ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · 第10章
ตอนที่ 10 — คืนที่ไม่ไปงานเลี้ยง
翻譯尚未完成,顯示泰文原作
เช้าวันที่สิบเก้าเมษายน เยว่ชิงลงมาถึงโต๊ะก่อนเสียงคนขายขนมจะผ่านหน้าร้าน
นาฬิกาของถังเซิงยังเดินต่อเนื่อง ผลที่จดเมื่อคืนกับเช้านี้ใกล้กันกว่ารอบแรก เธอยังต้องตรวจต่อจนถึงช่วงบ่าย แต่ครั้งนี้มีเหตุให้หวังว่าจะส่งคืนได้โดยไม่เปลี่ยนกระจกหรือชุดอะไหล่ตามที่ร้านอื่นเคยเสนอ
เธอเก็บอาหารที่เหลือจากเมื่อคืน รับประทานก่อนเปิดร้าน แล้วนำใบงานวันที่สิบสามมกราคมไปวางในซองอีกครั้ง
วันนี้มีคนที่นัดไว้แล้ว ไม่ใช่วันที่เธอจะปล่อยให้การค้นเรื่องพ่อกลืนงานทุกชิ้นบนโต๊ะ
เหวินเต๋อมาตอนสายพร้อมกระดาษพับสีอ่อน
เขาไม่ได้เปิดด้วยคำถามเรื่องนาฬิกาหรือเอกสาร แต่บอกว่าคืนนี้จะมีญาติฝ่ายเขาสองสามคนมารับประทานอาหารที่ห้องข้างร้านสหกรณ์ เวลาเริ่มคือหกโมงครึ่ง
“เลี้ยงรับรองเรื่องหมั้นที่เลื่อนกันไว้นาน ผู้ใหญ่จะได้คุยวันแต่งให้เรียบร้อย”
เยว่ชิงรับกระดาษมาอ่าน ในแผ่นนั้นมีเวลาและสถานที่ตรงกับที่เขาพูด ไม่มีชื่อร้านหลินเป็นเจ้าภาพ แต่มีชื่อเธออยู่ข้างชื่อของเขา
เธอไม่เคยถูกถามก่อนเขียนชื่อลงไป

“คุณจัดตั้งแต่เมื่อไร”
“คนอื่นมีเวลาว่างคืนนี้ จะปล่อยให้เขารอไปอีกหรือ”
“ฉันถามว่าใครตกลงว่าฉันจะไป”
เหวินเต๋อขยับแว่น “เราเป็นคู่หมั้นกัน งานแบบนี้ไม่ต้องถามทุกเรื่องหรอก”
ในชีวิตก่อน เยว่ชิงเคยนั่งอยู่ข้างเขาที่โต๊ะเลี้ยง มีคนยกแก้วชมว่าเธอเป็นคนรู้เรื่องและไม่ทำให้ผู้ชายต้องหนักใจ เธอจำรอยยิ้มของตัวเองได้ จำได้ว่าหลังอาหาร เขาส่งกระดาษอีกชุดมาให้ลงชื่อโดยบอกว่าเป็นเรื่องในครอบครัว
แต่เธอจำไม่ได้ว่าทุกแผ่นมีข้อความอะไร
ความจำของเธอเก็บความอายและความกลัวไว้ชัดกว่ารายละเอียดที่จำเป็นต่อการป้องกันตัว วันนี้กระดาษตรงหน้าก็อาจไม่เหมือนครั้งนั้นแล้ว
เธอจึงไม่พูดว่ารู้แผนทั้งหมดของเขา
“ฉันมีงานที่รับไว้ และเรายังมีเรื่องเงินที่ไม่ได้ตอบกันให้ชัด ฉันไม่ไปคุยวันแต่งในคืนนี้ค่ะ”
เหวินเต๋อมองเข้าไปในร้าน “แค่นาฬิกาเรือนเดียวให้คนอื่นรับแทนก็ได้”
“ฉันเป็นคนตรวจ ฉันจะรายงานผลเอง”
“เธอจะให้ลูกค้าสำคัญกว่าผู้ใหญ่หรือ”
“ฉันจะไม่ใช้ผู้ใหญ่เป็นเหตุให้ผิดนัด และฉันยังไม่ได้ตกลงจัดงานนี้”
เสียงของเขาแข็งขึ้น “ถ้าเธอไม่ไป คนก็จะพูดว่าที่ฉันเป็นห่วงเมื่อวานมีเหตุจริง”
เยว่ชิงพับกระดาษตามรอยเดิม เธอเห็นวิธีที่เขาเปลี่ยนคำว่าเป็นห่วงให้กลายเป็นคำขู่ได้โดยไม่ต้องขึ้นเสียงมาก
“ถ้ามีใครถาม คุณบอกตามนี้ได้ค่ะ ฉันไม่ได้ตกลงงานเลี้ยง และขอให้ตอบเรื่องรายการเงินก่อนคุยวันแต่ง”
เธอหยิบกระดาษสะอาด เขียนคำตอบสั้น ๆ พร้อมวันที่ แล้วส่งให้เขา ไม่ฝากให้เขาจำความหมายตามที่ชอบ
เหวินเต๋อไม่รับในทันที “จะทำให้เป็นเรื่องใหญ่ทำไม”
“เพื่อให้ถ้อยคำของฉันไม่เปลี่ยนระหว่างทางค่ะ”
เขารับไปด้วยปลายนิ้ว ราวกับกระดาษนั้นสกปรกกว่าเอกสารที่เขาเคยยื่นให้เธอ
ก่อนเดินออก เขามองโต๊ะใต้หน้าต่าง “ช่วงนี้เธอค้นของพ่อบ่อยหรือ”
เยว่ชิงไม่หันตามสายตา “ฉันจัดงานในร้านค่ะ”
“ของเก่าบางอย่างไม่มีประโยชน์ เก็บไว้ก็คิดมาก”
“ของในร้าน ฉันจะเป็นคนตัดสินใจว่าจะเก็บอะไร”
ประตูปิดลงหลังเขาไป เยว่ชิงวางสำเนาคำตอบของตนไว้กับกระดาษนัด ไม่ทำเครื่องหมายว่าเป็นหลักฐานการหลอกลวง มันเป็นหลักฐานเพียงว่าเขาเชิญและเธอตอบอะไร
ส่วนสายตาที่มองโต๊ะพ่อทำให้เธอระวังมากขึ้น แต่เธอจะไม่ย้ายทุกอย่างจนตนเองจำที่ไม่ได้
บ่ายนั้น นาฬิกาของถังเซิงผ่านช่วงตรวจที่เธอกำหนดไว้ เยว่ชิงเขียนผลสุดท้ายและสิ่งที่ปรับลงในใบงาน เตรียมผ้าห่อกับสำเนาส่งคืนโดยคงค่าแรงตามที่ตกลง ไม่มีรายการอะไหล่ใหม่เพิ่มขึ้น
ถังเซิงยังไม่มา
เธอเฝ้าหน้าร้านจนได้ยินเถาซูเรียกจากถนน หญิงเพื่อนบ้านบอกว่าเพิ่งพบเขาที่ปลายสะพาน เขาขอให้ช่วยแจ้งว่าแวะบ้านญาติเพื่อหากล่องกระดาษ จะมารับนาฬิกาช้ากว่าบ่าย หากร้านปิดก่อนเขาจะกลับมาใหม่พรุ่งนี้
เยว่ชิงขอให้เถาซูบอกว่าคืนนี้เธออยู่ถึงหนึ่งทุ่มครึ่ง หากไม่ทันค่อยนัดเวลาใหม่ ไม่จำเป็นต้องรีบเดินจนมืดแล้วล้ม
เถาซูพยักหน้า ก่อนเสริมว่านาฬิกาปลุกดังตอนเช้าตามที่ตั้งไว้
คำตอบนั้นสั้น แต่ทำให้เยว่ชิงยิ้มได้ เธอจดการแจ้งผลไว้ ไม่ถือว่าการทำงานคืนเดียวรับประกันว่าจะไม่มีอาการอีกตลอดไป
เย็นลงทีละน้อย แสงในตรอกหายไปจากพื้นก่อนหายจากหลังคา ตอนเข็มบนผนังเดินถึงหกโมงครึ่ง เยว่ชิงจุดตะเกียงแล้วเปิดสมุดงาน
ไม่มีใครยกแก้วบอกให้เธอยิ้ม
ไม่มีที่นั่งข้างคู่หมั้นซึ่งทำให้ทุกคำถามฟังเหมือนเสียมารยาทต่อญาติของเขา
แต่การไม่ไปก็ไม่ได้ทำให้ความกลัวหายทั้งหมด เธอยังคิดว่าคนที่งานเลี้ยงจะพูดอะไร ชิวอิงจะนำเรื่องนี้ไปเล่าอย่างไร และแม่จะได้ยินจากปากใครก่อน
เยว่ชิงวางมือบนหน้าสมุด หายใจจนความคิดค่อย ๆ แยกออกจากเสียงนาฬิกา
เธอเลือกวันนี้ได้ ไม่จำเป็นต้องรู้คำตอบของทุกวันข้างหน้าเสียก่อน
ถังเซิงมาถึงก่อนหนึ่งทุ่มเล็กน้อย ห่อผ้าในมือคราวนี้มีซองเก่าอยู่ข้างใน
“รอนานเลย ฉันไปถามญาติว่ากล่องที่ฝากไว้ย้ายไปตรงไหน”
“ยังอยู่ในเวลาที่บอกค่ะ นั่งพักก่อน”
เยว่ชิงให้น้ำ แล้วรายงานผลซ่อมทีละส่วน เธอแสดงตัวเรือนเดิม กระจกเดิม และใบงานที่บันทึกช่วงเฝ้าดู ให้เขาดูการเดินก่อนห่อกลับ
ถังเซิงก้มฟังอยู่ใกล้หน้าปัด ไม่ได้ฟังเพียงว่าเครื่องทำงานหรือไม่ เขาคงกำลังเทียบกับเสียงที่ได้ยินในบ้านมาหลายปี
“เหมือนเดิมดี” เขาพูด
คำว่าเหมือนเดิมในปากเขาไม่ได้หมายถึงไม่เคยมีอะไรเสีย มันหมายถึงของที่เคยรู้จักยังอยู่ และคนซ่อมไม่ได้เปลี่ยนมันจนจำไม่ได้เพียงเพื่อให้เรียกว่าซ่อมเสร็จ
เยว่ชิงหักมัดจำออกจากค่าแรงตามยอดในใบรับ แจ้งเงินที่เหลือให้เขาตรวจ ถังเซิงจ่ายแล้วเก็บใบส่งคืนเข้ากระเป๋า
เมื่องานจบ เขาจึงนำกระดาษจากซองเก่าออกมา

“นี่อยู่กับของภรรยาฉัน ไม่รู้ใช่ใบที่หนูต้องการหรือเปล่า”
กระดาษมีรอยพับจนตัวอักษรบางส่วนหายไป เยว่ชิงประคองมันบนกระดาษรอง ไม่ดึงมุมให้ตรงด้วยแรง
ส่วนที่อ่านได้ระบุว่านาฬิกาเก่าหนึ่งเรือน วันที่อยู่ในปี 1972 แต่วันและเดือนเลือนจนเธอไม่แน่ใจ ตราประทับเหลือเพียงบางตัวที่ดูคล้ายคำว่าห้องพัสดุ
ช่องหมายเลขด้านขวาอ่านได้สองตัวท้าย คือ 76
มันยังไม่ยืนยันว่าเป็น 3176 ทั้งชุด
“ภรรยาคุณเก็บไว้กับเอกสารนาฬิกาหรือคะ”
“อยู่ในซองเดียวกับกระดาษค่าซ่อมเก่า มีคำว่านาฬิกาเขียนบนซอง แต่ซองนั้นไม่ได้บอกว่าแผ่นไหนของครั้งไหน”
เยว่ชิงขออนุญาตจดรายละเอียดและวาดตำแหน่งข้อความที่อ่านได้ ถังเซิงอนุญาต แต่เธอไม่เขียนตัวเลขที่มองไม่เห็นให้ครบตามสิ่งที่หวัง
กระดาษเก่าอาจเกี่ยวกับเรือนนี้จริง หรือเกี่ยวกับของชิ้นอื่นที่เคยอยู่ในบ้าน ถ้าจะตามต่อ ต้องหาว่าตราที่เหลือเป็นของที่ใดและมีรายการตรงกันไหม
อย่างน้อยคำเล่าเรื่องลานของใช้เก่าหลังโรงงานเริ่มมีสิ่งให้ตรวจมากกว่าความทรงจำเพียงอย่างเดียว
“ฉันขอจดว่าคุณนำจากซองเอกสารนาฬิกาที่ภรรยาเก็บไว้ และยังไม่ทราบว่าเป็นของเรือนนี้แน่นอนนะคะ”
ถังเซิงหัวเราะเบา ๆ “หนูระวังคำกว่าฉันอีก”
“เพราะฉันไม่ได้อยู่ตอนซื้อค่ะ”
เขามองกระดาษในมือเธอ “พ่อหนูเคยขอดูเลขข้างในแล้วทำหน้าแบบนี้ เหมือนกำลังนับของที่ไม่ตรงจำนวน”
เยว่ชิงอยากถามต่อทันที แต่ถังเซิงไอแล้วพักมือบนโต๊ะ ความเหนื่อยจากเดินทั้งวันอยู่บนใบหน้าเขา เธอจึงคืนต้นฉบับใส่ซองให้ก่อน
“เรื่องนั้นถ้าจำรายละเอียดได้ ค่อยบอกฉันอีกวันก็ได้ค่ะ วันนี้คุณต้องกลับพร้อมของหนัก”
เธอช่วยห่อนาฬิกาให้กระจกพ้นแรงกด จัดให้เขาถือมั่นคงและเดินส่งถึงประตู ไม่ขอเก็บของไว้สืบต่อหลังงานเสร็จ
เลข 3176 มีบันทึกของมันอยู่กับเธอแล้ว ตัวเรือนยังเป็นของถังเซิง
เมื่อเจ้าของนาฬิกาเดินพ้นแสงจากหน้าร้าน เยว่ชิงปิดกล่องรายรับ งานลูกค้าคนแรกหลังกลับมาจบลงจริง ไม่ใช่จบด้วยประโยคว่าพรุ่งนี้ค่อยดูอีกที
เธอมีเงินค่าแรง มีบันทึกการทำงาน และมีคำถามใหม่โดยไม่ต้องลงชื่อในกระดาษของเหวินเต๋อ
ห่างออกไป เสียงคนคุยจากทางร้านสหกรณ์ลอยมาตามลม เธอไม่รู้ว่างานเลี้ยงดำเนินอย่างไร และไม่จำเป็นต้องเติมภาพจากชีวิตก่อนให้กลายเป็นสิ่งที่เกิดคืนนี้
เยว่ชิงเลื่อนกระดาษนัดเข้าซองเก็บเฉพาะเรื่องส่วนตัว
บนโต๊ะฝั่งงาน เธอวางสมุดค่าแรงอีกเล่ม วันพรุ่งนี้ต้องเริ่มคิดว่าร้านจะรับงานได้มากแค่ไหน และหากมีคนมาช่วย เธอจะจ่ายเขาอย่างไร
ร้านที่พ่อทิ้งไว้ไม่ควรมีชีวิตอยู่เพียงเพื่อรอใครมาทำร้ายมัน
เธอดับไฟหน้าร้านตามเวลาที่แจ้งไว้ แล้วขึ้นชั้นบนโดยไม่มองว่าถนนเส้นไหนพาไปงานเลี้ยง
นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI
