ร้านซ่อมหนังสือที่เปิดเฉพาะวันฝนตก · ตอนที่ 1
ร้านซ่อมหนังสือที่เปิดเฉพาะวันฝนตก — เรื่องเดียวจบ
เรื่องแต่งต้นฉบับและภาพประกอบสร้างด้วย AI สำหรับ STORY.RED ตัวละครและเหตุการณ์เป็นเรื่องสมมติ
วันที่มีนาขึ้นป้ายหน้าร้านว่า เปิดเฉพาะวันฝนตก เจ้าของร้านดอกไม้ข้าง ๆ ถามว่า ถ้าฝนไม่ตกทั้งเดือนจะกินอะไร
“ป้ายเรียกลูกค้าค่ะ” มีนาตอบ “ความจริงเปิดทุกวัน เว้นวันจันทร์”
หญิงสาววัยยี่สิบแปดย้ายจากกรุงเทพฯ มาโซลเมื่อสามปีก่อน เธอเคยแปลเอกสารอยู่หลังจอวันละสิบชั่วโมง จนเริ่มจำไม่ได้ว่าครั้งสุดท้ายที่ทำสิ่งหนึ่งด้วยมือทั้งสองข้างแล้วรู้สึกภูมิใจคือเมื่อไร
ร้านซ่อมหนังสือขนาดเจ็ดตารางเมตรจึงเป็นคำตอบที่ยังหาเงินได้ไม่ค่อยดีนัก
ในเย็นวันพฤหัสฯ ฝนตกจริงอย่างที่ป้ายสัญญา ชายคนหนึ่งหยุดอยู่หน้าประตู น้ำไหลจากชายเสื้อโค้ตสีกรมท่าลงบนรองเท้า เขาถือห่อผ้าแนบอกด้วยท่าทางของคนที่ไม่รู้ว่าจะวางมันลงตรงไหนได้อย่างปลอดภัย
“คุณซ่อมสิ่งที่เปียกจนเสียไปแล้วได้ไหมครับ”
มีนาถามว่ามันคืออะไร
เขาค่อย ๆ เปิดผ้า สมุดเล่มเล็กมีปกบวมจนปิดไม่สนิท กระดาษติดกันเป็นก้อน หมึกบางหน้าละลายเป็นแอ่งสีฟ้า
“สมุดสูตรอาหารของย่าครับ ท่อในห้องเก็บของแตก”
เขาชื่อจีอุน อายุสามสิบสอง เป็นสถาปนิก และพูดคำว่า ย่า เบากว่าคำอื่นทั้งหมด
มีนาย้ายแก้วชาออกจากโต๊ะ ปูผ้าสะอาด แล้วรับสมุดจากเขา
“ฉันซ่อมให้จับอ่านได้อีกครั้งค่ะ แต่ส่วนที่หมึกหายไปแล้วอาจเอากลับมาไม่ได้”
จีอุนพยักหน้า เขาไม่ได้ถามว่าราคาเท่าไร
“ขอแค่ไม่ต้องโยนทิ้งก็พอครับ”

การทำให้กระดาษแห้งช้า ๆ ใช้เวลานานกว่าที่จีอุนคิด
เขาแวะมาทุกเย็นหลังเลิกงาน ช่วงแรกยืนดูตรงประตู ต่อมานั่งบนเก้าอี้พับ แล้ววันหนึ่งก็ถอดเสื้อโค้ตขึ้นแขวนเองโดยไม่ต้องถาม
“ทำไมต้องเปิดเฉพาะวันฝนตก” เขาถามขณะมีนาใช้แหนบแยกกระดาษสองแผ่น
“เพราะคนทำหนังสือเปียกต้องมีที่ไป”
“แล้ววันที่ไม่มีฝนล่ะครับ”
“บางคนทำมันพังด้วยอย่างอื่น”
เขาหัวเราะเป็นครั้งแรก มีนาพบว่าเวลาหัวเราะจีอุนจะหลับตาลงเล็กน้อย เหมือนกำลังพักจากการระวังตัว
คืนหนึ่งไฟดับทั้งซอย เธอใช้โคมชาร์จไฟวางกลางโต๊ะ จีอุนช่วยตัดกระดาษซ่อมเป็นชิ้นเล็ก ๆ ตามขนาดที่เธอขีดไว้
“คุณใช้วัสดุอะไร”
“กระดาษเส้นใยยาวกับกาวที่แกะออกได้ค่ะ เผื่อคนที่ซ่อมต่อจากฉันต้องการเปลี่ยนมัน”
“ทำไมไม่ทำให้ถาวรไปเลย”
มีนาหยุดมือ “เพราะเราไม่ควรตัดสินใจแทนอนาคตทุกอย่าง”
เขานิ่งไป ก่อนวางชิ้นกระดาษที่ตัดผิดลงด้านข้าง
บนปกเดิมมีเส้นสีทองจาง ๆ จีอุนบอกว่าย่าเคยทากาวซ่อมแล้วโรยผงทองที่เหลือจากงานฝีมือ ย่าทำอะไรก็ดูเกินความจำเป็นนิดหน่อย แม้แต่ไข่ทอดก็ต้องมีต้นหอมวางข้างจาน
“ฉันจะเก็บเส้นนี้ไว้” มีนาบอก “ไม่ได้ทำให้เหมือนใหม่ แต่เป็นเล่มเดิมที่ยังอยู่ได้”
พวกเขาเอื้อมหยิบแปรงพร้อมกัน ปลายนิ้วแตะกันเพียงครู่เดียว จีอุนชักมือกลับ ส่วนมีนาก้มหน้าใกล้สมุดเกินความจำเป็น
ข้างนอกยังมีฝน เธอได้ยินมันตกลงบนกันสาด แต่เป็นครั้งแรกที่ไม่ได้รู้สึกว่าร้านเล็กเกินไป

แปดวันหลังจากนั้น จดหมายขอคืนพื้นที่มาถึง
เจ้าของอาคารขายตึกแล้ว ผู้เช่าต้องย้ายภายในสองเดือน มีนารู้ว่าจะมีการปรับปรุงทั้งซอย แต่ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้
เธอจำโลโก้บนเอกสารแนบได้ มันอยู่บนถุงผ้าที่จีอุนใช้ใส่ร่ม
เมื่อเขามาถึงเย็นนั้น เธอไม่ได้เลื่อนเก้าอี้ให้
“คุณรู้เรื่องนี้หรือเปล่า”
จีอุนมองเอกสารแล้วตอบว่าเขาทำงานอยู่ในทีมออกแบบโครงการ เคยถามเรื่องการเก็บหน้าร้านเดิมไว้ แต่ผู้ซื้ออยากเปลี่ยนพื้นที่ทั้งหมด
“รู้ตั้งแต่วันแรกที่มาที่นี่?”
“ครับ”
คำตอบนั้นทำให้ร้านเงียบกว่าคืนที่ไฟดับ
“แล้วทำไมไม่บอกฉัน”
“ผมคิดว่าถ้าหาทางได้ก่อน—”
“คุณก็เลยให้ฉันไม่รู้ต่อไป”
เขาไม่แก้ตัวอีก
มีนาพับจดหมายเก็บช้า ๆ เธอโกรธที่ต้องย้าย โกรธเงินมัดจำที่คงไม่พอ และโกรธยิ่งกว่าที่คนซึ่งนั่งอยู่กับเธอทุกเย็นปล่อยให้เธอเล่าถึงฤดูร้อนของร้านนี้ ทั้งที่รู้ว่าอาจไม่มีฤดูร้อนให้เล่า
“สมุดคุณจะเสร็จวันศุกร์ค่ะ ฉันจะส่งข้อความแจ้ง”
จีอุนมองเก้าอี้พับ ก่อนหยิบเสื้อโค้ตจากตะขอ
“ผมขอโทษที่ไม่บอก ความตั้งใจจะช่วยไม่ได้ทำให้การปิดบังถูกต้อง”
เขาออกจากร้านไป มีนาไม่เรียกกลับ

เช้าวันต่อมาเธอร้องไห้ขณะคำนวณค่าเช่า
ตัวเลขบนกระดาษไม่เปลี่ยนเพราะน้ำตา เธอจึงหยุดร้องแล้วโทรหาเจ้าของร้านดอกไม้
อาคารเล็กอีกซอยมีพื้นที่ว่างชั้นล่าง ค่าเช่าสูงกว่าร้านเดิม แต่แบ่งกับนักเขียนพู่กันที่กำลังหาที่สอนได้ เธอทำตารางใช้งาน ตัดค่าใช้จ่ายที่ยังไม่จำเป็น และเปิดจองเวิร์กช็อปซ่อมสมุดหกรอบ
รอบแรกขายได้สองที่ จากหกที่
รอบที่สองขายได้สามที่
มีนาเลิกดูยอดจองทุกสิบนาที แล้วถ่ายรูปงานซ่อมให้ชัดขึ้น เขียนราคากับสิ่งที่ผู้เรียนจะได้กลับบ้านให้ครบ เจ้าของร้านดอกไม้ช่วยวางใบประกาศ ส่วนร้านกาแฟยอมให้ใช้โต๊ะนอกเวลาคนแน่น
มันไม่ใช่ปาฏิหาริย์ เธอแค่เริ่มรู้ว่าต้องขอความช่วยเหลือแบบไหน และใครยินดีช่วยจริง ๆ
จีอุนส่งข้อความมาเพียงครั้งเดียว แนบข้อมูลขั้นตอนคืนเงินประกันและวันที่ตัดสาธารณูปโภคซึ่งเขาตรวจสอบกับผู้จัดการอาคารให้ เธอตอบว่าขอบคุณ แล้วถามว่าเขายืนยันได้แค่ไหน
เขาส่งชื่อผู้ติดต่อและเอกสารกลับมา ไม่มีคำว่า เชื่อผม อยู่ในนั้น
วันรับสมุด มีนาวางมันในกล่องกระดาษ ปกแห้งและแข็งแรงขึ้น เส้นทองเดิมยังอยู่ หน้าที่หมึกหายถูกคั่นด้วยกระดาษบาง พร้อมบันทึกว่าอ่านส่วนไหนไม่ได้
จีอุนเปิดหน้าสุดท้าย ข้อความลายมือย่าที่เหลืออยู่มีเพียงสองบรรทัด
ถ้ากินคนเดียว ทำแค่พออิ่มถ้ามีคนรออยู่ ทำเผื่ออีกนิด
เขายิ้ม แล้วน้ำตาก็หยดลงก่อนจะทันหลบ
มีนาเลื่อนกระดาษทิชชูไปให้ ไม่มีใครพูดอะไรจนเขาปิดสมุด
“ผมต้องไปคุมงานต่างจังหวัดสี่เดือนครับ ออกเดินทางวันอังคาร”
เธอพยักหน้า ไม่ได้ถามว่าเขาจะกลับมาไหม
“ผมอยากขอเริ่มรู้จักคุณอีกครั้ง หลังจากสิ่งที่ทำให้เสียความไว้ใจ แต่ถ้าคุณไม่ต้องการ ผมจะรับคำตอบนั้น”
มีนามองกล่องสมุด เธอยังไม่หายโกรธดี และก็ไม่อยากใช้ความคิดถึงเป็นเหตุผลให้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นหายไป
“ฉันขอเวลาค่ะ”
“ได้ครับ”
เป็นครั้งแรกที่เขาไม่เติมข้อเสนอช่วยอะไรต่อท้าย

วันอังคารมีนาไปถึงสถานีก่อนรถออกสิบสองนาที
จีอุนยืนอยู่ใกล้เส้นสีเหลือง เขาประหลาดใจจนมองนาฬิกาสลับกับเธอ
“ฉันไม่ได้มาห้ามคุณไปนะ”
“ผมยังไม่ได้คิดไปถึงตรงนั้นเลยครับ”
เธอหัวเราะ เสียงหัวเราะทำให้ความตึงในอกคลายลงนิดหนึ่ง
มีนายื่นสมุดเปล่าที่เย็บเองให้ ปกสีกรมท่า มีด้ายสีแดงผูกเป็นที่คั่น ภายในวางซองจดหมายเล็กไว้
“จดที่อยู่ร้านใหม่ค่ะ ยังไม่ต้องมาวันเปิด ฉันคงยุ่งจนไม่มีเวลาคุย แต่ถ้าจะส่งโปสการ์ด ก็ส่งมาที่นี่”
“หมายความว่าผมยังเขียนหาคุณได้?”
“ได้ แต่เวลามีเรื่องที่ฉันควรรู้ ช่วยบอกก่อนคิดว่าจะจัดการแทนฉัน”
จีอุนรับสมุดด้วยมือทั้งสองข้าง
“ผมจะทำแบบนั้น”
เสียงประกาศเรียกขึ้นรถดังขึ้น มีนาชี้ไปทางประตู เขายังไม่ขยับ
“ฉันไม่ได้รับปากว่าจะรออยู่ตรงเดิมนะ ร้านก็ย้าย ฉันก็อาจเปลี่ยนไป”
“ผมอยากรู้จักคนที่คุณจะเป็นด้วยครับ”
คราวนี้เธอเป็นฝ่ายยื่นมือไปหา เขาจับเบา ๆ แล้วปล่อยเมื่อเสียงประกาศดังอีกครั้ง
รถเคลื่อนออกจากชานชาลา มีนายืนมองจนตู้สุดท้ายผ่านไป เธอเสียใจที่เขาไป แต่ไม่ได้เสียใจที่ตัวเองมา

สี่เดือนผ่านไปโดยไม่ได้ง่ายขึ้นทุกวัน
ร้านใหม่ต้องเปลี่ยนท่อน้ำ มีนาซ่อมสมุดช้าไปสองเล่มและขอโทษลูกค้า จีอุนพลาดเวลานัดโทรเพราะงานหน้างานยืดเยื้อ เธอบอกว่าเสียใจ เขาขอโทษและเปลี่ยนเวลานัด แทนการให้เธอเดาว่าเขาหายไปไหน
โปสการ์ดฉบับแรกเป็นรูปสะพาน ฉบับที่สองเป็นแมวข้างโรงแรม ฉบับที่สามเขาวาดหน้าต่างเองไม่สวยนัก
มีนาแปะทั้งหมดไว้หลังโต๊ะซ่อม ส่วนวันที่เธอขายเวิร์กช็อปได้ครบเป็นครั้งแรก เธอส่งรูปเก้าอี้ทั้งหกตัวให้เขา
เขาตอบว่า วันนี้คุณควรซื้อขนมดี ๆ ให้ตัวเอง
เธอซื้อสองชิ้น แล้วกินทั้งสองชิ้นโดยไม่รู้สึกผิด
พวกเขาค่อย ๆ รู้จักชีวิตประจำวันที่ไม่มีฉากสวยงามมากมาย รู้ว่าใครเหนื่อยแล้วพูดน้อย ใครเงียบเพราะกำลังโกรธ รู้ว่าบางครั้งการขอคุยพรุ่งนี้ไม่ได้หมายถึงการจากไป
ในคืนปลายเดือนมีนาคม จีอุนโทรมาบอกว่าเขาคิดถึงเธอ
มีนาเลิกพยายามหาคำตอบที่ดูไม่รู้สึกมากเกินไป
“ฉันก็คิดถึงคุณค่ะ”
จีอุนกลับมาในบ่ายวันเสาร์ที่ไม่มีฝน
ร้านใหม่มีกระจกบานใหญ่ โต๊ะซ่อมสองตัว และมุมเรียนที่พับเก็บได้ นักเขียนพู่กันร่วมเช่าพื้นที่กำลังออกไปซื้อข้าว เจ้าของร้านดอกไม้ย้ายกระถางเล็กมาตั้งให้เป็นของรับขวัญ
เหนือประตูยังมีป้ายเดิม แต่มีนาติดข้อความเล็กอีกบรรทัดไว้ข้างใต้
และวันที่คุณมีบางอย่างอยากเก็บไว้
จีอุนถือกระถางดอกสีขาวเข้ามา มีนาเงยหน้าจากงาน แล้วเขาก็ยิ้มอย่างคนที่ไม่ต้องเดาว่าตัวเองได้รับอนุญาตให้ยิ้มไหม
“วันนี้เปิดหรือเปล่าครับ”
“เปิดค่ะ แต่คิวซ่อมต้องรอสามสัปดาห์”
“ผมไม่ได้มาซ่อมหนังสือ”
เขาวางกระถางบนเคาน์เตอร์ ก่อนยื่นสมุดสูตรอาหารเล่มเดิมให้ดู ระหว่างหน้าที่อ่านได้มีสูตรซุปสาหร่ายซึ่งเขาลองทำจนสำเร็จแล้ว
“วันหยุดพรุ่งนี้ อยากมากินข้าวด้วยกันไหมครับ ผมทำเผื่อสองคน”
มีนาเปิดดูหน้าที่มีลายมือใหม่จดข้างสูตรเก่า เขาเขียนว่าอย่าใส่เกลือก่อนชิม และวงไว้สองครั้ง
“คุณฝึกนานไหม”
“นานพอที่จะไม่เอามาให้คุณกินตั้งแต่ครั้งแรกครับ”
เธอหัวเราะแล้วตอบตกลง
จีอุนมองมือเธอที่วางบนสมุด
“แล้วถ้าผมอยากชวนคุณไปกินข้าวอีก หลังจากวันพรุ่งนี้”
“ในฐานะลูกค้า?”
“ในฐานะคนที่อยากคบกับคุณครับ”
มีนาปิดสมุด วางมันไว้บนเคาน์เตอร์ แล้วจับมือเขา
“ฉันก็อยากคบกับคุณ”
เขาบีบมือเธอเบา ๆ ไม่รีบสัญญาว่าจะไม่มีวันทำให้เสียใจ และเธอไม่ขอให้เขาพูดสิ่งที่ไม่มีใครรับรองได้
เจ้าของร้านดอกไม้แวะมาส่งแก้วชาสองใบ มองมือที่จับกันแล้วกลับออกไปพร้อมรอยยิ้ม มีนาหน้าแดง จีอุนก็หน้าแดง พวกเขาหัวเราะพร้อมกันโดยยังไม่ปล่อยมือ
ค่ำวันนั้น หลังลูกค้าคนสุดท้ายออกจากร้าน ทั้งสองช่วยกันเช็ดโต๊ะ เก็บแปรง และยกเก้าอี้ขึ้น จีอุนถามว่าป้ายเก่าจะเอาลงไหม
มีนามองมันอยู่ครู่หนึ่ง
“เก็บไว้ค่ะ มันพาคุณเข้าร้าน”
ข้างนอกมีแดดอ่อนสุดท้ายของวัน ถนนแห้ง ผู้คนเดินกลับบ้าน มีนาล็อกประตูร้านที่เธอหาทางเปิดขึ้นมาใหม่ แล้วหันไปรับมือที่จีอุนยื่นมา
พรุ่งนี้เธอยังต้องทำบัญชี ยังมีสมุดรอซ่อม และเขายังต้องไปทำงานในวันจันทร์
แต่คืนนี้พวกเขามีเวลาพอจะเลือกทางกลับที่ไกลขึ้นอีกนิด

จบบริบูรณ์