閱讀設定

ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · 第116章

ตอนที่ 116 — กล่องไม้ที่มีเจ้าของ

翻譯尚未完成,顯示泰文原作

เช้าวันที่ยี่สิบสามเมษายน แม่ไม่ได้รอให้เยว่ชิงยกกระเป๋าเดินทางมาวางข้างโต๊ะแล้วค่อยถามว่ากล่องอยู่ที่ไหน

นางเปิดตู้ด้วยตนเอง หยิบกล่องไม้จากช่องที่ใช้เก็บมาตั้งแต่ลูกนำกลับคืน แล้วเดินมาที่โต๊ะหน้า

เยว่ชิงเลื่อนถ้วยน้ำอุ่นออกให้พ้นทาง แม่วางกล่องลงช้า ๆ ไม่ได้ส่งมันข้ามโต๊ะให้เหมือนของที่จะจากบ้านไปอีกครั้ง

“ตรงนี้พอไหม” แม่ถาม

“พอค่ะ”

นางเปิดสมุดลงวันยืมตามที่ตกลงเมื่อคืน ก่อนแตะฝากล่องก็หยุดถามแม่อีกครั้งว่าจะเริ่มจากช่องใด

“ของเล็กก่อน กระดาษเอาไว้ทีหลัง อย่าให้ขอบไม้กดกระดาษ”

คำตอบเป็นเรื่องธรรมดาของคนเก็บของในบ้าน แต่เยว่ชิงกลับรู้สึกว่าตนได้ยินชัดกว่าคำสำคัญหลายคำในห้องตรวจข้อเท็จจริง

ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา นางถามอยู่เสมอว่ากระดาษอยู่กับใคร ใครมีสิทธิ์เปิด และอะไรยืนยันว่าของชิ้นหนึ่งไม่ถูกเปลี่ยนระหว่างทาง

วันนี้คนที่ตอบไม่ต้องแสดงตำแหน่งหรือยกตรารับรองให้ดู

แม่เป็นเจ้าของของที่ลูกขอยืม

นั่นเพียงพอให้ลูกต้องฟัง

เมื่อฝากล่องเปิด กลิ่นไม้แห้งกับผ้าเก่าลอยขึ้นจาง ๆ ของภายในไม่ส่องแสง ไม่สั่น และไม่มีเสียงใดดังราวกับรอให้คนที่หวนคืนมาปลดคำลับสุดท้าย

เยว่ชิงหยิบผ้าสะอาดที่แม่เตรียมไว้มาปูตามขอบโต๊ะ แม่เป็นคนยกชิ้นทองเหลืองกลวงออกก่อน แล้ววางชิ้นไม้สองชิ้นที่ขนาดไม่เท่ากันแยกกันบนผ้า

“อย่าเอามาซ้อน” แม่บอก

เยว่ชิงชักมือที่กำลังจะเลื่อนของให้ชิดกันกลับ

“ข้าจะดูทีละชิ้น ไม่ลองประกอบค่ะ”

นางจำได้ว่าตนเพียงขอจัดรายการและแยกการใช้ที่จบแล้ว ไม่ได้ขอทดลองทำให้ของสามชิ้นกลายเป็นคำตอบใหม่

ชิ้นทองเหลืองมีขอบเก่าตามที่เคยเห็น ชิ้นไม้สองชิ้นยังต่างกัน ไม่มีชิ้นไหนสมบูรณ์ขึ้นเพราะชื่อพ่อได้รับการแก้ในประกาศ

แม่ใช้มุมผ้ารองใต้ไม้ชิ้นที่เล็กกว่า

“อันนี้เก็บแยกไว้จะไม่กลิ้งไปชนกัน”

เยว่ชิงทำเครื่องหมายในรายการตนว่าตรวจของในบ้านต่อหน้าแม่แล้ว สภาพที่สังเกตได้เขียนเท่าที่เห็น นางไม่เติมคำว่าเป็นชิ้นจากเครื่องเกิดเหตุ เพราะหลักฐานที่นำไปเทียบเส้นทางงานไม่ได้ทำให้สิ่งของทุกชิ้นในบ้านมีประวัติเดียวกัน

แม่มองปลายปากกา

“ต้องเอาไปให้เขาดูอีกไหม”

“ตอนนี้ไม่มีคำขอเช่นนั้นค่ะ ถ้ามีเรื่องจำเป็นภายหลัง เขาต้องบอกว่าจะดูอะไรและขอจากแม่ใหม่”

“ลูกจะรับปากแทนแม่หรือ”

“ไม่ค่ะ”

แม่พยักหน้าแล้วนั่งลง

เยว่ชิงไม่รีบเปลี่ยนคำถามนั้นให้กลายเป็นคำชมว่าลูกโตแล้ว ความระวังของแม่ไม่ใช่สิ่งที่นางต้องเอาชนะให้แม่วางใจยกทุกอย่างมาให้

นางเพียงทำตามคำตอบที่เพิ่งให้ไป

มือของแม่วางชิ้นทองเหลืองหนึ่งชิ้นกับชิ้นไม้สองชิ้นแยกกันโดยไม่ทดลองประกอบ
มือของแม่วางชิ้นทองเหลืองหนึ่งชิ้นกับชิ้นไม้สองชิ้นแยกกันโดยไม่ทดลองประกอบ

ถัดจากของเล็กเป็นกระดาษที่เก็บคู่กัน

เยว่ชิงขอดูภาพร่างเดิม แม่เลื่อนมาให้บนผ้าอีกส่วนหนึ่ง นางตรวจจากสำเนาของตน ไม่กดทาบหมึกใหม่ ไม่ลอกเส้นเพิ่มเติมลงบนต้นฉบับ

ภาพร่างยังมีความไม่เรียบร้อยของมือคนทำงาน มีเส้นที่หยุดและเริ่มอีกครั้ง มิใช่ภาพสะอาดที่คนรุ่นหลังวาดเพื่ออธิบายทุกอย่างให้ตรงกับคำตัดสิน

ครั้งหนึ่งนางเคยมองเส้นเหล่านั้นเหมือนพ่อซ่อนประตูไว้ให้ลูกเปิด

ต่อมานางต้องเรียนรู้ว่าเส้นทางซึ่งใช้ได้จริงต้องมีใบส่ง มีผู้เก็บ มีขอบเขตของงาน และมีคนยอมพูดว่าสิ่งที่ตนเห็นไม่ได้ครอบคลุมทั้งโรงงาน

“พ่อไม่ได้วาดไว้ให้ลูกนั่งเฝ้าไปตลอดชีวิตหรอก” แม่พูดขึ้น

เยว่ชิงเงยหน้า

แม่ไม่ได้ยิ้ม นางมองภาพร่างแล้วใช้นิ้วแตะขอบผ้าที่อยู่ห่างกระดาษ

“แม่ไม่ได้รู้ว่าตรงไหนคืออะไรทุกเส้น แต่แม่จำได้ว่าบางวันเขาวาดแล้วก็ลุกมากินข้าว เส้นที่ยังไม่เสร็จไม่ได้ห้ามเขาหิว”

คำพูดนั้นทำให้เยว่ชิงนึกถึงโต๊ะตัวเล็กของพ่อ นึกถึงเวลาที่งานยังไม่จบแต่บ้านก็ต้องมีอาหาร ไม่ใช่โต๊ะของผู้หยั่งรู้ซึ่งใช้ทุกมื้อคำนวณวันตายของตน

นางสูดลมหายใจแล้วก้มดูสมุดของตนต่อ

รายการยืมที่เคยทำไว้มีวันที่นำออกและวันที่คืน งานบางส่วนจบไปนานแล้ว บางสำเนาใช้ถามต่อหลายครั้ง แต่ไม่ใช่เหตุให้ต้นฉบับค้างอยู่ในความครอบครองของลูกไปด้วย

“อันนี้คืนแล้วตั้งแต่วันนั้น” เยว่ชิงชี้รายการที่เกี่ยวกับการยืมเก่า “ข้าจะไม่เขียนว่าคืนวันนี้อีก เพราะจะทำให้เหมือนของเพิ่งกลับมา”

แม่ถามว่าคนอ่านจะรู้หรือไม่ว่าลูกตรวจวันนี้

“ข้าจะลงคนละช่องค่ะ วันนี้ตรวจรายการเดิม ไม่ใช่วันคืนของเดิม”

นางเขียนช้า ๆ ให้แม่ฟัง แล้วอ่านคำที่เขียนกลับ ไม่ใช่ให้แม่เซ็นทุกหน้าเพื่อเพิ่มน้ำหนักให้เอกสารลูก

แม่ฟังแล้วแก้คำหนึ่ง

“ตรงที่เก็บ อย่าเขียนว่าตู้ของพ่อ เขาไม่ได้อยู่มาเปิดมันแล้ว เป็นตู้ที่แม่ใช้เก็บของ”

ปลายปากกาของเยว่ชิงหยุดค้าง

ก่อนหน้านี้นางเรียกมันอย่างนั้นโดยไม่คิด ตั้งแต่พ่อเสีย ตู้ของพ่อ กล่องของพ่อ โต๊ะของพ่อ เสียงเรียกเหล่านั้นรักษาชื่อคนจากไปไว้ แต่บางครั้งก็ทำให้คนที่ยังอยู่เหมือนผู้ดูแลชั่วคราวในบ้านของผู้อื่น

“ค่ะ ตู้ที่แม่เก็บของ”

นางแก้ในรายการใหม่ให้ตรงความหมาย แล้วอ่านทั้งประโยคอีกครั้ง

แม่จึงหยิบผ้าอีกผืนมาพับรองช่อง

กล่องไม้จะยังเกี่ยวกับพ่อได้ โดยไม่ต้องลบมือของแม่ซึ่งเปิด ปิด เช็ด และตัดสินใจว่าของแต่ละอย่างควรอยู่ที่ใด

ก่อนเที่ยง เยว่ชิงแยกแฟ้มของตนออกเป็นส่วนที่ใช้จบแล้วกับส่วนที่ยังต้องติดตาม

สำเนาซึ่งเคยช่วยตามความหมายของเลขสิบสองแถวไม่ได้เปลี่ยนเป็นต้นฉบับเพียงเพราะนางอ่านมันมากจนจำรอยหมึกได้

นางหยิบกระดาษบันทึกความเข้าใจของตนที่ทำในเดือนธันวาคมขึ้นมา แม่ถามว่าเลขพวกนั้นยังต้องแก้อีกหรือไม่

“ความหมายที่ตามจากแหล่งเอกสารได้ ข้าลงไว้แล้วค่ะ ไม่ใช่สิบสองเดือนหรือสิบสองเวลาในเครื่องเดียว”

นางไม่ได้อธิบายให้แม่จำทุกเลข แต่บอกว่าเหตุใดจึงเก็บสำเนาไว้กับแฟ้ม ไม่เอาไปแนบกับของในกล่องราวกับพ่อเขียนคำเฉลยนั้นเอง

ของเดิมเป็นของเดิม ความเข้าใจที่ลูกได้ภายหลังเป็นงานของลูก

หากวันหนึ่งใครเปิดกล่องโดยไม่ได้รู้จักการตามเอกสารทุกขั้น คนผู้นั้นไม่ควรต้องแยกเสียงพ่อออกจากเสียงลูกที่เติมทับลงไป

แม่มองแฟ้มแล้วถามเรื่องเงินสามพันหยวน

เยว่ชิงบอกตามส่วนที่ยืนยันในวันที่ยี่สิบเอ็ด เงินที่สวีเหวินเต๋อรับจริงมีรายการและผู้เก็บยืนยันต่างจากเวลาที่ลงให้ร้าน พ่อเคยเห็นเรื่องเตรียมเงินก่อนเกิดเหตุ จึงไม่ได้จำเป็นต้องรู้อนาคตเพื่อเตือนว่ามีสิ่งซึ่งควรตรวจ

นางไม่บอกว่าเงินทั้งหมดกลับคืนแล้ว เพราะการติดตามเงินยังเป็นงานของผู้รับผิดชอบนั้น และยังไม่มีหลักฐานให้กล่าวเช่นนั้น

แม่เงียบไปครู่หนึ่ง

“ตอนเขาเขียนเตือน เขาคงหวังให้คนอ่านระวัง”

“ค่ะ”

“ไม่ได้หวังให้ลูกต้องเอากระดาษใบนั้นไปแทนทุกความคิดของเขาที่ไม่มีโอกาสพูด”

เยว่ชิงวางมือบนขอบแฟ้ม

นางเคยอยากได้คำตอบจากพ่อมากกว่าที่กระดาษหนึ่งใบให้ได้ อยากให้คำเตือนอธิบายทั้งเงิน อุบัติเหตุ ความเงียบของคนอื่น และเวลายี่สิบปีที่ชีวิตเดิมค่อย ๆ แคบลง

แต่พ่อไม่ได้ทิ้งชีวิตทั้งหมดของตนไว้ในประโยคเดียว

คำเตือนทำหน้าที่เตือน เรื่องที่คนอื่นทำต้องตามจากร่องรอยของคนอื่น ไม่ใช่บังคับให้พ่อผู้ตายเป็นผู้รับรองทุกความสงสัยของลูก

“ข้าจะเก็บสิ่งที่พ่อเขียนไว้ตามเดิมค่ะ” นางตอบ “แล้วส่วนที่ข้าได้รู้ จะบอกว่าได้รู้จากไหน”

แม่ลุกไปดูหม้ออาหาร เยว่ชิงปิดแฟ้มเพื่อช่วยจัดถ้วยตามที่แม่ขอ

ระหว่างกิน ไม่มีใครยกชิ้นไม้มาไว้ข้างชามเพื่อเฝ้าดูว่ามันจะให้คำตอบเพิ่มเมื่อไร

แม่ตักผักให้ตนก่อน แล้วส่งจานกลางมาให้ลูก

บ้านไม่ได้จำเป็นต้องปิดครัวจนกว่าจะมีผู้รับทราบหนังสือแก้ครบทุกหน่วย

หลังอาหาร เยว่ชิงกลับมาทำช่องติดตามซึ่งไม่ต้องอาศัยกล่อง

เรื่องหนังสือแก้ที่ส่งไปยังผู้รับเดิมยังต้องดูใบตอบรับตามช่องทาง ไม่ใช่นับทุกคนว่าอ่านแล้วเพราะประกาศอยู่บนกระดาน ส่วนเรื่องความรับผิดที่ส่งต่อหน่วยงานมีผู้รับเรื่องและลำดับให้ตาม ไม่ใช่คำพิพากษาที่ลูกตั้งเองบนโต๊ะบ้าน

นางลงวิธีติดต่อไว้ในแฟ้มที่จะนำกลับหลันโจว การกลับไปรายงานตัวไม่ได้แปลว่าถอนเรื่อง และการติดตามก็ไม่ได้บังคับให้นางค้างอยู่ชิงเหอเกินวันที่ได้รับอนุญาต

แม่ยืนข้างโต๊ะแล้วเห็นช่องว่างท้ายรายการ

“ตรงนั้นยังรออะไร”

“รอเอกสารที่ยังไม่มาค่ะ”

“แล้วของในกล่องต้องรอด้วยไหม”

เยว่ชิงมองชิ้นทองเหลืองกับไม้บนผ้า ก่อนมองรายการที่เขียนด้วยมือใหม่

“ไม่ต้องค่ะ งานส่วนนี้จบตามที่เราตรวจได้แล้ว”

คำตอบครั้งนี้ไม่ได้ง่ายเพราะนางเบื่อการตามเรื่อง

มันยากเพราะนางเคยเชื่อว่าถ้าปล่อยสิ่งหนึ่งเข้าที่ก่อนทุกเรื่องสิ้นสุด ตนจะเสียโอกาสจับความจริงไว้

แม่จึงเริ่มเก็บของ

ชิ้นทองเหลืองอยู่ในผ้าที่รองไว้ ชิ้นไม้สองชิ้นแยกช่อง ภาพร่างกลับไปในส่วนกระดาษ แม่ไม่ฉีก ไม่เผา และไม่เอาไปตั้งอวดข้างประกาศเพื่อให้แขกดูว่าครอบครัวชนะใคร

นางเลือกเก็บไว้ในที่เดิมของตน

“แม่จะเปิดวันไหนก็ได้ใช่ไหม” แม่ถามขณะลดฝากล่อง

เยว่ชิงรู้ว่าแม่ไม่ได้ถามวิธีเปิดฝา

“ได้ค่ะ ไม่ต้องรอให้ข้ากลับมา”

“บางวันแม่อยากดู บางวันไม่อยากเห็นทั้งกล่อง”

“ก็ได้ทั้งสองอย่างค่ะ”

แม่กดฝากล่องให้ลงเสมอ ไม่มีเสียงดังพอจะเรียกคนทั้งบ้านมาชมพิธี

เยว่ชิงลงวันคืนสำหรับการยืมเช้านี้แล้วอ่านรายการของที่กลับครบให้แม่ฟัง เป็นการคืนของที่ขอไว้เมื่อคืนจริง ๆ ไม่ใช่แก้ประวัติการคืนครั้งก่อน

นางถามว่าจะช่วยยกไปเก็บไหม

แม่เลือกยกเอง เยว่ชิงจึงลุกไปเปิดทางแล้วหยุดอยู่ห่างตู้

แม่วางกล่องเข้าช่อง เลื่อนผ้าด้านข้างที่เกือบติดฝาให้พ้น ก่อนปิดบานตู้

เมื่อหันกลับมา นางไม่ได้ถามว่าลูกพอใจหรือยัง

เป็นแม่ที่เลือกตำแหน่งเก็บเสร็จแล้ว

แม่เก็บกล่องที่ปิดแล้วกลับเข้าตู้ในบ้านตามตำแหน่งที่ตนเลือก
แม่เก็บกล่องที่ปิดแล้วกลับเข้าตู้ในบ้านตามตำแหน่งที่ตนเลือก

บ่ายนั้น แม่พักตามเวลาของตน

เยว่ชิงจัดกระเป๋าเงียบ ๆ ของในกระเป๋ามีเสื้อที่ใช้ เอกสารส่วนที่นางได้รับอนุญาตและจำเป็นต้องนำกลับ กับสมุดที่บอกว่าจะติดต่อเรื่องใดต่อ

ไม่มีชิ้นทองเหลืองหรือไม้จากกล่อง

นางตรวจใบเดินทางและวันรายงานตัวอีกครั้ง ไม่ใช้การที่แม่ยอมพูดถึงพ่อเป็นเหตุให้เปลี่ยนกำหนดด้วยตนเอง

เมื่อแม่ตื่น นางนำสมุดที่ลงยืมคืนเช้านี้มาให้ดูตามคำที่สัญญา แล้วเก็บส่วนของตน แม่ไม่ได้ต้องถือแฟ้มทั้งหมดไว้แทนลูก

“เรื่องชิวอิง ลูกจะบอกอย่างไร” แม่ถาม

เยว่ชิงตอบว่าจะส่งคำตอบตามช่องทางที่ตกลงเมื่อวาน แม่ยอมรับข้อความสั้นของชิวอิงเองได้ แต่ยังไม่ได้อนุญาตให้มาเยี่ยมพร้อมของฝาก

“อย่าบอกว่าวันนี้แม่อารมณ์ดีแล้ว คงยอมทุกอย่าง”

“ข้าจะบอกเฉพาะที่แม่อนุญาตค่ะ”

แม่จึงพยักหน้า

เยว่ชิงไม่จำเป็นต้องแปลความสุขเล็ก ๆ ที่ได้จัดของกับลูกให้กลายเป็นการยกโทษต่อบุคคลอื่น

ก่อนออกจากบ้าน แม่พูดถึงการไปหาพ่ออีกครั้ง

คราวนี้ไม่มีใครหยิบรองเท้าเตรียมเดินทันที แม่รู้ว่าลูกต้องขึ้นรถไฟคืนนี้ และวันที่ยี่สิบสี่ต้องกลับไปทำงานตามกำหนด

“คราวหน้าที่มีวันพอ แม่อยากเอาสำเนาที่แม่ได้รับไปบอกเขา”

“ข้าก็อยากไปค่ะ”

“อย่ารีบรับวัน ถ้างานลูกยังไม่ได้จัด”

เยว่ชิงรับปากว่าจะกลับไปดูวันหยุดและขอตามวิธี แล้วคุยวันกับแม่ก่อนซื้อตั๋ว

การอยากไปหาพ่อเป็นความต้องการของทั้งคู่ได้ โดยไม่ต้องใช้ความตายของเขาเป็นข้อยกเว้นต่อคำรับผิดชอบกับคนที่ยังทำงานแทนลูกอยู่

นางเก็บคำขอนั้นไว้เป็นเรื่องที่จะจัดต่อ ไม่ลงวันที่ไปจริงก่อนใครอนุญาต

แสงเย็นลงบนขอบประตู แม่ออกมาส่งถึงหน้าบ้านตามที่เลือก เยว่ชิงบอกว่าจะติดต่อเมื่อกลับถึงและรายงานตัวเรียบร้อย

“เดินดี ๆ” แม่พูด “ไม่ต้องหันมาดูตู้ทุกสามก้าว”

เยว่ชิงหลุดยิ้ม

“ข้าไม่ได้มองตู้ค่ะ”

“ตอนนี้ไม่ได้มอง”

แม่ตอบแล้วหัวเราะเบา ๆ เสียงนั้นไม่ได้ลบวันที่ร้องไห้หน้าประกาศ และไม่ได้รับรองว่าคืนนี้แม่จะไม่คิดถึงสามี

มันเป็นเสียงของแม่ในเย็นวันนี้

ลูกมีสิทธิ์ได้ยินโดยไม่ต้องเอามันไปใช้พิสูจน์ว่าทุกบาดแผลหายแล้ว

เยว่ชิงก้าวออกไปพร้อมกระเป๋าของตน เมื่อหันกลับ แม่ยังอยู่ที่ประตู กล่องไม้ไม่ได้ตามออกมาข้างถนน

เยว่ชิงออกจากบ้านพร้อมกระเป๋าของตน ขณะที่แม่เป็นผู้เลือกอยู่ส่งตรงประตู
เยว่ชิงออกจากบ้านพร้อมกระเป๋าของตน ขณะที่แม่เป็นผู้เลือกอยู่ส่งตรงประตู

รถไฟออกตามเที่ยวที่เตรียมไว้ในคืนนั้น

เยว่ชิงนั่งพักหลังจัดสัมภาระ ไม่รื้อแฟ้มออกมาพิสูจน์ซ้ำจนผู้ร่วมทางไม่มีที่วางของ นางเพียงตรวจซองที่ต้องใช้เมื่อถึง แล้วเก็บให้พ้นทาง

ภาพกล่องบนโต๊ะตอนเช้ากลับมาในใจ

ครั้งหนึ่งนางคิดว่าการทวงชีวิตคืนจะต้องถือทุกอย่างไว้แน่นกว่าคนที่เคยแย่งมันไป

วันนี้นางคืนของตรงหน้าได้ ไม่ใช่เพราะความจริงหมดค่า แต่เพราะของไม่จำเป็นต้องอยู่ในมือลูกเพื่อให้สิ่งที่พิสูจน์แล้วเป็นจริง

ชิ้นไม้มีที่เก็บ กระดาษมีที่มา เรื่องที่ยังไม่จบมีผู้รับผิดชอบให้ติดต่อ และแม่มีบ้านซึ่งไม่ต้องกลายเป็นห้องเก็บพยานของลูกตลอดไป

นางหลับไปช่วงหนึ่งก่อนรถถึงหลันโจว

เช้าวันที่ยี่สิบสี่ เยว่ชิงกลับไปรายงานตัวตามกำหนด ส่งข่าวกลับบ้านผ่านช่องทางที่ตกลง แล้วรับงานส่วนของตนต่อจากการส่งมอบที่จัดไว้ก่อนเดินทาง

ไม่มีใครต้องยืมชื่อพ่อมาทำให้ความช้าของลูกเป็นความเสียสละซึ่งผู้อื่นควรยอมรับ

เมื่อเลิกงาน นางเปิดสมุดหน้าว่างสำหรับจัดวันที่จะกลับไปหาแม่อีกครั้ง

ก่อนเขียนวัน นางเขียนสิ่งที่ต้องถามและงานที่ต้องส่งมอบ

ครั้งหน้า นางอยากไปหาพ่อโดยมีเวลานั่งอยู่ตรงนั้นจริง ๆ

ไม่ใช่แวะเพื่อให้เรื่องของผู้ตายเสร็จทันรถเที่ยวสุดท้าย

และไม่ใช่ไปขอให้เขาสั่งอีกครั้งว่าชีวิตซึ่งลูกได้คืนมาควรเดินอย่างไร

กลับสารบัญนิยาย

นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI