ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · ตอนที่ 25
ตอนที่ 25 — บ้านแม่ที่ปลายทางรถเมล์
รถเมล์เที่ยวเช้าของวันที่สองพฤษภาคมมาถึงช้ากว่าเวลาที่เยว่ชิงถามไว้เมื่อเย็นวาน
นางยืนรอใต้ชายคาข้างจุดจอด มือจับหูถุงผ้าไว้แน่น แม้ในถุงจะไม่มีสิ่งใดแตกได้ ผ้าคลุมไหล่ของแม่ ขนมเล็กน้อย และเสื้อสำหรับเปลี่ยนถูกจัดไว้อย่างเรียบร้อย ที่ร้านนางแจ้งว่าจะปิดหนึ่งวันและกลับเปิดในวันถัดไปแล้ว
ก่อนออกจากบ้าน นางไปบอกคนที่ห้องเย็บผ้าว่าวันนี้ไม่อยู่ รับฝากเวลานัดจากคนของห้องได้เมื่อนางกลับ แต่ยังไม่รับงานตั้งนาฬิกาวันนี้ นาฬิกาที่นั่นยังอยู่กับเจ้าของ งานที่รอแจ้งนัดไม่ได้กลายเป็นของที่นางทิ้งค้างไว้โดยไม่บอก
ป้าหวงรู้วันกลับของนาง ไม่มีใครได้กุญแจร้านเพื่อช่วยเปิดรับงานแทน
นางคิดเรื่องเหล่านี้ครบแล้ว แต่พอรถยังไม่มา ใจก็เริ่มหาเหตุให้เดินกลับไปตรวจประตูอีกครั้ง
เยว่ชิงมองถุงผ้า ถอนลมหายใจ แล้วนั่งลงบนม้านั่ง
ประตูที่ล็อกดีแล้วไม่จำเป็นต้องถูกตรวจอีกเพียงเพราะนางกำลังจะไปหาคนที่ควรไปหามานาน
เมื่อรถมาถึง นางขึ้นไปนั่งข้างหน้าต่าง เสียงเครื่องยนต์กลบคำพูดของคนบนรถจนเหลือเพียงเสียงเป็นช่วง ๆ พื้นถุงวางอยู่บนตัก ด้ายสีเข้มตรงรอยซ่อมผ้าคลุมไหล่โผล่ออกมานิดหนึ่ง
นางเก็บมันกลับเข้าถุงด้วยนิ้วที่ช้าลง
แม่เคยเอาผ้าผืนนี้มาช่วยหลังงานศพพ่อ เยว่ชิงเก็บไว้จนกลิ่นสบู่จางไป แล้วคิดว่าเมื่อว่างค่อยส่งคืน
ในชีวิตก่อนนางก็เคยใช้คำว่าเมื่อว่างกับแม่บ่อยครั้ง
เมื่อแต่งงานเรียบร้อย เมื่อเงินพอ เมื่อเรื่องที่คนกล่าวหาจบลง เมื่อไม่ต้องอธิบายให้ใครฟังว่าการเดินทางของตนจะกระทบงานหรือชื่อเสียงอย่างไร
แต่ความว่างไม่ได้เดินมาหานางเอง และแม่ก็ไม่เคยได้อายุน้อยลงระหว่างรอ
นางหลับตาเพียงครู่เดียว ภาพแม่ที่ยืนอยู่ปลายทางจากความทรงจำเก่าซ้อนกับเงาสะท้อนของตนบนกระจก เยว่ชิงเคยคิดว่าถ้าไม่ส่งเรื่องหนักไปให้แม่ แม่จะไม่ลำบาก
สิ่งที่เกิดขึ้นกลับเป็นว่าแม่ไม่รู้จะช่วยตรงไหน และนางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแม่กำลังลำบากเรื่องอะไร
รถผ่านถนนที่ยังชื้นจากฝน ผ่านร้านเตี้ย ๆ และสวนผัก นางไม่รู้ว่าแม่ได้รับจดหมายที่ส่งวันที่ยี่สิบสองแล้วหรือยัง ไม่รู้ว่าข่าวถอนหมั้นเดินทางเร็วกว่ากระดาษของนางหรือไม่
นางรู้เพียงว่าวันนี้จะไม่ใช้คำว่าสบายดีปิดทุกคำถามอีก
แม่อยู่ที่ชานบ้านตอนเยว่ชิงเดินเข้าซอย
กะละมังใบเล็กวางอยู่ใกล้เท้า แขนเสื้อสีน้ำตาลถูกพับขึ้น แม่กำลังบิดผ้า พอได้ยินเสียงรองเท้า นางก็เงยหน้าด้วยท่าทีที่คนฟังใครเดินผ่านเป็นประจำเงยขึ้นมอง
จากนั้นมือก็หยุด
“เยว่ชิง”
แค่ชื่อของตนออกจากปากแม่ นางก็รู้สึกว่าคำที่เตรียมไว้ตลอดทางหล่นหายไปหมด
“แม่”
นางวางถุงลงหน้าประตูแล้วเข้าไปกอด แม่มีกลิ่นสบู่อ่อน ๆ กับแดดที่ตากผ้าไว้ครึ่งเช้า บ่าไม่ได้ใหญ่เหมือนในความทรงจำวัยเด็ก แต่ยังเป็นบ่าที่นางเอนหน้าเข้าไปได้โดยไม่ต้องบอกเหตุผลก่อน
แม่แตะหลังนางครั้งหนึ่ง ก่อนกอดตอบ
“เป็นอะไร ลูกเจ็บตรงไหนหรือ”
เยว่ชิงส่ายหน้าอยู่กับบ่าแม่ “ไม่เจ็บ หนูอยากมาหา”
“ถ้าอยากมาก็มาได้ ทำไมต้องร้องไห้ด้วย”
ประโยคนั้นเรียบง่ายจนหยดน้ำตาที่นางพยายามกลั้นไว้หยุดไม่ได้

แม่ไม่ได้ถามว่าลูกต้องลาใครก่อน ไม่ได้ถามว่าของที่นำมาติดมือมีราคาเท่าไร นางเพียงพาเยว่ชิงเข้าบ้านและเอาน้ำอุ่นมาให้ล้างหน้า
โต๊ะยังอยู่มุมเดิม ตะขอแขวนเสื้อยังเอียงเล็กน้อย ถ้วยใบที่เยว่ชิงเคยใช้มีรอยบิ่นด้านหนึ่ง แม่วางมันให้นางโดยหันด้านที่เรียบมาทางมือ
ของทุกชิ้นดูคุ้นตาจนแทบทำให้นางเชื่อว่าเวลาไม่เคยผ่านไป
แต่ผมสีเทาที่แทรกอยู่ข้างมวยต่ำของแม่บอกอีกอย่าง
“หนูเอาผ้าของแม่มาคืน” นางหยิบถุง “เก็บไว้เสียหลายวัน คิดจะฝากกลับแล้วก็ยังไม่ได้ฝาก”
แม่คลี่ผ้าคลุมไหล่สีเบจออก รอยด้ายเข้มที่ริมด้านซ้ายยังอยู่ “แม่ไม่ได้รีบใช้ ลูกคลุมอยู่หรือ”
“คลุมอยู่ครั้งหนึ่ง”
“ถ้าลูกหนาวก็เก็บไว้ก่อน”
เยว่ชิงจับปลายผ้าไม่ปล่อยทันที “วันนี้หนูอยากเอากลับมาให้แม่เอง ไม่ใช่แค่ฝากของ”
แม่มองนาง แล้วรับผ้าไปพับวางข้างตน
หลังจากนั้นนางถามว่ากินอะไรมาหรือยัง เยว่ชิงตอบตามจริงว่ากินข้าวเช้าแล้วแต่หิวอีก แม่หัวเราะและลุกไปดูหม้อบนเตา
นางตามไปช่วยหั่นผักโดยไม่รอให้แม่บอกว่าเป็นแขก ไม่ชวนแม่เล่าเรื่องงานศพทันทีเพียงเพราะตนมาหาความจริงเกี่ยวกับพ่อด้วย
วันนี้แม่เป็นคนที่นางมาหา ไม่ใช่ตู้เก็บเอกสารอีกตู้หนึ่ง
ระหว่างเตรียมอาหาร แม่บอกว่าได้รับจดหมายแล้วเมื่อปลายเดือนเมษายน วางไว้บนชั้นใกล้หัวนอน แม่ตั้งใจตอบแต่ยังเขียนไม่เสร็จเพราะนึกไม่ออกว่าคำว่าเรื่องแต่งงานยังไม่ยืนยันควรถามต่ออย่างไร
“แม่กลัวถามแล้วลูกจะคิดว่ากำลังเร่ง”
เยว่ชิงวางมีดบนเขียงให้มั่นคง “แม่ถามได้ หนูควรบอกเองให้เร็วกว่านี้”
แม่หยุดคนหม้อ แล้วรอ
“หนูถอนหมั้นกับสวีเหวินเต๋อแล้ว วันที่ยี่สิบหกเมษายน”
ไม่มีเสียงถ้วยตก ไม่มีคำตะโกน แต่แม่ใช้เวลานานกว่าจะวางช้อนลง
“ถอนแล้ว หรือเพียงทะเลาะกัน”
“ถอนแล้ว หนูบอกเขาชัด ๆ ไม่ได้ขอเลื่อนวันแต่ง”
“เขาตกลงหรือ”
เยว่ชิงบอกว่าเขารับสำเนาคำตัดสินใจของนางไป แต่ไม่ยอมลงชื่อว่าตกลง เรื่องของที่อาจต้องคืนยังต้องให้เขาระบุสิ่งที่มีจริงพร้อมที่มา ไม่ใช่ให้นางยอมรับหนี้ทุกอย่างเพราะเคยหมั้นกัน
แม่ฟังจนจบแล้วถามว่าเหตุใดลูกจึงไม่อยากแต่งกับเขาอีก
นางไม่ตอบว่าเขาทำผิดทุกเรื่อง ไม่ใช้เรื่องพ่อที่ยังหาคำตอบไม่ได้เป็นคำพิพากษา
“เขาใส่ชื่อหนูในนัดและเอกสารที่หนูไม่ได้ตกลง พอหนูไม่ยอม เขาก็บอกว่าการเป็นคู่หมั้นทำให้หนูควรยอม หนูคุยกับเขาแล้ว แต่หนูไม่อยากใช้ชีวิตที่ต้องขออนุญาตก่อนพูดว่าไม่รับ”
แม่ก้มมองมือของตน
“แม่เคยคิดว่าถ้ามีคนดูแล ลูกจะเหนื่อยน้อยลง”
“หนูก็เคยคิดอย่างนั้น”
“แล้วตอนนี้อยู่คนเดียว ลูกจะไหวหรือ”
คำถามแทงใจเพราะเยว่ชิงรู้ว่ามันไม่ได้ถามเพื่อให้นางยอมกลับไป แม่กำลังมองทางข้างหน้าซึ่งไม่เคยได้เตรียมตัวมองมาก่อน
นางจึงตอบด้วยสิ่งที่มีจริง ร้านเปิดแล้ว มีงานซ่อมและงานออกตรวจ มีรายรับบางส่วนที่ใช้จ่ายได้ แต่ยังต้องระวังค่าวัสดุและเวลา นางไม่ได้รวยขึ้นในชั่วคืน และไม่ได้ต้องพิสูจน์ว่าทุกวันต่อจากนี้จะไม่มีวันลำบาก
“หนูยังมีวันที่เหนื่อย ถ้าวันไหนต้องขอให้แม่ช่วย หนูจะบอก ไม่เขียนว่าสบายดีแล้วเงียบไป”
แม่เงยหน้ามองนาง
“ลูกไม่จำเป็นต้องกลับมาพร้อมเรื่องทุกอย่างสำเร็จแล้ว”
เยว่ชิงเม้มปาก ก่อนพยักหน้า
นั่นเป็นเงื่อนไขที่นางเคยตั้งให้ตัวเอง ไม่ใช่เงื่อนไขที่แม่ตั้ง
พวกนางนั่งกินอาหารเมื่อเงาหน้าต่างเคลื่อนเข้าถึงขอบโต๊ะ
แม่คลุมผ้าที่ลูกนำคืนบนบ่าเล็กน้อยเพราะลมหลังฝนยังเย็น เยว่ชิงตักผักให้ แล้วถามว่าช่วงที่ตนไม่ได้มาแม่อยู่บ้านอย่างไร ใครแวะคุยด้วย และมีของใดในบ้านที่ควรซ่อมบ้าง
แม่เล่าเรื่องตะกร้าที่หูหลุด เรื่องเพื่อนบ้านเปลี่ยนแปลงผักจนทางเดินแคบลง และเรื่องมือปวดเวลาบิดผ้ามาก ๆ นางไม่ได้เล่าราวกับทวงว่าลูกหายไปไหน เพียงตอบเพราะลูกนั่งฟัง
เยว่ชิงวางตะเกียบ
“หนูขอโทษที่เอาแต่ให้แม่ฟังเรื่องของหนู แล้วคิดว่าแม่คงไม่มีอะไรให้เล่า”
แม่มองชามอาหารของนาง “ตอนพ่ออยู่ก็มีหลายอย่างที่แม่เล่าให้พ่อก่อน ลูกไม่เคยต้องฟังทุกอย่าง”
“แต่ตอนนี้หนูควรถาม”
“ถามได้ แต่อย่าเอาทุกอย่างกลับไปเป็นความผิดของลูก ไม่อย่างนั้นครั้งหน้าก็จะกลัวมาอีก”
เยว่ชิงนิ่งอยู่พักหนึ่ง ความรู้สึกผิดจากชีวิตก่อนหนักเกินกว่าที่แม่ในวันนี้จะรู้ แต่นางไม่มีสิทธิ์เอาน้ำหนักทั้งหมดเทใส่คนที่กำลังตักกับข้าวให้นาง
นางจะขอโทษด้วยการนั่งฟังให้จบ และกลับมาอีก ไม่ใช่ด้วยการร้องไห้จนแม่ต้องหยุดเล่าเรื่องของตนแล้วปลอบลูกทั้งวัน

เมื่อกินเสร็จ เยว่ชิงช่วยเก็บถ้วยและล้างผ้าที่แม่ทำค้างไว้ นางบิดทีละผืนโดยไม่รีบ ผ้าผืนสุดท้ายเบากว่าที่คิด แต่พอทำซ้ำหลายครั้งก็รู้ว่าทำไมมือแม่จึงปวด
แม่ถามว่าจะกลับรถเที่ยวไหน
“หนูตั้งใจค้างคืนนี้ พรุ่งนี้กลับไปเปิดร้านตามที่แจ้งไว้ ถ้าแม่ไม่ลำบาก”
“บ้านนี้มีที่ให้ลูกนอน”
เยว่ชิงยิ้ม นางถามเวลารถกลับไว้ตั้งแต่จุดจอดแล้ว และมีเวลาออกเช้าพอจะกลับตามช่วงที่ติดแจ้งไว้ นางไม่ได้ตัดสินใจทิ้งร้านโดยไม่บอกใครเพราะความรู้สึกในวันนี้
แต่เมื่อนางอยู่บ้านได้หนึ่งคืน ก็ไม่ต้องทำให้การมาเป็นเพียงการส่งข่าวแล้วรีบเดินออก
พอแดดอ่อนลง แม่หยิบจดหมายของนางจากชั้นมาให้ดู กระดาษมีรอยพับตรงที่เยว่ชิงจำได้ ข้อความว่าร้านเปิดและงานยังทำอยู่เป็นสิ่งที่แม่อ่านหลายครั้ง
“แม่อยากรู้ว่าลูกยังมีที่ทำงานอยู่” นางบอก “ก่อนหน้านั้นมีคนเล่าเรื่องร้านไม่เหมือนกัน แม่ไม่รู้จะเชื่อใคร”
เยว่ชิงถามว่าเป็นคำไหน แม่ตอบว่าเป็นเรื่องว่าลูกจะยกร้านตามการแต่งงาน แต่ผู้เล่าก็ไม่ได้บอกว่าลูกเป็นคนพูดหรือไม่ แม่จึงไม่ได้ไปบอกต่อว่าสิ่งนั้นเป็นจริง
นางไม่รีบเรียกชื่อชิวอิงหรือสวีเหวินเต๋อมาใส่ในปากผู้เล่าที่แม่ยังไม่ได้ระบุ และไม่ใช้ข่าวนั้นเป็นหลักฐานใหม่ต่อใคร
“ร้านยังเป็นที่ทำงานของหนู หนูยังไม่ได้ตกลงยกให้ใคร ถ้ามีเรื่องเปลี่ยน หนูจะบอกแม่เอง”
แม่พับจดหมายแล้ววางกลับ “อย่างนั้นแม่ก็จะถามลูกก่อน”
ค่ำวันนั้น บ้านไม่ได้เงียบเหมือนห้องชั้นบนของร้าน มีเสียงแม่ขยับหม้อ เสียงผ้าสะบัดตอนเตรียมที่นอน และเสียงลูกถามว่าต้องการให้นำน้ำมาตรงไหน
เยว่ชิงยังมีเรื่องพ่อที่ต้องถาม แต่รอจนแม่พักมือและนั่งสบายแล้วจึงเอ่ยขึ้น
“แม่ยังเก็บกระดาษตอนพ่อไปโรงพยาบาลไว้หรือเปล่า หนูอยากรู้ว่าวันนั้นแม่ต้องจัดการอะไรบ้าง ไม่ใช่แค่สิ่งที่คนที่โรงงานบอกหนู”
แม่นิ่งไป มองมุมห้องที่มีตู้ไม้เก่า
“แม่เก็บอยู่ ลูกไม่เคยถาม แม่ก็นึกว่าลูกมีเรื่องที่ร้านมากพอแล้ว”
เยว่ชิงหันไปตามสายตานั้น ก่อนหันกลับมาหาแม่
“ถ้าวันนี้แม่เหนื่อย เราค่อยดูก็ได้”
แม่วางมือบนมือของนาง “คืนนี้แม่อยากให้ลูกกินน้ำอุ่นก่อน แล้วเราค่อยหยิบออกมาด้วยกัน”
เยว่ชิงลุกไปตักน้ำสองถ้วย ไม่เดินไปเปิดตู้ก่อนแม่
นางมาถึงปลายทางแล้ว ครั้งนี้สิ่งสำคัญไม่ใช่การได้กระดาษออกจากตู้ให้เร็วที่สุด
แต่คือการอยู่ฟังคนที่เก็บมันไว้ให้จบ
นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI
