ปรับการอ่าน

ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · ตอนที่ 35

ตอนที่ 35 — ความทรงจำที่คลาดเคลื่อน

หัวหน้าตู้ลงชื่อกำกับสำเนาแผ่นสุดท้าย แล้วเลื่อนเอกสารทั้งสามมาให้เยว่ชิง

“ตรวจจำนวนหน้ากับรายการที่ขอไว้ก่อน ถ้าขาดตรงไหนให้บอกวันนี้”

เธอมองมือที่วางกระดาษอยู่ตรงหน้า ในความทรงจำของชีวิตเดิม ชื่อนี้เคยอยู่ฝ่ายเดียวกับคนที่ปิดทางร้านหลิน แต่บ่ายวันที่สิบสองพฤษภาคม มือของคนคนนั้นกำลังยื่นสิ่งที่เธอรอมาหลายวันให้โดยไม่ขอให้เลิกถามเรื่องอื่นแลกกัน

เมื่อเช้ามีหนังสือแจ้งให้มารับสำเนาที่ขอไว้ เยว่ชิงจัดงานทดสอบนาฬิกาของหญิงรับซักผ้า จดผลช่วงเช้า แล้วออกมาในเวลาที่ประกาศให้ลูกค้าทราบ เธอไม่ได้ขอให้ใครนั่งรับงานแทนระหว่างไปโรงงาน

บนโต๊ะของหัวหน้าตู้มีสำเนาหน้าสมุดประตูบริการ รายการรถเก่า และหน้าที่เชื่อมทะเบียนเก่ากับใหม่ด้วยหมายเลขโครง เจ้าหน้าที่งานขนส่งได้ตรวจเทียบส่วนที่เกี่ยวข้องก่อนส่งให้รับรองสำเนาไว้

เยว่ชิงเปิดบันทึกที่ตนคัดเมื่อวันที่หนึ่งพฤษภาคม เทียบทีละรายการ

แถวรถผ่านประตูบริการในคืนวันที่สิบหกมกราคมยังไม่มีเวลาเขียนในช่องนั้น งานระบุรับชุดส่งคืน และตัวอักษรย่อของผู้ควบคุมยังอ่านไม่ได้ครบ

ช่องว่างไม่ได้ถูกเติมให้เต็มเมื่อทำสำเนา

ทะเบียนเดิมลงท้ายสี่สิบหก เปลี่ยนผู้ถือครองและรายการทะเบียนในวันที่ยี่สิบสามกุมภาพันธ์ ทะเบียนใหม่ลงท้ายแปดสิบเอ็ด หมายเลขโครงในรายการเชื่อมกันเหมือนที่เธอได้ดูครั้งก่อน

“หนังสือโอนทั้งชุดยังไม่มาหรือคะ”

“ยังได้ไม่ครบ” หัวหน้าตู้ตอบ “สามแผ่นนี้คือส่วนที่ขอไว้และตรวจเทียบแล้ว อย่าเขียนว่าเป็นเอกสารโอนทั้งหมด”

เยว่ชิงจดจำนวนแผ่นกับรายการที่ยังรอ ก่อนตรวจชื่อผู้รับรอง วันที่รับรอง และที่มาของแต่ละหน้า

หัวหน้าตู้มอบสำเนาที่ตรวจเทียบแล้วให้เยว่ชิงตรวจตามรายการคำขอ
หัวหน้าตู้มอบสำเนาที่ตรวจเทียบแล้วให้เยว่ชิงตรวจตามรายการคำขอ

หัวหน้าตู้นั่งลงตรงข้าม เขาเป็นชายร่างค่อนข้างท้วม ใบหน้าเหลี่ยมกว้าง ผมแซมเทาที่ขมับ เสื้อทำงานสีน้ำตาลมีรอยยับตามแขน เขาไม่ได้ยิ้มเหมือนคนมอบของขวัญให้เธอ

“ห้องเก็บเอกสารแยกงานรถกับงานรับคืนออกจากกัน” เขาพูด “ถ้าจะรู้ว่าคำว่าชุดส่งคืนหมายถึงอะไร ต้องตรวจฝั่งรับของต่อ สมุดประตูบอกแทนไม่ได้”

“ฉันขอเทียบรายการรับคืนของวันที่สิบหกได้ไหม”

เขาดึงคำขอเดิมขึ้นดู ไม่ได้ยื่นแฟ้มทั้งหมดให้เธอรื้อ

“เขามีทะเบียนคูปองอยู่แยกอีกที่ ต้องให้คนคลังตรวจว่ารายการไหนเกี่ยวข้อง แล้วเปิดส่วนที่ให้ดูได้ ผมส่งคำขอไปให้แล้ว เขาให้มาดูพรุ่งนี้บ่าย”

เยว่ชิงเงยหน้าขึ้น “มีตัวคูปองอยู่จริงหรือยัง”

“ผมยังไม่ได้เห็น เขายืนยันทะเบียนก่อน อย่าเพิ่งถือว่าพบกระดาษที่คุณต้องการแล้ว”

เธอพยักหน้า วันพรุ่งนี้คือวันที่สิบสาม ตอนสายหญิงรับซักผ้าจะมาดูงาน บ่ายจึงยังพอจัดเวลาไปคลังได้ หากงานที่ร้านส่งตามข้อตกลงแล้ว

หัวหน้าตู้เขียนเวลาและชื่อห้องที่ติดต่อให้ ไม่เขียนว่าเธอมีสิทธิ์เข้าไปเอาต้นฉบับออกมาเอง

เยว่ชิงรับใบนัดมา มองมันอยู่นานกว่าที่ควร

“มีอะไรไม่ตรงหรือ” เขาถาม

“ฉันคิดว่าคุณคงไม่ช่วยให้ไปต่อค่ะ”

คำตอบทำให้เขานิ่งไปชั่วครู่ ก่อนเอามือวางราบบนโต๊ะ

“คุณมาขอเอกสารที่เกี่ยวกับร้านและพ่อคุณ ผมต้องดูว่ามีส่วนไหนเปิดได้ ไม่ใช่ดูว่าคุณชอบหน้าผมหรือไม่”

เธอหลุบตา ไม่อาจบอกว่าในชีวิตหนึ่งซึ่งเขายังไม่ได้เดินไปถึง เธอเคยเกลียดชื่อนี้มานานเพียงใด

หัวหน้าตู้ถอนหายใจ

“บางวันคนที่มาขอก็ไม่ชอบคำตอบว่ารอ ผมรู้ แต่ถ้าผมบอกว่าพบแล้วทั้งที่ยังไม่เห็น พรุ่งนี้คนคลังจะเป็นคนถูกถามให้ตอบสิ่งที่ไม่มี”

เยว่ชิงมองช่องว่างของเวลาในสำเนาอีกครั้ง

“ขอบคุณที่ไม่เติมมันให้ค่ะ”

เขาไม่รับคำชมนั้นอย่างคนทำสิ่งพิเศษ เพียงเลื่อนใบรายการให้เธอตรวจครบก่อนลงชื่อรับสำเนา เธออ่านแล้วลงชื่อเฉพาะว่ารับสามแผ่น ไม่ลงชื่อว่ารับรองเหตุการณ์ทั้งหมดที่บันทึกอยู่ข้างใน

ก่อนกลับ เยว่ชิงถามถึงคำขอข้อมูลต้นทางของใบแจ้งอุบัติเหตุที่ส่งเมื่อวันที่สี่พฤษภาคม หัวหน้าตู้บอกว่ายังติดตามอยู่ ยังไม่ให้ผลเวลาเกิดเหตุหรือชื่อผู้เขียนเพิ่มเติม เธอจดว่ารอ ไม่เอาการได้สำเนารถไปนับว่าได้คำตอบเรื่องโรงพยาบาลด้วย

บันทึกคำพูดของหลิวเจิ้นไม่ได้อยู่บนโต๊ะนั้น เยว่ชิงไม่ใช้ความช่วยเหลือวันนี้เป็นเหตุให้ข้ามสิทธิ์คนที่ขออ่านคำของตนก่อนส่งต่อ

เมื่อเดินออกจากอาคาร ความทรงจำเก่ากลับมาชัดอย่างประหลาด

เธอจำห้องหลังร้านที่สวีเหวินเต๋อเคยวางกระดาษลงตรงหน้าได้ จำชื่อสกุลตู้ใต้ลายมือหนึ่งได้ และจำคำพูดว่า คนนี้อนุมัติแล้ว ไม่ต้องไปขอให้ใครช่วย ได้

ในชีวิตเดิม ร้านกำลังเปลี่ยนมือ เธอเหนื่อยกับการวิ่งถาม เหวินเต๋อชี้ชื่อให้ดูเพียงส่วนเดียวแล้วดึงกระดาษกลับ เธอไม่ได้อ่านหัวเรื่องจนจบ ไม่ได้เห็นเอกสารทั้งชุด และไม่ได้ไปถามเจ้าของลายมือด้วยตนเอง

แต่เธอกลับเก็บประโยคนั้นไว้เหมือนคำที่ตู้พูดต่อหน้า

เวลาหลายปีทำให้สองอย่างติดกันแน่น จนชื่อบนกระดาษกับคำในปากเหวินเต๋อกลายเป็นความทรงจำชิ้นเดียว

เยว่ชิงหยุดใต้เงาต้นไม้ข้างทาง ล้วงสมุดส่วนตัวออกมาแล้วจดคำที่ตนจำได้ โดยไม่พยายามทำให้มันยาวกว่าที่เห็น

ชื่อนั้นอาจเป็นชื่อคนเดียวกัน อาจลงชื่อในงานอีกส่วนหนึ่ง เธอยังไม่มีเอกสารจากชีวิตเดิมมาให้ตรวจ และการที่เขาช่วยวันนี้ก็ไม่ได้พิสูจน์ว่าเขาไม่เคยทำอะไรผิดในอนาคต

แต่เธอไม่มีเหตุจะเอาคำที่เหวินเต๋อเคยพูดมาใช้แทนการกระทำของเขาทุกครั้งในปีนี้

ตอนกลับถึงร้าน เยว่ชิงเปิดประตูตามเวลาที่แจ้งไว้ ตรวจนาฬิกาข้อมือของหญิงรับซักผ้าก่อน งานทำความสะอาดและปรับตั้งผ่านช่วงที่เธอกำหนดได้ จังหวะยังต้องบันทึกต่อถึงวันนัด ชิ้นเดิมอยู่ครบ ไม่มีส่วนที่ต้องขอเปลี่ยนเพิ่มในเวลานี้

เธอเขียนรายการงานที่ทำจริงไว้สำหรับอธิบายเจ้าของตอนสายวันพรุ่งนี้ ถ้าไม่พบปัญหาใหม่ งานนั้นก็จะส่งคืนได้พร้อมใบรับเงินหลังเจ้าของตรวจของ

เยว่ชิงเปิดแฟ้มรถแล้วใส่สำเนาทั้งสามในช่องแยก ระบุวันรับและหน้าอ้างอิงตามที่ตรวจมาด้วยกัน ไม่เก็บเพียงตราแล้วทิ้งหน้าที่มีช่องว่าง เพราะส่วนที่ไม่มีคำตอบก็เป็นสิ่งที่ต้องรักษาไว้เหมือนกัน

คนเดินผ่านหน้าร้านถามว่ากระดาษที่ติดหน้าต่างยังใช้เหมือนเดิมหรือไม่ เธอตอบว่าใช่ ก่อนอธิบายให้เขาฟังว่าต้องตรวจของก่อนแจ้งราคา เขาไม่มีนาฬิกาติดมาวันนี้และเดินต่อไป เธอไม่ต้องเปลี่ยนทุกคำถามให้กลายเป็นยอดขายเพื่อให้วันดูคุ้มค่า

หลังปิดร้าน เยว่ชิงเอาสมุดความทรงจำกับสมุดติดตามเอกสารมาวางคนละด้านของโต๊ะ

ด้านหนึ่งมีเรื่องที่เธอเคยเห็นและเรื่องที่เคยได้ยิน อีกด้านมีชื่อเอกสาร วันที่ และส่วนที่คนเก็บเอกสารเปิดให้ตรวจในวันนี้

เธอเริ่มแยกสิ่งที่เคยเขียนปนกันออกทีละบรรทัด

เยว่ชิงแยกสิ่งที่จำได้เองออกจากคำที่เคยได้ยิน ก่อนใช้ข้อมูลปัจจุบันตัดสิน
เยว่ชิงแยกสิ่งที่จำได้เองออกจากคำที่เคยได้ยิน ก่อนใช้ข้อมูลปัจจุบันตัดสิน

การย้อนกลับมาไม่ได้ทำให้เธอเป็นคนที่จำทุกหน้า ทุกชื่อ และทุกความหมายได้อย่างถูกต้อง ความกลัวในชีวิตเดิมยังทำให้บางประโยคดังเกินส่วนอื่น ความอับอายยังทำให้บางวันพร่าเลือนจนเหลือเพียงความรู้สึก

เธอรู้ว่าตนเคยถูกทำร้าย รู้ว่าไม่ควรยกอำนาจตัดสินใจให้เหวินเต๋ออีก แต่ความรู้นั้นไม่จำเป็นต้องแปลว่าคนทุกคนที่เขาเอ่ยชื่อเป็นศัตรูของเธอในลักษณะเดียวกัน

เยว่ชิงเขียนคำว่าเหวินเต๋อเป็นผู้กล่าวไว้ข้างประโยคอนุมัติแล้ว

มันไม่ได้ลบชื่อหัวหน้าตู้ออกจากความสงสัย เพียงคืนปากที่พูดประโยคนั้นให้คนที่พูดจริงในความทรงจำของเธอ

เธอคิดถึงเฉินจิ้งโจว ผู้เคยถูกเธอเชื่อว่าเป็นคนขโมยของพ่อ คิดถึงโจวผิงที่ยอมแก้คำของตนให้ตรงกับสิ่งที่จำได้ และคิดถึงแม่ซึ่งตอบว่าไม่แน่ใจเมื่อเห็นของคล้ายกัน

คนเหล่านั้นไม่ได้มีหน้าที่ช่วยให้เธอรักษาภาพอดีตทุกภาพไว้โดยไม่ต้องตรวจ พวกเขามีชีวิต มีขอบเขต และมีส่วนที่เธอยังไม่รู้

เสียงนาฬิกาของลูกค้าดังเบาจากถาดทดสอบ เยว่ชิงดูเวลา จดผลครั้งสุดท้ายของวัน ก่อนปิดแฟ้มรถและเก็บสมุดส่วนตัวขึ้นชั้น

เธอเตรียมใบนัดคลังไว้สำหรับพรุ่งนี้บ่าย พร้อมรายการคำถามสั้น ๆ ว่าทะเบียนรับคืนเกี่ยวกับงานรถแถวใด ใครรับเอกสาร และหากมีคูปอง ตัวจริงเก็บอยู่ที่ไหน

ยังไม่มีรอยน้ำมันจากกระดาษใบนั้นให้เธอดู ไม่มีชื่อผู้คืนของให้เธออ่าน

คืนนี้สิ่งที่มีอยู่คือทางเข้าไปตรวจอีกทางหนึ่ง ซึ่งคนที่เธอเคยคิดว่าจะปิดประตูให้กลับเป็นคนช่วยเปิด

เยว่ชิงดับโคมแล้วขึ้นบันได ความทรงจำไม่ได้หายไป เธอเพียงหยุดใช้มันเป็นคำตอบสุดท้ายก่อนวันพรุ่งนี้จะมาถึง

กลับสารบัญนิยาย

นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI