Настройки чтения

ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · Глава 121

ตอนที่ 121 — ชื่อร้านที่เขียนด้วยมือฉัน

Перевод ещё не готов. Показан тайский оригинал.

เช้าวันที่เก้าสิงหาคม หานซิ่วกลับตามเที่ยวที่จัดไว้กับงานของตน แม่พักและอยู่เยี่ยมตามช่วงที่เลือก ก่อนเดินทางกลับชิงเหอในคืนนั้น

เยว่ชิงส่งข่าวถามเมื่อถึงตามเวลาที่ตกลง วันที่สิบจึงได้รับคำตอบว่าแม่กลับบ้านเรียบร้อย และวันนี้อยากพัก ไม่ต้องรีบโทรมาถามเรื่องร้านทุกครู่

นางรับคำ แล้วกลับมาดูสมุดต้นทุนของตน

วันเปิดพื้นที่ไม่ได้ทำให้ค่าเช่าถูกลง แต่ทำให้นางเห็นเวลาที่ใช้จริงตั้งแต่เปิดประตูจนเก็บของ คนที่เดินเข้ามาถามสั้น ๆ ก็ใช้เวลาซึ่งไม่ปรากฏอยู่บนหน้าปัดนาฬิกาที่รับซ่อม

เยว่ชิงเพิ่มช่องเวลาเหล่านั้นเข้าไป ก่อนถามตัวเองว่าหากรับคนมาฝึก จะเหลือส่วนใดให้สอนจริง

นางไม่ได้เริ่มจากชื่อโครงการใหญ่

เริ่มจากเก้าอี้อีกตัวหนึ่ง พื้นที่วางมือ เวลาอธิบาย และชิ้นฝึกที่ต้องเป็นของร้าน ไม่ใช่ของลูกค้าซึ่งถูกนำมาเสี่ยงโดยไม่รู้

จิ้งโจวดูรายการในส่วนที่นางขอให้ช่วยนับ เขาไม่ได้ยกสมุดไปแก้ตัวเลขแล้วส่งคืนเหมือนงานภรรยาควรผ่านมือสามีจึงจะเชื่อถือได้

“ช่องนี้เจ้าคิดว่าเวลาของคนเรียนเป็นศูนย์หรือ” เขาถาม

เยว่ชิงมองช่องที่ตนยังไม่ได้ลง

“ข้ายังคิดแต่เวลาที่ข้าสอน”

“คนเรียนก็ต้องมา ถ้าเขาช่วยจัดของตามที่เจ้าสั่ง เวลานั้นยังเป็นเวลาของเขา”

นางรับคำแล้วลงต่อ

การเคยถูกใช้แรงด้วยคำว่าช่วยกัน ไม่ได้ทำให้นางรู้วิธีจ่ายอย่างเป็นธรรมโดยไม่ต้องคิดอีก

นางอาจเอาความหวังว่าจะสอนให้เป็นไปเรียกคนอื่นให้ทำงานฟรีได้เช่นกัน หากไม่ยอมดูตัวเลขที่คำหวังใช้บัง

วันที่สิบสอง เยว่ชิงจึงนำแผนเล็กซึ่งยังไม่ประกาศรับคนไปตรวจขอบเขตงานนอกเวลาที่ได้รับไว้ และดำเนินส่วนที่เกี่ยวกับการรับผู้ฝึกตามช่องทางที่ต้องทำ

ผลที่ได้ในวันที่สิบเก้าทำให้รับผู้ฝึกผู้ใหญ่หนึ่งคนในช่วงที่จัดไว้ได้ โดยไม่ขยายงานเข้าเวลาหน่วยงาน ไม่เอาทรัพย์ของหน่วยงานมาให้ฝึก และไม่ออกคำรับรองวิชาชีพเกินสิ่งที่ตนมีอำนาจให้

เยว่ชิงเลือกช่วงฝึกครั้งละสองชั่วโมงสัปดาห์ละหนึ่งครั้งในส่วนวันพักที่จัดไว้ เริ่มเป็นช่วงทดลองหกครั้งแล้วทบทวนร่วมกัน

นางลดจำนวนงานรับซ่อมในช่วงนั้น ไม่รับลูกค้าเต็มโต๊ะแล้วหวังให้คนฝึกเรียนจากการคอยหยิบเครื่องมือให้ทัน

ต้นทุนมีค่าตอบแทนเวลาของผู้ฝึก ชิ้นฝึกส่วนตัวของร้าน ของสิ้นเปลือง และเวลาซึ่งผู้สอนไม่ได้เอาไปทำงานรับจ้างอื่น

เงินส่วนนี้กันไว้ก่อนรับคน ไม่ลงว่าถ้าร้านมีรายได้ดีค่อยจ่าย

เยว่ชิงอ่านตัวเลขอีกครั้ง แล้วลบคำว่ารับหลายคนออกจากร่าง

นางมีที่และเวลาพอสำหรับหนึ่งคนในช่วงนี้เท่านั้น

คำว่าฝันไกลไม่ควรทำให้คนแรกถูกใช้เป็นสะพานฟรีไปถึงฝันของผู้สอน

ปลายเดือน นางจึงกลับไปทำป้ายที่ยังค้างอยู่

แผ่นไม้เรียบขนาดพอเหมาะกับหน้าพื้นที่รับงาน ไม่ใหญ่พอจะปิดแสงซึ่งเพิ่งตรวจไว้ ไม่มีช่องให้ใส่เรื่องของพ่อหรือรูปเอกสารที่ถอนความผิดให้ครอบครัว

เยว่ชิงทดลองระยะตัวหนังสือด้วยมือของตน ก่อนใช้พู่กันลงหมึก

ชื่อที่นางเลือกมีชื่อของตนกับงานที่รับ — เยว่ชิง งานซ่อมนาฬิกา

ไม่ได้เขียนว่ารับทุกเครื่อง ไม่เขียนว่าซ่อมได้โดยไม่มีวันเสีย และไม่ใช้คำว่าร้านของผู้ถูกใส่ร้ายเพื่อให้ลูกค้าต้องเริ่มด้วยการเห็นใจ

พอเส้นหนึ่งหนากว่าที่คิด นางหยุดดู ไม่รีบแต่งให้เหมือนตั้งใจทำเช่นนั้นตั้งแต่แรก

พื้นที่ยังเหลือพอให้ปรับระยะโดยไม่เติมชื่อผู้อื่นเข้าไปบัง

จิ้งโจวกลับมาหลังงานตามเวลา เขาดูจากระยะที่คนเดินผ่านจะเห็น แล้วบอกว่าขอบซ้ายยังอ่านได้แต่หากติดต่ำกว่านี้คนยืนจะบัง

เยว่ชิงลองตำแหน่งอีกครั้ง

นางเลือกที่ติดหลังหมึกแห้ง ไม่ส่งพู่กันให้เขาลงชื่อท้ายเพื่อทำให้ร้านของนางดูมีผู้ชายรับประกัน

“เจ้าช่วยดูตำแหน่งให้ ข้าไม่ได้ต้องใส่ชื่อเจ้าจึงจะนับว่าช่วยใช่ไหม” นางถาม

“ข้ารู้ว่าข้าช่วยอะไร” เขาตอบ “ไม่ต้องเขียนว่าข้าเป็นเจ้าของสิ่งที่ข้าไม่ได้เป็น”

เยว่ชิงยิ้ม แล้วกลับไปเก็บพู่กันตามที่ใช้งาน

วันที่ยี่สิบสี่ ป้ายจึงเสร็จและติดในที่ซึ่งนางเลือกจริง

เมื่อมองมันจากริมถนน นางเห็นลายมือของตนก่อนเห็นความทรงจำเกี่ยวกับป้ายที่เคยยอมให้คนอื่นเปลี่ยน

ชื่อบนแผ่นไม้นี้ไม่ได้รับรองอนาคตทั้งหมด

เพียงบอกว่าเมื่อมีคนถามถึงงานที่รับ คนที่ต้องตอบอยู่หลังประตูด้วยชื่อของตน

เยว่ชิงใช้พู่กันเขียนป้ายของตนโดยเลือกชื่อและขอบเขตงานที่รับจริง
เยว่ชิงใช้พู่กันเขียนป้ายของตนโดยเลือกชื่อและขอบเขตงานที่รับจริง

ประกาศเรื่องฝึกอยู่คนละส่วนกับป้ายร้าน

เยว่ชิงลงช่วงเวลา ขอบเขต ค่าตอบแทนตามเวลาที่ตกลง และวิธีติดต่อ ไม่ขอให้ผู้สนใจเล่าเรื่องลำบากของครอบครัวเพื่อพิสูจน์ว่าคู่ควรรับโอกาส

สองวันต่อมา จ้าวหนิงมาถามตามเวลาที่นัดไว้

หญิงสาวอายุสิบเก้า ผมดำตรงยาวถึงคางเก็บข้างหูด้วยกิ๊บเรียบตัวเล็ก เสื้อสีน้ำเงินเทาหม่นกับเสื้อชั้นในสีเหลืองอ่อนของนางไม่ใช่เครื่องหมายว่ามีประสบการณ์หรือไม่มี

เยว่ชิงถามก่อนว่านางสะดวกพูดวันนี้นานเท่าไร

“ข้าจัดเวลามาถามไว้แล้วค่ะ แต่ต้องกลับตามเวลาที่บอกทางบ้าน”

ทั้งสองลงเวลาจบการคุยให้ตรงกัน จ้าวหนิงรับกระดาษอธิบายช่วงฝึกฉบับเต็ม ไม่ใช่ถูกเรียกมาแล้วพบว่าต้องเริ่มช่วยงานทันทีจึงจะให้รายละเอียด

เยว่ชิงถามเหตุที่อยากเรียนในส่วนที่หญิงสาวอยากบอก

จ้าวหนิงเคยดูคนในบ้านตั้งนาฬิกา แต่ไม่รู้ว่าทำไมหมุนสิ่งหนึ่งแล้วเข็มเดิน หรือเหตุใดบางครั้งเสียงยังมีแต่เวลาไม่ตรง นางอยากรู้วิธีดูมากกว่าจำว่าอาการเดียวกันต้องหมุนตรงไหนเสมอ

“ข้ายังอ่านรายการชิ้นส่วนช้า” นางบอก “ถ้าบรรทัดไหนไม่เข้าใจ จะถามซ้ำได้ไหม”

“ได้ค่ะ เราไม่ลงว่ารู้แล้วเพียงเพราะอ่านผ่านหน้า”

เยว่ชิงไม่ตอบว่าไม่เป็นไรโดยไม่บอกว่าจะจัดเวลาอย่างไร นางอธิบายว่าส่วนแรกมีเวลาสำหรับชื่อเครื่องมือ วิธีวางของ และการถามก่อนแตะชิ้นที่ยังมีแรง

คนเรียนไม่ต้องรู้หมดก่อนมาถึง แต่ต้องบอกขอบเขตที่ตนยังไม่รู้ได้

จ้าวหนิงอ่านกระดาษอีกครั้งแล้วถามเรื่องค่าตอบแทน

“ถ้าเรียนยังทำงานของลูกค้าไม่ได้ ข้ายังได้ส่วนนี้หรือ”

“ได้ตามเวลาที่ตกลงค่ะ ช่วงแรกไม่ได้ให้เจ้าทำของลูกค้า”

“แล้วต้องช่วยกวาดร้านก่อนเริ่มนับหรือไม่”

เยว่ชิงมองหญิงสาวอย่างตั้งใจ

คำถามอาจมาจากสิ่งที่เคยได้ยินหรือเคยเห็น แต่นางไม่จำเป็นต้องสอบให้ได้ประวัติว่าใครใช้แรงจ้าวหนิง เพื่อให้ตอบคำถามวันนี้ได้

“ถ้าข้าขอให้เจ้าทำงานของร้าน ก็ต้องอยู่ในเวลาที่ตกลงและนับค่ะ ข้าจะไม่บอกว่าเริ่มเรียนช้าลงเพราะเจ้าต้องเตรียมของให้ข้าฟรีก่อน”

จ้าวหนิงชี้บรรทัดท้าย

“ตรงนี้เขียนว่าทบทวนหกครั้ง ถ้าข้าไม่อยากต่อ จะมีเงินที่ต้องคืนหรือ”

เยว่ชิงอธิบายว่าไม่มีหนี้ฝึกซ่อนอยู่ ไม่มีการยึดเอกสารส่วนตัว และไม่มีคำสัญญาว่าหลังฝึกแล้วต้องอยู่รับใช้จนร้านขยายได้ตามเป้า

ค่าตอบแทนที่ได้ตามเวลาที่มาไม่ถูกเปลี่ยนเป็นเงินกู้ย้อนหลังเพราะคนเรียนเลือกหยุด

เรื่องความเสียหายต้องดูข้อเท็จจริงและหน้าที่ ไม่ใช่ให้คนใหม่ลงชื่อรับผิดทุกของในห้องก่อนสัมผัสเครื่องมือชิ้นแรก

“ขอข้าเอากระดาษไปอ่านก่อนค่ะ” จ้าวหนิงกล่าว

“ได้ค่ะ วันนี้ยังไม่ต้องเซ็น”

หญิงสาวเงยหน้ามอง เหมือนกำลังตรวจว่าคำตอบจะถูกถอนเมื่อนางก้าวไปถึงประตูหรือไม่

เยว่ชิงบอกเวลาที่ติดต่อกลับได้ตามที่ลงไว้ และไม่เรียกให้ลองทำงานชิ้นหนึ่งเพื่อแสดงความจริงใจก่อนกลับ

จ้าวหนิงเก็บกระดาษของตนแล้วกล่าวลา

เก้าอี้อีกตัวหนึ่งยังว่างอยู่หลังนางออกไป

ความว่างนั้นไม่ใช่ความล้มเหลวของแผน มันคือเวลาที่อีกคนมีสิทธิ์ใช้ตัดสินใจ

จ้าวหนิงถามขอบเขตและเงื่อนไขก่อนลงชื่อ โดยเยว่ชิงไม่เร่งให้เริ่มงานทันที
จ้าวหนิงถามขอบเขตและเงื่อนไขก่อนลงชื่อ โดยเยว่ชิงไม่เร่งให้เริ่มงานทันที

เย็นนั้น เยว่ชิงนำคำถามที่ได้ยินกลับมาอ่านกับร่างของตน

บรรทัดเรื่องเวลาจัดร้านที่จ้าวหนิงถามยังคลุมเครือจริง นางแก้ให้ชัดขึ้นในฉบับที่จะใช้ ไม่เขียนว่าอีกฝ่ายคิดมากเพราะตนตั้งใจดีอยู่แล้ว

จิ้งโจวถามว่าวันที่หญิงสาวกลับมาจะให้เทียบฉบับเดิมหรือไม่

“ให้ค่ะ ข้าจะบอกว่าแก้ส่วนไหน ไม่ให้ดูเหมือนนางจำผิด”

นางไม่ได้แปลงคำถามของผู้สนใจให้เป็นข้อความที่เขาเคยตกลงตั้งแต่แรก

เมื่อคิดถึงเอกสารที่ครั้งหนึ่งตนถูกเร่งให้ลงชื่อ เยว่ชิงจึงเห็นว่าการมีปากกาอยู่ในมืออีกข้างเป็นหน้าที่มากกว่าสิทธิ์

นางต้องทำให้คนอ่านเห็นสิ่งที่จะรับ ไม่ใช่ใช้ลายมือของผู้รับปิดคำที่ตนยังไม่ยอมเขียนให้ชัด

วันที่ยี่สิบแปด จ้าวหนิงกลับมาตามเวลาที่ตกลงผ่านข้อความก่อนหน้า

เยว่ชิงวางฉบับเดิมกับฉบับแก้ให้เทียบ บอกเหตุของการแก้บรรทัดเวลา หญิงสาวอ่านแล้วถามเพิ่มอีกสองข้อ

ถ้าผู้สอนติดงาน จะนับเวลาที่คนเรียนมาถึงแล้วรออย่างไร และถ้าคนเรียนไม่สบายต้องบอกทางไหน

เยว่ชิงลงคำตอบตามที่ทั้งสองตกลง ไม่รับปากว่านางไม่มีวันติดงาน ส่วนที่มีเหตุเลื่อนจะต้องแจ้งตามช่องทางที่เขียน ไม่หายไปแล้วให้คนเรียนรอเพราะยังต้องเกรงใจครู

จ้าวหนิงจึงเลือกเข้าช่วงทดลองฝึก

ทั้งสองลงชื่อในส่วนของตนและเก็บคนละฉบับ หญิงสาวไม่ได้ต้องส่งกระดาษส่วนตัวทั้งหมดให้ร้านถือไว้เพื่อป้องกันการหนีไปทำงานอื่น

ก่อนเริ่มช่วงแนะนำงานสองชั่วโมง เยว่ชิงถามว่าพร้อมเริ่มตามเวลาวันนี้หรือไม่

จ้าวหนิงรับคำ

เยว่ชิงจึงลงเวลาเริ่มจริง และแสดงที่เก็บของส่วนตัว ที่นั่ง พื้นที่เดินกับตำแหน่งซึ่งหยิบของได้โดยไม่ขวางทาง

นางอธิบายว่าของลูกค้าแต่ละชิ้นมีใบรับของมัน ไม่ปะปนเป็นกองซึ่งใครหยิบได้ตามอารมณ์

ของฝึกเป็นของร้านที่จัดไว้ต่างหาก ครูต้องแสดงสภาพและสิ่งที่ทำให้ปลอดภัยก่อนมอบให้คนฝึก ไม่พูดเพียงว่าเคยทำมาก่อนจึงไม่มีอะไรต้องถาม

วันนี้ยังไม่ปลดสปริง

จ้าวหนิงลองจัดพื้นที่ว่างตามที่อธิบาย แล้วถามเหตุที่ต้องเว้นช่องระหว่างถาดสองใบ เยว่ชิงให้ลองมองจากที่นั่งจริงก่อนตอบ

หญิงสาวเห็นว่าถาดอยู่ชิดเกินไปแล้วปลายแขนจะชนอีกใบขณะหยิบ นางจึงขยับตามระยะที่ลองได้

“ถ้าท่านทำจากอีกด้าน ระยะนี้อาจไม่เหมือนกันใช่ไหม”

“ใช่ค่ะ เพราะฉะนั้นต้องดูกับมือที่ใช้จริงด้วย”

เยว่ชิงไม่ให้จำตำแหน่งของตนเป็นคำตอบสำหรับทุกคนในอนาคต

การสอนเหตุผลใช้เวลามากกว่าสั่งให้วางตรงนี้ แต่เวลาเหล่านั้นอยู่ในส่วนที่นางกันไว้แล้ว ไม่ใช่สิ่งซึ่งผู้ฝึกต้องจ่ายคืนด้วยการทำงานให้นานกว่าใบตกลง

ใกล้ครบช่วง เยว่ชิงให้จ้าวหนิงบอกด้วยคำของตนว่าส่วนใดใช้ได้แล้วและส่วนใดยังต้องถาม

หญิงสาวบอกเรื่องพื้นที่กับใบรับ ก่อนยอมรับว่าชื่อของเครื่องมือบางชิ้นยังจำไม่ได้

นางลงว่าได้รับคำอธิบายเรื่องใดแล้ว ไม่ลงว่าใช้ทุกชิ้นได้ จ้าวหนิงอ่านบันทึกแล้วทักว่ามีชื่อหนึ่งซึ่งตนเพียงเห็น ยังไม่ได้ลองจับ

เยว่ชิงแก้ตามที่เกิด

คำทักไม่ได้ทำให้ครูเสียหน้า มันทำให้คนต่อไปไม่ใช้บันทึกวันนี้สั่งงานซึ่งคนใหม่ยังทำไม่ได้

เมื่อครบสองชั่วโมง ทั้งสองตรวจเวลาที่ลงไว้กับนาฬิกาที่ใช้ดู เยว่ชิงคำนวณค่าตอบแทนตามข้อตกลงแล้วจ่ายจริง

จ้าวหนิงนับส่วนที่รับ ก่อนลงรับว่าได้แล้ว ไม่ถูกให้เซ็นรับวันนี้แล้วรอร้านมีเงินในเดือนหน้า

ซองเงินเป็นส่วนของนาง ไม่มีคำขอให้เอาไปซื้อของมาตอบแทนครู

เยว่ชิงจ่ายค่าตอบแทนสำหรับช่วงแนะนำงานตามเวลาจริงให้จ้าวหนิงตรวจรับด้วยตนเอง
เยว่ชิงจ่ายค่าตอบแทนสำหรับช่วงแนะนำงานตามเวลาจริงให้จ้าวหนิงตรวจรับด้วยตนเอง

“ครั้งหน้าจะทำอะไรค่ะ” จ้าวหนิงถาม

เยว่ชิงบอกว่าจะเริ่มดูการเก็บแรงกับวิธีถามก่อนปลดจากชุดฝึกที่เตรียมไว้ ไม่ใช้ของลูกค้า และจะทำได้เพียงส่วนที่ผู้สอนตรวจว่าพร้อม

ทั้งสองตรวจช่วงวันที่สองกันยายนที่จัดไว้ในส่วนเวลาฝึก แล้วตกลงช่องทางหากมีเหตุเปลี่ยน ไม่สัญญาว่าจ้าวหนิงจะซ่อมเป็นภายในหกครั้ง

หญิงสาวเก็บเอกสารฉบับของตน ซองค่าตอบแทน และของส่วนตัว ก่อนกลับตามเวลาที่บอกทางบ้าน

เยว่ชิงไม่ได้เรียกให้ช่วยปิดร้านเพิ่มเพราะคำว่ากำลังจะกลับทำให้มีแรงอีกคู่หนึ่งอยู่ตรงประตู

หลังผู้ฝึกออกไป นางลงต้นทุนของวันตามจริง

สองชั่วโมงที่สอนลดเวลารับงานอื่น ค่าตอบแทนจ่ายแล้ว ของฝึกยังอยู่ในรายการ และคำอธิบายที่ต้องแก้ยังเป็นสิ่งที่ผู้สอนต้องทำต่อ

นางไม่ลงว่าทำกำไรจากคนใหม่ได้วันนี้

ที่บ้าน จิ้งโจวถามว่าจ้าวหนิงเลือกมาหรือไม่

“เลือกค่ะ แล้วนางก็ทักบันทึกข้าตรงที่เขียนเหมือนทำได้มากกว่าที่ลองจริง”

เขาถามว่ารู้สึกอย่างไร

เยว่ชิงวางสมุดลงบนโต๊ะของตน

“โล่งใจที่นางพูดก่อนเอาบันทึกกลับ ข้าอยากให้คนเข้ามาถามได้ แต่วันนี้ได้รู้ว่าข้าต้องรับคำถามให้ได้ด้วย”

จิ้งโจวรับฟัง ไม่กล่าวว่าร้านของคนเคยถูกใส่ร้ายย่อมไม่มีวันทำไม่เป็นธรรม

ทั้งสองกินอาหารตามส่วนที่จัดไว้ แล้วแยกทำงานเล็กของตนก่อนพัก

นอกหน้าต่างค่ำลง ป้ายไม้ที่ร้านยังอยู่ในตำแหน่งซึ่งเยว่ชิงเลือก ไม่ได้มีใครมาเติมชื่อสามีหรือชื่อพ่อให้ครอบลายมือของนาง

แต่ชื่อของนางก็ไม่ได้ใช้ครอบชื่อจ้าวหนิงในเอกสารอีกฉบับหนึ่งเช่นกัน

ครูมีชื่อของครู ผู้เรียนมีชื่อของผู้เรียน เวลาที่ใช้กับงานมีคนรับผิดชอบ และคำว่าขอบคุณไม่เปลี่ยนซองค่าตอบแทนให้เป็นหนี้

เยว่ชิงมองรายการชุดฝึกสำหรับครั้งหน้าแล้วปิดสมุด

นางไม่อาจย้อนเวลาให้ใครเพื่อแก้วันที่ถูกเร่งให้เซ็น

สิ่งที่ทำได้คือไม่สร้างวันเช่นนั้นขึ้นใหม่ให้คนที่เพิ่งเดินเข้าประตูของนาง

กลับสารบัญนิยาย

นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI