ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · ตอนที่ 48
ตอนที่ 48 — คนที่ไม่มีบ้านกลับ
หลิวเจิ้นไม่ได้เริ่มเล่าทันที
เขาจับห่อเสื้อผ้าไว้บนตัก มองน้ำอุ่นที่เยว่ชิงวางใกล้มือ แล้วถามว่านางปิดร้านแล้วหรือยัง
“ปิดรับงานแล้ว แต่ท่านนั่งได้”
“ข้าไม่อยากทำให้เจ้าต้องปิดช้ากว่าเดิม”
“ตอนนี้ท่านอยู่ตรงนี้แล้ว ถ้าหิวน้ำก็ดื่มก่อน”
เขายกถ้วยขึ้น ความร้อนทำให้นิ้วที่แข็งอยู่ค่อย ๆ คลาย เยว่ชิงไม่ได้เปิดสมุดคำถามเรื่องพ่อ นางเลื่อนถาดเครื่องมือออกให้พ้นแขนเขา แล้วรอ
เย็นวันที่ยี่สิบสามพฤษภาคม ฝนเพิ่งเริ่มลงเม็ด ความชื้นจากนอกประตูเข้ามาแทนกลิ่นไม้แห้งในร้าน คนที่นั่งตรงข้ามนางยังมีเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยน แต่ไม่มีความแน่ใจว่าควรนำมันกลับไปที่ใด
“เมื่อคืนมีคนมาที่ห้องข้า” เขาพูดในที่สุด “สองคน ไม่เคยพบมาก่อน”
เขาเช่าห้องเล็กอยู่อีกฝั่งคลองทางสะพานไม้ คนทั้งสองถามถึงกระดาษเก่าจากห้องซ่อม และถามว่าได้ให้นางคัดอะไรไปบ้าง เขาบอกว่าตนเล่าเฉพาะงานที่เคยตรวจ ไม่ได้ให้ใครแต่งคำรับรองแทน
“เขาบอกว่าเลิกพูดเรื่องเก่าเสีย ถ้าอยากเช่าห้องอยู่อย่างสงบ”
“เขาบอกชื่อหรือหน่วยงานไหม”
หลิวส่ายหน้า “คนหนึ่งบอกเพียงว่ามาช่วยเตือน เจ้าของห้องไม่ได้เรียกเขามาต่อหน้าข้า ข้าไม่รู้ว่าเขาเกี่ยวกันจริงหรือแค่ยกคำขึ้นขู่”
เยว่ชิงถามว่ามีใครบาดเจ็บหรือประตูถูกงัดหรือไม่
“ไม่มีแผล ไม่มีงัด เขายืนขวางทางเข้าครู่หนึ่ง แล้วไป แต่เช้าวันนี้เจ้าของห้องมาถามว่าข้ามีเรื่องกับใคร บอกว่าถ้ามีคนมาตามอีก เขาไม่อยากให้บ้านวุ่นวาย”
“เขาไล่ท่านออกแล้วหรือ”
“ยังไม่ได้คืนเงินหรือบอกวันให้ย้าย ข้าจึงยังมีของอยู่ในห้อง แต่บ่ายนี้คนเดิมคนหนึ่งมายืนดูหน้าประตู ข้าออกมาโดยเอาเสื้อผ้าเท่าที่หยิบทัน”
นางฟังความต่างระหว่างถูกไล่ออก กับไม่กล้ากลับไปนอนให้ชัด เรื่องหนึ่งต้องตามข้อตกลงเช่าห้อง อีกเรื่องหนึ่งต้องช่วยให้เขามีที่พักคืนนี้โดยไม่ทิ้งคำขู่ให้กลายเป็นเรื่องที่ทุกคนแกล้งไม่ได้ยิน
“ท่านเห็นว่าเป็นคนเดิมจากหน้า หรือจากเสื้อ”
“จากหน้า ข้าเห็นเขาหันมามอง แต่ไม่ได้ตามไปถามชื่อ”
“ข้าไม่ขอให้ท่านกลับไปถามเอง”
หลิววางถ้วยลงช้า ๆ “ข้าไม่รู้ว่าเขารู้เรื่องที่เจ้ามาพบได้อย่างไร และไม่รู้ว่าเป็นคนของใคร อย่าเอาชื่อที่เจ้ากำลังสงสัยไปเติมให้ข้า ข้าไม่มีชื่อจะให้”
“ข้าจะไม่เติม”

เขาเลื่อนห่อเสื้อผ้าออกจากขอบโต๊ะ ราวกับกลัวนางเข้าใจว่าข้างในมีกระดาษที่จะใช้ตอบแทน
“รายการตรวจวันที่สิบห้ากับบันทึกวันที่สิบแปดยังอยู่ที่ห้อง ข้าไม่ได้ห่อมันออกมา บ่ายนี้ไม่อยากเปิดกล่องให้คนหน้าประตูเห็นว่าข้ากำลังเอาอะไรไป”
เยว่ชิงรู้สึกถึงแรงอยากถามทันทีว่ากล่องล็อกหรือไม่ วางสูงพอพ้นน้ำหรือยัง แต่คำถามแรกที่ออกจากปากนางเป็นอีกเรื่อง
“คืนนี้ท่านมีคนที่ไปพักด้วยได้หรือไม่”
หลิวบอกว่าเพื่อนบางคนอยู่ไกล บางคนมีลูกเล็ก ห้องเช่าที่เคยถามเต็มแล้ว เขาไม่ได้เดินมาหาร้านเพราะคิดว่านางเป็นเจ้าของคำให้การของเขา เพียงจำได้ว่าครั้งก่อนนางยอมฟังส่วนที่เขาไม่แน่ใจด้วย
“ข้าคิดว่าอย่างน้อยที่นี่คงให้ข้านั่งคิดทางต่อได้”
เยว่ชิงพยักหน้า “ได้ แต่เรื่องนอน ข้าจะไม่ตอบแทนคนในบ้าน”
นางอธิบายว่าที่ร้านไม่มีห้องพักแขกซึ่งแยกจากพื้นที่งานได้ดีพอ ตนไม่อยากให้เขานอนใต้โต๊ะซ่อมในคืนที่เพิ่งมีคนมาขู่เรื่องร้าน และไม่อยากเปลี่ยนการพักเป็นการเฝ้าของให้นาง
บ้านแม่มีห้องเล็กข้างครัวซึ่งอาจใช้ได้ แต่ต้องถามแม่ก่อน รวมถึงตกลงว่าอยู่กี่คืน ใครใช้ทางเข้า และหากมีคนตามมาจะทำอย่างไร
หลิวก้มหน้า “ถ้าแม่เจ้าไม่สะดวก อย่าฝืน”
“ข้าจะถามตามนั้น”
ขณะนางกำลังคิดว่าจะจัดการไปบอกแม่อย่างไร เสียงหานซิ่วเรียกมาจากชายคา หญิงสาวเพิ่งเลิกงาน แวะมาถามว่าเยว่ชิงกลับจากเหอผิงแล้วหรือยัง ได้ยินข่าวร้านมีคนมาตรวจจากคนริมตลาด จึงอยากรู้ว่าต้องช่วยอะไรหรือไม่
นางปิดร่มก่อนเข้ามา เห็นหลิวนั่งอยู่จึงหยุดตรงประตู ไม่ถามถึงแฟ้มที่ยังมองไม่เห็น
เยว่ชิงแนะนำทั้งสองให้รู้จัก แล้วถามหลิวว่าตกลงให้หานได้ยินเรื่องที่ต้องจัดที่พักหรือไม่ เขายินยอมให้เล่าเรื่องคำขู่กับเหตุที่ไม่อยากกลับคืนนี้ แต่ยังไม่ขอเปิดเอกสารงานเก่าต่อหน้าคนเพิ่ม
“ข้ามาที่นี่เป็นเพื่อน” หานพูด “เรื่องรายงานคำขู่ พรุ่งนี้เราถามทางรับเรื่องให้ได้ ไม่ต้องเอาข้ารับรองแทนเจ้าหน้าที่”
เยว่ชิงขอให้หล่อนช่วยอยู่เป็นเพื่อนหลิวช่วงสั้น ๆ หากยังไม่ต้องกลับบ้าน เพื่อให้นางไปถามแม่ ไม่ได้ขอให้เฝ้าร้านทั้งคืนหรือให้กุญแจตู้
หานบอกเวลาที่ช่วยได้และตกลง นางตั้งใจกลับบ้านหลังจากจัดเรื่องคืนนี้เรียบร้อย ไม่รับปากอยู่ตลอดวันต่อไป
เยว่ชิงนำกุญแจร้านติดตัว ปิดหน้าร้านไว้เหลือทางออกให้คนข้างในใช้ได้ แล้วเดินไปบ้านแม่ผ่านทางกว้าง ฝนยังไม่หนักจนต้องข้ามน้ำ นางไม่ใช้โอกาสนี้แวะตามเอกสารเรื่องพ่อด้วย
แม่กำลังยกหม้อจากเตา เมื่อเห็นลูกสาวเปียกไหล่จึงวางผ้าแห้งให้ก่อนฟัง
เยว่ชิงเล่าเรื่องหลิวด้วยส่วนที่เขาอนุญาต ชายที่เคยทำงานตรวจเครื่องถูกคนไม่แจ้งชื่อมาถามกระดาษและขู่ให้เลิกพูด เจ้าของห้องเริ่มกังวล เขายังไม่ถูกยกเลิกห้องอย่างชัดเจน แต่คืนนี้ไม่แน่ใจจะกลับไปนอนที่ใด
“เขามีบาดแผลไหม” แม่ถาม
“ไม่พบที่เขาบอก และยังคุยรู้เรื่อง แต่เหนื่อยมาก”
“แล้วเจ้าคิดว่าจะให้เขาอยู่เท่าไร”
“ถ้าแม่สะดวก คืนนี้ก่อน และอาจอีกสองคืนระหว่างตามเรื่องที่พักกับแจ้งคำขู่ หลังจากนั้นต้องคุยใหม่ ไม่ให้กลายเป็นคำสัญญาที่แม่ไม่ได้เลือก”
แม่มองประตูห้องเล็กข้างครัว ที่นั่นมีเตียงไม้แคบกับของใช้ซึ่งยกออกได้ ไม่ใช่ห้องหรู และไม่ใช่ที่ซ่อนซึ่งไม่มีใครรู้ว่าเป็นบ้านของใคร
“แม่ให้ใช้ห้องได้สามคืน” หล่อนตอบ “แต่ขอคุยกับเขาก่อน หากมีใครตามมา ต้องบอกกัน อย่าให้แม่เปิดประตูรับคนโดยไม่รู้เรื่อง”
เยว่ชิงรับคำ นางไม่ได้บอกว่าไม่มีอันตรายเพียงเพื่อให้แม่ยินยอม
“ข้าจะไปพามา เขาต้องได้ยินขอบเขตจากแม่เอง”
เมื่อกลับร้าน หานกับหลิวนั่งอยู่ที่เดิม ไม่มีแฟ้มถูกเปิด ไม่มีการสอบคำให้การระหว่างที่เจ้าของร้านไม่อยู่ เยว่ชิงแจ้งคำตอบของแม่และถามว่าหลิวอยากไปคุยหรือไม่
เขาตกลง นางเก็บเครื่องมือ ตรวจประตู แล้วล็อกร้านเอง หานช่วยถือร่ม ไม่ช่วยถือห่อโดยไม่ถาม ทั้งสามเดินทางกว้างไปบ้านแม่ ไม่แวะข้ามสะพานไม้เพื่อเก็บของคืนนี้
ที่ชายคาบ้าน แม่ต้อนรับหลิวด้วยน้ำร้อนและบอกข้อตกลงเช่นที่บอกลูกสาว
พักสามคืนเป็นอย่างมากก่อนทบทวน ใช้ห้องข้างครัว ไม่ต้องเฝ้าร้าน ไม่ได้เป็นลูกจ้าง ไม่ต้องให้เอกสารแลกที่นอน หากมีคนมาตามต้องบอกคนในบ้าน หากจะออกไปเก็บของต้องแจ้งว่าจะกลับเมื่อไร
หลิวฟังจนจบ “ค่าพักกับอาหาร ข้าควรจ่ายเท่าไร”
“คืนนี้กินด้วยกันก่อน” แม่ตอบ “พรุ่งนี้ถ้าจะช่วยค่าอาหารตามที่ใช้ ค่อยคุยกัน แม่ไม่คิดเอากระดาษของท่านมาหักค่าเตียง”
เขาเงียบไปนานจนเยว่ชิงคิดว่าอาจต้องถามว่าไม่สบายหรือไม่ แต่หลิวเพียงยกมือถูหน้าผาก
“ข้าไม่อยากทำให้บ้านนี้มีเรื่องเพราะข้า”
“ถ้าเกิดเรื่อง เราต้องรู้และหาทางด้วยกัน” แม่กล่าว “การไม่บอกไม่ได้ทำให้มันไม่เกิด”

หานช่วยยกของใช้ซึ่งแม่อนุญาตออกจากห้อง นางไม่ได้เปิดหีบส่วนตัว แม่เป็นคนจัดที่ให้วางห่อเสื้อผ้าเอง เยว่ชิงนำผ้าสะอาดมาให้หลิวเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อหลังม่าน
นางนึกถึงต้นฉบับที่ยังอยู่ในห้องเช่าอีกฝั่งคลองขึ้นมาอีกครั้ง
“ของที่ท่านอยากเก็บเพิ่ม พรุ่งนี้อย่าไปคนเดียว ถ้าต้องขอให้เจ้าของห้องอยู่ด้วย เราควรนัดและบอกว่าจะเอาของส่วนตัวออก ไม่ใช่แอบยกอะไรไปตอนเขาไม่รู้”
หลิวบอกว่ากล่องกระดาษของตนปิดไว้ในห้อง ยังคงมีกุญแจห้องอยู่ เขาไม่ได้ให้คนที่มาขู่เปิดดู ไม่รู้ว่าหลังออกมามีใครเข้าไปหรือไม่
เยว่ชิงไม่เขียนว่ากระดาษปลอดภัยแล้ว เพียงจำไว้ว่าต้องตามสภาพจริงเมื่อกลับไป
หานแนะนำให้ไปถามทางแจ้งเหตุที่จุดรับเรื่องชุมชนในเช้าวันถัดไปก่อน ตามสิ่งที่เห็นและคำที่จำได้ ไม่กล่าวหาบุคคลที่ยังไม่มีชื่อ หลิวตกลงจะเล่าด้วยตนเองและให้ลงรายละเอียดที่ตนตรวจอ่านแล้ว
หลังจัดห้อง หานกินข้าวด้วยเพียงเล็กน้อยก่อนกลับบ้านตามเวลาที่บอก ไม่กลายเป็นคนเฝ้าประตูประจำ แม่ให้เยว่ชิงไปส่งถึงทางกว้างซึ่งยังมีคนเดิน นางกลับมาเมื่อเพื่อนเดินถึงทางที่คุ้นเคยแล้ว
คืนนั้นหลิวไม่ได้เปิดคาร์บอนงานเก่าหรือเล่าเรื่องถูกให้ออกจากงานเดือนกุมภาพันธ์เพิ่ม เขากินข้าว อาบน้ำที่แม่จัดให้ แล้วนั่งเงียบอยู่หน้าห้องเล็ก
เยว่ชิงบอกว่าไม่ต้องตอบคำถามงานใดคืนนี้ หากคำเดิมยังต้องตามก็จะตามผ่านทางที่ตกลงกัน ไม่ใช่ถามจนเขาไม่มีแรงแล้วเรียกความเงียบว่าความยินยอม
ก่อนเข้านอน นางกับแม่ตรวจกลอนบ้านร่วมกัน ที่ร้านยังล็อกอยู่และกุญแจอยู่กับนาง ไม่มีใครได้รับกุญแจเพิ่มเพราะมีแขกพัก
เช้าวันที่ยี่สิบสี่ ฝนเบาลงชั่วครู่
เยว่ชิงไปเปิดร้าน เก็บรายการตำแหน่งวัสดุที่จัดแก้เสร็จเพิ่มเติมจากเมื่อวาน ตรวจว่าป้ายตรงกับถาดจริง แล้วนำคำแจ้งพร้อมรายการที่คัดไว้ส่งฝ่ายตรวจงานร้านค้าของตลาด ได้ใบรับคำแจ้งลงวันที่ยี่สิบสี่เก็บกลับมา
นางทำส่วนนี้ก่อนครบสามวันตามบันทึกตรวจ ไม่ใช่เพราะหวังใช้กระดาษใหม่ทำให้คำร้องเรื่องนาฬิกาหายไปเอง ผู้รับเรื่องยังต้องเทียบสิ่งที่แจ้งตามทางของเขา แต่ร้านได้ส่งคำแจ้งจริงแล้ว
จากนั้นนางพาหลิวไปจุดรับเรื่องชุมชน เขาแจ้งเหตุคืนวันที่ยี่สิบสองและการเห็นคนเดิมวันที่ยี่สิบสาม อ่านรายละเอียดแล้วแก้ประโยคที่ทำให้ดูเหมือนเจ้าของห้องส่งคนมาขู่ ทั้งที่ตนยังไม่รู้
เจ้าหน้าที่รับบันทึก ให้ทางติดต่อหากคนเหล่านั้นมาอีก และบอกให้แจ้งเจ้าของห้องเรื่องการกลับไปเก็บของกับผู้ร่วมทาง หลิวเก็บใบรับไว้กับตน ไม่ส่งคำให้การทั้งชุดเข้าแฟ้มพ่อของเยว่ชิงโดยอัตโนมัติ
เมื่อออกมา เขาบอกว่าจะขอเพื่อนบ้านที่รู้จักไปกับตนและให้เจ้าของห้องอยู่ด้วยก่อนเปิดห้อง ไม่ขึ้นอยู่กับว่าเยว่ชิงจะปิดร้านตามไปได้ทันทีหรือไม่
“ถ้าจะไป ให้ส่งข่าวเวลาและทางที่ตกลงก่อน” นางกล่าว “ข้าจะดูว่างานร้านช่วงนั้นจัดได้หรือไม่ อย่าเพิ่งคิดว่าข้ารู้จากการที่ท่านลุกออกจากบ้าน”
หลิวพยักหน้า ฝนเริ่มซัดผิวคลองเป็นวงเล็ก ๆ อีกครั้ง
เยว่ชิงมองสะพานไม้ซึ่งอยู่ไกลลงไปจากทางกลับร้าน น้ำเช้านี้สูงกว่าตอนนางเดินกลับจากบ้านแม่เมื่อคืน แต่ยังไม่มีใครบอกว่าขาดหรือปิดทางแล้ว
นางจะไม่รับรองความปลอดภัยจากการมองไกล ๆ ถ้าไปเก็บของ ต้องถามสภาพทางอีกครั้ง และถ้าฝนหนักก็ต้องเปลี่ยนแผน
หลิวมีที่พักคืนนี้แล้ว แต่เรื่องที่ทำให้เขาไม่อยากกลับบ้านยังอยู่ฝั่งตรงข้ามคลอง เช่นเดียวกับกระดาษที่เขาเคยเก็บไว้เพื่อยืนยันสิ่งที่มือตนตรวจ
เมฆต่ำเคลื่อนเข้ามาจากด้านเหนือ เยว่ชิงรวบเสื้อคลุมให้พ้นละอองฝน แล้วเดินกลับร้านพร้อมความรู้สึกว่า วันนี้อาจต้องเผื่อที่ว่างให้เรื่องที่ไม่มีใครกำหนดเวลาได้อีกเรื่องหนึ่ง
นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI
