ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · Chương 101
ตอนที่ 101 — วันที่กลับสู่ห้องตรวจ
Bản dịch chưa sẵn sàng. Hiển thị nguyên tác tiếng Thái.
ปีแปดสิบเอ็ดเริ่มด้วยซองนัดซึ่งมาถึงมือเยว่ชิงในวันที่หกมกราคม
งานสอบข้อเท็จจริงนัดรับเอกสารและคำชี้แจงเบื้องต้นที่ชิงเหอวันที่สิบห้า หนังสือระบุเรื่องที่จะตรวจ ได้แก่ ทางรับส่งชิ้นงาน การแจ้งใช้ระหว่างรอรับรอง และที่มาของข้อความในรายงานหลังพ่อเสียชีวิต
มันไม่ได้เขียนว่าให้ลูกสาวนำคนผิดมาแสดง
เยว่ชิงอ่านรายชื่อผู้รับผิดชอบและขอบเขตการเรียกเอกสาร ก่อนนำเวลาที่ต้องเดินทางไปจัดกับหน่วยของตน นางไม่ได้ออกไปเพราะเห็นว่าคดีของพ่อสำคัญแล้วงานที่รับไว้ทั้งหมดจะหายไปเอง
วันที่เก้า จดหมายตอบของแม่ตามมาถึง
ข่าวที่นางส่งเมื่อวันที่สามสิบธันวาคมถึงบ้านวันที่สี่ แม่ตอบวันถัดมา ยอมให้นำสำเนาหน้าตารางส่วนที่เกี่ยวกับงานเข้าตรวจตามที่แจ้ง และยอมให้ตกลงการตรวจต้นฉบับที่บ้านได้ภายหลังโดยกำหนดคนและเวลาให้รู้ก่อน
แม่ยังไม่ยอมส่งของทั้งหมดออกจากบ้าน
ท้ายจดหมาย แม่ถามว่าลูกจะพักที่บ้านหรือไม่ และบอกว่าถ้าจะมา ต้องให้แม่รู้วันมาถึงจริง จะได้ไม่คอยฟังรถทุกคืน
เยว่ชิงตอบตามทางติดต่อที่นัดกันไว้ ยืนยันการมาถึงวันที่สิบสี่กับการพักซึ่งแม่ยอม นางจัดการแจ้งผ่านจุดติดต่อก่อนซื้อตั๋ว ไม่ฝากข่าวไว้เพียงในจดหมายซึ่งยังเดินทาง
การอนุญาตลางานกับตารางส่งมอบหน้าที่เรียบร้อยแล้ว นางจึงออกเดินทางคืนวันที่สิบสาม พร้อมแฟ้มสำเนาที่จัดไว้
จิ้งโจวมาส่งตามช่วงที่เขามีเวลา ไม่ได้ขอลาตามนางไป และไม่ได้ถือแฟ้มแทนโดยยังไม่มีเหตุให้ดูสิ่งข้างใน
“ถ้าต้องถามอะไรที่ข้าเคยเล่า ให้แจ้งข้าตามเรื่องที่ตกลง” เขาบอก
เยว่ชิงพยักหน้า คำเล่าเรื่องแผลเก่าที่คิ้วเป็นเรื่องที่เขามีสิทธิรู้ว่าจะถูกใช้ที่ใด นางยังไม่เอาความรักไปเซ็นชื่อยินยอมให้เขา
รถไฟออกตรงทางของมัน ในกระเป๋าของนางไม่มีชิ้นเทียบซึ่งแม่เก็บ ไม่มีสมุดต้นฉบับของชิวอิงซึ่งอยู่กับผู้รับตรวจตามใบส่ง และไม่มีทะเบียนตงเหอที่ต้องให้ผู้เก็บเปิด
มีสำเนาตามขอบเขต ใบรับส่ง และรายการว่าของจริงแต่ละชุดอยู่ที่ใด
*
แม่รออยู่บ้านในเช้าวันที่สิบสี่
เยว่ชิงวางกระเป๋าแล้วกอดแม่ก่อนถามเรื่องแฟ้ม แม่ลูบหลังนาง บอกให้กินอาหารซึ่งเตรียมไว้ แล้วจึงค่อยดูว่าขาดอะไรสำหรับวันรุ่งขึ้น
ถ้วยร้อนอยู่บนโต๊ะซึ่งเคยมีขาหลวม เยว่ชิงไม่ยกมันเป็นหลักฐานแสดงว่าตนเคยทำอะไรให้บ้านบ้าง นางนั่งกินแล้วถามว่าแม่พักบ่ายได้ตามเดิมหรือไม่
“ได้ และวันนี้ก็จะพัก” แม่ตอบ “เจ้าไม่ต้องนั่งเงียบข้างตู้เพื่อเฝ้าข้าทั้งบ่าย”
นางหัวเราะและรับคำ
ก่อนแม่พัก ทั้งสองดูรายการของที่จะใช้ในวันรุ่งขึ้น เยว่ชิงให้แม่เห็นขอบเขตที่ยื่นไว้ แม่อ่านช้า ๆ แล้วชี้ส่วนของข้อความครอบครัวที่ไม่เกี่ยวกับตาราง
“ด้านนี้ยังไม่เอาไปอ่านต่อหน้าคนทั้งห้อง”
“ข้าปิดไว้แล้วเจ้าค่ะ ถ้าต้องขอส่วนอื่น จะกลับมาถามแม่ก่อน”
แม่ไม่ต้องเซ็นคำว่าร้านหลินให้ครอบทุกกระดาษในตู้
ครั้นรายการเสร็จ เยว่ชิงเก็บสำเนาของตน แม่เก็บของเดิมในที่ของแม่ กุญแจตู้ไม่ได้เปลี่ยนเจ้าของเพราะลูกกลับมาพร้อมหนังสือนัด
บ่ายนั้นเยว่ชิงไปตรวจทางเข้ากับเวลารับเอกสารที่แจ้งไว้ ก่อนกลับมาปล่อยให้แม่พัก ไม่มีการไปเคาะบ้านพยานเพื่อขอให้นึกเรื่องเพิ่มให้ทันเช้าวันถัดไป
*
หน้าห้องตรวจในวันที่สิบห้ามีม้านั่งยาวอยู่ข้างผนัง
เยว่ชิงมาถึงก่อนเวลารับเล็กน้อย ยืนอ่านชื่อห้องตามหนังสือนัดแล้วเก็บซองลง ไม่ต้องรอให้ผู้ชายที่มาด้วยเป็นคนอธิบายว่ามาเรื่องอะไร เพราะวันนี้นางมาเอง
ขณะรอ นางจำความรู้สึกที่เคยถูกให้ลงชื่อรับเงินซึ่งไม่มีใบรับครบได้
คราวนั้นเสียงคนถามดังเร็วกว่ามือที่เปิดเอกสารให้ดู นางเคยคิดว่าถ้าอีกคนมั่นใจมาก นางคงเป็นฝ่ายผิดที่ยังไม่มั่นใจ
วันนี้ความกลัวยังทำให้มือเย็น แต่ความมั่นใจของคนในห้องไม่ใช่แหล่งของกระดาษอีกแล้ว
นางจัดสายกระเป๋าให้พ้นแฟ้ม แล้วรอให้เจ้าหน้าที่เรียกตามลำดับ

หลัวถิงอยู่ในห้องในฐานะผู้ทวนเส้นทางเอกสารตามงานที่รับไว้ ไม่ได้เปลี่ยนเป็นคนตัดสินความผิดทุกเรื่องเพียงเพราะรู้จักเยว่ชิงมาหลายครั้ง
ผู้รับผิดชอบคณะตรวจข้อเท็จจริงชื่อเหอจวิ้นเฉิง เขาแนะนำหน้าที่ของตนก่อนให้เจ้าหน้าที่อ่านส่วนที่รับเรื่อง ชายผู้นั้นมีผมหงอกตรงขมับ สวมแว่นกรอบเหลี่ยม และพูดช้าพอให้คนจดตามทัน
เขาไม่ได้ถามว่าเยว่ชิงเกลียดใครที่สุด
“ส่วนที่ท่านนำมาเป็นต้นฉบับหรือสำเนา” เขาถาม
นางเปิดรายการส่งก่อนเปิดเรื่องของพ่อ
สำเนาตารางมาจากต้นฉบับซึ่งแม่เก็บ คำคัดตงเหอมีผู้เก็บและตำแหน่งอ้าง คำคัดซวงเหอมีแหล่งของมัน ฉบับคู่ขนส่งยังอยู่กับหน่วยขนส่ง ส่วนสมุดค่าใช้จ่ายที่ชิวอิงยอมให้ตรวจอยู่กับผู้รับตามใบส่ง ไม่ได้อยู่ในแฟ้มนี้ทั้งหมด
เยว่ชิงระบุสิ่งที่นำมาจริง และแยกรายการซึ่งต้องเรียกจากผู้เก็บ
“ชุดเต็มที่ใช้ถามเรื่องนี้อยู่ในรายการ” นางบอก “ไม่ได้หมายถึงต้นฉบับทุกอย่างที่ข้านำออกจากบ้านทุกคนแล้ว”
เหอจวิ้นเฉิงให้เจ้าหน้าที่ตรวจจำนวนใบกับรายการรับ ก่อนขอให้นางเล่าว่าตารางพาไปถึงคำถามในบันทึกวันที่สิบห้าอย่างไร
*
เยว่ชิงเริ่มจากแหล่งที่ใช้ถอดหน้าที่ช่อง
นางไม่ได้เริ่มจากปีเก้าสิบแปดซึ่งมีแต่นางจำได้ ไม่กล่าวว่าความทรงจำของชีวิตหนึ่งทำให้ผู้ตรวจในปีนี้ต้องเชื่อคำกล่าวหาก่อนเปิดแฟ้ม
นางอ่านทางอ้างสิบสองแถวอย่างที่ทวนไว้ โดยให้คนในห้องเปิดแผ่นที่กล่าวถึงได้ตามลำดับ
เมื่อถึงส่วนเชื่อมเลขสามหนึ่งเจ็ดหกกับงานเจ็ดสิบเจ็ดขีดยี่สิบหก ผู้รับผิดชอบขอให้หยุด
“ก่อนมีใบอ้างเพิ่มเติม ท่านรู้การเชื่อมนี้แล้วหรือ”
“ยังไม่รู้เจ้าค่ะ ข้ามีสองเลขในคนละชุดเอกสาร จึงเก็บคำถามแยกไว้ ใบอ้างที่ได้รับปลายเดือนธันวาคมทำให้เชื่อมหน้าที่ของรายการได้ครั้งนี้”
เจ้าหน้าที่จดวันตามที่นางบอก ไม่เลื่อนมันกลับไปเป็นความรู้ของนางในเดือนเมษายนปีเจ็ดสิบแปด
เหอจวิ้นเฉิงถามต่อว่าได้ตรวจของจริงในกล่องแม่กับชิ้นในทะเบียนหรือยัง
“ยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นของชุดเดียวกันเจ้าค่ะ รายการมีสิ่งให้เทียบ แต่ต้องตรวจที่มาและตัวของตามขั้นตอนอีก”
คำว่า ยังไม่ได้ ทำให้เรื่องที่นางยื่นหนักขึ้นในส่วนที่รู้ เพราะคนฟังมองเห็นว่านางไม่ได้ใช้ความมั่นใจเดียวครอบทุกช่อง
จากนั้นจึงเปิดบันทึกรับข้อความวันที่สิบห้า มกราคม ปีเจ็ดสิบแปด
เยว่ชิงอ่านชนิดของใบและข้อความที่คัดมา การแจ้งถอดชุดกั้นชั่วคราวไปเทียบ การให้เดินชุดเดิมระหว่างรอชิ้นกลับ และช่องที่ยังรอรับรองหลังประกอบ
นางวางคำถามไว้ข้างกัน
ผู้แจ้งเป็นใคร ผู้รับลงบันทึกตามหน้าที่ใด ผู้มีอำนาจอนุญาตให้ใช้เป็นใคร และในวันถัดมามีการใช้งานจริงในสภาพใด
“ท่านกำลังกล่าวว่าข้อความนี้เป็นเหตุให้พ่อบาดเจ็บแน่นอนหรือ” เหอจวิ้นเฉิงถาม
เยว่ชิงรู้สึกเหมือนต้องคอยรับคำว่าแน่นอนไว้ในปากเพื่อไม่ให้เรื่องของพ่อหลุดจากโต๊ะ
นางมองหัวใบอีกครั้ง
“ข้ากำลังขอให้ตรวจเงื่อนไขที่ทำให้เกิดอันตรายได้เจ้าค่ะ ใบนี้บันทึกการแจ้ง ไม่ใช่ภาพของการกระทำจริง ข้ายังบอกเวลาเปิดเครื่องจากมันไม่ได้ และยังไม่รู้มือที่ถอดหรือประกอบ”
หลัวถิงเลื่อนรายการคำขอเดิมเข้ามา ให้เห็นว่าข้อที่ขาดไม่ได้เพิ่งถูกซ่อนเมื่อมีคนถาม
ผู้รับผิดชอบจึงแยกการตรวจทางเอกสารออกจากการตรวจทางเทคนิค ระบุให้เรียกผู้ที่รู้เรื่องชุดงานตรงส่วน พร้อมแบบและข้อกำหนดที่ใช้จริงในช่วงนั้น
ไม่มีใครนำปลอกหรือไม้ในบ้านแม่มาใส่เครื่องต่อหน้าทุกคนในวันเดียวแล้วเรียกว่าพิสูจน์

*
ตอนตรวจข้อความในรายงานวันที่หกกุมภาพันธ์ หลัวถิงอธิบายทางที่ติดตามไว้
คำว่าพ่อรับรองทั้งหมดมีอยู่ในรายงานหลังพ่อเสียชีวิต แต่แหล่งซึ่งนำมาใช้รองรับคำนั้นยังต้องให้ผู้ทำรายงานและผู้ส่งข้อมูลแสดง ไม่ใช่ให้ลูกสาวพิสูจน์ว่าพ่อไม่เคยเซ็นกระดาษทุกใบในโลก
เหอจวิ้นเฉิงถามเยว่ชิงว่ามีเอกสารรับรองอื่นซึ่งไม่ได้รวมมาหรือไม่
“ข้าไม่รู้ว่ามีที่ข้ายังไม่เห็นหรือไม่เจ้าค่ะ หากมี ต้องเปิดดูว่ารับรองส่วนใด วันที่ใด ไม่ให้ชื่อพ่ออยู่บนใบหนึ่งแล้วใช้แทนทั้งหมด”
เขารับคำตอบนั้นลงเป็นขอบเขตความรู้ ไม่ใช่คำสารภาพว่าพ่อทำผิดแน่ และไม่ใช่ผลรับรองว่าพ่อไม่มีความผิดได้ทุกแบบ
เยว่ชิงเห็นเจ้าหน้าที่เตรียมถ้อยคำสรุปว่า หลักฐานชี้ว่าผู้รับของสั่งให้ใช้งาน
นางขอให้หยุดอ่านกลับ
“ผู้รับของในเที่ยวพฤศจิกายน กับผู้แจ้งข้อความในเดือนมกราคมยังไม่ยืนยันว่าเป็นคนเดียวกันเจ้าค่ะ ข้ายังไม่ได้กล่าวประโยคนั้น”
เจ้าหน้าที่อ่านท่อนเดิมให้ฟัง แล้วแก้ข้อความสรุปใหม่ตามขอบเขตที่นางกล่าว การแก้อยู่ในบันทึกวันนี้ ไม่ได้ขูดชื่อบนใบเก่าให้ตรงเรื่อง
เยว่ชิงตรวจจนรู้ว่าเสียงของตนไม่ได้ถูกเปลี่ยนเป็นคำที่ใหญ่กว่าเดิม แล้วลงชื่อเฉพาะส่วนคำชี้แจงของตน
นางไม่ได้ลงชื่อแทนแม่ ชิวอิง จิ้งโจว หรือเจิ้งซื่อเหิง
คำให้ตรวจของคนหนึ่งไม่ใช่สิทธิ์แจกเสียงของคนอื่นออกไปให้เต็มห้อง
*
เมื่อรับรายการส่งเอกสารเสร็จ เหอจวิ้นเฉิงแจ้งทางติดตามครั้งต่อไป
ส่วนเทคนิคมีผู้รู้ตรงงานซึ่งได้รับแจ้งนัดไว้สำหรับวันถัดไป จะให้ทวนก่อนแยกคนซ่อม คนสั่งเปลี่ยน และคนอนุญาตให้ใช้ ส่วนคำชี้แจงของผู้มีชื่อในเอกสารจะเรียกตามหน้าที่ของแต่ละคน ไม่ใช้การมาของเยว่ชิงเป็นคำตัดสินแทนการให้เขาตอบ
หากต้องตรวจต้นฉบับที่บ้านแม่ ต้องแจ้งรายการ คน และเวลาตามที่เจ้าของยอม งานวันนี้ไม่ได้อนุญาตให้เปิดตู้โดยไม่มีขอบเขตในวันรุ่งขึ้น
เยว่ชิงรับใบส่งของตน เก็บสำเนาคำชี้แจงที่ได้อ่านกลับแล้ว และขอทางติดต่อเพื่อทราบเมื่อมีคำถามเพิ่มเติม
“ส่วนใดที่ท่านแก้ไขความเข้าใจภายหลัง ให้แจ้งตามแหล่ง ไม่ต้องรักษาคำเดิมเพียงเพราะลงชื่อไว้วันนี้” เหอจวิ้นเฉิงบอก
นางเงยหน้าขึ้น
ครั้งหนึ่งนางเคยคิดว่าคนที่เปลี่ยนคำตอบต้องเป็นคนโกหกเสมอ ครั้นได้ตามเรื่องมาถึงวันนี้ จึงรู้ว่าต้องแยกการเปลี่ยนเพื่อซ่อนแหล่งออกจากการเปลี่ยนเพราะมีแหล่งให้ตรวจเพิ่ม
สิ่งที่ต้องรักษาไม่ใช่ความถูกต้องทุกคำของตนตั้งแต่ต้น
คือทางที่คนอื่นตรวจได้ว่าคำใดมาจากอะไร และแก้เมื่อใด
นางขอบใจแล้วออกจากห้อง
*
แม่ไม่ได้มานั่งรอหน้าประตูสำนักงานทั้งวัน
เยว่ชิงกลับถึงบ้านหลังแม่พักบ่ายแล้ว บอกก่อนว่าเอกสารถูกลงรับและจะมีการตรวจส่วนเทคนิคต่อ ยังไม่มีคำตัดสินสุดท้าย
แม่ให้ลูกวางกระเป๋า แล้วถามว่าระหว่างอยู่ในห้อง นางได้กินอะไรหรือไม่
เยว่ชิงตอบตามจริง ก่อนยื่นใบรับให้แม่ดูเฉพาะส่วนที่แม่ต้องการรู้
“เขาให้เจ้าเซ็นอะไร”
“คำชี้แจงของข้าเองเจ้าค่ะ ข้าอ่านกลับแล้ว และแก้ส่วนที่สรุปเกินก่อนเซ็น”
แม่ลูบขอบใบรับด้วยมือแห้ง
ไม่มีเสียงเชียร์ในบ้าน ไม่มีใครมาแสดงความยินดีว่าชนะทุกคนแล้ว แต่เยว่ชิงเห็นไหล่แม่ลดความเกร็งลงนิดหนึ่ง เมื่อรู้ว่าลูกไม่ได้ออกจากห้องพร้อมชื่อที่ถูกใช้แทนคำซึ่งตนไม่เคยพูด
นางนั่งลงกินอาหารเย็นกับแม่

วันที่สิบเจ็ดซึ่งกำลังจะมาถึงยังเป็นวันของพ่อในใจแม่ ไม่กลายเป็นวันแสดงผลสำเร็จของคดีเพราะลูกกลับมาในสัปดาห์เดียวกัน
เยว่ชิงบอกว่าจะอยู่ตามช่วงที่จัดไว้ และถามว่าแม่อยากใช้วันนั้นอย่างไร
แม่ตอบว่าอยากอยู่บ้าน ทำอาหารง่าย ๆ และไม่เปิดตู้ทั้งวัน
“ได้เจ้าค่ะ”
คืนนั้นนางวางใบรับในแฟ้มของตน ไม่วางทับจดหมายที่แม่เก็บ และไม่เขียนว่าทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้ว
พรุ่งนี้คนรู้เรื่องเทคนิคจะต้องตอบในสิ่งที่ตนตรวจได้
แม่จะยังเลือกเวลาของแม่
ส่วนนางจะนำเสียงของตนกลับเข้าไปในห้องนั้นอีกครั้ง หากมีคำถามที่ต้องตอบ
ครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อรับความผิดซึ่งไม่มีใครเปิดที่มาให้ดู
แต่เพื่อให้ทุกประโยคที่ถูกลงรับมีเจ้าของ มีแหล่ง และมีทางกลับไปตรวจความจริง
นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI
