ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · ตอนที่ 65
ตอนที่ 65 — เสียงโต้แย้งที่ต้องฟัง
เมิ่งหลานอ่านคำคัดถึงบรรทัดวันที่ยี่สิบเก้าธันวาคมแล้วหยุด
“ทำไมเจ้าจึงคิดว่าชิ้นคู่ประกอบถูกเปลี่ยนหลังออกจากร้านหลิน”
เยว่ชิงวางนิ้วข้างกระดาษ ไม่ทับข้อความ
“มีเลขอ้างรายการเปลี่ยนคู่ประกอบค่ะ ใบแนบยังหาไม่พบ ฉันจึงอยากติดตามส่วนนี้”
“ข้าถามว่าเหตุใดจึงวางเวลาว่าหลังออกจากร้าน ไม่ได้ถามว่าอยากหาใบแนบหรือไม่”
เช้าวันที่เก้ามกราคม ห้องเล็กข้างพื้นที่งานช่างมีคนอยู่สามคน ช่างเกานั่งอยู่ปลายโต๊ะ เยว่ชิงกับวิศวกรที่เพิ่งพบเป็นครั้งแรกนั่งคนละด้าน
เมิ่งหลานอายุราวสามสิบสี่ ใบหน้าเรียวยาว โหนกแก้มชัด ผมดำเกล้าเป็นมวยสูงเรียบร้อย เสื้อทำงานสีเทาอ่อนคลุมเสื้อด้านในสีน้ำเงิน หล่อนพูดไม่ดัง แต่เว้นระยะหลังคำถามนานพอให้คนฟังไม่อาจใช้การพยักหน้าผ่านไปแทนคำตอบ
เยว่ชิงมองคำคัดซึ่งได้รับจากตงเหอเมื่อวานอีกครั้ง
ใบแนบยังไม่มีอยู่ตรงนี้จริง ๆ
ส่วนที่คัดมาบอกเพียงว่ามีรายการอ้างไปถึงมัน ไม่ได้บอกวันที่เปลี่ยน ไม่ได้บอกว่าก่อนหรือหลังงานของร้าน
นางรู้เรื่องนั้นตั้งแต่เมื่อคืน แต่ตอนพูดกลับวางเวลาให้มันไปแล้ว
“ฉันวางเวลาเกินจากที่กระดาษให้ค่ะ ต้องถามว่าเปลี่ยนเมื่อใดก่อน”
เมิ่งหลานเลื่อนดินสอให้พ้นขอบคำคัด
“งั้นเริ่มจากคำถามนั้น”
เยว่ชิงเงยหน้ามองหล่อน ความรู้สึกแรกไม่ใช่ยินดีที่ได้คนช่วย เธออยากบอกว่าตนเพิ่งแก้คำว่าผลิตทั้งชิ้นเมื่อวาน อยากให้หล่อนรู้ว่าเธอพยายามระวังแล้ว ไม่ใช่คนซึ่งจับรอยทุกเส้นไปกล่าวหาใครง่าย ๆ
แต่ความพยายามของเมื่อวานไม่ได้ทำให้คำที่พูดวันนี้ถูกโดยอัตโนมัติ
ช่างเกาวางบันทึกงานที่หน่วยเก็บไว้คนละด้านกับคำคัดส่วนตัวของเธอ
“ผลตรวจของคณะอยู่แผ่นนี้ ส่วนเส้นทางงานร้านหลินดูตามคำขอเฉพาะ วันนี้จะไม่เอาอย่างหนึ่งไปลงรับรองอีกอย่าง”
เยว่ชิงหยิบกระดาษเตรียมคำถามออกมา นางนำมาเฉพาะส่วนที่ต้องเทียบงานปลอกเหล็ก ไม่ได้ยกใบโรงพยาบาลหรือซองของหานซิ่วมาวางให้คนทั้งห้องอ่าน
เมิ่งหลานถามต่อว่ารหัสที่อ่านได้บนชิ้นงานครบทุกตัวหรือไม่ รอยสองเส้นอยู่ด้านใด ใครเป็นคนขยับถาด และหลังจากนั้นมีใครแตะผิวตรงรอยหรือเปล่า
เยว่ชิงตอบทีละข้อ
เมื่อมาถึงช่องที่ตนไม่ได้เห็นเอง เธอหยุดแทนตอบจากความน่าจะเป็น
“เรื่องติดตั้งครั้งก่อน ฉันอ่านจากทะเบียนค่ะ คนถือสมุดเมื่อวานไม่ได้อยู่ตอนนั้น ฉันยังไม่มีคนที่เห็นการติดตั้งมารับรอง”
เมิ่งหลานเขียนข้อที่ต้องตรวจเพิ่มลงในบันทึกของหล่อน
ไม่ได้เขียนว่ารอยไม่สำคัญ และไม่ได้เขียนว่าร้านหลินไม่เคยทำงานนี้
เพียงแยกสิ่งซึ่งมีที่มาออกจากสิ่งซึ่งคนถามอยากให้ตามมาด้วย

เยว่ชิงลองเล่าเรื่องรอยคู่ซึ่งจำได้จากพ่อ
หล่อนไม่ขัดตอนนางพูดถึงมือที่เคาะรอย แต่เมื่อจบแล้วจึงถามว่าเคยเก็บตัวอย่างที่ยืนยันผู้ทำรอยไว้เทียบหรือไม่
“ฉันจำวิธีที่พ่อทำได้ค่ะ แต่ไม่ได้เห็นเขาทำรอยบนปลอกที่อยู่ตงเหอชิ้นนี้”
“ความทรงจำช่วยให้เจ้าเลือกจุดไปดู ถ้าจะระบุว่ารอยนี้เป็นมือคนเดียวกัน ต้องมีสิ่งให้ตรวจเพิ่ม”
เยว่ชิงกำปลายดินสอแน่นขึ้น
“แปลว่าต้องเริ่มใหม่ทั้งหมดหรือคะ”
“ไม่ต้องทิ้งทะเบียนที่มี ไม่ต้องทิ้งสิ่งที่เห็น เราต้องลดคำที่มันยังรับรองไม่ได้”
เมิ่งหลานชี้ชื่อร้านในคำคัด
“รายการนี้เชื่อมงานแต่งผิวรองถึงร้านหลินอยู่แล้ว ถ้าเจ้าให้รอยคู่พิสูจน์ทั้งว่าใครทำ ใครเปลี่ยนคู่ และใครรับผิดเรื่องหลังจากนั้น มันต้องรับน้ำหนักเกินที่มี”
เยว่ชิงปล่อยมือช้า ๆ
เธอไม่ได้กลัวเพียงหลักฐานอ่อน กลัวว่าพอลดคำลงแล้วพ่อจะถอยห่างไปอีก จนสิ่งที่พบเมื่อวานเหลือเป็นโลหะธรรมดาที่ไม่มีเสียงจากร้านอยู่ในนั้น
เมิ่งหลานมองนาง ไม่ถามเรื่องพ่อมากกว่าที่งานนี้ต้องรู้
“เจ้าไม่ต้องบอกว่าคิดถึงเขาแค่ไหนเพื่อให้ข้าเห็นว่าคำถามนี้ควรตรวจ แต่ต้องยอมให้ข้าถามว่าข้อมูลมาจากไหน”
“ฉันยอมค่ะ” เยว่ชิงตอบ ก่อนเติมตามจริง “แต่ฉันอาจต้องอ่านอีกครั้ง ถ้าฉันเงียบ ไม่ได้แปลว่าต้องการให้ข้ามคำถามไป”
เมิ่งหลานพยักหน้า
คำตกลงนั้นทำให้หล่อนหยุดรอจริงเมื่อเยว่ชิงพลิกกระดาษไปหาบรรทัดที่ต้องใช้ ไม่รีบเติมคำตอบให้เธอเพื่อให้การคุยเสร็จเร็ว
ก่อนเที่ยง ทั้งสามจัดรายการที่จำเป็นสำหรับการดูชิ้นงานซ้ำ
พื้นที่ตงเหอรับการประสานจากผู้ดูแลงานตามขอบเขตเดิม นัดให้ดูส่วนที่เก็บอยู่กับแผ่นกำกับ ผู้ช่วยจะไม่เข้าไปยกชิ้นส่วนเอง ส่วนแฟ้มใบแนบยังอยู่ระหว่างค้น
เยว่ชิงยื่นคำขอติดตามซึ่งเขียนเมื่อคืนผ่านช่องทางที่เจ้าหน้าที่ระบุ ลงเลขอ้างตามคำคัดและรับหลักฐานรับเรื่องไว้
คำขอออกจากสมุดของนางแล้ว แต่ใบแนบไม่ได้เดินมาถึงโต๊ะในทันที
บ่ายนั้น เยว่ชิงไปตงเหอกับเมิ่งหลานและช่างเกาตามรายการที่ผู้ดูแลประสานไว้ ฟางไห่เซิงทำงานส่วนของตนที่หน่วย ไม่ได้เป็นพยานการตรวจซ้ำรอบนี้
คนดูแลชิ้นงานนำถาดเดิมมาวางในพื้นที่ตรวจ
ปลอกเหล็กชิ้นสั้นยังมีแผ่นกำกับ รหัสส่วนที่เลือนยังเลือนอยู่ ไม่มีใครขัดมันให้ได้ตัวเลขครบตามที่ผู้มาใหม่อยากอ่าน
เมิ่งหลานขอให้เยว่ชิงชี้ทิศของชิ้นงานตามที่ลงไว้เมื่อวานก่อน
นางชี้ด้านที่เห็นรอยคู่ แล้วชี้ตำแหน่งขอบบ่า
เมิ่งหลานมองแบบที่อนุญาตให้ใช้กับการเทียบครั้งนี้ ค่อย ๆ วางดินสอข้างเส้นอ้างอิง
“เมื่อวานเจ้าลงว่ารอยอยู่ด้านท้าย ตรงนี้ใช้ท้ายตามทิศที่เจ้ายืน หรือตามทิศบนรายการประกอบ”
เยว่ชิงก้มดู
สองทิศนั้นไม่ใช่คำเดียวกันเสมอ เธอไม่ได้ชี้ผิดด้านอย่างวันแรกที่เรียน แต่คำว่าท้ายในบันทึกเปิดให้คนที่มายืนอีกฝั่งเข้าใจต่างได้
เธอเติมภาพตำแหน่งกับจุดอ้างอิงตามที่ผู้ดูแลให้เทียบ ขีดโยงจากส่วนที่เห็นไปยังคำเดิม ไม่ลบให้เหมือนตนระบุชัดตั้งแต่แรก
“แบบนี้คนอื่นจะถามเจ้าซ้ำได้จากตำแหน่งเดียวกัน” เมิ่งหลานพูด
หล่อนตรวจส่วนที่ตนรับผิดชอบ บอกให้คนดูแลขยับถาดเมื่อจำเป็น ไม่ให้เยว่ชิงแกะหรือแต่งผิว
เมื่อเทียบลักษณะปลอกกับรายการเดิม ขอบเขตงานแต่งผิวรองจากร้านหลินยังมีเหตุให้ติดตามต่อ การดูซ้ำไม่ได้ทำให้ชิ้นนั้นกลายเป็นของคนละร้านโดยฉับพลัน
แต่ชิ้นคู่ซึ่งใช้อยู่กับมันและช่วงเวลาที่เปลี่ยนยังต้องใช้รายการอีกส่วนหนึ่ง ไม่อาจชี้จากสองรอยใต้บ่าแล้วลงวันย้อนหลังได้
เยว่ชิงฟังข้อที่หล่อนรับได้และข้อที่ยังรับไม่ได้
เป็นครั้งแรกในวันนี้ที่เธอไม่ได้ยินทั้งสองอย่างรวมกันเป็นคำว่าปฏิเสธพ่อ

ระหว่างจัดแผ่นสรุป เมิ่งหลานอ่านคำคัดแล้วกล่าวว่า
“รายการรับกลับวันที่ยี่สิบเก้าเป็นช่วงที่ร้านตรวจเสร็จ”
เยว่ชิงเงยหน้าขึ้น
“ในคำคัดเป็นวันที่ตงเหอรับกลับค่ะ วันตรวจเสร็จที่ร้านอาจก่อนหน้านั้น ยังไม่มีใบส่งออกจากร้านอยู่ด้วย”
เมิ่งหลานหยุดดินสอ
นางรู้สึกตัวว่าพูดแทรกคนที่เพิ่งสอนให้เธอระวัง จึงนั่งนิ่ง ไม่รีบหัวเราะกลบหรือบอกว่าคงเข้าใจผิดเอง
หล่อนอ่านหัวช่องอีกครั้ง
“ใช่ ข้าพูดเร็วไป”
เมิ่งหลานแก้คำในบันทึกของตนแล้วส่งให้ช่างเกาดู
“รับกลับที่ตงเหอ ส่วนวันเสร็จงานร้านต้องมีแหล่งเพิ่ม ขอบใจที่ทัก”
เยว่ชิงมองรอยแก้นั้นอยู่ครู่หนึ่ง
คนที่ถามละเอียดไม่ได้มีสิทธิ์ให้คำของตนผ่านไปโดยไม่ตรวจ และการเป็นผู้ช่วยใหม่ก็ไม่ได้ห้ามเธอทักเมื่อเห็นสิ่งที่กระดาษบอกต่างออกไป
ช่างเการับแผ่นสรุปงานตามขอบเขต ส่วนชิ้นงานกับต้นฉบับทะเบียนอยู่กับตงเหอเช่นเดิม เมิ่งหลานส่งรายการคำถามด้านการเทียบให้ผู้รับผิดชอบ โดยไม่เขียนว่าชุดทั้งหมดผิดหรือถูกเพียงเพราะมีชื่อร้านหลิน
ก่อนกลับ คนรับคำขอแจ้งว่าจะค้นใบแนบตามเลขอ้าง หากพบจะตรวจส่วนที่คัดได้ก่อนตอบผ่านช่องทางที่ฝากไว้
เยว่ชิงทวนว่าต้องส่งถึงใคร แล้วเก็บหลักฐานรับเรื่อง ไม่ถือคำว่าจะค้นเป็นคำรับรองว่าเอกสารยังอยู่ครบทุกหน้า
กลับถึงหน่วย ทั้งสองส่งงานกับคืนเครื่องมือที่ใช้ในการตรวจซ้ำ
ช่างเกาแจ้งงานวันถัดไป เยว่ชิงจะช่วยเตรียมชุดฝึกที่แยกไว้ให้เรียนวิธีปรับภายใต้ผู้ดูแล ต้องอ่านใบงานใหม่ก่อนจับของ ไม่เอาวิธีวันนี้ไปถือว่าครอบทุกงาน
นางลงไว้ในสมุด นึกถึงรอยกดในฝ่ามือจากการถือกล่องแต่เช้า แล้วปิดเล่มก่อนเก็บของ
เมิ่งหลานกำลังสวมเสื้อหนาเตรียมออก หล่อนหันมาถามว่าเยว่ชิงต้องเดินไปทางสถานีหรือไม่
“ค่ะ ฉันเช่าห้องอยู่แถวนั้น”
“ข้าจะเดินผ่านร้านอาหารตรงแยก ถ้ายังไม่ได้กิน ไปพร้อมกันช่วงนั้นได้”
เยว่ชิงตอบรับ
ใต้ชายคาไม้ คนขายวางชามของแต่ละคนตามที่สั่ง นางวางกล่องเครื่องมือไว้ข้างม้านั่ง ซองคำคัดอยู่ในกระเป๋าปิด ไม่มีแผ่นงานกางอยู่ข้างน้ำแกง
เมิ่งหลานกินไปพักหนึ่งก่อนบอกว่าตนเคยลงวันรับของเป็นวันตรวจเสร็จในงานเก่า แล้วคนซึ่งอยู่ขั้นก่อนต้องกลับมาอธิบายทั้งที่ไม่ได้ทำช้าตามบันทึก
“ตอนนั้นข้าจำจากบทสนทนา คิดว่าคำสองคำหมายถึงช่วงเดียวกัน พอส่งต่อไป มันกลายเป็นว่าคนอื่นต้องเสียเวลาแก้คำของข้า”
“วันนี้คุณแก้เองทันทีค่ะ”
“เพราะเจ้าทัก ถ้าผู้ช่วยไม่กล้าทัก ข้าก็อาจทำพลาดแบบเดิมได้”
หล่อนไม่เล่าเรื่องนั้นเพื่อให้เยว่ชิงยกโทษแทนคนซึ่งเคยเดือดร้อน เพียงบอกว่าทำไมจึงอยากให้แยกวันกับขั้นให้ชัด
นางวางช้อนแล้วพูดเรื่องที่ยังค้าง
“ตอนเช้าฉันคิดว่าคุณอาจถามเพราะเห็นว่าฉันมีเรื่องพ่อ จึงอยากให้เลิกติดตาม”
เมิ่งหลานมองนางตรง ๆ
“ข้าไม่รู้ว่าเรื่องทั้งหมดของเจ้าจะจบอย่างไร แต่ถ้าเราจะใช้ผลเทียบร่วมกัน ข้าต้องถาม แม้คำถามนั้นทำให้เจ้าไม่สบายใจ”
เยว่ชิงพยักหน้า
“ถ้าฉันคิดว่าคุณสรุปเกินกระดาษ ฉันถามกลับได้เหมือนวันนี้ใช่ไหมคะ”
“ควรถาม แต่เจ้าก็ต้องบอกได้ว่าทักจากตรงไหน”
นางยิ้มเป็นครั้งแรกตั้งแต่เช้า
เมิ่งหลานไม่ได้รับปากจะเป็นพยานให้ทุกเรื่อง ไม่ได้ขอให้เปิดความลับของครอบครัวเพื่อแลกความเป็นมิตร แต่ให้ช่องทางติดต่อเวลามีคำตอบเรื่องใบแนบ พร้อมบอกว่าต้องดูส่วนที่ได้รับอนุญาตก่อนเทียบต่อ
คำเชิญนั้นมีขนาดพอดีกับวันที่ทั้งสองเพิ่งรู้จักกัน

พอแยกที่ทางเลี้ยว เยว่ชิงเดินกลับห้องตามทางซึ่งคุ้นขึ้นแล้ว
จดหมายถึงแม่ที่ส่งวันที่สี่ยังไม่มีคำตอบมาถึงมือเธอ คืนนี้นางเขียนฉบับใหม่ต่อจากเรื่องวันเริ่มงาน บอกว่ามีคนช่วยถามจุดที่เธอมองข้าม และเธอเริ่มกล้าถามกลับเมื่อเห็นวันที่คลาดกัน
เธอไม่ได้เขียนว่าพบชิ้นส่วนแล้วจึงรู้ว่าพ่อถูกทำร้ายด้วยเหตุใด
ปลอกเกี่ยวข้องกับงานของร้านตามทะเบียน แต่นางยังไม่รู้ว่าใครทำรอย ใบแนบเปลี่ยนคู่ประกอบบอกอะไร หรือเส้นทางนั้นเกี่ยวกับคืนที่พ่อเข้าโรงพยาบาลหรือไม่
เยว่ชิงวางจดหมายไว้รอทวนก่อนส่ง ไม่ให้แม่รับความตื่นเต้นของคืนนี้เป็นข่าวซึ่งต้องทำอะไรในวันพรุ่งนี้
ในสมุดติดตาม เธอลงวันยื่นคำขอจริง เลขอ้างที่ใช้ และชื่อช่องทางรับคำตอบ ส่วนรายการงานประจำอยู่คนละหน้า
เสียงโต้แย้งของเมิ่งหลานยังดังอยู่ในความคิด แต่ไม่ได้มีเพียงเสียงของคนที่หยุดนางไว้
มีคำว่าใช่ ข้าพูดเร็วไปอยู่ด้วย
เยว่ชิงเปิดสมุดฝึกสำหรับวันถัดไป อ่านหน้าที่ช่างเกาให้ทวนอีกครั้ง นางยังต้องเรียนงานซึ่งมือของตนทำได้ไม่ครบ การมีเพื่อนร่วมงานที่ยอมรับคำทักไม่ได้ทำให้ความผิดครั้งหน้ามีคนรับแทน
แต่เมื่อความผิดเกิดขึ้น เธออยากเป็นคนซึ่งวางมันให้ตรวจได้เหมือนรอยแก้บนกระดาษวันนี้
นางเก็บดินสอ ปิดสมุด แล้ววางกุญแจห้องไว้ข้างเตียง
พรุ่งนี้จะมีงานอีกแบบรออยู่ ส่วนใบแนบยังต้องรอคำตอบ
คืนนี้เยว่ชิงไม่ได้มีคนซึ่งเชื่อเธอทุกคำเพิ่มขึ้นหนึ่งคน
เธอมีคนซึ่งจะอ่านสิ่งที่นำไปให้ดู ถามเมื่อยังไม่พอ และยอมแก้เมื่อคำของตนผิดเช่นเดียวกัน
นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI
