Настройки чтения

ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · Глава 8

ตอนที่ 8 — เรื่องที่คนทั้งตรอกได้ยิน

Перевод ещё не готов. Показан тайский оригинал.

ประตูร้านหลินอยู่ห่างจากปลายไม้กวาดของหญิงเพื่อนบ้านไม่ถึงสิบก้าว แต่เยว่ชิงกลับรู้สึกว่าทางช่วงนั้นยาวกว่าถนนจากโรงงาน

กระดาษในมือยืนยันว่าเธอไปตรวจเอกสารมา ไม่ได้ยืนยันให้คนทั้งตรอกเชื่อว่าเธอยังเป็นคนเดิม และเธอก็ไม่อยากเป็นคนเดิมที่ยอมให้ผู้อื่นตัดสินใจแทนอีกแล้ว

“ใครเป็นคนพูดหรือคะ” เธอถาม

หญิงคนนั้นถอนใจ “ฉันไม่ได้อยู่ตอนเริ่ม พี่สะใภ้ได้ยินจากร้านข้าว แล้วคนก็พูดต่อกัน”

เยว่ชิงพยักหน้า เธอจะไม่เขียนชื่อคนปล่อยข่าวจากคำบอกต่อสามทอด หากต้องการรู้ว่าใครพูด ต้องได้ยินจากปากคนที่พูดเอง

เมื่อเธอเดินมาถึงหน้าร้าน เหวินเต๋อยืนอยู่ใต้ชายคาฝั่งตรงข้าม

เขาไม่ได้รออยู่เพียงคนเดียว ป้าหวงกำลังจะเดินผ่านพร้อมตะกร้าเต้าหู้ และเขาขยับเข้าไปหาเหมือนอยากให้ใครอีกคนได้ยินทุกประโยค

“ช่วงนี้เยว่ชิงนอนไม่ค่อยหลับ” เขาพูด “คิดมากเรื่องพ่อจนพูดเรื่องที่ไม่มีเหตุผล ผมพยายามช่วย แต่เธอกลับไม่เชื่อใคร”

“เรื่องไหนไม่มีเหตุผล” ป้าหวงถาม

“อย่างเมื่อวาน จะเปลี่ยนกุญแจทั้งที่ชิวอิงช่วยดูร้านมาตลอด วันนี้ก็ไปถามบัญชีที่โรงงานเหมือนคนอื่นเป็นศัตรู”

เยว่ชิงหยุดอยู่ข้างประตู เธอได้ยินคราวนี้ด้วยหูของตนเอง

เหวินเต๋อพูดถึงเยว่ชิงต่อหน้าป้าหวงที่หน้าร้าน เยว่ชิงตอบอย่างสงบโดยไม่ยอมให้คำบอกเล่ากลายเป็นข้อเท็จจริง
เหวินเต๋อพูดถึงเยว่ชิงต่อหน้าป้าหวงที่หน้าร้าน เยว่ชิงตอบอย่างสงบโดยไม่ยอมให้คำบอกเล่ากลายเป็นข้อเท็จจริง

“ฉันไปตรวจรายการที่ใช้ชื่อร้านค่ะ” เธอพูด “หากรายการถูกต้อง ก็ควรตรวจได้”

เหวินเต๋อหันมา รอยยิ้มเปลี่ยนเร็วเสียจนคนที่มองเพียงชั่วครู่อาจไม่เห็น “ฉันเป็นห่วงเธอ ไม่ได้กล่าวหา”

“คุณบอกว่าฉันพูดไม่มีเหตุผล ขอให้ยกเรื่องที่พูดจริงมา อย่าใช้ความเป็นห่วงแทนคำตอบ”

ป้าหวงวางตะกร้าลงพิงขอบประตู “เมื่อวานฉันอยู่ตอนนับของ นับเสร็จก็ให้คนเอาของคืน ไม่มีใครขว้างอะไร ไม่มีใครพูดจาเลอะเทอะ”

“ป้าอาจเห็นแค่ตอนหนึ่ง”

“ฉันก็พูดแค่ตอนที่เห็น” ป้าหวงตอบ

เยว่ชิงรู้สึกอยากหัวเราะ แต่ไม่ได้หัวเราะออกมา ประโยคสั้น ๆ ของคนขายเต้าหู้ทำในสิ่งที่กระดาษหลายแผ่นยังทำไม่ได้ มันหยุดเรื่องเล่าของเหวินเต๋อไว้ตรงขอบสิ่งที่รู้จริง

เขาหันกลับมาหาเธอ “ถ้าเธอไม่สงบ ลูกค้าจะกล้าเอาของมาฝากหรือ ฉันถึงบอกคนอื่นให้รอหน่อย”

“คุณบอกให้เขารออะไร”

“จนเธอคิดได้”

“ฉันคิดได้ว่าของลูกค้าต้องมีใบรับ ค่าแรงต้องตกลงก่อน และเงินของโรงงานต้องมีเอกสารว่าผู้ใดรับ ไม่ใช่ขอให้ฉันลงชื่อแทน”

เหวินเต๋อกดเสียงต่ำ “เรื่องนั้นอย่าพูดข้างถนน”

“ฉันไม่ได้อ่านบัญชีให้ใครฟังค่ะ แต่คุณกำลังพูดถึงความสามารถในการทำงานของฉันข้างถนน”

เขาเงียบไปครู่หนึ่ง เยว่ชิงไม่หยิบสำเนาออกจากกระเป๋า ไม่ทำให้หานซิ่วหรือหัวหน้าตู้กลายเป็นชื่อที่เขาจะนำไปโกรธต่อ เธอเพียงบอกว่าร้านเปิดและเธอรับผิดชอบงานของตน

“ถ้ามีลูกค้าเสียหายจากงานฉัน ให้เขามาคุยพร้อมใบรับได้ แต่ถ้าคุณยังไม่มีเรื่องนั้น กรุณาหยุดบอกคนอื่นว่าฉันทำงานไม่ได้”

“เธอเปลี่ยนไปจริง ๆ”

เยว่ชิงไขกุญแจร้าน “เปลี่ยนวิธีรับงานไม่ได้แปลว่าสติไม่ดี”

ครั้งนี้เธอไม่รอให้เขาอนุญาตจบการสนทนา เธอเปิดประตู ยกผ้าคลุมโต๊ะ และตรวจนาฬิกาของถังเซิงที่ยังเดินอยู่ตามบันทึกเช้า

ป้าหวงยกตะกร้าขึ้น “ฉันต้องไปขายของ แต่ถ้าใครถามเรื่องเมื่อวาน ฉันจะเล่าส่วนที่เห็น”

“ขอบคุณค่ะ ไม่ต้องช่วยพูดเกินกว่านั้น”

เหวินเต๋อมองคนทั้งสองแล้วเดินไปทางปากตรอก เขาไม่ได้ถอนคำพูด แต่วันนี้คำพูดของเขาไม่ได้เหลืออยู่เพียงฝ่ายเดียว


หญิงที่กวาดพื้นเมื่อครู่กลับมาตอนใกล้เที่ยง พร้อมห่อผ้าเล็กในมือ

“ฉันชื่อเถาซู บ้านถัดไปอีกสองหลัง หนูจำได้หรือเปล่า”

เยว่ชิงจำได้ว่าพ่อเคยทักคนบ้านนั้นบ่อย แต่ในชีวิตเดิมเธอปล่อยให้เหวินเต๋อคุยกับลูกค้า จนชื่อของคนในตรอกกลายเป็นสิ่งที่รู้ไม่ครบ

“ตอนนี้จำได้แล้วค่ะ”

เถาซูแกะผ้าออก เป็นนาฬิกาปลุกสีฟ้าบานเล็ก มีระฆังสองใบด้านบน “มันเดินได้ แต่บางเช้าไม่ดัง ฉันต้องออกไปทำงานก่อนฟ้าสาง ถ้าซ่อมแพงก็คงต้องให้คนบ้านข้าง ๆ ปลุกไปก่อน”

“ขอตรวจอาการก่อนนะคะ”

เยว่ชิงเขียนชื่อเถาซู รูปแบบนาฬิกา และรอยถลอกที่ขอบฐานลงในใบรับ เธออ่านให้ฟัง แล้วถามราคาที่ลูกค้ารับไหวก่อนบอกค่าแรงตรวจงานเล็กนี้

เถาซูมองกระดาษ “ร้านของพ่อหนูไม่เคยให้ฉันอ่านละเอียดอย่างนี้”

“พ่ออาจจำของป้าได้ทุกเรือนค่ะ ฉันยังจำไม่ได้ การเขียนไว้จะช่วยให้เราไม่เข้าใจผิด”

คำตอบนั้นทำให้หญิงตรงหน้าหัวเราะอย่างผ่อนคลาย มันไม่ใช่เสียงหัวเราะของคนที่ตัดสินว่าเธอเหนือกว่าพ่อ เพียงเป็นเสียงของคนที่รู้ว่าจะถามอะไรได้บ้างโดยไม่ต้องกลัวถูกมองว่าไม่ไว้ใจ

เยว่ชิงตรวจนาฬิกาปลุกสีฟ้าของเถาซู และแจ้งอาการกับค่าแรงก่อนลงมือซ่อม
เยว่ชิงตรวจนาฬิกาปลุกสีฟ้าของเถาซู และแจ้งอาการกับค่าแรงก่อนลงมือซ่อม

เธอตรวจส่วนที่เกี่ยวกับเสียงปลุกอย่างช้า ๆ ให้เจ้าของดูตำแหน่งที่หลวม และอธิบายว่าขั้นนี้ยังไม่ต้องเปลี่ยนอะไหล่ใหม่ หากปรับแล้วอาการไม่หายจึงค่อยคุยกันอีกครั้ง

เถาซูตกลงค่าแรง เยว่ชิงจึงลงมือโดยวางของแต่ละชิ้นในถาด ไม่ทิ้งชิ้นเล็กให้หล่นปะปนกับงานอีกเรือน

ระหว่างรอ เถาซูมองกระดาษที่เก็บไว้บนชั้น “หนูไปโรงงานเพราะงานร้านจริง ๆ หรือ”

“ใช่ค่ะ มีรายการใช้ชื่อร้าน ฉันต้องตรวจว่าเกี่ยวข้องอย่างไร”

“เขาพูดเหมือนหนูไม่ฟังใครแล้ว”

เยว่ชิงหยุดมือก่อนตอบ “ป้าเพิ่งบอกว่าต้องใช้นาฬิกาตอนเช้า ฉันฟังอยู่ค่ะ แต่การฟังไม่ได้หมายความว่าต้องตกลงทุกเรื่องโดยไม่ถาม”

เถาซูมองเธออยู่นาน แล้วพยักหน้า

ข่าวทั้งตรอกอาจเปลี่ยนไม่ได้ด้วยนาฬิกาปลุกเพียงเรือนเดียว เยว่ชิงรู้ดี เธอจึงไม่แกล้งทำเหมือนการรับงานเล็กครั้งนี้เป็นชัยชนะทั้งหมด

เธอเพียงทำให้งานหนึ่งชิ้นมีคำตอบที่ตรวจได้

เมื่อประกอบกลับและลองทดสอบ เสียงระฆังดังขึ้น เถาซูสะดุ้งก่อนหัวเราะ เยว่ชิงยังทดสอบซ้ำและตรวจการเดินตามที่ตกลง จึงเขียนสิ่งที่ทำในใบรับ ไม่เขียนว่าเหมือนใหม่ทุกอย่าง

“คืนนี้ลองใช้ตามเดิมก่อนค่ะ ถ้าอาการเดิมกลับมา พรุ่งนี้นำใบนี้กับนาฬิกามา ฉันจะตรวจงานส่วนที่ทำวันนี้ให้อีกครั้ง”

เถาซูจ่ายค่าแรงจำนวนน้อยตามที่ตกลง เยว่ชิงนับต่อหน้า จดเป็นรายรับจากงานซ่อม และแยกจากเงินมัดจำของถังเซิง

จำนวนเงินไม่ได้มากพอเปลี่ยนชีวิตในวันเดียว แต่เมื่อเธอใส่มันในกล่อง เงินนั้นมีที่มาซึ่งไม่ต้องอาศัยลายเซ็นของคู่หมั้นมาอธิบายแทน

“ฉันจะไม่ไปเถียงกับทุกคนให้หนู” เถาซูพูดขณะห่อนาฬิกา

“ไม่ต้องค่ะ”

“แต่ใครถามว่าซ่อมเป็นไหม ฉันจะบอกว่าของฉันดังแล้ว”

เยว่ชิงส่งสำเนาใบรับให้ด้วยมือทั้งสองข้าง “บอกเท่าที่เห็นก็พอค่ะ”


ถังเซิงมาถึงบ่ายตามนัด เขาหยุดหน้าร้านครู่หนึ่งก่อนเดินเข้า คล้ายมีคำพูดบางอย่างอยู่ในใจ

เยว่ชิงไม่ถามว่าเขาได้ยินข่าวหรือไม่ เธอเปิดสมุดงานและรายงานผลตั้งแต่เมื่อคืนก่อน

ตัวเรือนที่วางมั่นคงเดินต่อเนื่อง แต่เวลายังคลาดกว่าที่เธอต้องการ เธอปรับเพิ่มในช่วงสาย และขอเฝ้าดูอีกคืนก่อนคืนของ

“วันนี้ฉันยังไม่เพิ่มค่าแรงและยังไม่เปลี่ยนอะไหล่ค่ะ พรุ่งนี้บ่ายจะบอกผลรอบใหม่ หากต้องทำมากกว่าที่ตกลงจะถามคุณก่อน”

ถังเซิงก้มดูบันทึกเวลา แล้วมองกระจกบานเดิมที่ยังอยู่บนตัวเรือน

“กระจกไม่ได้เปลี่ยน”

“ไม่ได้เปลี่ยนค่ะ”

“เก็บไว้ก่อนก็ได้ ฉันรออีกวัน”

เยว่ชิงเขียนนัดใหม่และให้เขาอ่าน เธอไม่ถือว่าความไว้ใจหมายถึงไม่ต้องแจ้งเมื่อส่งของช้ากว่าที่ลูกค้าหวัง

เยว่ชิงรายงานผลตรวจนาฬิกาของถังเซิงตามนัด และถามที่มาของเรือนเก่าโดยยังไม่ส่งคืนงานที่ต้องเฝ้าดูต่อ
เยว่ชิงรายงานผลตรวจนาฬิกาของถังเซิงตามนัด และถามที่มาของเรือนเก่าโดยยังไม่ส่งคืนงานที่ต้องเฝ้าดูต่อ

เมื่อคุยเรื่องงานจบ เธอจึงถามถึงแหล่งซื้อเรือนนาฬิกา

“ข้างในมีป้ายเลขค่ะ ฉันอยากรู้เผื่อจำเป็นต้องหาแบบอะไหล่ตรงกัน คุณพอจำได้ไหมว่าซื้อจากที่ไหน”

ถังเซิงลูบห่อผ้าในมือ “ภรรยาฉันเป็นคนเลือก จำว่าไปซื้อของใช้เก่าที่ลานหลังโรงงาน ตอนนั้นฉันยังขนของอยู่แถวนั้น แต่หลายปีแล้ว อย่าให้ฉันบอกวันเดือนปีเลย”

“ไม่ต้องฝืนจำค่ะ มีใบซื้อหรือกระดาษของร้านเหลือไหม”

“เธอเก็บกระดาษทุกอย่างไว้ในกล่อง ตอนนี้ฉันยังไม่กล้ารื้อทั้งหมด”

เยว่ชิงมองมือที่กำผ้า ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเมื่อเอ่ยถึงกล่องนั้น เธอรู้ว่าตนกำลังเข้าใกล้สิ่งที่ไม่ใช่เพียงเอกสารสำหรับสืบเรื่องของพ่อ

“ถ้ายังไม่พร้อม ไม่ต้องรื้อเพื่อฉันค่ะ ฉันจะจดไว้ว่าเป็นความทรงจำเรื่องลานของใช้เก่าเท่านั้น”

ถังเซิงส่ายหน้าช้า ๆ “ฉันตั้งใจจะหาใบเก่าอยู่แล้ว อยากรู้ด้วยว่าเธอเคยให้ใครดูเรือนนี้ก่อนพ่อหนู ถ้าเจอจะนำมาให้ดูพรุ่งนี้ แต่ฉันจะเก็บต้นฉบับไว้”

“แน่นอนค่ะ”

เขายืนมองนาฬิกาอีกครู่หนึ่ง “ครั้งสุดท้ายที่พ่อหนูดู เขาบอกให้ฉันเก็บป้ายด้านในไว้ อย่าให้ใครขัดเลขจนหาย ฉันนึกว่าเขากลัวของสลับกัน”

เยว่ชิงวางปากกาลง

“คุณจำคำพูดได้แบบนี้ใช่ไหมคะ”

“ใจความอย่างนี้ ถ้อยคำทุกคำฉันรับรองไม่ได้”

เธอจดตามที่เขาบอก พร้อมระบุว่าเป็นคำเล่าที่จำความหมายได้ และยังไม่ทราบวันที่แน่นอน

หมายเลข 3176 ยังไม่ได้กลายเป็นคำตอบ แต่มีเหตุให้เธอรักษามันไว้มากกว่าเดิม

หลังถังเซิงกลับ ร้านเงียบลงจนได้ยินเสียงเข็มวินาทีหลายเรือนเดินไม่พร้อมกัน เยว่ชิงวางใบรับของเถาซูลงในกล่องงานที่เสร็จ ส่วนใบงานถังเซิงอยู่ในกล่องงานค้าง

วันนี้เธอไม่ได้ชนะเหวินเต๋อด้วยการประกาศว่ารู้ทันทุกอย่าง คนในตรอกบางคนอาจยังเชื่อเขา และพรุ่งนี้ข่าวอาจเปลี่ยนคำจนดูเหมือนไม่เคยมีใครกล่าวหาเธอ

แต่มีคนหนึ่งนำของมาฝาก แล้วกลับไปพร้อมเสียงนาฬิกาที่ดังตามหน้าที่

มีอีกคนกลับมาตามนัดและได้รับคำตอบตรงไปตรงมา แม้งานยังไม่เสร็จ

ชื่อร้านค่อย ๆ กลับมาอยู่บนสิ่งที่เธอทำ แทนสิ่งที่คนอื่นเล่า

เยว่ชิงตรวจแม่กุญแจ หยิบกระดาษของโรงงานเก็บให้พ้นมือผู้มาใช้บริการ แล้วหันกลับมามองโต๊ะไม้ใต้หน้าต่าง

พ่อเคยนั่งตรงนี้เขียนใบงาน ก่อนสิ่งของแต่ละชิ้นจะออกจากร้าน มันอาจมีบันทึกที่ยังไม่ถูกค้น ไม่ใช่ทุกคำตอบจะต้องไปขอจากคนที่ไม่อยากให้เธอเห็น

เธอจะตรวจทีละส่วนโดยไม่รื้อจนของปะปนกัน

คืนนี้ เธอจะเริ่มจากโต๊ะของพ่อ

กลับสารบัญนิยาย

นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI