Cài đặt đọc

ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · Chương 94

ตอนที่ 94 — แม่ผู้เลือกยืนข้างลูก

Bản dịch chưa sẵn sàng. Hiển thị nguyên tác tiếng Thái.

จดหมายของเยว่ชิงถูกส่งออกจากหลานโจวในวันที่หนึ่งกันยายน และมาถึงมือแม่ในชิงเหอวันที่ห้า

แม่อ่านตรงหน้าต่างที่มีแสงพอ ไม่ได้เดินเอากระดาษไปให้คนในร้านช่วยอ่านทันที เมื่อถึงข้อความเรื่องคืนที่สามีกลับบ้านพร้อมความกังวล นางวางจดหมายลงแล้วมองเก้าอี้ว่างใกล้ประตู

เดือนกุมภาพันธ์ นางบอกลูกว่าเป็นก่อนคืนเกิดเหตุไม่กี่วัน ลูกเคยถามจำนวนคืน แต่นางตอบไม่ได้แน่ จึงให้แก้บันทึกตามที่ตนจำได้จริง

ครั้งนี้ลูกไม่ได้ส่งวันที่มาให้เลือกระหว่างถูกกับผิด นางขอเพียงสิ่งที่แม่ทำเองในวันนั้น หากหาไม่ได้ ก็ยังเขียนว่าไม่ทราบวันแน่นอนได้

แม่ถอนหายใจ ม้วนแขนเสื้อขึ้นเล็กน้อย แล้วหยิบกระป๋องเหล็กเก่าจากช่องเก็บกระดาษค่าใช้จ่ายในบ้าน

มันไม่ใช่กล่องอะไหล่ของสามี ไม่ใช่ที่เก็บกระดาษสีเทาจากเสื้อ และไม่มีสมุดสิบสองแถวอยู่ข้างใน มีแต่ใบรับของใช้ในครัวกับรายการที่แม่เคยจดไว้เผื่อทวงเงินทอน

สองปีผ่านไป กระดาษบางแผ่นติดกันจนต้องค่อย ๆ แยก นางไม่ดึงรอยพับให้ขาดเพียงเพราะอยากเห็นคำตอบเร็ว

ในฤดูหนาวก่อนสามีเสีย มีถ่านส่งมาถึงบ้านครั้งหนึ่ง คนส่งนำถ่านวางตรงส่วนแห้งของลาน แม่จำได้ว่าถุงหนึ่งมีน้ำหนักไม่ตรงที่สั่ง จึงจ่ายเฉพาะจำนวนซึ่งตกลงกันใหม่ และขอใบรับไว้ วันนั้นมือของนางดำแม้ล้างไปแล้ว

สามีกลับมาตอนนางกำลังเช็ดขอบอ่าง

เขาไม่ยอมถอดรองเท้า นางถามว่าเกิดอะไรขึ้น เขาบอกเรื่องคนที่อยากให้ใช้ชื่อรับรองงานซึ่งยังไม่ได้ตรวจ

แม่เคยเก็บภาพนั้นไว้โดยไม่ผูกมันกับใบรับถ่าน นางคิดถึงสีหน้าของเขามากกว่าสิ่งที่ตนถืออยู่ในมือ

ตอนนี้กระดาษแผ่นเล็กอยู่ตรงหน้า วันที่สิบสามมกราคม ปีเจ็ดสิบแปดเป็นวันที่ลงในใบรับของใช้ครัวแผ่นนั้น

แม่ไม่ได้รีบเขียนว่าได้หลักฐานเรื่องคำขู่แล้ว

ใบรับบอกว่าวันไหนมีการจ่ายค่าถ่าน ไม่ได้บอกว่าสามีพูดอะไร ไม่ได้บอกว่าหัวหน้าหม่ามาที่บ้าน และไม่ได้ทำให้เสียงซึ่งนางจำได้กลายเป็นเสียงของคนที่นางไม่เคยพบ

นางวางใบรับไว้ข้างจดหมาย เว้นช่องให้เห็นว่ามันเป็นคนละสิ่งกัน

แม่ตรวจใบรับของใช้ในบ้านเพื่อช่วยทบทวนคืนที่สามีกลับมาพูดถึงความกังวล
แม่ตรวจใบรับของใช้ในบ้านเพื่อช่วยทบทวนคืนที่สามีกลับมาพูดถึงความกังวล

เมื่อเขียนร่างคำตอบ แม่จึงเริ่มจากสิ่งที่เกิดวันนี้

ข้าหาใบรับค่าถ่านที่เคยเก็บไว้พบ วันที่ในใบรับเป็นสิบสามมกราคม ปีเจ็ดสิบแปด ข้าจำคืนที่พ่อเจ้าพูดได้ว่าเป็นคืนเดียวกับวันที่ถ่านมาส่ง เพราะข้ากำลังเช็ดคราบถ่านตรงอ่างตอนเขากลับบ้าน

แม่หยุดมือแล้วเติมอีกบรรทัด

การเชื่อมสองเรื่องนี้เป็นความทรงจำของข้าในวันนี้ ไม่ใช่ข้อความที่ผู้ส่งถ่านเขียนรับรองไว้ในวันนั้น

เมื่ออ่านกลับ นางพบว่ามือตนยังสั่นเล็กน้อย

มันอาจง่ายกว่าหากเขียนเพียงวันที่เดียวโดยไม่อธิบาย แต่ลูกจะต้องนำกระดาษนี้ไปถามต่อ และคนอ่านมีสิทธิรู้ว่าความแน่นอนแต่ละส่วนมาจากไหน

แม่เก็บต้นฉบับใบรับไว้ ไม่ตัดช่วงชื่อคนส่งหรือรายการน้ำหนักออกเพื่อทำให้ใบเล็กลง นางจะขอวิธีทำสำเนาและวิธีส่งที่ผู้รับใช้กัน หากต้องตรวจของจริง ก็จะนัดตามกำลังของตน ไม่ฝากทั้งกระป๋องให้ใครถือไปโดยไม่ได้ตกลง

ก่อนเที่ยงนางพักกินข้าว กระดาษทั้งหมดถูกเก็บเข้าช่องของตนตามเดิม

คืนวันที่สิบสามกลับมาใกล้ขึ้น แต่ไม่ได้กลับมาเต็มคืน

แม่ยังไม่รู้ว่าสามีได้รับแรงกดดันในวันเดียวกันหรือก่อนหน้านั้น ไม่รู้ว่าเขาได้ยินคำตรงตัวอย่างไร และยังไม่รู้ว่าเขาลงชื่อบนเอกสารใดภายหลังหรือไม่

สิ่งที่นางยืนยันได้คือเขากลับมาพูดกับนางก่อนบาดเจ็บ โดยมีความกังวลเกี่ยวกับการรับรองงานที่ยังไม่ได้ตรวจ และกล่าวถึงหัวหน้าหม่าตามความหมายที่นางเคยเล่าไว้

สิ่งที่นางทำได้ ไม่ได้ใหญ่พอจะตัดสินเรื่องทั้งหมด

แต่มันก็ไม่ใช่สิ่งว่างเปล่า

*

ญาติผู้พี่ฝ่ายสามีแวะมาช่วงที่แม่กำลังจะปิดงานหน้าร้านตามเวลาพักบ่าย

อีกฝ่ายยืนอยู่ตรงธรณีประตู ถามก่อนว่าได้รับจดหมายจากลูกหรือยัง แม่ตอบเพียงว่าได้รับ ไม่เอาจดหมายออกมาให้อ่าน

“ได้ยินว่ายังส่งเรื่องของพ่อมันไปถามตามสำนักงานอีก”

“ลูกยังหาคำตอบที่ขาดอยู่”

ญาติถอนหายใจ มองโต๊ะงานซึ่งขาถูกขันให้แน่นแล้ว รอยเก่าบนพื้นโต๊ะยังอยู่ ไม่ได้มีใครขูดทิ้งเพราะแม่เริ่มยอมพักมากขึ้น

“นางอยู่หลานโจวแล้ว ทำงานของนางได้ คนที่ต้องอยู่กับเสียงคนทางนี้คือเจ้า”

แม่จับห่วงประตูไว้ มือไม่ได้บิดจนขาวอย่างวันแรกที่เล่าความกลัวให้ลูกฟัง แต่นางก็ยังต้องหายใจลึกก่อนตอบ

“ข้าก็อยู่กับเรื่องนี้ ไม่ใช่เพิ่งได้ยินเพราะลูกส่งจดหมายมา”

“ข้าห่วงเจ้า ไม่ได้ห่วงคนในโรงงาน ถ้าจำไม่ได้ว่าคืนนั้นวันไหน ก็บอกจำไม่ได้เสีย อย่าไปหากระดาษเก่ามาผูกให้มีวัน คนจะถามว่าทำไมไม่พูดตั้งแต่แรก”

“เขาถามได้ ข้าจะตอบว่าตอนแรกข้าจำวันแน่ไม่ได้ ครั้งนี้ลูกถามถึงสิ่งที่ข้าทำเอง ข้าจึงกลับไปดูของใช้ในบ้าน”

อีกฝ่ายขยับเข้ามาครึ่งก้าว แม่ไม่ถอยออกจากทางจนกลายเป็นเชื้อเชิญให้นั่งดูเอกสาร

“แล้วถ้าจำผิดล่ะ”

คำถามทำให้นางเจ็บ เพราะเป็นคำถามที่นางถามตนเองอยู่แล้ว

แม่ไม่ตอบว่าตนเป็นภรรยา จึงไม่มีวันจำผิด นางไม่ได้อยากใช้ความเป็นภรรยาปิดปากคนถามเหมือนที่บางคนใช้ความเป็นญาติเปิดประตูเข้ามา

“ข้าจะเขียนว่าจำอะไรได้ ใบรับบอกอะไรได้ ถ้าคนรับพบว่าข้าเชื่อมวันผิด เขาตรวจและถามข้าใหม่ได้ แต่เจ้าไม่ได้เห็นคืนนั้นแทนข้า จึงไม่ควรเลือกคำตอบให้ข้าเพียงเพราะกลัวว่าคนอื่นจะถาม”

ญาติเงียบไป ก่อนกล่าวเบาลง

“คนตายไปแล้ว ต่อให้แก้กระดาษ เขาก็ไม่กลับมา”

แม่มองเก้าอี้ข้างประตู

“ข้ารู้ว่าเขาไม่กลับมา”

คำตอบไม่มีเสียงตะโกน แต่ทำให้อีกฝ่ายหยุดพูดต่อ

“ข้ายังอยากรู้ว่าทำไมชื่อของเขาจึงถูกใช้แบบนั้น ถ้าบางส่วนเขาทำจริง ก็ต้องบอกตามที่ทำ ถ้าบางส่วนไม่มีฐาน ก็ไม่ควรทิ้งไว้ให้คนอ่านคิดว่าเขารับไว้ทั้งหมดเพราะข้าเหนื่อยเกินจะถาม”

แม่ได้ยินเสียงภาชนะจากบ้านข้าง ๆ และเสียงจักรเย็บผ้าซึ่งดังเป็นช่วง มันเป็นบ่ายธรรมดาของชิงเหอ ไม่มีผู้ตรวจคนใดยืนอยู่หลังนาง ไม่มีลูกสาวกลับมาพูดแทน

นางยืนอยู่ตรงนั้นด้วยกำลังที่ยังมีในวันนั้นเอง

“วันนี้ข้าจะพักแล้ว” แม่บอก “หากเจ้ามาคุยเรื่องอื่น วันไหนที่ข้าสะดวกเราคุยกันได้ แต่ข้าไม่เปิดกระดาษให้เจ้าเลือกว่าข้าควรเล่าหรือไม่”

ญาติไม่พอใจนัก ทว่ายอมถอยไปในที่สุด

แม่รอจนอีกฝ่ายออกพ้นทาง แล้วปิดบานประตูด้านหน้าตามเวลาที่ตนกำหนด

แม่ยืนตรงประตูบ้านและไม่ยอมให้ญาติเลือกถ้อยคำแทนนาง
แม่ยืนตรงประตูบ้านและไม่ยอมให้ญาติเลือกถ้อยคำแทนนาง

เมื่อนั่งลง ความเมื่อยจึงมาถึงหัวเข่า

การยืนข้างลูกไม่ได้ทำให้ขาแข็งแรงขึ้นทันที แม่ถอดรองเท้า วางเท้าบนเก้าอี้เตี้ย พักตามที่เคยตกลงกับตนเอง และปล่อยให้งานเล็กน้อยรออยู่ได้โดยไม่ต้องลุกไปพิสูจน์ว่ายังทำทุกอย่างไหว

นางไม่ได้เขียนจดหมายขณะหายใจไม่ทัน

หลังพักจนสบายขึ้นจึงกลับมาดูร่าง บรรทัดที่อยากเพิ่มจากความโกรธคือ ใครห้ามข้าพูดเพราะกลัวเรื่องเปิดออก ย่อมรู้ความผิดอยู่แล้ว

แม่อ่านอยู่ครู่หนึ่งแล้วไม่คัดบรรทัดนั้นลงฉบับส่ง

ญาติอาจกลัวข่าว อาจกลัวแม่ป่วย อาจมีเรื่องที่ไม่พูด นางยังไม่รู้เหตุทั้งหมด การที่อีกฝ่ายกดดันไม่ใช่หลักฐานว่าร่วมทำเรื่องในโรงงาน

แม่เขียนเพียงว่า มีญาติมาขอให้หยุดพูดเรื่องวันเก่า ข้าเลือกจะตอบส่วนที่ข้าจำและส่วนที่ข้าตรวจจากของตน

เมื่อวางปากกา นางนึกถึงสามีคืนที่ไม่ยอมถอดรองเท้า

คราวนั้นนางพยายามบอกให้เขากินข้าวก่อน คิดว่าความอุ่นในบ้านจะทำให้ความกลัวเล็กลง ตอนนี้นางยังเสียใจที่ตนฟังไม่ครบ แต่การเสียใจไม่ได้ให้นางย้อนกลับไปได้ยินคำขู่ซึ่งไม่เคยได้ยิน

นางจะไม่แต่งคำใหม่ให้สามี เพียงเพราะอยากช่วยเขามากกว่าที่เคยช่วยในวันนั้น

*

เยว่ชิงได้รับคำตอบวันที่สิบกันยายน

นางอ่านหลังเลิกงานในห้องเช่า กระดาษฉบับแรกเป็นจดหมายส่วนตัว อีกฉบับเป็นร่างคำที่แม่เขียนให้ลูกดูก่อนว่าจะนำไปใช้กับผู้รับเรื่องอย่างไร

ไม่มีต้นฉบับใบรับถ่านอยู่ในซอง แม่บอกตำแหน่งที่เก็บและเสนอให้ติดต่อเรื่องตรวจของจริงตามขั้นตอน

เยว่ชิงอ่านวันที่สิบสามมกราคม แล้วหัวใจเต้นเร็วขึ้นชั่วครู่

มันอยู่ก่อนคืนบาดเจ็บจริง อยู่ในช่วงที่แม่เคยเล่า และอยู่ใกล้วันที่กระดาษในเสื้อถูกลงไว้มากพอให้คนรีบร้อนนำมาประกบเป็นเรื่องเดียว

นางวางจดหมายลงก่อนเอื้อมไปหยิบกระดาษอีกชุด

วันที่สิบสามในใบรับถ่านไม่ใช่วันที่สิบสี่ในกระดาษจากเสื้อ การอยู่ใกล้กันไม่ได้แปลว่ารายการหนึ่งอธิบายอีกชิ้นโดยไม่ต้องถาม

เยว่ชิงหยิบบันทึกที่ตนจดข้างเตียงแม่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์มาอ่าน ฉบับนั้นยังมีรอยแก้เรื่องจำนวนคืนและคำพูดของพ่อ นางไม่คัดคำใหม่ลงทับให้ดูเหมือนรู้วันที่มาตั้งแต่แรก

นางเขียนข้อความเพิ่มเติมลงบนหน้าใหม่ ลงวันที่สิบกันยายน ปีแปดสิบ

แม่ช่วยทบทวนวันจากใบรับของใช้ในบ้านที่พบภายหลัง แม่จำว่าบทสนทนาเกิดคืนเดียวกับการส่งถ่าน วันที่ในใบรับคือสิบสามมกราคม ปีเจ็ดสิบแปด ต้นฉบับยังอยู่กับแม่ ความเชื่อมโยงกับบทสนทนาเป็นความทรงจำของแม่ ไม่ใช่ข้อความในใบรับ

นางแยกอีกบรรทัดไว้ชัด

เรื่องการกดดันให้รับรองเป็นสิ่งที่แม่ได้ยินสามีเล่า แม่ไม่เคยพบหม่าจื้อเฉิงที่บ้าน ไม่ได้ยินคำขู่จากปากเขา ไม่ได้เห็นเอกสารรับรองในคืนนั้น และไม่ทราบการลงชื่อภายหลัง

ประโยคเหล่านั้นทำให้สิ่งที่แม่มอบมาดูเล็กกว่าข้อกล่าวหาที่คนอาจอยากเขียน แต่ทำให้เยว่ชิงรู้ว่าควรถามใครและถามส่วนใดต่อ

นางไม่ต้องให้แม่ยืนยันว่าพ่อบริสุทธิ์ในทุกใบงาน เพื่อจะรับรู้ว่าแม่ได้ยินความกังวลของเขาก่อนเหตุเกิดจริง

คืนเดียวกัน เยว่ชิงตอบจดหมาย ขอให้แม่เก็บร่างเดิมไว้ เสนอถ้อยคำแยกส่วนตามที่อ่าน และถามว่าแม่ยอมให้ส่วนนี้ส่งถึงผู้รับคำขอทบทวนรายงานหรือไม่

นางบอกด้วยว่าหากแม่ไม่อยากส่งผ่านลูก แม่ส่งตามช่องทางของสำนักงานได้ นางจะช่วยแจ้งวิธีติดต่อ ไม่ต้องมอบความเป็นเจ้าของเรื่องของตนให้ลูกแลกกับความช่วยเหลือ

สิบเอ็ดกันยายน จดหมายตอบถูกส่งออกไป

เยว่ชิงยังไม่แนบร่างของแม่ไปกับคำขอใหม่ในวันนั้น ความอยากให้เรื่องเดินเร็วไม่ใช่เหตุให้ข้ามคำตอบที่นางเพิ่งถาม

*

วันที่สิบห้ากันยายน แม่ได้รับคำถามเรื่องการใช้คำชี้แจง

นางอ่านถ้อยคำที่ลูกแยกไว้ แล้วแก้ตรงหนึ่งในร่างของตน

คำว่า พ่อกลับมาหลังถูกเตือน ถูกเปลี่ยนเป็น พ่อกลับมาเล่าว่ากังวลเรื่องการถูกขอให้รับรอง

เพราะคำแรกทำให้ดูเหมือนนางรู้ว่าคำเตือนเกิดขึ้นในวันนั้นแล้ว ทั้งที่ตนรู้เวลาของการเล่าที่บ้านมากกว่าเวลาที่คนอื่นพูดกับเขา

แม่ไม่ได้ยืนยันว่าเขาถูกขู่ในวันที่สิบสาม นางยืนยันตามความทรงจำของตนว่าการเล่านั้นเกิดในคืนดังกล่าว โดยมีเหตุช่วยจำและมีข้อจำกัดที่เขียนไว้ครบ

นางลงชื่อพร้อมวันที่จริงในคำชี้แจงใหม่ เก็บสำเนาให้ตนอ่านภายหลัง ขอบเขตที่ยอมให้ใช้คือผู้รับคำขอทบทวนรายงานตรวจรับกับผู้ซึ่งรับผิดชอบตรวจที่มาของเอกสารในเรื่องนี้ ไม่ใช่นำไปอ่านให้คนหน้าร้านฟัง

หากมีคนใหม่ซึ่งต้องสอบถามส่วนอื่น แม่ขอให้แจ้งก่อน นางจะเลือกเวลาและตอบเอง ไม่ให้ลูกหรือญาติเล่าเพิ่มแทน

แม่เก็บใบรับค่าถ่านต้นฉบับไว้ในซองแยกภายในช่องของตน จดตำแหน่งเพื่อหาได้เมื่อต้องตรวจ ไม่เอาใบรับไปปะติดกับคำชี้แจงให้ดูเหมือนเป็นเอกสารเดียวกันตั้งแต่ปีเจ็ดสิบแปด

เช้าวันที่สิบหก นางไปส่งซองด้วยตนเองในช่วงที่จัดเวลาไว้ก่อน

งานหน้าร้านยังไม่เริ่มในช่วงนั้น ไม่ได้ปล่อยให้คนมาต่อคิวแล้วหายไปโดยไม่บอก และนางจะกลับไปพักตามเวลาบ่ายตามเดิม

คนในแถวหน้าไปรษณีย์ส่วนใหญ่ถือของใช้ธรรมดา บางคนมาส่งผ้า บางคนรอข่าวจากลูก แม่มองซองในมือ ไม่รู้สึกว่ามันต้องหนักกว่าของทุกคนเพราะเป็นเรื่องของสามีที่ตายไปแล้ว

เมื่อเจ้าหน้าที่รับซอง นางถามเรื่องใบรับการส่งและเก็บไว้กับของตน

แม่ส่งคำชี้แจงที่ลงชื่อด้วยความสมัครใจและเก็บใบรับไว้เอง
แม่ส่งคำชี้แจงที่ลงชื่อด้วยความสมัครใจและเก็บใบรับไว้เอง

ขากลับแม่ซื้อผักเท่าที่ถือไหว ไม่ซื้อเพิ่มเพื่อให้การออกจากบ้านครั้งนี้คุ้มทุกอย่าง

ถึงบ้าน นางวางผักในครัว แล้วนั่งกินน้ำตรงเก้าอี้ใกล้ประตู

จดหมายชิวอิงซึ่งขอพบยังอยู่ในช่องส่วนตัว แม่ส่งคำตอบไปแล้วว่าขอเวลาและยังไม่รับนัดในช่วงนี้ การยอมส่งคำชี้แจงเรื่องสามีไม่ได้ทำให้ต้องเปิดบ้านรับทุกคนในวันเดียวกัน

นางยืนข้างลูก แต่ยังเป็นเจ้าของเวลาพัก ประตู และคำตอบของตนเอง

*

ซองของแม่มาถึงเยว่ชิงวันที่ยี่สิบกันยายน

นางตรวจว่าคำชี้แจงลงวันที่ใหม่ มีขอบเขตผู้รับ และยังเก็บความไม่รู้ไว้ครบ แม่ไม่ได้ลบร่างเดิม ไม่ได้บอกว่าเมื่อลูกได้วันที่แล้วจะเขียนเรื่องอื่นเพิ่มอย่างไรก็ได้

เยว่ชิงจัดคำชี้แจงใหม่แยกจากบันทึกเดือนกุมภาพันธ์ ก่อนเตรียมส่งตามช่องทางที่แม่ยินยอม

นางเขียนในใบนำส่งว่าเป็นข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้เล่าบทสนทนาในบ้าน ขอให้ตรวจตามแหล่งและสอบถามเจ้าของคำชี้แจงหากจำเป็น ไม่ใช่คำรับรองว่าเหตุทั้งหมดในโรงงานเป็นไปตามการคาดของลูกสาว

วันที่ยี่สิบสอง ซองถูกส่งไปยังผู้รับคำขอทบทวนรายงานตามที่กำหนด

ต้นฉบับใบรับถ่านยังอยู่กับแม่ ไม่มีใครนำเงินจำนวนเล็กในบ้านไปแปลเป็นค่าจ้างขนอะไหล่ สมุดเงินของชิวอิงอยู่ที่สำนักงานตามการส่งมอบก่อนหน้า และแต่ละแหล่งยังคงเป็นของคนที่ให้ข้อมูลนั้นจริง

ก่อนปิดแฟ้ม เยว่ชิงอ่านบรรทัดสุดท้ายของจดหมายแม่อีกครั้ง

แม่เขียนว่า ข้าจะไม่บอกในสิ่งที่ข้าไม่รู้เพื่อช่วยพ่อเจ้า แต่ข้าก็จะไม่หยุดบอกสิ่งที่ข้าได้ยินเอง เพียงเพราะคนอื่นอยากให้บ้านเราเงียบ

นางลูบขอบกระดาษ แล้ววางลงโดยไม่พับทับลายมือ

ตลอดทางที่ผ่านมา นางเคยกลัวว่าการถามต่อจะทำให้แม่ต้องกลับไปอยู่ในคืนที่เจ็บปวดเพียงลำพัง จดหมายฉบับนี้ไม่ได้บอกว่าความเจ็บหมดแล้ว

มันบอกว่าแม่ได้เลือกว่าจะนำส่วนใดออกมาวางให้คนอื่นตรวจ โดยไม่ยอมให้ความกลัวของญาติเลือกแทน

เยว่ชิงเก็บแฟ้มเข้าที่

เมื่อมีผู้ตรวจคนใหม่เข้ามา นางจะต้องให้เขาเห็นทั้งสิ่งที่คำชี้แจงช่วยยืนยันและสิ่งที่มันยังยืนยันไม่ได้ ไม่ใช่ถือว่าการที่แม่ยืนข้างลูกทำให้ลูกชนะทุกคำถามไปแล้ว

คืนนี้เก้าอี้ข้างประตูในบ้านชิงเหอไม่ได้มีสามีกลับมานั่ง

แต่คนที่ยังอยู่ในบ้านได้เลือกเสียงของตนเอง

กลับสารบัญนิยาย

นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI