ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · ตอนที่ 83
ตอนที่ 83 — คำชวนที่มีราคาซ่อน
จดหมายของเฉียวหงกล่าวถึงค่าจ้างก่อนกล่าวถึงงาน
เยว่ชิงอ่านมันในคืนวันที่ห้ากุมภาพันธ์ หลังแยกซองซึ่งแม่ส่งต่อออกจากจดหมายของแม่เองแล้ว
ค่าจ้างรายเดือนที่เสนอเกือบสองเท่าของเงินจากงานประจำที่นางทำอยู่ มีข้อความเรื่องการช่วยจัดที่พักใกล้สถานที่ทำงานในชิงเหอ และกล่าวว่างานละเอียดของนางควรอยู่ในที่ซึ่งมีเครื่องมือพร้อมกว่าโต๊ะตลาด
นางอ่านตัวเลขอีกครั้ง
เงินจำนวนนี้ทำให้ส่งค่าช่วยแม่ได้โดยไม่ต้องคำนวณตัดส่วนของตนจนเหลือน้อย การอยู่ชิงเหอหมายความว่าเมื่อแม่เหนื่อย นางไม่ต้องเริ่มจากซื้อตั๋วรถไฟกับขอลา การมีโต๊ะและที่เก็บของจริงยังทำให้ไม่ต้องหอบงานลูกค้ากลับห้องเช่าทุกครั้งหลังเที่ยง
เยว่ชิงไม่ได้ยิ้มดูแคลนข้อเสนอ
มันมีสิ่งที่นางต้องการอยู่จริง
แต่รายละเอียดงานมีเพียงว่าตรวจสภาพเครื่องมือและรับงานซ่อมละเอียดตามรายการที่มอบหมาย ไม่มีขอบเขตสิ่งที่ต้องลงชื่อ ไม่มีเวลาทดลองงาน และยังไม่ระบุชัดว่าใครเป็นผู้จ่ายค่าจ้างกับใครเป็นผู้รับผลงาน
ท้ายจดหมายมีประโยคว่าการเริ่มงานควรทำพร้อมกับการยุติเรื่องค้างเดิม เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายทำงานโดยไม่มีข้อขัดแย้งหลงเหลือ
เยว่ชิงวางจดหมายลงข้างซอง
คำว่าเรื่องค้างเดิมกว้างพอจะหมายถึงหลายอย่าง กว้างพอให้คนอ่านเลือกความหมายที่ตนอยากเชื่อได้ด้วย

เช้าวันถัดมา นางส่งคำถามถึงสำนักงานฝ่ายจัดซื้อตามที่อยู่ซึ่งเคยตรวจจากหนังสือทางการก่อนหน้านี้ ไม่อาศัยเพียงที่อยู่บนซองใหม่
นางขอให้ยืนยันว่าจดหมายออกจากเฉียวหงจริงหรือไม่ ขอรายละเอียดหน้าที่ ผู้จ่ายค่าจ้าง ขอบเขตการลงชื่อ และความหมายของเรื่องค้างเดิม
ระหว่างรอ นางยังไปทำงานตามเวลา ไม่แจ้งลาออก ไม่ยกเลิกที่พัก และไม่ตอบแม่ว่าจะกลับไปอยู่บ้านแล้ว
คำตอบมาถึงวันที่ยี่สิบกุมภาพันธ์
สำนักงานยืนยันผู้ส่งกับหนังสือฉบับนั้น เฉียวหงยังรับผิดชอบงานฝ่ายจัดซื้อ และต้องมาประสานงานในหลานโจวต้นเดือนมีนาคม หากนางประสงค์ฟังรายละเอียด สามารถพบที่ห้องรับเรื่องของสำนักงานประสานงานตามวันและเวลาซึ่งระบุไว้
เอกสารตอบยังไม่ได้แก้ขอบเขตเรื่องค้างเดิมให้ชัด
เยว่ชิงตรวจว่าผู้ใดรับนัดและสถานที่อยู่ตรงไหน แล้วตกลงพบวันที่สี่มีนาคม นางขอช่วงเวลาครึ่งวันจากผู้รับผิดชอบงานของตนตามขั้นตอน เมื่อได้รับอนุญาตจึงยืนยันนัด
นางนำเพียงรายการทักษะที่ทำได้ สมุดจดคำถาม และจดหมายข้อเสนอไป ไม่หอบต้นฉบับของครอบครัวหรือข้อมูลส่วนตัวของผู้ให้เบาะแสไปแลกกับการได้งาน
ห้องรับเรื่องมีโต๊ะสองตัว เจ้าหน้าที่บอกที่นั่งแล้วออกไปทำงานด้านนอก ประตูไม่ได้ถูกล็อก เยว่ชิงวางกล่องเครื่องมือชิดขาเก้าอี้ให้พ้นทางเดิน
นี่เป็นครั้งแรกที่นางพบเฉียวหงด้วยตนเอง
เขาอายุห้าสิบเจ็ด ใบหน้ารูปไข่มีแก้มช่วงบนค่อนข้างเต็ม ดวงตาเรียว รอยหน้าผากชัด ผมดำปนเทาแสกข้างเรียบ เสื้อฝ้ายสีน้ำตาลเข้มทับเสื้อสีเทาอ่อน ไม่มีแว่น
เขาไม่ได้ดูเหมือนคนซึ่งนางวาดไว้ในความคิดทุกครั้งที่อ่านชื่อบนทางเดินเอกสาร
เพียงดูเหมือนชายที่คุ้นกับการรอให้คนอื่นอ่านข้อเสนอจนอยากตอบรับเอง
“เจ้าได้ดูค่าจ้างแล้ว” เขาพูด
“ดูแล้ว ข้าอยากทราบงานที่ต้องส่งกับสิ่งที่ต้องรับรอง”
เฉียวหงเลื่อนร่างเงื่อนไขบนโต๊ะ
งานอยู่ในชิงเหอ มีรายการตรวจสภาพและซ่อมเครื่องมือขนาดเล็กซึ่งต้องใช้ความละเอียด เขาพูดถึงความขาดแคลนคนที่อ่านรายการงานได้และทำชิ้นเล็กได้พร้อมกัน เรื่องนี้ไม่ใช่งานที่เยว่ชิงทำไม่ได้ทั้งหมด
นางถามชนิดเครื่องมือซึ่งต้องรับ รายการทดสอบที่ใช้ และผู้ตัดสินว่างานผ่าน
เขาตอบได้บางส่วน บางส่วนบอกว่าผู้มอบหมายจะกำหนดเมื่อเริ่มงาน
“ถ้ารายการเกินสิ่งที่ข้าตรวจได้ ข้าต้องเขียนว่าไม่รับรองส่วนนั้นได้” นางกล่าว
“แน่นอน ไม่มีใครอยากให้ช่างลงชื่อในสิ่งที่ไม่รู้”
เยว่ชิงเก็บประโยคนี้ไว้ในสมุด พร้อมระบุว่าคือคำตอบในการพบวันนี้ ยังไม่ใช่ข้อความที่ถูกใส่ครบลงในร่าง
“แล้วการยุติเรื่องค้างเดิมหมายถึงอะไร”
เฉียวหงเอนหลัง
“เจ้าตามกระดาษจากหลายที่มานานแล้ว ถ้าเข้ามาทำงานกับคนซึ่งเกี่ยวกับกระดาษเหล่านั้น จะต้องวางเรื่องเดิมเสียก่อน”
“ให้ข้าหยุดงานซ่อมที่ยังค้างลูกค้าหรือ”
“เจ้าย่อมรู้ว่าข้าไม่ได้หมายถึงนาฬิกาบนโต๊ะตลาด”
เยว่ชิงรอให้เขาพูดต่อ
“คำขอทบทวนรายงานเกี่ยวกับร้านพ่อเจ้า และคำขอค้นรายการอะไหล่เก่า เจ้าทำหนังสือว่าไม่ติดใจดำเนินเรื่องต่อได้ จากนั้นเราจะเริ่มนับงานของเจ้าตามค่าจ้างใหม่”
ห้องเงียบลงชั่วครู่
นางมองประโยคกว้างที่ท้ายร่าง แล้วเขียนคำอธิบายซึ่งเขาเพิ่งให้ไว้ในสมุดของตน

“ถ้าข้ารับงานตามความสามารถ แต่ยังติดตามคำขอเดิม ข้อเสนอนี้ยังอยู่หรือไม่”
เฉียวหงเคาะนิ้วบนโต๊ะเบา ๆ
“ข้าอยากได้คนที่ทำงานด้วยกันได้ ไม่ใช่คนซึ่งพอวางเครื่องมือก็ส่งคำถามกลับมาหาเราอีก”
“คำถามเรื่องเอกสารที่ไม่ครบ ไม่ได้เปลี่ยนตามคนถือเครื่องมือ”
“แต่คนมีเวลาจำกัด เจ้าได้งาน มีรายได้ดี ได้กลับไปอยู่ใกล้แม่ จะยังเลือกเหนื่อยกับเรื่องซึ่งแก้ชีวิตวันนี้ไม่ได้อีกหรือ”
เยว่ชิงคิดถึงแม่จริง ๆ
คิดถึงตอนนางเพิ่งมาถึงบ้านในเดือนกุมภาพันธ์ปีก่อน เห็นแม่พยายามนั่งขึ้นเพื่อต้อนรับ ทั้งที่ควรได้พัก คิดถึงเงินสำหรับคนช่วยกับวันที่ต้องรอข่าวอยู่คนละเมือง
ถ้าเพียงบอกว่าตนไม่ต้องการเงิน นางจะโกหก
“งานกับค่าจ้างนี้ช่วยข้าได้มาก” นางตอบ “แต่ข้ายังไม่ได้คำตอบว่ารายงานใช้สิ่งใดบอกว่าพ่อรับรองทุกชิ้น ถ้าข้าเขียนว่าไม่ติดใจ คนอ่านหนังสือฉบับนั้นจะรู้หรือไม่ว่าข้ายังไม่รู้คำตอบ”
“เขาจะรู้ว่าเจ้าตัดสินใจเดินต่อ”
“หรือรู้เพียงว่าข้าไม่ถามต่อแล้ว”
เฉียวหงมองนางนานขึ้น
“เจ้าจะไม่ทำให้ผู้ตายกลับมาได้ด้วยกระดาษอีกกอง”
ประโยคนี้ไม่ได้ผิด
นางเพิ่งเรียนรู้มันจากนาฬิกาของเหอซู่เจิน จากแม่ที่ยังต้องกินข้าว จากวันที่จิ้งโจวบอกว่าตนมีเวลาของตนเช่นกัน
แต่ความจริงที่พ่อไม่กลับมาไม่ได้ตอบคำถามว่าคนเป็นควรเขียนถึงงานของเขาผิดขอบเขตได้หรือไม่
“ข้าทราบว่าพ่อไม่กลับมา” นางพูด “ข้ากำลังถามว่าสิ่งที่คนอื่นใช้กล่าวถึงเขามาจากเอกสารใด ไม่ได้ขอให้ใครคืนชีวิตเขา”
เฉียวหงลดเสียง
“บางครั้งเจ้าก็ต้องยอมรับว่าคนทำรายงานมีเหตุผลของเขา”
“ข้าจึงขอดูเหตุผลนั้น ไม่ได้บอกว่าทุกคนไม่มีเหตุผล”
เขาหยิบร่างกลับไปเล็กน้อย แล้วถามว่านางอยากให้เขาปรับสิ่งใดจึงจะพอ
เยว่ชิงบอกว่ารับพิจารณาข้อเสนอเรื่องงานได้หากระบุหน้าที่ ผู้จ่าย การตรวจผลงาน และขอบเขตความรับผิดตามจริง ส่วนคำขอเอกสารเดิมต้องอยู่ตามกระบวนการของมัน ไม่เป็นเงื่อนไขรับค่าจ้าง
เฉียวหงไม่ได้ตกลงตัดเงื่อนไขออก
เขาบอกว่าเสนอได้ตามที่กล่าว หากนางเปลี่ยนใจยังติดต่อมาได้ แต่ไม่รับปากจะเก็บตำแหน่งไว้ตลอด
เยว่ชิงขอคู่ฉบับร่างที่ได้อ่าน หากจะส่งเงื่อนไขใหม่ ขอให้ส่งเป็นหนังสือ
นางไม่ได้กล่าวหาต่อหน้าเขาว่านี่คือหลักฐานว่าเขาทำให้พ่อเสียชีวิต การพยายามให้หยุดค้นในวันนี้น่ากังวล และควรบันทึก แต่ไม่ใช่สิ่งเดียวกับหลักฐานว่าใครเปลี่ยนชิ้นส่วนในปี 1977 หรือใครขับรถในคืนที่พ่อบาดเจ็บ
เมื่อการพบจบ นางเก็บร่างที่เขาให้กลับกับจดหมายเดิม ลงเวลาการพบตามที่ตนรู้ และกลับไปรายงานตัวต่อหน่วยในช่วงที่ตกลงไว้
ระหว่างทาง เยว่ชิงหยุดดูร้านอาหารข้างถนน
เงินเดือนเกือบสองเท่ายังอยู่ในความคิด นางไม่ได้กลายเป็นคนที่ปฏิเสธแล้วไม่เสียดายสิ่งใดเลย
นางซื้ออาหารมื้อธรรมดา กินจนจบ แล้วจึงไปทำสิ่งที่ต้องทำต่อ
คืนนั้น เยว่ชิงเขียนหนังสือตอบข้อเสนอ ระบุว่าจากคำอธิบายในการพบวันที่สี่มีนาคม การเริ่มงานผูกกับการยุติคำขอเดิม นางจึงไม่รับข้อเสนอในเงื่อนไขนี้ หากมีข้อเสนอเรื่องงานที่แยกจากการติดตามเอกสาร ให้ส่งรายละเอียดมาพิจารณาได้
นางส่งในเช้าวันที่ห้า เก็บคู่ฉบับกับใบส่งไว้
นางยังไม่ได้ค่าจ้างใหม่ ไม่ได้รับเงินล่วงหน้า ไม่ย้ายกลับชิงเหอ และไม่ส่งหนังสือถอนคำขอไปยังผู้เก็บรายงาน
การตัดสินใจนี้มีต้นทุนจริง
งานประจำยังต้องทำ ค่าเช่ายังต้องจ่าย การนั่งรถไปหาแม่ยังต้องใช้เงินกับเวลา โต๊ะตลาดก็ยังต้องขนของออกตามกำหนด
เยว่ชิงเขียนถึงแม่แยกอีกฉบับ เล่าข้อเสนอและเงื่อนไขตามที่เกิดขึ้น ไม่เอาความเสียดายไปบอกว่าแม่ควรช่วยอดทนแทนลูก และไม่ขอให้แม่ลงชื่อเห็นด้วยกับการปฏิเสธเพื่อให้นางรู้สึกถูกต้อง
นางบอกว่าเงินช่วยส่วนที่ตกลงยังกันไว้เหมือนเดิม แล้วถามความต้องการในช่วงต่อไปตามจริง
เช้าวันที่แปดมีนาคม นางกลับมาที่โต๊ะตลาดตามช่วงใช้พื้นที่นอกงานซึ่งตกลงไว้
เถียนอวี้หลานพาผู้ขายนาฬิกาเก่าซึ่งเคยถามเรื่องงานเป็นชุดมาหา คราวนี้เจ้าของมาด้วยตนเอง
เขาชื่อหยวนเต๋อไหล อายุสี่สิบหก ใบหน้ากว้างเหลี่ยม ผมสั้นมีสีเทาที่ขมับ เสื้อบุสีเขียวมะกอกกับเสื้อด้านในสีเหลืองหม่น เขาวางห่อผ้าบนโต๊ะ
“ข้ามีสิบเรือน แต่เอามาให้ดูก่อนสองเรือนตามที่เจ้าบอก”
เยว่ชิงเปิดห่อเมื่อเขาอนุญาต
เป็นนาฬิกาปลุกกลไกสีครีมสองเรือน เรือนหนึ่งขอบถลอกด้านขวา อีกเรือนมีรอยบุบบนฝาครอบ ลักษณะต่างกันพอให้จดแยกได้โดยไม่พึ่งคำว่าจากกล่องเดียวกัน
หยวนเต๋อไหลอยากขายต่อหลังซ่อม เขาถามว่างานซ่อมจะมีใบให้แสดงผู้ซื้อหรือไม่
“มีใบว่าข้าทำอะไรในแต่ละเรือน และทดสอบอะไร” นางตอบ “ไม่ใช่ใบว่าของทุกชิ้นที่เจ้ามีผ่านตรวจแล้ว”
“สองเรือนนี้ทำให้เดินได้ก็พอ ส่วนที่เหลือข้าเอามาทีหลัง”
เยว่ชิงตรวจสภาพก่อนเสนอส่วนที่ต้องทำ ถามประวัติที่เขารู้กับสิ่งที่ไม่ทราบ เขาบอกตามตรงว่าได้ของเก่ามาเป็นชุด ไม่ได้เห็นเจ้าของเดิมใช้ทุกเรือน
นางจึงบันทึกที่มาของคำบอกนั้นไว้ตามขอบเขต ไม่เปลี่ยนผู้ขายให้เป็นพยานการเดินของนาฬิกาก่อนตนรับมา

ข้อตกลงเป็นการตรวจและซ่อมส่วนที่ตกลงในนาฬิกาปลุกสองเรือน ไม่เกี่ยวกับอะไหล่เครื่องจักรของโรงงาน ไม่ตรวจความแข็งของโลหะ และไม่รับรองของที่ยังไม่ได้ส่งมา
ราคากับวันนัดระบุหลังนางประเมินงานตามเวลาที่มี คืนของวันที่สิบห้า หากพบงานเพิ่มต้องถามก่อนทำ
เยว่ชิงใช้ใบงานที่มีรายละเอียดสองด้าน ด้านแรกแยกเรือนกับสภาพที่รับ ด้านหลังเขียนขอบเขตงานกับสิ่งที่จะตรวจเมื่อทำเสร็จ ผู้ขายอ่านทั้งสองด้านก่อนตกลงรับคู่ฉบับของตน
“ทำไมต้องเขียนว่าของที่ยังไม่ได้ส่งมาไม่อยู่ในใบนี้” หยวนเต๋อไหลถาม
“เพราะเจ้าบอกว่ามีสิบเรือน แต่ข้ารับมาเพียงสอง ถ้าสัปดาห์หน้าเจ้าวางอีกกล่องบนโต๊ะ เราจะได้ไม่ต้องจำเอาว่าวันนี้ข้ารับอะไรไว้”
เขานับเรือนบนโต๊ะอีกครั้งแล้วพยักหน้า
เยว่ชิงเก็บใบส่วนของช่างครบทั้งสองด้านไว้กับสมุด ไม่ฉีกด้านอธิบายออกเพื่อให้ห่องานบางลง
วันที่สิบห้า นางส่งนาฬิกาปลุกทั้งสองคืนตามนัด หลังทำงานและทดสอบส่วนที่ตกลงด้วยเครื่องมือของตนนอกเวลาหน่วย
ในช่องผล นางระบุงานที่ทำกับผลที่สังเกตได้ของแต่ละเรือน ส่วนที่ไม่ได้ตรวจยังอยู่ตามข้อความเดิม ไม่ขีดทิ้งเพราะเรือนเดินแล้ว
หยวนเต๋อไหลดูของ ตรวจรอยจำ รับใบผลคู่กับใบรับเดิม ชำระค่าซ่อมตามข้อตกลง และนำของสองเรือนกลับไป
อีกแปดเรือนยังไม่ได้อยู่ในความรับผิดของนาง
เยว่ชิงนับเงินหลังเก็บโต๊ะ มันน้อยกว่าค่าจ้างที่เฉียวหงเสนอมาก แต่มีงานจริงอยู่ข้างเงิน มีเจ้าของของที่ตกลงขอบเขต และมีสิ่งที่นางทำให้ดูได้
นางไม่ได้ปฏิเสธการมีรายได้ดี
นางปฏิเสธการให้รายได้เป็นค่าตอบแทนของข้อความซึ่งตนยังตอบไม่ได้
ก่อนปิดสมุด นางเขียนวันคืนของให้ตรงกับวันที่เกิดขึ้น แล้วเก็บใบงานครบชุด
ชื่อของนางอยู่ข้างงานที่ทำจริงอีกครั้ง
ครั้งนี้นางยังไม่รู้ว่าใครจะหยิบกระดาษจากมือผู้ขายไปอ่านต่อ และจะเลือกอ่านด้านใด
แต่คู่ฉบับในมือของนางยังมีทั้งสองด้านอยู่ครบ
นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI
