Cài đặt đọc

ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · Chương 13

ตอนที่ 13 — จดหมายที่ไม่ส่ง

Bản dịch chưa sẵn sàng. Hiển thị nguyên tác tiếng Thái.

หมึกหยดแรกตกลงข้างคำว่าแม่

เยว่ชิงมองจุดดำซึ่งค่อย ๆ ซึมเข้าเนื้อกระดาษ ก่อนยกปากกาออกจากโต๊ะ เธอไม่ได้ใช้กระดาษสำหรับงานร้านแผ่นนี้ ไม่ต้องมีช่องรับของ ช่องส่งคืน หรือชื่อพยานอยู่ตรงท้ายหน้า แต่ความยากกลับมากกว่าตอนอ่านกระดาษซึ่งตัวเลขเลือน

เธอเขียนวันที่ยี่สิบเมษายนไว้เหนือบรรทัดแรก

แม่คะ หนูสบายดี

เยว่ชิงอ่านประโยคนั้นแล้วขีดเส้นบางผ่านคำว่าสบายดี

เธอรับประทานอาหารได้ นอนบนเตียงของตน และยังทำงานด้วยมือทั้งสองข้าง แต่กลางคืนบางครั้งเธอตื่นเพราะคิดว่าเสียงประตูคือคนมาเอาร้านไป ความทรงจำในชีวิตก่อนติดอยู่ใต้ผิวหนัง ไม่ได้หายเพียงเพราะวันบนปฏิทินเปลี่ยนกลับมา

ถ้าเขียนว่าสบายดี แม่คงอ่านแล้ววางจดหมายบนชั้นเหมือนทุกครั้ง

ถ้าเขียนทุกอย่าง แม่จะวางมันได้หรือ

ห้องชั้นบนมีตะเกียงดวงเล็ก โต๊ะเตี้ยข้างหน้าต่าง และผ้าคลุมไหล่ที่แม่ทิ้งไว้เมื่อมาช่วยหลังงานศพ เยว่ชิงเคยพับมันใส่ห่อเตรียมส่งกลับ แต่ยังไม่ได้ส่ง เพราะลืมถามว่าจะฝากไปกับใคร

เธอหยิบผ้านั้นมาคลุมบ่า กลิ่นไม้จากตู้กลบกลิ่นสบู่เกือบหมดแล้ว แต่ปลายผ้าที่แม่เย็บซ่อมด้วยด้ายคนละสียังอยู่

มือของแม่ไม่เคยซ่อนรอยซ่อมให้คนมองไม่เห็น แม่เพียงทำให้สิ่งที่ขาดใช้ต่อได้

เยว่ชิงเริ่มบรรทัดใหม่

หนูยังไม่ได้ตกลงวันแต่งงาน เรื่องที่เคยเขียนว่าใกล้เรียบร้อยต้องขอให้แม่รอก่อน

เธอเขียนคำว่ารอก่อนช้า ๆ นี่เป็นสิ่งที่พูดได้โดยไม่ต้องพิสูจน์ว่าใครทำผิด แต่แม่คงถามต่อว่าเหตุใด

เมื่อคืนหนูไม่ได้ไปงานเลี้ยงที่เหวินเต๋อจัด เขาไม่ได้ถามหนูก่อนใส่ชื่อ และหนูยังมีเรื่องที่ต้องคุยกับเขาให้ชัด

ปลายปากกาหยุดอีกครั้ง

งานเลี้ยงเป็นคืนวันที่สิบเก้า ตอนนี้เพิ่งพ้นมาเพียงวันเดียว เธอรู้ว่าตนไม่ได้ไป รู้ข้อความที่ตอบเขา แต่ไม่รู้ว่าผู้ใหญ่ฝ่ายเขาพูดอะไร ไม่รู้ว่ามีคนมารอเก้อกี่คน และไม่รู้ว่าเขาส่งข่าวออกไปด้วยประโยคไหน

หากเขียนว่าเขาทำให้ผู้ใหญ่เข้าใจผิด แม่อาจไปถามผู้ใหญ่คนนั้นเอง แล้วเรื่องของลูกจะกลายเป็นความลำบากของคนที่อยู่ไกลและยังไม่มีสิ่งใดอยู่ในมือ

เยว่ชิงเหลือที่ว่างไว้หนึ่งบรรทัด ก่อนเขียนเรื่องร้าน

นาฬิกาที่หนูรับไว้ส่งคืนแล้ว เจ้าของชอบที่ยังเก็บกระจกเดิม วันนี้หนูจ้างลุงลู่ซ่อมบานตู้และจ่ายค่าแรงเรียบร้อย

ขณะเขียนถึงบานตู้ เธอพบว่ามือไม่สั่น

เรื่องเหล่านี้มีวัน มีงาน และมีคนรับของกลับไป มันไม่จำเป็นต้องเป็นข่าวใหญ่จึงจะควรเล่าให้แม่ฟัง

เยว่ชิงเขียนจดหมายถึงแม่ในห้องชั้นบนยามค่ำ มีผ้าคลุมไหล่ที่แม่เคยซ่อมอยู่บนบ่า เธอหยุดก่อนบอกสิ่งที่ยังไม่รู้ครบ
เยว่ชิงเขียนจดหมายถึงแม่ในห้องชั้นบนยามค่ำ มีผ้าคลุมไหล่ที่แม่เคยซ่อมอยู่บนบ่า เธอหยุดก่อนบอกสิ่งที่ยังไม่รู้ครบ

เธอเขียนอีกสองบรรทัดเกี่ยวกับนาฬิกาข้อมือของลูกค้าคนส่งผ้า ไม่บอกว่าซ่อมเสร็จแล้ว เพราะยังอยู่ระหว่างงาน ไม่ใส่ความหวังที่ตนมีให้กลายเป็นผลงานที่แม่จะนำไปเล่าต่ออย่างภูมิใจ

เมื่ออ่านตั้งแต่ต้น กระดาษแผ่นนั้นดูเหมือนจดหมายคนธรรมดาที่ชีวิตไม่เรียบร้อยนัก แต่ยังพยายามประคองวันของตน

เยว่ชิงควรพับมันแล้วเก็บไว้ส่งตอนเช้า

เธอรู้เช่นนั้น

แต่มือกลับไปเปิดหน้าถัดไปของสมุด


แม่คะ ถ้าหนูบอกว่าพ่ออาจไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุอย่างที่เขาบอก แม่จะเชื่อหนูไหม

คราวนี้เธอเขียนเร็วกว่าเดิม ราวกับความช้าของบรรทัดก่อนเป็นประตูที่กักถ้อยคำไว้ทั้งหมด

หนูพบเอกสารของพ่อ มีรายการที่ยังอธิบายไม่ได้ มีคนไม่อยากให้หนูถามต่อ และหนูกลัวว่าถ้าไม่ทำตอนนี้ ทุกอย่างจะหายไปเหมือนครั้งก่อน

คำว่าเหมือนครั้งก่อนทำให้เธอหยุด

แม่ในวันนี้ไม่รู้จักครั้งก่อนของเธอ

แม่ไม่เคยเห็นลูกสาววัยสี่สิบสี่นั่งอยู่ในห้องที่ไม่ใช่บ้านของตน ไม่เคยได้ยินคำพูดสุดท้ายที่ทำให้เธอรู้ว่าการยอมทีละนิดกินเวลาชีวิตไปได้เท่าไร ความทรงจำเหล่านั้นอยู่กับเยว่ชิงคนเดียว เธอไม่มีใบเสร็จหรือพยานนำมาแนบกับจดหมาย

ต่อให้แม่เชื่อเพราะรักลูก นั่นก็ไม่ทำให้ข้อความในเอกสารซึ่งยังขาดอยู่กลับมาครบ

เธอขีดผ่านประโยคสุดท้าย แต่ความคิดยังไม่หยุด

เหวินเต๋อให้หนูลงชื่อรับผิดเงินสามพันหยวน หนูไม่ยอมแล้ว หนูคิดว่าเขา…

ปากกาค้างอยู่หลังคำว่าเขา

เยว่ชิงมองรอยหมึกที่ปลายปากกา ยิ่งประโยคใกล้จบ เธอยิ่งเห็นใบหน้าแม่ชัด แม่อาจถือจดหมายเดินไปขอให้ญาติช่วย พยายามถามว่าใครพาลูกมาถึงเรื่องเงินมากขนาดนี้ และอาจถูกคนที่เธอไม่ไว้ใจเรียกให้นั่งฟังคำอธิบายเสียเอง

แม่เพิ่งเสียสามีไปสามเดือน ความปวดนั้นยังไม่เก่าพอจะกลายเป็นเรื่องที่เล่าแล้วไม่เจ็บ

เยว่ชิงไม่รู้ว่าแม่ร้องไห้ตอนกลางคืนหรือไม่ ตอนอยู่ด้วยกันหลังงานศพ แม่เก็บถ้วย เก็บผ้า และถามเสมอว่าเธอกินอะไรแล้ว ส่วนตัวเองมักบอกว่าเดี๋ยวค่อยกิน

ตอนนั้นเยว่ชิงถือว่าแม่เข้มแข็ง เพราะเธอต้องการคนเข้มแข็งสักคนในบ้าน

คืนนี้เธอเริ่มไม่แน่ใจว่าความเงียบที่ตนเคยพึ่งมีราคาเท่าไร

เสียงเถาซูเรียกจากล่างหน้าต่างทำให้เธอวางปากกา หญิงเพื่อนบ้านถามว่าพรุ่งนี้จะฝากซื้อผ้าสำหรับห่อของหรือไม่ นางจะผ่านตลาดตั้งแต่เช้า

เยว่ชิงเปิดบานหน้าต่างตอบว่ามีรายการอยู่ข้างล่าง ขอไปหยิบก่อน

เถาซูยืนอยู่ในตรอก มีตะกร้าว่างพาดแขน เสื้อเทาน้ำเงินตัวเดิมดูมืดขึ้นใต้แสงน้อย เยว่ชิงลงไปเปิดประตู นำกระดาษรายการกับเงินที่กันไว้ให้ ไม่เอาเงินมัดจำลูกค้ามาฝากซื้อของใช้ทุกอย่างในร้าน

“ผ้าไม่ต้องสวยค่ะ ขอไม่หลุดเป็นเส้นง่าย ถ้าแพงกว่าที่เขียน ยังไม่ต้องซื้อ”

“ฉันจะถามก่อน” เถาซูรับไป “นอนเสียบ้าง ไฟข้างบนยังสว่างอยู่”

“กำลังเขียนถึงแม่ค่ะ”

หญิงเพื่อนบ้านยิ้ม “ดี แม่เธอคงอยากเห็นลายมือ”

เยว่ชิงมองธรณีประตู “ถ้าเขียนแล้วทำให้ท่านเป็นห่วงล่ะคะ”

เถาซูไม่ได้ตอบทันที นางขยับตะกร้าให้พ้นมือที่จับกระดาษ

“ฉันไม่รู้เรื่องของเธอทั้งหมดหรอก แต่เวลาไม่มีข่าว ลูกฉันคิดว่าฉันไม่เป็นห่วงแล้วหรือ”

คำตอบไม่มีคำแนะนำว่าจะเล่าอะไรและเก็บอะไรไว้ เยว่ชิงขอบคุณ เถาซูย้ำว่าจะกลับพร้อมเงินที่เหลือกับรายละเอียดของที่ซื้อ แล้วเดินกลับบ้าน

เยว่ชิงปิดประตู ดับไฟหน้าร้าน และขึ้นบันไดโดยถือคำถามนั้นไปด้วย

แม่จะเป็นห่วงเมื่ออ่านจดหมาย หรือเป็นห่วงระหว่างรอจดหมายที่ไม่เคยมาถึงกันแน่

เธอไม่มีทางทำให้ทุกความห่วงหายไปจากชีวิตแม่ด้วยการลบเรื่องของตนออกจากกระดาษ


จดหมายยังวางอยู่ใต้แสงตะเกียง หน้าแรกพูดถึงร้านและวันแต่งงาน หน้าถัดไปเกือบกล่าวหาคนคนหนึ่งก่อนประโยคจะจบ

เยว่ชิงอ่านหน้าแรกออกเสียงเบา ๆ เหมือนแม่อยู่ตรงเก้าอี้อีกตัว

“หนูยังไม่ได้ตกลงวันแต่งงาน…”

เธอได้ยินตัวเองพูดสิ่งที่เคยไม่กล้าบอก มีความเกรงใจเก่า ๆ กำลังดึงให้เติมว่าทุกอย่างคงจะดี ขอให้แม่อย่าคิดมาก แต่ถ้าเติมคำเหล่านั้นเพียงเพื่อให้จดหมายจบอย่างสงบ เธอก็จะส่งความมั่นใจที่ตนไม่มีไปให้อีกคน

เธออ่านหน้าที่สองแล้วไม่อาจอ่านออกเสียงต่อ

หนูพบเอกสารของพ่อ

ประโยคนี้จริง แต่เธอยังไม่รู้ว่าเอกสารแต่ละแผ่นสัมพันธ์กันอย่างไร

มีคนไม่อยากให้หนูถามต่อ

บางคนพูดเช่นนั้นจริง แต่ยังไม่พิสูจน์ว่าเขามีส่วนในการตายของพ่อ

พ่ออาจไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุ

ความสงสัยซึ่งอยู่ในใจไม่ควรถูกใส่ลงซองแล้วปล่อยให้แม่อยู่กับมันคนเดียวหลายวัน โดยไม่มีลูกนั่งข้าง ๆ อธิบายว่าส่วนไหนรู้และส่วนไหนกลัว

เยว่ชิงวางจดหมายทั้งสองหน้าไว้คู่กัน ความรู้สึกของเธอไม่ได้เป็นเรื่องโกหก แต่กระดาษกำลังทำให้เรื่องหลายอย่างที่ยังต่างกันฟังเหมือนเป็นคำตอบเดียว

เธอหยิบหน้าที่สองขึ้นมาก่อน

รอยฉีกดังชัดในห้องเงียบ

เธอแบ่งมันเป็นชิ้นเล็ก ไม่ใช้มันจุดตะเกียงเพราะกลัวจะเผาของข้างโต๊ะ แล้วเก็บเศษลงในถ้วยเก่าที่ไม่มีอาหารอยู่ หน้านั้นเป็นร่างของเธอเอง ไม่ใช่เอกสารพ่อ ไม่ใช่ชื่อเฉียวหยวน และไม่ใช่สิ่งที่ต้องใช้ตรวจสิทธิ์ของใคร

หน้าแรกยังอยู่

เยว่ชิงจับมันด้วยมือทั้งสอง อ่านเรื่องที่ตนตั้งใจเล่าอีกครั้ง บรรทัดที่ขีดคำว่าสบายดียังเด่นกว่าข่าวส่งนาฬิกาคืน และเธอรู้ว่าถ้าแม่เห็นรอยนั้นคงพยายามอ่านสิ่งที่ลูกลบออกนานกว่าสิ่งที่ลูกเขียนไว้

เธอฉีกหน้าแรกด้วย

เยว่ชิงฉีกเฉพาะร่างจดหมายของตนหลังแยกสิ่งที่รู้จากสิ่งที่กลัว เอกสารพ่อและร่างติดต่อเรื่องอะไหล่ยังเก็บไว้ครบ
เยว่ชิงฉีกเฉพาะร่างจดหมายของตนหลังแยกสิ่งที่รู้จากสิ่งที่กลัว เอกสารพ่อและร่างติดต่อเรื่องอะไหล่ยังเก็บไว้ครบ

บนโต๊ะว่างลง แต่เธอไม่ได้รู้สึกเหมือนปัญหาจบ

เธอเพิ่งเลือกยังไม่ส่งคำกล่าวหาที่อาจทำร้ายแม่ ไม่ได้เลือกว่าจะปิดข่าวการแต่งงานที่เปลี่ยนไปตลอดกาล

เยว่ชิงหยิบกระดาษแผ่นใหม่ เขียนเพียงสามบรรทัดสำหรับตนเอง

บอกเรื่องร้านที่เกิดขึ้นแล้ว

บอกว่ายังไม่ตกลงวันแต่ง

เรื่องพ่อ ให้คุยต่อหน้าเมื่อมีสิ่งที่ตรวจได้มากกว่านี้

เธอวางกระดาษบันทึกไว้กับซองเปล่า ไม่จ่าหน้าและไม่ติดแสตมป์ คืนนี้ยังไม่มีจดหมายออกจากร้าน พรุ่งนี้เธอจะเขียนใหม่ให้แม่อ่านโดยไม่ต้องเดาว่ารอยขีดฆ่าหมายถึงอะไร

ผ้าคลุมไหล่เลื่อนจากบ่าตอนเธอลุก เยว่ชิงพับมันตามรอยที่แม่เคยพับ เก็บไว้บนเก้าอี้ใกล้มือ ไม่ใส่ลงห่อส่งคืนในทันที

ก่อนนอน เธอลงไปตรวจว่าประตูล็อกแล้ว กล่องถุงสปริงอยู่ชั้นเดิม ร่างถามเฉียวหยวนเก็บข้างสมุดตามที่ตั้งใจ ไม่ได้ฉีกปนกับกระดาษข้างบน

สายตาเธอผ่านตู้ที่ลุงลู่ซ่อม บานปิดตรงไม่เสียดพื้น แต่ข้างในยังมีถุงและกล่องอีกหลายชิ้นที่เธอเคยถือว่ารู้จักเพียงเพราะเห็นมันทุกวัน

พรุ่งนี้ต้องนับของก่อนรับงานเพิ่ม ไม่ให้การหาสปริงหนึ่งถุงกลายเป็นการโยกของทั้งตู้โดยไม่มีรายการ

เยว่ชิงเขียนงานนี้ไว้หลังรายการติดตามคำขอฝ่ายธุรการและเตรียมพื้นที่ล้างนาฬิกาข้อมือของลูกค้า เธอไม่จำเป็นต้องทำให้เสร็จพร้อมกันทั้งหมดในเช้าเดียว แต่ต้องรู้ว่าอะไรอยู่ในมือและอะไรยังรอคนอื่น

เมื่อกลับขึ้นห้อง เธอเห็นถ้วยเก็บเศษจดหมายข้างโต๊ะ

คืนนี้แม่จะยังไม่ได้อ่านถ้อยคำที่ลูกสาวเขียนด้วยความกลัว และลูกสาวจะไม่อ้างว่าการเงียบนี้เป็นคำตอบที่ดีที่สุดไปทุกวัน

เยว่ชิงดับตะเกียง ยกผ้าห่มขึ้นถึงไหล่ แล้วเรียกคำว่าแม่ในความมืดเพียงครั้งเดียว

ครั้งนี้ไม่มีใครได้ยิน

แต่เธอยังมีวันพรุ่งนี้ให้เขียนถึงคนที่ยังรออยู่

กลับสารบัญนิยาย

นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI