ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · Глава 37
ตอนที่ 37 — วันหยุดที่ไม่ได้หยุด
Перевод ещё не готов. Показан тайский оригинал.
เยว่ชิงตั้งใจว่าจะใช้เช้าวันที่สิบสี่พฤษภาคมซักผ้าและพักมือ
แทนที่จะมีอ่างซักผ้าอยู่ตรงหน้า ตอนนี้เธอกำลังยืนข้างหอไม้เตี้ยริมศาลาชุมชน กล่องเครื่องมือวางอยู่บนม้านั่ง ผู้ดูแลหอถือสมุดบันทึกการไขลานเดินมาหา
ลุงอู๋อายุหกสิบเอ็ด ใบหน้าผอมมีรอยย่นลึก ผมแซมเทาอยู่ใต้หมวกผ้าสีน้ำเงิน เสื้อทำงานน้ำตาลคลุมเสื้อสีอ่อน เขาเป็นผู้ดูแลประตูหอกับการไขลาน ไม่ใช่คนที่รู้จะซ่อมทุกส่วนของเครื่อง
หลังมีคนมาถามเมื่อคืน คณะผู้ดูแลศาลาให้เขานำรายละเอียดไปคุยกับเยว่ชิง เธอตกลงมาตรวจในวันหยุดของร้าน โดยบอกก่อนว่าต้องเห็นเครื่องจึงจะบอกได้ว่างานอยู่ในความสามารถของตนหรือไม่
วันนี้ลุงอู๋มีรายการอนุญาตให้เปิดดูส่วนกลไก และสมุดซึ่งจดอาการไว้อย่างไม่ค่อยสม่ำเสมอ บางวันมีเพียงคำว่าช้า บางวันเขียนจำนวนนาทีตามที่เทียบกับนาฬิกาของคนในศาลา
“มันช้าขึ้นทีละนิด ลุงไขตามเวลาเดิม” เขาบอก “คนออกไปตลาดกับคนไปทำงานดูมันไม่ตรงกันก็เริ่มเถียงกัน”
เยว่ชิงมองหน้าปัดสีขาวเหนือชายคา
ในชีวิตก่อน เธอเคยผ่านหอนี้โดยไม่เงยหน้า เพราะต้องรีบไปตามเวลาที่คนอื่นกำหนด วันนี้เธอมีเวลาเห็นว่าคนซึ่งไม่มีนาฬิกาเป็นของตนเองต้องใช้หน้าปัดเดียวกันนี้จัดทั้งวัน
“ขอดูสมุดก่อนค่ะ แล้วเราจะจดเวลาเทียบให้ตรงกันอีกครั้ง”
เขายื่นให้ เธออ่านพร้อมถามว่าใช้เรือนใดเทียบในแต่ละวัน ไม่เอาตัวเลขต่างกันทั้งหมดไปนับเป็นความผิดของเครื่องบนหอทันที
บันไดภายในพาไปยังพื้นไม้ซึ่งผู้ดูแลใช้ยืนไขลาน มีราวและที่วางเครื่องมืออยู่แล้ว เยว่ชิงวางกล่องให้พ้นทาง เปิดแสงส่องเฉพาะส่วนที่จะดู และให้ลุงอู๋อยู่ด้วยตลอดการตรวจ
เครื่องของหอใช้ตุ้มน้ำหนักกับลูกตุ้มต่างจากเครื่องฝึกในร้าน เธอเคยตามพ่อมาช่วยถือเครื่องมือเมื่อยังเด็ก แต่ไม่ถือว่าการมาเมื่อหลายปีก่อนทำให้รู้สภาพทุกชิ้นในวันนี้
เยว่ชิงตรวจทางเดินของเครื่อง รอยสึก จุดยึด และบันทึกส่วนที่ต้องถามผู้ดูแลเพิ่ม ค่อยหยุดกลไกตามวิธีของชุดนั้นก่อนดูส่วนที่ต้องเข้าใกล้ ไม่หมุนของเพื่อให้มันเดินเร็วกว่าความชำรุด

ตรงส่วนปรับลูกตุ้มมีชิ้นยึดหลวม รอยบนก้านบอกว่าตำแหน่งขยับไปจากที่เคยตั้งไว้ เธอชี้ให้ลุงอู๋ดูโดยยังไม่สรุปว่าคนใดเป็นคนแตะ
“คุณเคยปรับตรงนี้ไหมคะ”
“ลุงไม่ได้ปรับ ไขลานอย่างเดียว คนก่อนเคยบอกว่าถ้ามันช้าก็เลื่อน แต่ลุงกลัวเลื่อนแล้วเสีย”
เธอจดคำของเขาและตำแหน่งเดิม ก่อนตรวจว่าชิ้นส่วนยังปรับตั้งได้หรือจำเป็นต้องเปลี่ยน เครื่องมีฝุ่นกับคราบเก่าในส่วนที่ต้องทำความสะอาดด้วย แต่เธอไม่ถอดทุกอย่างลงมาเพราะอยากให้ดูเหมือนงานใหญ่
เยว่ชิงอธิบายงานที่ทำได้ในวันนี้ การทำความสะอาดส่วนที่จำเป็น จัดชิ้นยึดให้มั่นคง และปรับตั้งแล้วติดตามจังหวะ หากพบส่วนชำรุดที่ต้องทำใหม่จะหยุดคุยค่าใช้จ่ายก่อน
ลุงอู๋อ่านรายการให้เข้าใจแล้วรับไว้แทนผู้ดูแลตามขอบเขตที่ได้รับมา
“ค่าแรงวันนี้หนูคิดอย่างไร”
“ส่วนตรวจและปรับเล็กน้อยวันนี้ ฉันช่วยให้ค่ะ แต่ถ้าต้องซื้อชิ้นส่วนใหม่ เราต้องตกลงอีก ไม่ใช่งานซ่อมทุกอย่างฟรีตลอดไป”
เขาพยักหน้าอย่างโล่งใจมากกว่าถูกใจคำว่าฟรี
“บอกล่วงหน้าอย่างนี้ลุงคุยกับคนในศาลาได้”
เยว่ชิงทำงานตามรายการ ใช้ผ้าและน้ำมันในส่วนที่ควรใช้ จดสิ่งที่เปลี่ยนตำแหน่งไว้ ไม่ใช้สปริงที่ทำใหม่กับเครื่องฝึกมาทดลองกับของชุมชน เมื่อเริ่มเครื่องอีกครั้ง เธอให้ลุงอู๋เทียบเวลาและจดด้วยกัน
จังหวะยังต้องดูต่อ ไม่อาจยืนยันจากเสียงเพียงไม่กี่นาทีว่าหน้าปัดจะตรงไปทั้งเดือน
ลุงอู๋จะจดเวลาเย็นกับเช้า และเธอจะกลับมาตรวจในเย็นวันที่สิบห้าหลังจัดงานร้าน หากผลยังคลาดเคลื่อนจะปรับและทดสอบตามสิ่งที่พบ ไม่ปล่อยให้ผู้ดูแลเลื่อนทุกจุดพร้อมกันจนจำตำแหน่งไม่ได้
เมื่อเยว่ชิงลงมาที่ศาลา ผู้หญิงสองคนรออยู่ใต้ชายคา คนหนึ่งถือเครื่องปลุกเล็ก อีกคนมีห่อผ้าอยู่บนตัก ทั้งสองทำงานรับจ้างแถวตลาดและได้ยินว่าช่างหลินมาตรวจของชุมชน
“ของคนใช้ทำงานอย่างพวกเราดูให้ด้วยได้ไหม” คนถือเครื่องปลุกถาม “มันไม่ดัง ฉันต้องให้คนข้างบ้านมาเรียก”
เยว่ชิงวางกล่องบนโต๊ะแล้วนั่งลงให้ระดับสายตาใกล้กัน
“วันนี้ฉันจัดเวลาตรวจหอ ยังไม่ได้เตรียมรับเครื่องอื่นทั้งหมดค่ะ แต่ขอฟังอาการก่อน”
หล่อนเล่าว่าเข็มเดินแต่เสียงปลุกไม่ดัง ไม่รู้ว่าเสียส่วนไหน กลัวเอาไปถามแล้วต้องจ่ายก่อนจึงไม่เคยฝากไว้
หญิงอีกคนเปิดผ้าให้เห็นนาฬิกาข้อมือเก่า สายขาด แต่ยังเดินอยู่
“ฉันไม่อยากได้เรือนใหม่ แค่อยากใช้ของที่มี”

เยว่ชิงฟังทั้งสองโดยไม่เรียกคนผ่านทางมาดูว่าตนกำลังช่วยคนจน เธอถามว่าอยากทราบอาการก่อน หรือพร้อมฝากซ่อมหากรู้ราคาแล้ว
คำตอบคืออยากรู้ว่าจะต้องเสียเท่าไร และมีอะไรที่ยังไม่จำเป็นต้องทำหรือไม่
“ฉันจัดช่วงตรวจเบื้องต้นที่นี่ให้ได้ครั้งหนึ่งค่ะ ไม่คิดค่าดูอาการ แต่ถ้าต้องถอดซ่อม เปลี่ยนชิ้นส่วนหรือเก็บไว้ทดสอบ จะบอกขอบเขตกับราคาก่อน คุณเลือกได้ว่าจะฝากหรือเอากลับ”
ลุงอู๋ยกสมุดขึ้น “กำหนดวันเลยไหม จะได้บอกคนอื่น”
เยว่ชิงมองเวลาในสมุดงานที่นำมาด้วย วันที่สิบแปดพฤษภาคมช่วงบ่ายยังว่าง เธอมีเวลาจัดได้สองชั่วโมง โดยไม่ตัดวันนัดส่งงานที่มีอยู่
“วันที่สิบแปด บ่ายสองถึงสี่ค่ะ รับตรวจครั้งละเรือน ให้ลงชื่อไว้ไม่เกินสี่คนก่อน ถ้ารายการไหนต้องใช้เวลามาก จะนัดใหม่ ไม่ให้คนรอทั้งวันแล้วบอกว่าดูไม่ทัน”
ลุงอู๋จดวันกับจำนวน เธอให้เขาอ่านข้อความกลับ ไม่ใช้คำว่าซ่อมฟรีกับข้อความที่ประกาศ
“ตรวจเบื้องต้นฟรี” เขาทวน “งานซ่อมกับอะไหล่ถามราคาแล้วค่อยตกลง”
“ใช่ค่ะ”
หญิงทั้งสองลงชื่อสำหรับวันนั้นแล้วนำของกลับไป ยังไม่มีนาฬิกาของใครอยู่ในกล่องเครื่องมือเยว่ชิง ยังไม่มีเงินหรือข้าวถูกส่งมาให้แลกค่าแรงที่ไม่ได้ตกลง
ก่อนเดินออก หญิงถือเครื่องปลุกหันกลับมา
“ถ้ารู้ว่าเสียแพง ฉันอาจยังไม่มีเงินซ่อม”
“คุณก็เลือกเอากลับได้ค่ะ การรู้ราคาไม่ได้ทำให้ต้องซื้อ”
คำตอบทำให้หล่อนยิ้มอย่างคนซึ่งเพิ่งรู้ว่าการเดินเข้ามาถามไม่จำเป็นต้องเริ่มด้วยความละอาย
เยว่ชิงเก็บเครื่องมือครบทุกชิ้น ลุงอู๋ปิดห้องกลไกและเก็บกุญแจของชุมชนไว้เอง เธอรับเฉพาะรายการงานกับเวลาติดตามผล ไม่ถือกุญแจหอไปเพราะเป็นคนซ่อมให้
ขากลับ ท้องฟ้ามีเมฆบางลอยบังแดด เธอไม่ได้ใช้เวลาพักตามที่ตั้งใจไว้ทั้งหมด แต่ยังเหลือช่วงบ่ายให้ซักผ้าและนอนพักมือ
เยว่ชิงทำสองอย่างนั้นจริง ๆ ไม่กลับไปดึงงานฝึกมาพิสูจน์ว่าตนทำได้มากขึ้นเพราะมีคนเห็นงานชุมชน
เย็นวันนั้น เฉินจิ้งโจวแวะหน้าร้านหลังธุระของตน เขาเห็นป้ายหยุดจึงไม่ได้เคาะเรียกซ้ำ เยว่ชิงซึ่งกำลังเก็บผ้าที่แห้งอยู่ชั้นล่างเปิดประตูออกมาคุยเอง
“วันนี้ได้พักไหม” เขาถาม
“ครึ่งวันค่ะ อีกครึ่งไปดูนาฬิกาหอ”
เธอเล่าเรื่องเครื่องกับเวลาติดตามผลพรุ่งนี้ ไม่เล่าเอกสารคลังหรือชื่อผู้รับคูปอง เพราะการแวะมาในวันหยุดไม่ใช่เหตุให้คนหนึ่งรู้ทุกแฟ้มของร้าน
จิ้งโจวถามว่าเธอต้องการให้ช่วยหิ้วกล่องหรือไม่ เยว่ชิงมองกล่องที่เก็บอยู่บนชั้นแล้วส่ายหน้า
“พรุ่งนี้ถือไปเองได้ แต่หลังตรวจหอเสร็จ ฉันอยากคุยกับคุณเรื่องหนึ่ง”
เขารอโดยไม่ได้ถามทันทีว่าเรื่องพ่อหรือไม่
“เรื่องเวลาที่เราจะใช้ด้วยกัน แล้วก็งานที่แต่ละคนยังต้องทำ” เธอพูดต่อ “ถ้าคุณมีเวลาหลังเลิกงาน”
จิ้งโจวมองเธอด้วยสายตานิ่งขึ้นกว่าตอนถามเรื่องกล่อง
“พรุ่งนี้เย็นผมมีเวลา คุณอยากคุยที่ร้านหรือ”
“ใต้หอก็ได้ค่ะ หลังฉันส่งบันทึกให้ลุงอู๋แล้ว ฉันจะไม่เอางานมาวางระหว่างเราอีกทั้งชั่วโมง”
เขายิ้ม “ผมจะรอข้างล่าง ถ้าคุณยังตรวจไม่เสร็จ ไม่ต้องรีบลงเพราะผม”
เยว่ชิงบอกช่วงเวลาที่คาดว่าจะเสร็จ ทั้งสองตกลงว่าถ้ามีงานเปลี่ยนให้บอกกัน ไม่ถือว่าการรอโดยไม่รู้เวลาคือสิ่งที่ต้องทำเพื่อพิสูจน์ความใส่ใจ
หลังจิ้งโจวกลับ เธอเขียนนัดเย็นวันที่สิบห้าแยกจากรายการติดตามนาฬิกาหอ
สองเรื่องอยู่วันเดียวกัน แต่ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน
เยว่ชิงปิดสมุด ก่อนวางถ้วยน้ำอุ่นลงตรงที่มือเอื้อมถึง คืนนี้เธอจะพักโดยไม่คิดว่าการมีเวลาของตนเองเป็นความผิดที่ต้องชดใช้ให้ใคร
นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI
