ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · 第100章
ตอนที่ 100 — หน้าสุดท้ายของสมุด
翻譯尚未完成,顯示泰文原作
ซองจากสำนักงานมาถึงวันที่ยี่สิบสี่ธันวาคม
เยว่ชิงรับมันหลังส่งงานประจำแล้ว ไม่แกะอยู่เหนือเครื่องมือของหน่วย ข่าวที่หลัวถิงแจ้งไว้เมื่อวันที่สิบแปดกลายเป็นกระดาษซึ่งมาถึงมือจริงในวันนี้
นางนำกลับห้อง วางบนพื้นที่แห้ง และอ่านหนังสือนำก่อนแตะคำคัด
ผู้เก็บตงเหอระบุแฟ้มเพิ่มเติมซึ่งตามได้จากรายการอ้างเดิม ส่วนที่ออกให้ครั้งนี้มีดัชนีเชื่อมเลขรอบรับซ่อมกับใบส่งต่อ ใบคืน และบันทึกแจ้งประกอบงานที่เก็บร่วมกัน ผู้คัดลงช่วงรายการที่เทียบกับต้นฉบับแล้ว พร้อมแจ้งว่าคำคัดรับรองสิ่งที่บันทึกอยู่ ไม่ได้รับรองว่าทุกการกระทำเกิดตามข้อความโดยไม่มีการตรวจอื่น
ต้นฉบับไม่ได้อยู่ในซอง
มีทั้งสิ่งที่คัดได้และเครื่องหมายที่ยังอ่านชื่อไม่ได้ แต่ครั้งนี้คำอธิบายของหัวช่องกับทางอ้างไม่ขาดกลางชุดเหมือนครั้งก่อน
เยว่ชิงเปิดสำเนาหน้าตารางของพ่อ
มันเป็นหน้าที่นางเคยคัดครบสิบสองแถวตั้งแต่มกราคมปีเจ็ดสิบเก้า ทว่ายังอ่านความหมายได้เพียงส่วนที่มีแหล่งเทียบ นางเคยให้วงกลมบอกชั่วโมง เคยอยากให้เลขที่ตรงกันบอกชื่อเครื่องจักร และเคยต้องหยุดมือเมื่อสิ่งที่รู้สิ้นสุดลง
วันนี้นางหยิบดินสอออกมา ไม่เขียนบนแผ่นเก่า
ตรงหน้ากระดาษใหม่ นางลงวันที่ได้รับคำคัดเพิ่ม
หากหน้าสุดท้ายจะเปิดในวันนี้ มันต้องเปิดด้วยสิ่งที่มีอยู่วันนี้ ไม่ใช่ด้วยคำตอบที่นางแอบอ้างว่ารู้มาตั้งแต่พ่อยังมีชีวิต
*
เช้าวันถัดมา เยว่ชิงแจ้งรับซองตามรายการ แล้วขอเวลาของเมิ่งหลานหลังงาน
หล่อนตอบว่าช่วยทวนหน้าที่หัวช่องและกลุ่มอ้างได้ในส่วนที่ให้เทียบ แต่ไม่รับรองตัวเครื่องหรือเหตุบาดเจ็บจากกระดาษแทนผู้ตรวจด้านนั้น
เยว่ชิงรับขอบเขตนั้น นางเปิดเฉพาะคำคัดกับหน้าตารางซึ่งจำเป็น ไม่เปิดข้อความครอบครัวด้านหลังสำเนาของพ่อ และไม่เอาจดหมายของเจิ้งซื่อเหิงมาให้หล่อนอ่านโดยอยู่นอกผู้รับที่เจ้าของกำหนด
หลังจัดเครื่องมือคืนในวันที่ยี่สิบห้า ทั้งสองใช้พื้นที่อ่านที่ว่างตามเวลาซึ่งตกลง
เมิ่งหลานตรวจหนังสือนำและชื่อหัวรายการก่อน
“ดัชนีนี้ไม่ได้บอกให้เจ้าเรียกทุกเลขว่าเลขเครื่อง” หล่อนกล่าว “มันบอกว่าต้องเปิดใบใดต่อ หากใบปลายทางมีหน้าที่อีกอย่าง ต้องอ่านตามหัวของใบนั้น”
เยว่ชิงวางกระดาษสะอาดสิบสองช่องตามลำดับเริ่มอ่านที่เคยทวนไว้
นางคัดเลขตามสำเนาของตน แล้วไล่เลขรอบกับทางอ้างทีละแถว ไม่หมุนกลับไปเริ่มที่ชั่วโมงซึ่งอยากได้อีก
แถวแรกมีรายการรับงานและใบคืนของรอบเดียวกัน หัวใบคืนลงว่าปิดรายการในขอบเขตงานนั้น ไม่ใช่คำรับรองงานทั้งหมดของร้านหลิน
แถวที่สองมีการส่งชิ้นเทียบออกไป แล้วมีใบรับคืนอ้างกลับมาที่รอบเดิม ตัวเลขท้ายแถวทำหน้าที่ชี้ใบรับ ไม่ใช่จำนวนเงินหรือชั่วโมง
แถวที่สามอ้างการรับงานอีกครั้ง ช่องซึ่งนางเคยคิดว่าเป็นชื่อคนกลับเป็นตำแหน่งรายการในเล่มต่อ ในนั้นมีชื่อผู้ลงบันทึก แต่ชื่อผู้ลงไม่ได้กลายเป็นผู้ทำงานทุกขั้น
แถวที่สี่มีทางส่งต่อและเอกสารแจ้งว่ายังรอผลในช่วงที่ลงแถว จากนั้นมีใบปิดรอบในแฟ้มอ้างอีกส่วนหนึ่ง นางจึงแยกสิ่งที่พ่อจด ณ ตอนนั้นออกจากสิ่งที่บันทึกตามหลัง
เมิ่งหลานให้เธอชี้ใบที่อาศัยทุกครั้ง ไม่ยอมให้คำว่าเหมือนกันแทนการเปิดรายการ
แถวที่ห้าใช้ช่องกลางบอกเปลี่ยนทางส่ง ไม่ใช่เปลี่ยนเวลาอ่าน พอไปถึงใบอ้างจึงเห็นว่าการเปลี่ยนทางต้องตามผู้รับจริงอีกใบหนึ่ง
แถวที่หกอ้างการคืนชิ้นไปเทียบก่อนกลับมาประกอบ ข้อความรับคืนอยู่ในบัญชีคนละส่วนกับผลตรวจ เยว่ชิงเขียนชื่อทั้งสองแหล่งแยกกัน ไม่ให้การคืนกลายเป็นผ่านตรวจด้วยคำเดียว
รอบเหล่านี้เป็นงานที่มีรายการของตน ไม่ใช่หกขั้นซึ่งต้องบังคับให้เป็นเครื่องจักรตัวเดียวกับคืนที่พ่อบาดเจ็บ
ครั้นถึงแถวที่เจ็ด นางหยุดอ่านเครื่องหมายวงกลม
เมื่อมีดัชนีครบส่วนนี้ มันชี้จุดเริ่มของกลุ่มอ้างต่อไป ไม่ได้ชี้ให้เปิดซองในวันซึ่งเข็มนาฬิกาตรงตำแหน่งนั้น ทุกแถวหลังมันยังเดินตามหัวช่องเดิม
เยว่ชิงมองรอยคัดของตน แล้วรู้สึกคล้ายห้องมีอากาศเพิ่มขึ้น
พ่อไม่ได้ฝากคำทายอนาคตไว้ในวงกลม
เขาฝากทางซึ่งคนอ่านสามารถนำสมุดอีกเล่มมาตรวจได้

แถวที่แปดมีเลขอ้างการส่งงานของซวงเหอซึ่งนางเคยพบในคำคัดที่หานซิ่วช่วยเทียบ รายการในแฟ้มใหม่เชื่อมไปยังหัวงานนั้นโดยระบุชนิดเอกสาร ไม่ให้เลขซึ่งตรงกันบนของลูกค้าทำหน้าที่แทน
แถวที่เก้าพากลับมายังงานแต่งผิวที่ตงเหอในปลายเดือนธันวาคม สิ่งที่เคยเทียบได้เพียงกลุ่มวันที่มีตำแหน่งในดัชนีให้ตามครบขึ้น แต่ขอบเขตงานยังเป็นงานแต่งผิว ชื่อร้านทำผิวไม่เปลี่ยนเป็นผู้ผลิตหรือผู้รับรองชิ้นทั้งหมด
แถวที่สิบอ้างทางส่งคืนซึ่งมีการลงผ่านฝ่ายจัดซื้อก่อนตรวจรับ สิ่งที่นางเคยเห็นจากบัญชีส่งงานอีกโรงงานมีช่องอ้างมาถึงรายการนี้ได้ นางยังเว้นชื่อคนขนกับเวลาที่รับจริงในคำถามต่อไป
แถวที่สิบเอ็ดมีใบแจ้งส่งชิ้นไปเทียบกับงานเจ็ดสิบเจ็ดขีดยี่สิบหก
เยว่ชิงอ่านเลขอ้างซ้ำ
ครั้งก่อนนางมีเลขงานเจ็ดสิบเจ็ดขีดยี่สิบหกอยู่ในชุดเรื่องการสั่งและรับลัง และมีเลขสามหนึ่งเจ็ดหกอยู่ในบัญชีงานของห้องซ่อมสอง ทั้งสองยังเป็นเส้นซึ่งนางไม่มีสิทธิ์ลากเข้าหากัน
ใบอ้างที่คัดเพิ่มบันทึกว่ารายการชิ้นเทียบจากงานส่งของห้องซ่อมสองใช้ประกอบการเทียบในงานเจ็ดสิบเจ็ดขีดยี่สิบหก โดยชี้ไปยังรายการส่งซึ่งเคยลงเลขสามหนึ่งเจ็ดหกไว้
วันนี้จึงมีเอกสารเชื่อมหน้าที่ของสองเลขในกลุ่มงานนั้น
ไม่ใช่เพราะนางอยากให้เป็นเรื่องเดียวกัน และยังไม่ใช่หลักฐานว่าของทุกชิ้นในกล่องแม่คือของที่ใช้กับเครื่องจริง
“เขียนว่าเชื่อมรายการอ้างได้” เมิ่งหลานทวน “อย่าเขียนว่าเห็นของประกอบอยู่ตรงหน้า”
เยว่ชิงพยักหน้า ปลอกเหล็กที่เคยได้ข่าวยังอยู่กับแหล่งของตงเหอ ปลอกทองเหลืองกับไม้สองรูที่แม่เก็บยังอยู่บ้านแม่ ชิ้นเทียบในทะเบียนไม่ย้ายมาอยู่บนโต๊ะเพราะเปิดอ่านชื่อมัน
แถวที่สิบสองอยู่ล่างสุด
นางเลื่อนดินสอไปชี้ช่องท้าย ก่อนเปิดคำคัดใบที่ดัชนีระบุ
คราวนี้ไม่มีที่ให้เรียกเลขว่าเวลาซึ่งไม่รู้ความหมายต่อไปแล้ว
*
ใบปลายทางของแถวสุดท้ายเป็นบันทึกรับข้อความประกอบงาน วันที่สิบห้ามกราคม ปีเจ็ดสิบแปด เก็บร่วมกับรายการตามทางส่งคืน
เยว่ชิงอ่านชนิดของใบก่อนอ่านเนื้อหา
มันไม่ใช่ใบผลตรวจผ่าน และไม่ใช่คำรับรองซึ่งพ่อเซ็นว่าตัวเครื่องใช้ได้
บันทึกลงการแจ้งว่าถอดชุดกั้นชั่วคราวเพื่อส่งเทียบ และให้เดินชุดเดิมระหว่างรอชิ้นกลับ ส่วนรับรองหลังประกอบยังรออยู่
นิ้วของนางค้างบนขอบกระดาษ
มีรอยชื่อย่อของผู้แจ้งกับผู้รับบันทึก ผู้คัดระบุว่ายังอ่านเป็นชื่อเต็มไม่ได้ ใบนี้บันทึกข้อความที่แหล่งได้รับ ไม่ได้บอกด้วยตัวมันเองว่าใครลงมือถอดเมื่อใด เครื่องถูกเดินจริงเวลาไหน หรือพ่ออยู่ตรงส่วนใดในขณะนั้น
แต่ข้อความที่กล่าวถึงการเดินชุดเดิมไม่ได้รอผลรับรองหลังประกอบตามที่ช่องอีกด้านกำหนด
มันทำให้คำถามเปลี่ยนไปแล้ว
เยว่ชิงเคยถามว่าทำไมของที่ส่งคืนจึงไปทางฝ่ายจัดซื้อก่อนตรวจ เคยถามใครรับลังและซองเอกสาร เคยคิดว่าต้องมีคนซ่อนชื่อไว้ในเลขใดเลขหนึ่ง
ในแถวสุดท้าย พ่ออ้างไปยังเรื่องที่ต้องตรวจว่าระหว่างรอชิ้นกลับ มีการใช้ชุดงานในสภาพใด
นางนึกถึงฐานฝึกที่ตนเคยฝืนจนชิ้นกดเสีย แม้เครื่องยังหยุดอยู่ วันนั้นทำให้รู้ว่าการขยับโดยไม่ทวนส่วนยึดสามารถทำลายของได้ ไม่ได้ทำให้นางมีสิทธิ์วินิจฉัยเครื่องของพ่อด้วยประสบการณ์ชิ้นเดียว
“ตรงนี้อันตรายใช่หรือไม่” นางถาม
เมิ่งหลานไม่รีบตอบให้ความกลัวกลายเป็นผลตรวจ
“มีเหตุให้ผู้ที่ตรวจชุดนั้นต้องดูการกั้น การประกอบ และเงื่อนไขที่อนุญาตให้เดิน” หล่อนบอก “เรารู้ว่ากระดาษแจ้งอะไร ก่อนจะบอกว่ามันทำให้เกิดอะไร ต้องดูแบบ เครื่องที่เกี่ยวข้อง และการกระทำจริง”
เยว่ชิงก้มลงอ่านคำว่า รอ อีกครั้ง
สิ่งที่ต้องรอในบันทึกไม่ได้หยุดคำสั่งให้ใช้ของในข้อความเดียวกัน
ช่องว่างที่เคยดูเป็นหมึกเก่าขาดไปจึงกลายเป็นคำถามซึ่งมีรูป มีวัน มีแหล่งให้คนอื่นเปิดดู และมีเงื่อนไขของงานให้ผู้ตรวจทวน
นางไม่ได้เห็นคืนบาดเจ็บผ่านกระดาษ
แต่เห็นรายการที่ทำให้การบาดเจ็บเป็นไปได้โดยต้องตรวจเรื่องการใช้ชุดที่ยังรอรับรอง ไม่ใช่ยอมรับคำว่าอุบัติเหตุแล้วปล่อยให้ทุกช่องว่าง
เยว่ชิงอ่านความหมายของทั้งสิบสองแถวกลับให้เมิ่งหลานฟังตั้งแต่ต้น
ทุกแถวเป็นรอบงานกับทางอ้างของมัน ไม่ใช่สิบสองเดือนหรือสิบสองชั่วโมง รายการบางรอบปิดแล้ว บางรอบมีข้อความตามหลัง และรอบสุดท้ายพาไปยังบันทึกซึ่งต้องตรวจการใช้งานระหว่างรอ
วันนี้นางอ่านหน้าที่กับทางอ้างของสิบสองแถวได้ครบตามเอกสารที่อยู่ในมือ
ชื่อคนและการกระทำจริงบางส่วนยังไม่ครบ
ความต่างนั้นต้องอยู่ในบันทึก แม้หัวใจของนางจะอยากวิ่งเร็วกว่าดินสอ
*
วันที่ยี่สิบเก้า เยว่ชิงนำตารางเทียบใหม่กับคำคัดไปตามนัดของสำนักงาน หลังจัดเวลากับหน่วยแล้ว
นางให้หลัวถิงอ่านการลงแหล่งทีละกลุ่ม ก่อนบอกส่วนที่พบในแถวสุดท้าย
ผู้ตรวจเปิดหนังสือนำและใบอ้างกลับไปกลับมา ไม่รับเพียงประโยคว่าอ่านสมุดพ่อออกแล้ว
“กระดาษนี้ช่วยให้ขออะไรต่อได้” หลัวถิงถาม
เยว่ชิงวางรายการคำขอ
ต้นฉบับบันทึกรับข้อความ ต้องตรวจผู้แจ้งและผู้ลงรับตามหน้าที่ ใบรับรองหลังประกอบที่ข้อความบอกว่ายังรอ ต้องตามว่ามีออกเมื่อใด แบบของชุดและข้อกำหนดใช้งาน ต้องให้ผู้มีความรู้ตรงงานอ่าน และรายการใช้จริงในวันที่สิบหก ต้องมีแหล่งของมัน ไม่เอาวันที่แจ้งก่อนหน้ามาเป็นเวลาบาดเจ็บ
“รวมทั้งใครมีอำนาจให้ใช้ระหว่างรอ” นางเติม
หลัวถิงพยักหน้า
ส่วนชื่อหม่าจื้อเฉิงในใบรับเที่ยวพฤศจิกายนยังต้องถามในหน้าที่ของใบนั้น ชื่อย่อในบันทึกมกราคมไม่เปลี่ยนเป็นชื่อของเขาโดยเพียงเพราะนางสงสัย
สวีเหวินเต๋อเคยทำเรื่องร้านและให้ชิวอิงคัดข้อความ เรื่องเหล่านั้นไม่ทำให้เขาเป็นผู้แจ้งในใบนี้โดยไม่มีแหล่งเพิ่ม
ตารางใหม่ไม่ได้ลบสิ่งที่พบก่อนหน้า มันทำให้เลือกสิ่งที่ต้องนำไปถามในงานสอบข้อเท็จจริงได้ชัดขึ้น
หลัวถิงรับสำเนาในขอบเขตที่ยื่น ลงรายการรับไว้ และแจ้งว่าจะจัดการนำส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าสู่การตรวจในปีถัดไปตามขั้นตอนที่ต้องแจ้งผู้เกี่ยวข้อง
ไม่มีคำตัดสินสุดท้ายในวันนั้น
เยว่ชิงรับใบส่งแล้วออกจากสำนักงาน
บันไดด้านนอกมีหิมะละลายชื้นตรงขอบ นางเลือกยืนบนช่วงแห้ง ไม่รีบเดินลงขณะมองกระดาษ

นางคิดถึงพ่อโดยไม่เห็นภาพพ่อออกมายืนยันคำตอบแทนแหล่ง
คนที่ฝากตารางไว้ไม่อาจตอบทุกคำถามแล้ว แต่สิ่งที่เขาอ้างยังพาไปหาคนที่ต้องตอบได้
ครั้งแรกที่เปิดซอง นางอยากให้พ่อเขียนชื่อผู้ผิดไว้ตรง ๆ
วันนี้นางรู้ว่าทางตรวจซึ่งคนอื่นเดินตามได้อาจทำให้ชื่อหนึ่งชื่อถูกถามหนักกว่าคำกล่าวหาที่ไม่มีใครเปิดแหล่งได้
*
คืนนั้น เยว่ชิงเขียนถึงแม่ว่าหน้าตารางอ่านทางอ้างได้ครบแล้ว และพบข้อความซึ่งต้องตรวจเรื่องการใช้ชุดระหว่างรอรับรอง นางไม่เขียนว่าพิสูจน์คนฆ่าพ่อได้แล้ว
นางขอให้แม่เก็บต้นฉบับตามเดิม หากต้องตรวจต้นฉบับในขั้นต่อไป จะตกลงวิธีและเวลาที่แม่ยอมก่อน ไม่ให้ข่าวความคืบหน้าเป็นคำสั่งให้แม่ส่งของทั้งหมดออกจากบ้าน
จดหมายรอส่งในวันรุ่งขึ้น
นางเก็บคำคัดสิบสองแถวคู่กับรายการแหล่ง ไม่มีใบใดถูกเปลี่ยนให้เป็นต้นฉบับ ไม่มีชิ้นเทียบที่ยืมจากความทรงจำมาวางลงในช่องที่ยังต้องตรวจของจริง

ปีเจ็ดสิบแปดเป็นปีที่นางกลับมา
ปีเจ็ดสิบเก้าทำให้นางรู้ว่าจะอ่านส่วนที่ไม่มีคำตอบอย่างไร
และก่อนปีแปดสิบสิ้นสุด หน้าสุดท้ายซึ่งเคยมองเหมือนหน้าปัดได้กลายเป็นเส้นทางที่นำเข้าสู่ห้องตรวจได้แล้ว
เยว่ชิงปิดแฟ้ม ยกมุมประตูที่ยังฝืดเพื่อไปตักน้ำ และกลับเข้าห้องของตน
พรุ่งนี้ยังมีงานและอาหารที่ต้องจัด
ปีหน้ามีคนซึ่งต้องได้รับคำถามตามหน้าที่ของเขา
นางจะนำตารางนี้ไปด้วย
ทั้งส่วนที่อ่านได้ครบ และส่วนที่ยังไม่ยอมให้ใครเติมแทนความจริง
นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI
