถูกยกมาวางไว้ราวกับอยู่ในมือ
“ถ้าอยู่ด้วยกัน ข้าไม่คิดว่าทุกอย่างต้องออกคนละครึ่งเสมอ” เยว่ชิงกล่าว “แต่ข้าต้องรู้ว่าคนที่ออกมากกว่าจะเอามาใช้ตัดสินเรื่องอื่นแทนหรือไม่”
จิ้งโจวเงยหน้าจากข้าวในกะละมัง
“เช่นอะไร”
“เช่นข้าจะส่งเงินกลับแม่เท่าไร จะทำงานต่อหรือไม่ หรือถ้าวันหนึ่งเราเถียงกัน ข้าจะยังมีสิทธิพูดว่าไม่เห็นด้วยหรือเปล่า”
เขามองนางอย่างตั้งใจ คราวนี้ไม่มีคำตอบเร็ว ๆ เพื่อทำให้บรรยากาศกลับไปสบายทันที
“ข้าอาจคิดว่าเรื่องบางอย่างควรทำอีกแบบ และอาจพูดไม่ดีตอนเหนื่อย” เขาตอบ “แต่ค่าเช่าที่ข้าออกไม่ทำให้ข้ามีสิทธิตัดงานหรือเงินดูแลแม่ของเจ้า ถ้าเราตกลงเรื่องส่วนกลางแล้วต้องเปลี่ยน ก็ต้องคุยใหม่ทั้งสองคน”
“ข้าก็เช่นกัน ถ้าข้าได้งานตลาดมากขึ้น ข้าจะไม่ถือว่าความเหนื่อยของข้ามีค่ากว่าของเจ้า”
เขาเทน้ำข้าวครั้งสุดท้ายแล้วส่งกะละมังคืน
“แล้วถ้าเจ้าเหนื่อยจนไม่อยากพูด”
“ข้าจะบอกว่าขอพัก ไม่หายไปแล้วให้เจ้าคิดเองว่าโกรธเรื่องอะไร ส่วนเจ้าก็ต้องบอกได้”

เมื่ออาหารสุก พวกเขานั่งที่โต๊ะเล็กในลาน เยว่ชิงนำกระดาษใหม่ออกมา เขียนค่าใช้จ่ายส่วนกลางที่อาจมี แต่ไม่ได้เขียนชื่อเจ้าของห้องที่เพิ่งปฏิเสธไว้เป็นปลายทาง
“ข้าอยากใกล้แม่” นางยอมรับ “บางวันก็รู้สึกผิดที่อยู่ห่าง แต่ถ้าย้ายโดยไม่มีงานที่เลี้ยงตัวได้ เงินดูแลแม่ก็จะกลายเป็นสิ่งที่ต้องขอจากคนอื่นอีก”
“ถ้าวันหนึ่งแม่มาเยี่ยม เราต้องถามว่าแม่สะดวกอย่างไร ไม่ใช่จัดที่นอนแล้วบอกให้มา”
นางเขียนอีกบรรทัดว่า ที่พักต้องไม่มีทางซึ่งบังคับให้คนถือของก้าวลำบาก ไม่ใช้คำว่าแม่จะย้ายมาช่วยงานบ้าน ทั้งแม่และนางต่างมีสิทธิอยากพัก
“งานบ้านล่ะ” นางถาม
จิ้งโจวชี้กะละมังที่คว่ำไว้
“ข้าล้างข้าวได้แล้วอย่างหนึ่ง”
“อย่างหนึ่งของวันนี้ ถ้าวันพรุ่งนี้ข้าเหนื่อย เจ้าจะยังคิดว่าเป็นงานของข้าหรือไม่”
เขาหัวเราะเบา ๆ ก่อนตอบจริงจัง
“เราต้องดูตาราง ถ้าข้ากลับก่อน ข้าทำอาหารหรือเตรียมของได้ ถ้าเจ้ากลับก่อนเจ้าทำได้ แต่คนกลับช้าควรมีงานที่ยังรับผิดชอบ ไม่ใช่กินเสร็จแล้วนอนทุกครั้ง”
นางพยักหน้า จดว่าใครว่างก่อนเริ่มงานที่รอไม่ได้ ส่วนงานอื่นแบ่งและเปลี่ยนตามกะได้ โดยถามก่อนโยนไปให้อีกคน ไม่จดตารางสมบูรณ์ตลอดชีวิตจากวันหยุดเพียงวันเดียว
“ที่เก็บเอกสารของเจ้าล่ะ”
นางนิ่งไปเล็กน้อย แล้ววางดินสอลง
“เอกสารเรื่องพ่อ กับเรื่องงานตลาดจะต้องมีที่เก็บปิดได้ คนที่มาหาเราไม่ได้มีสิทธิอ่านเพราะอยู่ในบ้านเดียวกัน และเจ้าก็ต้องมีที่ของเจ้า”
จิ้งโจวไม่ได้ถามว่าความรักควรไม่มีสิ่งปิดไว้ระหว่างกัน เขาบอกว่าเข้าใจ แล้วเลื่อนชามเปล่าออกจากขอบกระดาษ
“ถ้าข้าอยากให้เจ้าดูของข้า ข้าจะเอามาให้ดูเอง”
หลังเก็บชาม พวกเขาเทียบยอดที่ใช้ได้จริงกับค่าเช่าและเงินเริ่มต้นของห้องที่ไปดู
เมื่อรวมค่าเคลื่อนย้ายของกับเงินเผื่อหลังย้าย ยอดนั้นจะเหลือช่องว่างน้อยเกินไป หากต้องมีค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดไว้ นางจะเริ่มกังวลกับการส่งเงินกลับแม่ ส่วนเขาจะไม่มีระยะให้จัดภาระของตนตามที่บอกไว้
จิ้งโจวขีดเส้นใต้ยอดรวมเพียงเส้นเดียว
“ถ้ารีบย้ายเดือนนี้ ข้าต้องทำงานเพิ่มเพื่อให้ตัวเลขนี้ดูพอ”
“แล้วเราจะได้อยู่บ้านเดียวกันโดยต่างคนไม่มีเวลาอยู่บ้าน”
เขามองนาง ก่อนทั้งคู่หัวเราะกับความจริงซึ่งไม่ค่อยโรแมนติกนั้น
พวกเขาตกลงว่าจะยังไม่ย้ายในเดือนมิถุนายน ไม่ยืมเงินเพื่อมัดจำห้องที่เงื่อนไขไม่เหมาะ และไม่ใช้เงินดูแลแม่หรือเงินสำหรับงานซึ่งรับไว้มาเป็นเงินเริ่มบ้าน
เยว่ชิงกำหนดจำนวนเล็ก ๆ ที่นางกันได้จริงจากรายได้ประจำไว้ในบัญชีของตน จิ้งโจวทำเช่นเดียวกันในสมุดของเขา ยังไม่รวมเงินเป็นก้อนให้คนหนึ่งถือแทนอีกคน หากวันใดเลือกห้องได้แล้วค่อยตกลงยอดจ่ายกับสิทธิในของที่ซื้อร่วมกันตามรายการ
ปลายเดือนจะพบกันตามเวลาที่ต่างคนยืนยันได้ นำค่าใช้จ่ายจริงมาเทียบอีกครั้ง ระหว่างนี้หากพบห้องว่าง จะเก็บเงื่อนไขมาคุย ไม่ให้คนหนึ่งรับห้องหรือจ่ายมัดจำโดยคิดว่าคงถูกใจอีกคนแน่นอน
“ฟังเหมือนเรากำลังขยับช้ามาก” เยว่ชิงกล่าว
“วันนี้เรารู้แล้วว่าห้องหนึ่งใช้ไม่ได้ รู้ว่าเงินส่วนไหนแตะไม่ได้ และรู้ว่าเจ้าจะไม่เลิกงานเพราะข้าช่วยค่าเช่า” จิ้งโจวตอบ “ข้าคิดว่าเราไม่ได้ยืนที่เดิม”
นางก้มมองกระดาษ การปฏิเสธห้องไม่ได้ทำให้สิ่งที่ต้องการเหลือเพียงความฝัน บ้านในกระดาษเริ่มมีขอบเขต มีเวลา มีงาน และมีเสียงของคนสองคนอยู่ในนั้นแล้ว
ก่อนกลับ จิ้งโจวช่วยนำชามไปล้างตามที่ตกลงไว้ เยว่ชิงเก็บอาหารส่วนที่เหลือ เขาออกจากลานก่อนเวลาที่บอก ไม่ต้องรีบวิ่งกลับหน่วยเพราะเกรงใจจนไม่กล้าจบวันพบกัน
กุญแจห้องยังอยู่กับนางเพียงดอกเดียว
เยว่ชิงยกมุมประตูปิดอีกครั้ง วางกระดาษเรื่องบ้านในช่องส่วนตัวต่างจากแฟ้มงาน แล้วเปิดห่อสำเนาเรื่องพ่อบนโต๊ะ
นางดึงกระดาษเปล่าออกอีกแผ่น คราวนี้ไม่เขียนงบค่าเช่า แต่เขียนวันของเอกสารตามลำดับ
ยี่สิบเจ็ดธันวาคม เจ็ดสิบเจ็ด — การส่งงานเลขสามพันหนึ่งร้อยเจ็ดสิบหก
หกกุมภาพันธ์ เจ็ดสิบแปด — รายงานรวบรวมซึ่งกล่าวเกินขอบเขตที่การส่งงานยืนยันได้
เก้ากรกฎาคม เจ็ดสิบเก้า — คำขอทบทวนของนาง
ต้นฉบับอยู่กับใคร สำเนามาจากไหน และข้อใดยังไม่มีคำตอบ นางเว้นที่ให้เขียนแยกกัน
คนที่จะอ่านเรื่องนี้ต่อไม่ควรต้องเชื่อเพียงเพราะนางเป็นลูกสาวของผู้ตาย และไม่ควรต้องเดินตามความทรงจำในหัวนางเพื่อเห็นว่าตรงไหนเป็นเหตุให้ถาม
คืนนี้นางยังอยู่ในห้องเดิม ประตูยังฝืด โต๊ะยังเล็ก แต่หนทางไปสู่บ้านที่ต้องการไม่ได้เริ่มด้วยการหนีทุกอย่างออกจากที่นี่
มันเริ่มจากการรู้ว่าอะไรต้องพาไปด้วย และอะไรไม่ควรถูกบังคับให้แบกแทนกัน
นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI
