Настройки чтения

ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · Глава 97

ตอนที่ 97 — จดหมายที่ส่งถึงมือจริง

Перевод ещё не готов. Показан тайский оригинал.

เจิ้งซื่อเหิงอ่านจดหมายของเยว่ชิงหลังกลับจากเที่ยวงานวันที่สามสิบเอ็ดตุลาคม

ในซองไม่ได้มีชื่อคนขับในคืนบาดเจ็บรอให้เขารับรอง หญิงสาวถามถึงเที่ยวซึ่งเขาเคยเล่าไว้เอง วันที่ยี่สิบแปดพฤศจิกายน ปีเจ็ดสิบเจ็ด และถามว่าฉบับใดเก็บลายเซ็นผู้รับปลายทาง

เขาวางจดหมายไว้ข้างสมุดเที่ยวส่วนตัว อ่านประโยคที่ขอให้แจ้งหากไม่มีในที่ซึ่งค้น แล้วพยักหน้าคนเดียว

สมุดของเขามีอักษรย่อ ไม่ได้มีชื่อเต็มเพิ่มขึ้นเพราะคนถามต้องการให้มี เขาไม่คิดเขียนชื่อจากความคล้ายของเสียงลงข้างหมึกเก่า

แต่ใบที่หน่วยขนส่งเก็บอาจไม่ได้จางเหมือนใบที่คลังใช้ตอบครั้งก่อน

วันจันทร์ที่สามพฤศจิกายน หลังส่งงานเที่ยวของวันนั้นเรียบร้อย เจิ้งซื่อเหิงล้างมือก่อนเข้าไปถามผู้เก็บเอกสารของหน่วย

เขาไม่ได้เดินออกจากรถซึ่งยังมีของรอลงเพื่อรื้อกระดาษเก่า และไม่ได้หยิบแฟ้มออกมาค้นเองเพราะตนเป็นคนขับในเที่ยวที่กล่าวถึง

เจิ้งซื่อเหิงกลับจากเที่ยวงานและเตรียมติดต่อผู้เก็บเอกสารด้วยมือที่สะอาด
เจิ้งซื่อเหิงกลับจากเที่ยวงานและเตรียมติดต่อผู้เก็บเอกสารด้วยมือที่สะอาด

ผู้เก็บขอดูวันที่กับเลขอ้างเที่ยวจากสมุดของเขา จากนั้นจึงเปิดรายการเก็บของหน่วย

ใบรับหีบห่อฉบับที่คลังเคยคัดส่งออกไปอยู่คนละส่วนกับฉบับคู่ที่หน่วยขนส่งรับคืนมา เล่มหลังเก็บพร้อมใบเดินรถ โดยมีรายการส่งถึงประตูข้างแผนกซ่อมเครื่องจักรตามที่เจิ้งซื่อเหิงเล่า

ไม่ใช่กระดาษแผ่นใหม่ซึ่งเขาเพิ่งพบใต้เบาะรถ และไม่ใช่ใบคนละเที่ยวที่มีชื่ออ่านง่ายกว่า

ผู้เก็บเปิดฉบับคู่ให้ดูในที่เก็บเดิม

เจิ้งซื่อเหิงเห็นลายมือในช่องรับปลายทางก่อนเห็นข้อความเหนือมัน หมึกถ่ายทอดในฉบับนี้อ่านได้มากกว่าฉบับที่จางอยู่กับคลัง ชื่อซึ่งเขาเคยจดสั้นในสมุดมีรูปเต็มปรากฏอยู่ใต้รายการรับ

หม่าจื้อเฉิง

เขานิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วกลับไปอ่านวันกับเลขอ้างด้านบนอีกครั้ง

วันที่ยี่สิบแปดพฤศจิกายน ปีเจ็ดสิบเจ็ด งานเจ็ดสิบเจ็ดขีดยี่สิบหก จุดลงของเป็นประตูข้างแผนกซ่อมเครื่องจักร

รายการไม่ได้มีแต่ลังอะไหล่ ยังมีซองเอกสารประกอบงานซึ่งลงให้ส่งไปด้วย และช่องรับอ้างรายการขนส่งที่อยู่ข้างบน

“ขอให้คัดรายการที่ใช้ระบุเที่ยวกับช่องรับไปด้วย อย่าตัดเหลือแต่ชื่อ” เขาบอกผู้เก็บ “คนอ่านจะได้รู้ว่ารับอะไรตามใบนี้”

ผู้เก็บถามว่าจะรับรองลายมือว่าเป็นของผู้มีชื่อนั้นเองหรือไม่

เจิ้งซื่อเหิงส่ายหน้า

“ข้าเห็นว่ามีคนรับที่จุดลงของและรับใบส่งในเที่ยวนี้ ข้าจำใบหน้าแน่พอจะชี้ตัวหลังหลายปีไม่ได้ ต้องถามผู้มีชื่อกับคนรับเก็บตามหน้าที่ ข้าไม่ใช่คนตรวจลายมือ”

คำตอบทำให้ต้องเขียนหนังสือนำให้ครบอีกช่วงหนึ่ง แต่มันไม่ทำให้ใบในแฟ้มเปลี่ยนเป็นของไร้ค่า

ผู้เก็บอนุญาตให้ออกสำเนาส่วนที่เกี่ยวกับเที่ยวนี้ตามคำขอ ลงแหล่งที่เก็บและการคัดเทียบฉบับคู่ไว้ ต้นฉบับของหน่วยยังอยู่ในแฟ้ม ไม่ได้มอบให้คนขับนำไปเป็นของตน

เจิ้งซื่อเหิงขอให้เก็บส่วนที่คัดแล้วอ่านชื่อได้ชัดครบกับบรรทัดรายการส่ง เขาไม่ได้ขอให้เขียนว่าได้ส่งแผ่นยึดชนิดใดอยู่ข้างในลัง หรือว่าเอกสารในซองมีเนื้อหาครบตามฝ่ายจัดซื้อกำหนด

เขาไม่เคยเปิดสิ่งเหล่านั้นในวันที่ขับรถ

*

วันที่ห้าพฤศจิกายน สำเนาที่ออกตามคำขอพร้อมให้เขารับ

เจิ้งซื่อเหิงตรวจวันที่ เลขอ้าง จุดรับ และแหล่งที่เก็บกับหนังสือนำ ก่อนกลับไปยังส่วนพักของคนขับเพื่อเขียนจดหมายตอบ

เขาเขียนว่านี่เป็นสำเนาจากฉบับคู่ซึ่งหน่วยขนส่งเก็บ ไม่ใช่สำเนาจากสมุดส่วนตัวของเขา ชื่อในช่องรับอ่านเป็นหม่าจื้อเฉิงตามสำเนาที่ออกให้ แต่เขาไม่ได้ยืนยันด้วยการจำหน้าว่าบุคคลซึ่งเห็นในปีนั้นต้องเป็นคนเดียวกันโดยไม่มีการตรวจอื่น

รายการซองเอกสารเป็นสิ่งที่ใบขนส่งบันทึก เขาจำว่ารอรับใบคืนก่อนออกจากจุดลงของ ไม่ได้รอจนเห็นเปิดซอง และไม่ได้เฝ้าดูการนำอะไหล่ไปใช้

ส่วนคำว่า คืนลังเปล่า ซึ่งเยว่ชิงเคยแจ้งภายหลัง เป็นคำจากทะเบียนรับคืนที่คลัง เขายังไม่เปลี่ยนให้กลายเป็นสิ่งที่ตนตรวจภายในลังด้วยสายตา

ปลายจดหมายเขายอมให้เยว่ชิงส่งสำเนาเที่ยวนี้กับคำตอบของเขาถึงหลัวถิงในงานตรวจเส้นทางตามที่แจ้ง หากจะให้พูดในงานอื่น ต้องบอกเขาก่อน ไม่ให้ใบนี้กลายเป็นคำรับรองเที่ยวรถทั้งชีวิต

เขาอ่านคำว่า ข้าแน่ใจว่าผู้รับคือ… ในร่างแล้วหยุด

คำที่เขาแน่ใจคือใบของเที่ยวไหนอยู่ต่อหน้าตน ไม่ใช่ใบหน้าที่ผ่านมานานจนจำไม่ชัด

เจิ้งซื่อเหิงเขียนประโยคให้ตรงกับสิ่งที่รู้ เก็บร่างเดิมไว้กับของตน แล้วพับสำเนาที่ตรวจแล้วเข้าซอง

รถจอดอยู่ในส่วนที่จัดให้พักหลังงาน เขาใช้แผ่นรองเขียนของตนกันกระดาษจากขอบเหล็ก ไม่เอาสำเนาวางบนพื้นเปียก และไม่ฝากคนที่เพิ่งเดินผ่านมานำไปส่งแทนเพราะเห็นว่าเป็นเพียงเรื่องเก่า

คนขับตรวจสำเนาที่ออกให้ก่อนพับใส่ซองส่งตามขอบเขตที่ยินยอม
คนขับตรวจสำเนาที่ออกให้ก่อนพับใส่ซองส่งตามขอบเขตที่ยินยอม

ซองถูกฝากทางไปรษณีย์วันที่หก เขาเก็บหลักฐานการส่งไว้กับรายการติดต่อของตน

หลังจากนั้นจึงกลับไปทำเที่ยวงานตามหน้าที่ จดหมายไม่ได้ทำให้เขากลายเป็นคนที่ต้องมานั่งข้างเยว่ชิงทุกครั้งที่มีคำถามใหม่

*

ซองมาถึงหลานโจววันที่สิบเอ็ดพฤศจิกายน

เยว่ชิงเห็นชื่อผู้ส่งที่ติดต่อไว้ แล้วนำกลับห้องเช่า เปิดหลังวางของงานและล้างมือเรียบร้อย

กระดาษแผ่นแรกบอกที่มาของสำเนา แผ่นถัดไปเป็นข้อความของเจิ้งซื่อเหิง นางอ่านทั้งสองก่อนเปิดส่วนใบขนส่ง ไม่เอาเฉพาะชื่อที่อ่านง่ายออกมาเป็นคำตอบ

วันที่กับเลขอ้างตรงกับเที่ยวที่นางขอค้น มีจุดลงของตามคำเล่าเดิม และช่องผู้รับซึ่งครั้งก่อนตามจากอักษรย่อไม่ได้

หม่าจื้อเฉิง

เยว่ชิงยกมือออกจากกระดาษชั่วครู่

ชื่อนี้เคยอยู่ในคำของแม่ในฐานะคนที่พ่อเรียกหัวหน้าหม่า เคยปรากฏในหน้าที่ซึ่งสำนักงานตอบมา และอยู่ในคำที่จิ้งโจวเคยเล่าเรื่องงานของตนโดยมีขอบเขตของความทรงจำ

วันนี้มันอยู่ในช่องรับของฉบับคู่ของเที่ยวรถอีกแหล่งหนึ่ง

นางอยากเขียนทันทีว่าเขาได้รับของแทนแล้วจึงไม่มีวันไม่รู้

แต่สายตาเลื่อนไปเห็นคำที่เจิ้งซื่อเหิงอธิบายไว้

รับลังและซองตามรายการขนส่ง ไม่ได้เปิดเพื่อรับรองวัสดุและเนื้อหาภายใน

เยว่ชิงหยิบกระดาษของตนมาจดวันที่รับซอง กับวันที่ส่งของในปีเก่าแยกกัน

นางลงข้อความว่า สำเนาฉบับคู่มีช่องรับเขียนชื่อหม่าจื้อเฉิง อ้างรายการขนส่งเที่ยวนี้ ต้องตรวจตัวผู้ลงรับและขอบเขตการรับต่อ

ไม่เขียนว่าเขาอนุมัติชนิดเหล็กตามใบนี้ และไม่เขียนว่าเขาอ่านเอกสารในซองทุกหน้าก่อนมีคำสั่งใด

เยว่ชิงอ่านชื่อในช่องรับพร้อมรายการส่งและหนังสือระบุแหล่งสำเนา
เยว่ชิงอ่านชื่อในช่องรับพร้อมรายการส่งและหนังสือระบุแหล่งสำเนา

ข้างบรรทัดนั้นนางเขียนคำถามใหม่

ผู้ที่มีชื่อในช่องรับอยู่ปฏิบัติหน้าที่ใดในวันนั้น ใครเป็นผู้ลงรับจริง ซองเอกสารประกอบงานถูกส่งต่อไปส่วนใด และเมื่อทำรายงานภายหลังมีเอกสารชุดใดถูกนำมาอ้าง

ลายมือหนึ่งชื่อทำให้มีคนและเส้นทางที่ต้องถามชัดขึ้น แต่ไม่ได้ตอบแทนคนเหล่านั้นแล้ว

เยว่ชิงอ่านส่วนของเจิ้งซื่อเหิงที่ไม่ยอมเปลี่ยนเรื่องคืนลังจากคำของคลังเป็นสายตาตนเอง แล้วรู้สึกอยากขอบคุณมากกว่าตอนเห็นชื่อเสียอีก

เขาให้สิ่งที่หาได้เพิ่ม โดยยังเก็บสิ่งที่ตนไม่รู้ไว้ครบ นั่นทำให้นางใช้ของที่ได้รับได้โดยไม่ต้องคอยแก้ว่าใครพูดมากกว่าที่เห็นอีกครั้ง

*

วันที่สิบสอง เยว่ชิงแจ้งสำนักงานว่ามีสำเนาเที่ยวรถเพิ่มเติมและขอบเขตซึ่งผู้ส่งยินยอมให้ใช้

สำนักงานจัดเวลารับในวันที่สิบสี่ นางจัดช่วงออกจากงานกับหน่วยให้เรียบร้อยก่อนรับนัด แล้วเตรียมรายการส่ง ระบุว่าต้นฉบับฉบับคู่ยังอยู่กับหน่วยขนส่ง และนำจดหมายกำกับการใช้มาด้วย

หลัวถิงเปิดอ่านหนังสือนำก่อนเช่นเดียวกับที่เยว่ชิงทำ

ผู้ตรวจเทียบส่วนซึ่งใช้ระบุเที่ยวกับสำเนาเก่าจากคลัง ช่องรับในฉบับใหม่มีข้อความที่อ่านได้เพิ่ม แต่วันที่ เลขอ้าง และจุดรับไม่ได้ถูกนำมาจากเที่ยวอื่นเพื่อให้ชื่อเข้ากัน

“เราต้องตรวจต้นฉบับที่หน่วยขนส่งและทางเก็บของมันต่อ” หลัวถิงกล่าว “หนังสือนำช่วยบอกว่าจะไปดูที่ใด ไม่ได้ทำให้ต้องเชื่อทุกข้อความข้างในโดยไม่ถาม”

“ข้าทำรายการไว้แล้วเจ้าค่ะ”

เยว่ชิงเลื่อนกระดาษคำถามไปให้ ผู้ตรวจอ่านแล้วแก้ประโยคหนึ่ง

นางเขียนว่า รับเอกสารฝ่ายจัดซื้อครบ

หลัวถิงชี้บรรทัดในใบขนส่ง

“ใบนี้บันทึกซองเอกสารประกอบงาน ไม่บันทึกจำนวนหน้าหรือชื่อทุกใบ หากข้าเขียนว่าครบ เรากำลังเพิ่มคำที่ตัวใบไม่เคยรับไว้”

เยว่ชิงพยักหน้า

“ข้าจะใช้คำตามรายการ ไม่ใช้คำว่าครบ”

นางแก้เฉพาะคำถามที่ตนร่างใหม่ ไม่ขีดบนสำเนาใบเก่า และอ่านประโยคใหม่กลับให้ผู้ตรวจฟัง

หลัวถิงแยกเรื่องการรับของชุดเจ็ดสิบเจ็ดขีดยี่สิบหกออกจากบัญชีนำส่งเอกสารตงเหอวันที่หนึ่งกุมภาพันธ์

“สองเรื่องมีส่วนเก็บปลายทางที่ต้องถาม แต่ไม่ใช่ใบเดียวกัน” ผู้ตรวจบอก “การพบชื่อในเที่ยวพฤศจิกายนไม่ได้ทำให้รู้ว่าซองของตงเหอในเดือนกุมภาพันธ์ไปถึงมือคนเดียวกัน”

เยว่ชิงมองคำถามที่ตนจัดไว้คนละหน้า ไม่เลื่อนมันซ้อนเพื่อทำให้เส้นทางดูสั้นลง

“แล้วนี่ทำให้ต้องถามหัวหน้าหม่าโดยตรงได้แล้วหรือไม่”

“มีฐานให้ถามการลงรับตามใบนี้และหน้าที่ในวันนั้นได้ ส่วนการเปลี่ยนของ การเปิดซอง การสั่งงานภายหลัง ต้องถามพร้อมแหล่งของแต่ละเรื่อง ไม่ให้เขาเลือกตอบเรื่องหนึ่งแทนทั้งหมด และไม่ให้เราทำเช่นเดียวกัน”

นางรู้สึกถึงความแน่นในอกซึ่งต่างจากตอนยืนตรงหน้าต่างหลังถูกถามเรื่องพ่อ

ครั้งนี้มีสิ่งที่เดินมาถึงจริง จากแฟ้มซึ่งคนขับไม่ได้ถือเป็นของตน ผ่านการคัดตามแหล่ง ผ่านคำตอบที่กำหนดขอบเขต แล้วมาถึงผู้รับเรื่องที่ต้องตรวจต่อ

ไม่ใช่เพียงคำว่าคงมีคนรับของสักคน

เมื่อส่งสำเนากับจดหมายตามที่ตกลง เยว่ชิงรับรายการส่งไว้หนึ่งชุด เก็บสำเนาสำหรับตน และไม่เขียนลายเซ็นของเจิ้งซื่อเหิงลงบนช่องที่เขาไม่ได้รับรอง

เขาเป็นผู้ขอค้นและผู้บอกขอบเขตงานของตน ไม่ใช่ผู้ลงรับปลายทางแทนชื่อในใบ

*

เยว่ชิงส่งข่าวกลับถึงเจิ้งซื่อเหิงว่ารายการมาถึงและได้ส่งต่อให้ผู้ตรวจตามที่เขายอมแล้ว

จดหมายขอบคุณไม่ขอให้เขานึกใบหน้าคนรับจนกลายเป็นหน้าของหม่าจื้อเฉิงตามชื่อที่พบ นางบอกว่าหากมีคำถามเพิ่มเติมเรื่องที่เขาทำเอง สำนักงานจะติดต่อผ่านช่องทางซึ่งตกลงกันก่อน

ส่วนจดหมายถึงแม่ นางบอกเพียงว่ามีแหล่งสำเนาเพิ่มเติมให้ตามผู้รับของ ไม่ส่งเอกสารของคนขับทั้งชุดไปให้แม่โดยไม่ได้อยู่ในขอบเขตการใช้

แม่ไม่ต้องนั่งจับลายเซ็นที่ไม่เคยเห็นในปีนั้นเพื่อช่วยลูกให้แน่ใจขึ้น

เย็นวันที่สิบสี่ เมื่อเก็บแฟ้มแล้ว เยว่ชิงเปิดรายการงานกับค่าใช้จ่ายของตน

เวลาที่ใช้ไปกับการติดต่อยังต้องจัดให้เข้ากับงาน ค่าห้องกับส่วนของแม่ไม่ได้ลดลงเพราะมีชื่ออ่านได้เพิ่ม และที่พักยังไม่กลายเป็นบ้านซึ่งต้องเปิดรับคนตามเรื่องได้ตลอดเวลา

นางหยุดอยู่ตรงวันว่างที่กำลังจะมาถึง

หลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นางพักเพียงพอให้ทำงานต่อ แต่ยังไม่เคยถามว่าตนอยากใช้เย็นที่ไม่มีแฟ้มอย่างไรจริง ๆ จิ้งโจวก็มีงานและเวลาของเขา แม่มีสิทธิเลือกว่าจะคุยเรื่องบ้านหรือพักเงียบในวันใด

ครั้งต่อไปนางจะขอเวลาจากทั้งสองตามที่เขามี ไม่เรียกให้มารวมกันเพราะนางได้เอกสารเพิ่มแล้วจึงคิดว่าทุกคนควรพร้อม

เยว่ชิงพับรายการวันว่าง ใส่ไว้ด้านหน้าสมุดของตนแทนซ่อนไว้หลังคำถามเรื่องเก่า

หน้าสุดท้ายของสมุดพ่อยังไม่ได้ถูกอ่านครบ เลขบางแถวยังรอที่มาซึ่งต่อได้ ความจริงเกี่ยวกับคืนบาดเจ็บยังไม่ถูกย่อให้เหลือชื่อเดียว

แต่วันนี้มีซองหนึ่งมาถึงมือจริง และในซองมีส่วนของทางเดินที่คนยอมให้ตามจนถึงแหล่ง

นางเก็บมันไว้โดยไม่ทำให้คำบนกระดาษใหญ่กว่าสิ่งที่ผู้ให้ยอมรับ

จากนั้นจึงลุกไปกินอาหารขณะที่ยังอุ่น

กลับสารบัญนิยาย

นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI