ปรับการอ่าน

ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · ตอนที่ 80

ตอนที่ 80 — ชื่อพ่อในรายงานผิดพลาด

วันที่สี่มิถุนายน เยว่ชิงเขียนตอบหนังสือจากฝ่ายจัดซื้อชิงเหอ

นางไม่ได้ขอให้ส่งแฟ้มทุกเล่มมาให้ เพียงขอให้ระบุว่าเลขอ้างซึ่งเพิ่งพบพาไปหาเอกสารส่วนใด ใบแนบอนุญาตใช้ของแทนอยู่ในนั้นจริงหรือเป็นเพียงรายงานที่กล่าวถึงของแทน และผู้ใดเก็บต้นฉบับ

คำขอถูกส่งในเช้าวันถัดมา หลังนางจ่ายค่าเช่ารอบใหม่และแยกเงินส่วนของแม่เรียบร้อย

กว่าสองสัปดาห์ต่อมา ซองตอบมาถึงหลานโจว

หนังสือนำลงวันที่สิบเจ็ดมิถุนายน ส่วนวันที่เยว่ชิงรับคือวันที่ยี่สิบเอ็ด นางเขียนสองวันนี้แยกกันบนกระดาษจดก่อนคลายเชือก เพราะเคยเห็นแล้วว่าคำว่าได้รับเมื่อใดกับเหตุเกิดเมื่อใดทำให้คนเถียงกันคนละเรื่องได้อย่างไร

ผู้เก็บอธิบายว่าแฟ้มซึ่งตามเลขอ้างไปถึงเป็นชุดรวบรวมเรื่องตรวจรับ ไม่ใช่แฟ้มใบอนุญาตแก้รายการโดยตรง ในชุดนั้นมีรายงานกล่าวถึงชิ้นส่วนที่ใช้แทน แต่การค้นใบอนุญาตยังไม่จบ

สำเนารับรองที่ส่งมาเป็นหน้าหัวเรื่องกับหน้าซึ่งเกี่ยวกับร้านตระกูลหลิน มีคำแจ้งว่าต้นฉบับอยู่กับส่วนรวบรวมเอกสารตรวจรับในชิงเหอ และตัดรายการของผู้รับงานอื่นซึ่งไม่เกี่ยวกับคำขอออก

เยว่ชิงวางหนังสือนำทางซ้าย แล้วอ่านสำเนาทางขวา

หัวเรื่องคือรายงานรวบรวมข้อบกพร่องในการตรวจรับอะไหล่ ลงวันที่หกกุมภาพันธ์ปี 1978

พ่อเสียชีวิตก่อนหน้านั้นแล้ว

นางหยุดเพียงครู่เดียว ก่อนเลื่อนสายตาลงไป รายงานหลังคนตายไม่ใช่เรื่องผิดในตัวมันเอง งานย่อมยังมีคนรวบรวมต่อ แต่คนที่ถูกกล่าวถึงไม่มีโอกาสนั่งตอบข้อสรุปของผู้รวบรวมอีกแล้ว

เลขอ้างงาน 3176 ปรากฏอยู่ในบรรทัดหนึ่ง

ข้างเลขนั้นมีชื่อพ่อ เขียนเต็มเหมือนในใบฝากค่ารักษาที่แม่เคยให้นางดู

ชื่อซึ่งแม่ออกเสียงเบาลงทุกครั้งเมื่อพูดถึงหน้าร้าน กลับอยู่ตรงนี้ในหมึกที่ไม่มีความลังเล

ข้อความระบุว่าผู้รับซ่อมได้ตรวจและรับรองชิ้นส่วนทั้งหมดในรายการก่อนส่งคืน และเสนอให้ถือผู้รับซ่อมเป็นผู้รับผิดชอบความบกพร่องในส่วนที่ตรวจรับนั้น

เยว่ชิงอ่านอีกครั้ง

คำว่าเสนอไม่ได้เป็นคำสั่งตัดสิน คำว่ารายงานไม่ได้ทำให้ทุกบรรทัดถูกต้อง แต่ข้อความนี้ได้วางพ่อไว้ในฐานะคนที่รับรองทั้งหมดแล้ว

มือนางเย็นจนต้องวางกระดาษลง

เยว่ชิงพบชื่อพ่อในสำเนารายงานเก่า และอ่านขอบเขตข้อกล่าวหาก่อนตัดสินใจตอบ
เยว่ชิงพบชื่อพ่อในสำเนารายงานเก่า และอ่านขอบเขตข้อกล่าวหาก่อนตัดสินใจตอบ

ในชีวิตก่อน นางเคยโกรธเมื่อมีคนบอกว่าพ่อทำงานพลาด แล้วเอาความโกรธนั้นไปเถียงแทนคำตอบ รู้เพียงว่าพ่อระวังงานของตน รู้ว่าเขาไม่ชอบรับปากก่อนดูของ รู้ว่าบางครั้งเขายอมเสียลูกค้าเพื่อไม่ส่งงานซึ่งยังไม่แน่ใจ

ความทรงจำเหล่านั้นไม่มีช่องให้เจ้าหน้าที่ประทับตรา

ครั้งนี้กระดาษที่ทำให้นางโกรธวางอยู่ตรงหน้า มีวันที่ มีหัวเรื่อง มีที่เก็บต้นฉบับ และมีถ้อยคำที่ระบุได้ว่าต้องถามตรงไหน

เยว่ชิงลุกไปตั้งน้ำ

น้ำเดือดก่อนนางหยิบถ้วย หากนั่งอ่านต่อโดยไม่ลุก นางอาจเขียนจดหมายยาวซึ่งเริ่มด้วยคำว่าพ่อข้าไม่ใช่คนเช่นนั้น แล้วจบด้วยการกล่าวหาคนทั้งหมดที่มีชื่ออยู่ในแฟ้ม

นางยังอยากพูดประโยคนั้น

แต่ไม่ต้องส่งทุกประโยคที่อยากพูดไปเป็นคำขอทางการ

เมื่อกลับมาที่โต๊ะ นางหยิบสำเนาทะเบียนจากซวงเหอ ห้องซ่อมสอง ซึ่งได้รับก่อนหน้านี้ออกมา ผู้เก็บรับรองรายการวันที่ยี่สิบเจ็ดธันวาคมปี 1977 ที่ส่งงานอ้าง 3176 ไปยังร้านตระกูลหลิน

ทะเบียนนั้นแสดงการส่งงานไปที่ร้าน

มันไม่ได้แสดงว่าพ่อได้ตรวจทุกชิ้นแล้ว

นางอ่านช่องทีละช่อง ไม่เปลี่ยนคำว่ารับงานเป็นรับรอง และไม่เติมข้อความซึ่งไม่มีในสำเนาเพื่อทำให้ข้อโต้แย้งของตนดูง่ายขึ้น

ใต้กระดาษจด นางเขียนคำถามสามบรรทัด

รายงานอ้างใบตรวจฉบับใด

ผู้ตรวจลงชื่อในฐานะใด และครอบคลุมชิ้นส่วนใด

ข้อความรับรองทั้งหมดมาจากเอกสารต้นทางหรือเป็นข้อสรุปของผู้รวบรวม

เยว่ชิงมองชื่อพ่ออีกครั้ง ครั้งนี้มือไม่เย็นเท่าเดิม

นางไม่ได้พบใบซึ่งล้างความผิดทุกอย่างให้เขา นางพบว่าคนอื่นได้สรุปความรับผิดชอบของเขาไว้อย่างไร และเริ่มเห็นว่าข้อสรุปนั้นก้าวข้ามสิ่งที่กระดาษต้นทางซึ่งนางมีแสดงอยู่

วันที่ยี่สิบสองมิถุนายน นางส่งคำขอให้ผู้เก็บตรวจฐานเอกสารของบรรทัดนี้ ระบุเลขอ้างและหน้าที่ได้รับอย่างชัดเจน

ส่วนเรื่องใบอนุญาตใช้เหล็กแทนตามงาน 77–26 นางเขียนแยกอีกย่อหน้า ว่ายังรอผลค้น ไม่เอาเลขสองชุดมารวมเป็นชิ้นเดียวเพราะปรากฏอยู่ในแฟ้มรวบรวมเดียวกัน

คืนวันที่ยี่สิบหก นางพบจิ้งโจวตามเวลาที่นัดไว้

เยว่ชิงบอกก่อนว่าอยากขอให้เขาช่วยอ่านคำในรายงานครู่หนึ่ง ถ้าเขาไม่มีเวลา นางจะเก็บไว้วันอื่น

เขามีเวลาเพียงช่วงก่อนกลับไปอ่านงานของตน นางจึงนำออกมาเฉพาะสำเนารายงานกับทะเบียนส่งงาน สองแผ่นอยู่คนละด้านของโต๊ะ ชื่อผู้รับงานอื่นถูกปิดตามสำเนาที่ได้รับแล้ว

“ข้าอยากรู้ว่าคำตรงนี้หมายถึงพ่อรับรองทุกชิ้นจริงหรือไม่” นางถาม

จิ้งโจวอ่านจนจบ ไม่แตะกระดาษแผ่นเก่าของเขาหรือยกเหตุที่คิ้วตนมาเป็นคำอธิบายของเลขนี้

“รายงานเขียนว่าเขารับรองทั้งหมด” เขาตอบ “แต่เจ้ายังไม่มีใบที่ผู้เขียนใช้ยืนยันประโยคนี้”

“ทะเบียนส่งงานมีชื่อร้านอยู่”

“ก็แสดงว่าส่งงานไปที่ร้าน ถ้าข้ารับห่อหนึ่ง ข้ายังไม่ได้ตรวจของทุกชิ้นในห่อนั้น”

เยว่ชิงแตะช่องที่ชื่อพ่อปรากฏในรายงาน

“คนที่อ่านเพียงหน้านี้จะเห็นว่าเขาทำพลาด”

“มีโอกาสเป็นอย่างนั้น”

คำตอบสั้นนั้นทำให้นางเจ็บยิ่งกว่าถ้าเขาปลอบว่าคงไม่มีใครคิดเช่นนั้น

จิ้งโจวขยับถ้วยไม่ให้ฐานเปียกแตะสำเนา

“เจ้าจะขอให้เขาตรวจคำว่ารับรองทั้งหมดได้ แต่ข้าไม่มีสิทธิ์ยืนยันว่าพ่อเจ้าไม่เคยตรวจของในรายการนี้เลย ข้าไม่ได้อยู่ที่ร้านในวันนั้น”

นางพยักหน้า

สิ่งที่พยานไม่รู้จะไม่กลายเป็นสิ่งที่รู้ขึ้นมาเพียงเพราะเขารักนาง

เยว่ชิงกับจิ้งโจวแยกการรับงานออกจากการรับรองชิ้นส่วน โดยเทียบสำเนาที่ได้รับตามขอบเขต
เยว่ชิงกับจิ้งโจวแยกการรับงานออกจากการรับรองชิ้นส่วน โดยเทียบสำเนาที่ได้รับตามขอบเขต

“ข้ากลัวว่าถ้าถามแค่ฐานเอกสาร เขาจะส่งกระดาษอีกแผ่นมาบอกว่าเรื่องจบแล้ว” นางพูด

“ถ้าได้อีกแผ่น เจ้าก็จะรู้ว่าเขาใช้อะไร ไม่ต้องเถียงกับคำว่าเขาว่ากัน”

เยว่ชิงเงียบไป ก่อนถามอีกเรื่องที่ติดอยู่ในใจ

“ถ้าใบซึ่งพ่อเขียนมีส่วนที่เขาผิดจริงล่ะ”

จิ้งโจวมองนางตรง ๆ

“ก็ต้องแยกส่วนนั้นจากสิ่งที่ไม่ได้ทำ การขอให้เขาได้รับความเป็นธรรมไม่จำเป็นต้องเริ่มจากประกาศว่าเขาไม่เคยผิดเลย”

นางเคยคิดว่าการยอมรับประโยคเช่นนี้เท่ากับยกพ่อให้คนอื่นเหยียบ

แต่คืนนี้นางเห็นภาพโต๊ะของหน่วยงานที่ตนเคยฝืนจุดยึดเพราะมั่นใจเกินไป ความผิดครั้งนั้นมีชื่อของนางอยู่ในบันทึก มีชิ้นส่วนที่หน่วยเก็บไว้ มีคนตรวจการแก้ไข และไม่ได้ทำให้งานทุกครั้งในชีวิตนางกลายเป็นงานเสีย

พ่อควรได้รับการแยกเช่นเดียวกัน

ถ้าเขาเคยตรวจเพียงบางส่วน คนอื่นไม่ควรเติมส่วนที่เหลือลงไป

ถ้าเขาเคยท้วง คนอ่านรายงานควรเห็นคำท้วง ไม่ใช่เห็นเฉพาะชื่อผู้รับงาน

และถ้าเขามีสิ่งที่ทำผิดจริง มันก็ควรถูกระบุจากสิ่งที่เขาทำ ไม่ใช่จากความสะดวกของคนซึ่งรวบรวมเรื่องหลังเขาตาย

ก่อนครบเวลาที่นัด เยว่ชิงเก็บกระดาษ

นางอยากถามอีกหลายอย่าง แต่จิ้งโจวไม่ได้เป็นผู้เขียนรายงานหรือผู้เก็บต้นฉบับ การถามเขาต่อจนหมดคืนไม่ทำให้คำตอบจากชิงเหอมาถึงเร็วขึ้น

ทั้งสองกินอาหารง่าย ๆ แล้วแยกกลับ

วันที่หกกรกฎาคม หนังสือตอบคำขอวันที่ยี่สิบสองมาถึง

ผู้เก็บตรวจแล้วว่าเลขทะเบียนส่งงานวันที่ยี่สิบเจ็ดธันวาคมซึ่งนางแนบไปนั้นตรงกับเลขที่รายงานอ้างจริง ต้นทะเบียนมีสถานะการส่งงาน ไม่ได้มีช่องรับรองผลตรวจทุกชิ้น

ส่วนใบตรวจที่อาจใช้ประกอบข้อสรุป ผู้เก็บยังไม่พบในแฟ้มส่วนที่รับผิดชอบ และได้ส่งคำขอค้นต่อไปยังผู้เก็บชุดประกอบ

เยว่ชิงอ่านประโยคนี้ช้า ๆ

ยังไม่พบในแฟ้มส่วนที่รับผิดชอบ ไม่ใช่ยืนยันว่าใบเช่นนั้นไม่เคยมีอยู่

ถึงอย่างนั้น นางก็ไม่ต้องยืนอยู่บนความรู้สึกเพียงอย่างเดียวแล้ว ผู้เก็บต้นทะเบียนได้ตอบขอบเขตของรายการที่ถูกอ้างอย่างเป็นทางการ

นางวางหนังสือไว้กับสำเนาเดิม ผูกเชือกให้กระดาษแต่ละชุดแยกกัน

จากนั้นจึงเขียนถึงแม่

เยว่ชิงเล่าถึงรายงานที่ได้รับและข้อความที่ต้องขอตรวจ โดยบอกชัดว่ามันเป็นรายงานรวบรวมหลังพ่อเสีย ไม่ใช่ใบแจ้งการตาย ไม่ใช่คำตัดสินคดี และนางยังไม่ได้คำตอบว่าใครตรวจชิ้นส่วนทั้งหมด

นางไม่ได้ขอให้แม่รื้อทุกห่อในคืนที่อ่านจดหมาย ไม่ขอให้ส่งต้นฉบับทั้งหมดมาหลานโจว

หากแม่ต้องการ นางจะส่งสำเนาเฉพาะหน้าซึ่งมีชื่อพ่อให้ดู ก่อนตัดสินใจว่าจะใช้กระดาษส่วนใดของครอบครัวต่อไป

“ข้าจะขอให้เขาตรวจฐานของข้อความนี้” นางเขียน “ถ้าข้อความเกินสิ่งที่พ่อทำ ข้าจะขอให้แก้และให้คนที่ได้รับรายงานเดิมได้รับผลแก้ด้วย ไม่ใช่มีเพียงกระดาษใหม่อยู่ในมือเรา”

วันอาทิตย์นางอ่านร่างคำขออีกครั้ง

ฉบับแรกมีคำว่าโยนความผิด นางขีดออกจากส่วนที่กล่าวข้อเท็จจริง เก็บไว้เพียงในความรู้สึกของตน แล้วเปลี่ยนเป็นข้อความว่ารายการส่งงานไม่เพียงพอจะแสดงการรับรองชิ้นส่วนทั้งหมด จึงขอให้ตรวจเอกสารต้นทางและขอบเขตผู้รับผิดชอบก่อนใช้ข้อสรุปนั้นต่อ

นางไม่ได้ขอให้เปลี่ยนชื่อผู้รับผิดเป็นหม่าจื้อเฉิงแทนทันที ไม่ได้แนบเรื่องครอบครัวของถานเส้าหรงไปกดดันให้เจ้าหน้าที่รีบตอบ และไม่ได้ใช้บาดแผลของจิ้งโจวรับรองงาน 3176 ซึ่งยังไม่มีทางเชื่อมครบ

เอกสารที่แนบมีเพียงสำเนารายงาน ทะเบียนส่งงาน หนังสืออธิบายขอบเขตจากผู้เก็บ และรายการคำถามพร้อมวันที่รับแต่ละฉบับ

เช้าวันที่เก้ากรกฎาคม เยว่ชิงส่งคำขอทบทวนข้อสรุปถึงส่วนซึ่งเก็บรายงาน ผ่านช่องทางที่หนังสือนำระบุ

เยว่ชิงส่งคำขอทบทวนข้อความในรายงาน พร้อมขอให้ผลแก้ไขถึงผู้ที่ได้รับรายงานเดิม
เยว่ชิงส่งคำขอทบทวนข้อความในรายงาน พร้อมขอให้ผลแก้ไขถึงผู้ที่ได้รับรายงานเดิม

หลังรับใบส่ง นางยืนหลบแดดข้างประตูครู่หนึ่ง

ในกระเป๋าไม่มีคำสั่งคืนชื่อเสียง ไม่มีคนออกมารับปากว่าพ่อบริสุทธิ์ และไม่มีใบแนบซึ่งตอบว่าใครเปลี่ยนของหลังการตรวจ

มีเพียงสำเนาคำขอที่นางเก็บไว้กับหลักฐานการส่ง

แต่ครั้งนี้นางทราบว่ากำลังขออะไร และจะติดตามคำตอบจากใคร

จดหมายจากแม่มาถึงในกลางเดือน

แม่ขอสำเนาหน้าที่ลูกกล่าวถึง และเขียนไว้ท้ายจดหมายว่าเมื่อครั้งที่มีคนพูดว่าพ่อรับรองของเสีย นางไม่ทราบว่าเขาอ่านจากไหน จึงเถียงด้วยเรื่องที่สามีเคยทำให้ลูกค้าอยู่หลายวัน

คนฟังบางคนสงสาร บางคนเงียบ ไม่มีใครบอกว่าสิ่งที่เขาอ้างอยู่บนหน้าใด

“ส่งมาให้แม่ดูเถิด” แม่เขียน “แม่อยากรู้ว่าคนอื่นเขียนถึงเขาว่าอย่างไร แม้อ่านแล้วจะเจ็บก็ตาม”

เยว่ชิงคัดสำเนาส่งตามที่แม่ขอ ไม่ส่งคำขอให้แม่ลงชื่อในความทรงจำที่ลูกเรียบเรียงแทน

เมื่อมีคำตอบจากแม่อีกครั้ง นางจะฟังว่าส่วนใดแม่จำเองได้ และส่วนใดแม่เพิ่งรู้จากกระดาษ

เดือนสิงหาคมมีหนังสือรับเรื่องทบทวนมาถึง แจ้งว่าจะตามฐานเอกสารและยังไม่มีผลแก้ข้อสรุป เยว่ชิงบันทึกวันรับแล้วเก็บไว้ตามลำดับ

การรับเรื่องไม่ใช่การยอมรับคำคัดค้าน

ช่วงต่อมานางยังทำงานของหน่วยตามเวลา ส่งเงินช่วยแม่ตามส่วนที่กันไว้ และถามข่าวจากผู้เก็บเมื่อถึงกำหนดที่แจ้ง ไม่ส่งคำขอซ้ำทุกเช้าเพราะทนรอไม่ได้

แม่มีวันที่ต้องพักมากกว่าที่คิด คนช่วยมีวันที่ต้องเปลี่ยนเวลา จิ้งโจวมีงานที่อ่านไม่ทัน และนางเองมีเย็นหนึ่งซึ่งกลับถึงห้องแล้วหลับโดยยังไม่ได้เปิดซองงานส่วนตัว

สิ่งเหล่านั้นไม่ได้ทำให้คำขอของพ่อถูกถอน

ปลายปี ลมเย็นกลับมาอีกครั้ง

เยว่ชิงจัดห่อเอกสารก่อนคืนสิ้นปี แยกงาน 77–26 ไว้ด้านหนึ่ง งาน 3176 อีกด้าน เรื่องการส่งพ่อเข้าโรงพยาบาลกับทะเบียนรถยังอยู่ในชุดของมัน คำถามซึ่งไม่มีคำตอบยังคงมีช่องว่าง

นางไม่ได้เติมชื่อคนร้ายลงไปในช่องเหล่านั้น

เมื่ออ่านชื่อพ่อบนสำเนารายงาน นางยังรู้สึกเจ็บ แต่ไม่รู้สึกว่าตนต้องเลือกเพียงเถียงแทนเขาหรือหลบชื่อเขาอีกแล้ว

เยว่ชิงวางสำเนาคำขอทบทวนไว้บนสุด

พ่อไม่อาจกลับมาเล่างานของตน แต่ขอบเขตของงานนั้นยังค้นได้ เอกสารที่คนอื่นใช้กล่าวถึงเขายังถามได้ และข้อสรุปที่ส่งต่อไปแล้วก็ยังควรถูกตรวจ

นางต้องการให้ชื่อพ่ออยู่ข้างสิ่งที่เขาทำจริง

และต้องการมีชีวิตของตนอยู่ต่อ จนได้อ่านคำตอบซึ่งควรส่งกลับมา

กลับสารบัญนิยาย

นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI