ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · Capítulo 81
ตอนที่ 81 — ตลาดที่ชีวิตเดิมไม่รู้จัก
Tradução pendente. Exibindo o original tailandês.
เช้าวันที่หกมกราคมปี 1980 เยว่ชิงเดินตามเสียงคนขายของเข้าไปในทางเดินหลังตลาดหลานโจว
นางมาที่นี่เพื่อซื้อผ้ารองโต๊ะกับกล่องแบ่งอะไหล่ กลับพบแผงใหม่เรียงอยู่ใต้ชายคาซึ่งครั้งก่อนยังมีเพียงลังเปล่า ช่างลับมีดตั้งแท่นอยู่ปลายทาง คนซ่อมรองเท้าวางหุ่นไม้ข้างเก้าอี้ อีกด้านมีคนขายนาฬิกาที่ใช้ถ่านจากกล่องกระดาษ
เยว่ชิงหยุดดูอยู่นาน
ในชีวิตเดิม นางไม่เคยเดินซื้อของในตลาดนี้ เวลานั้นนางอยู่ชิงเหอ เชื่อว่าร้านของพ่อกับสิ่งที่เหวินเต๋อจัดให้คือโลกทั้งหมดที่ตนต้องรู้จัก หลานโจวเป็นเพียงชื่อเมืองที่ได้ยินจากคนเดินทาง
ความทรงจำปี 1998 บอกนางไม่ได้ว่าแผงตรงนี้จะขายดีหรือไม่ บอกไม่ได้ว่าคนขายของที่ยืนตรงหน้าคิดค่าเช่าอย่างไร และไม่เคยบอกด้วยซ้ำว่าลมจากช่องกำแพงพัดเข้ามาถึงโต๊ะตัวไหน
นางจึงเดินไปดูช่องกำแพงจริง ๆ
โต๊ะว่างสองตัวอยู่ใกล้ทางเลี้ยว ตัวแรกเห็นคนผ่านชัด แต่ผ้ารองซึ่งแม่ค้าข้าง ๆ เพิ่งวางปลิวขึ้นทันที ตัวที่สองอยู่ลึกกว่า มีแสงจากหน้าต่างและผนังช่วยบังลม
“จะเอาตัวไหน” หญิงผมสั้นซึ่งถือสมุดจัดแผงถาม
“ข้ายังไม่ได้บอกว่าจะเอา”
อีกฝ่ายหัวเราะ “คนที่ยืนดูทิศลมนานอย่างเจ้า ไม่ได้มาซื้อผักแน่”
นางชื่อเถียนอวี้หลาน อายุสี่สิบสอง เป็นคนจัดตารางใช้โต๊ะและเก็บค่าใช้พื้นที่ส่วนนี้ เสื้อบุสีเทาเข้มของนางเปื้อนฝุ่นตรงข้อศอก ใต้เสื้อเป็นผ้าสีชมพูหม่น
เยว่ชิงแนะนำตัวและบอกว่าซ่อมนาฬิกาได้ แต่มีงานประจำอยู่แล้ว
“มาทุกวันไม่ได้” นางพูด “ถ้าใช้โต๊ะ ต้องเป็นวันที่ข้าว่างตามตารางงาน และต้องรู้ก่อนว่าข้าวางของทิ้งไว้ได้หรือไม่”
“โต๊ะนี้ไม่รับฝากของข้ามคืน ข้าต้องให้คนอื่นใช้วันต่อไป”
เยว่ชิงมองกล่องนาฬิกาของแผงใกล้ทางเข้า แล้วมองช่องว่างใต้โต๊ะ
ถ้ารับซ่อม นางจะต้องขนของลูกค้ากลับ ไม่ใช่มีโต๊ะตัวหนึ่งแล้วกลายเป็นมีร้านพร้อมตู้เก็บของ
“ขอข้าดูเงื่อนไขก่อน” นางตอบ

เถียนอวี้หลานอธิบายค่าใช้พื้นที่ เวลาเปิดปิด และผู้รับผิดชอบเมื่อผู้เช่าไม่มา เยว่ชิงจดไว้ ถามว่าหากต้องหยุดเพราะมีงานของหน่วยจะเปลี่ยนวันอย่างไร แล้วจึงซื้อผ้ากับกล่องที่ตั้งใจมาหา
นางไม่ได้จ่ายเงินจองในเช้าวันนั้น
วันถัดมา เยว่ชิงไปถามผู้รับผิดชอบตารางงานของหน่วยเกี่ยวกับการรับงานส่วนตัวนอกเวลา บอกประเภทงาน อุปกรณ์ที่ใช้ และวันที่อยากทดลองอย่างชัดเจน
นางจะไม่ใช้ชื่อหน่วยรับรองงานตลาด ไม่เอาเครื่องมือของหน่วยไป และไม่ให้ลูกค้ามาตามถึงโต๊ะงานระหว่างกะ
เมื่อได้ข้อกำหนดกับการยืนยันว่าช่วงที่ขอไม่ตรงกับงานที่ได้รับมอบหมาย นางจึงกลับไปหาเถียนอวี้หลาน ตกลงทดลองใช้โต๊ะเฉพาะช่วงเช้าวันที่สิบสองกับสิบเก้า ไม่ได้ทำสัญญาใช้ทั้งเดือนหรือประกาศว่าตนลาออกแล้ว
เถียนอวี้หลานวางใบรับค่าใช้พื้นที่ให้ดู
“หากลูกค้ามาแล้วเจ้ารับไม่ได้ จะให้เขาฝากกับข้าหรือไม่”
“ไม่ฝากโดยที่ข้ายังไม่ได้ดูของกับเขา ข้าจะเขียนวันมารอบถัดไปไว้ให้ ถ้าเขารอไม่ไหวก็ต้องให้เขาเลือก”
“อย่างนี้เจ้าจะเสียลูกค้าบ้าง”
“ข้าคงเสียอยู่แล้ว ถ้ารับของซึ่งไม่มีที่เก็บและไม่มีเวลาทำ”
เถียนอวี้หลานไม่ได้ชมว่านางเป็นคนดี เพียงพยักหน้าแล้วจดว่าโต๊ะใช้ถึงเที่ยง ของทุกชิ้นต้องนำออกหลังปิดช่วง
เยว่ชิงรู้สึกสบายใจกับคำตอบนั้นมากกว่าคำรับรองว่าจะมีลูกค้าเต็มโต๊ะแน่นอน
เช้าวันที่สิบสอง นางมาถึงก่อนเวลาที่ตกลง
โต๊ะซึ่งเลือกมีรอยบุ๋มกลางแผ่น เยว่ชิงใช้แผ่นไม้รองของตนกับผ้าสักหลาดปูให้เรียบ จัดถาดเล็กมีฝาปิด แยกที่วางของรับใหม่จากที่วางเครื่องมือ แล้วทดลองนั่งให้แน่ใจว่ามือไม่ต้องยกค้างสูงเกินไป
เสียงตลาดดังจนฟังจังหวะเบา ๆ ของนาฬิกาลำบาก
นางจึงเพิ่มสมุดจดอาการที่เจ้าของพบ ไม่คิดว่าจะใช้หูเพียงอย่างเดียวตัดสินทุกเรือนตรงหน้า
ลูกค้าคนแรกถามว่าสามารถซ่อมนาฬิกาที่ใช้ถ่านได้หรือไม่
เยว่ชิงขอดูภายนอกก่อน ไม่เปิดเครื่องที่ตนยังไม่มีอุปกรณ์ตรวจพอ แล้วบอกขอบเขตงานที่ทำได้ในวันนี้
ชายคนนั้นเก็บนาฬิกากลับไปหาแผงอื่น
นางมองตามอยู่ครู่หนึ่ง
ในชีวิตเดิม หากมีคนทิ้งโต๊ะของนางไปหลังได้ยินคำว่าทำไม่ได้ นางจะเอาความรู้สึกนั้นกลับไปนอนคิดจนเช้า วันนี้นางยังรู้สึกเสียหน้าอยู่บ้าง แต่ถาดเครื่องมือที่มีอยู่ไม่ได้เพิ่มขึ้นเพราะไม่อยากเสียหน้า
คนขายนาฬิกาใกล้ทางเข้าตะโกนเรียกลูกค้าคนนั้นต่อ เยว่ชิงก้มลงเขียนประเภทงานที่ตนยังต้องเรียนเพิ่มไว้ในสมุด
อีกไม่นาน เจียงซู่เม่ยก็เดินมาพร้อมนาฬิกาปลุกเรือนสีครีม
หญิงวัยสามสิบแปดผู้นี้สวมเสื้อบุสีน้ำตาลแดง ผมมวยต่ำ ใบหน้ารูปหัวใจเรียวลงตรงคาง นางวางนาฬิกาบนผ้าซึ่งห่อมาจากบ้านแล้วถามราคา
“มันเดินตอนข้าถือ แต่บางคืนวางไว้แล้วหยุด ถ้าล้างแล้วเดิน ข้าจะให้ล้าง”
เยว่ชิงยังไม่หยิบไขควง
“ตอนถือ เจ้าถือเอียงหรือเขย่าหรือไม่”
ซู่เม่ยยกมือทำท่า “บางทีก็เคาะเบา ๆ ข้ารู้ว่าไม่ควร แต่มันเดินต่อจริง”
“แล้วเวลาหยุด เข็มอยู่ตรงไหน”
“ข้าไม่ได้จดทุกครั้ง ครั้งล่าสุดเข็มยาวอยู่แถวล่าง”
เยว่ชิงอธิบายค่าตรวจขั้นแรกและบอกว่าหากพบงานที่มากกว่าขอบเขตนั้น จะถามเจ้าของก่อนทำ ซู่เม่ยลังเลแล้วหันไปมองแผงนาฬิกาใหม่
“เขาบอกว่าซื้อใหม่ไม่แพงกว่าซ่อมมากนัก”
“เจ้าไปถามราคาก่อนได้” เยว่ชิงพูด “ข้าไม่อยากให้เจ้าซ่อมเพียงเพราะเอามาวางบนโต๊ะข้าแล้ว”
“ถ้าไปถามแล้วกลับมา เจ้าจะคิดค่ารอหรือไม่”
“ยังไม่ได้ตกลงตรวจ ข้ายังไม่ได้ทำอะไรให้เจ้า”
หญิงผู้นั้นหัวเราะอย่างโล่งอก นางไปที่แผงใกล้ทางเข้าแล้วกลับมาในเวลาไม่นาน
ซู่เม่ยยังเลือกตรวจเรือนเดิม แต่ต้องการรู้ค่าใช้จ่ายก่อนตัดสินใจว่าจะซ่อมต่อหรือซื้อใหม่ นางไม่ได้ต้องการเก็บรอยของผู้ตายเช่นเหอซู่เจิน นาฬิกาเรือนนี้มีหน้าที่ปลุกคนให้ทันงานเช้า เรื่องนั้นสำคัญพอในตัวมันเอง

เยว่ชิงตรวจการเดินในตำแหน่งที่ต่างกัน แล้วดูระยะเข็มกับหน้าปัดอย่างระวัง
เมื่อหมุนเข็มผ่านช่วงที่เจ้าของจำได้ เข็มนาทีเบียดหน้าปัดอยู่บางตำแหน่ง นางให้ซู่เม่ยดู โดยไม่สรุปว่าการเห็นจุดนี้แปลว่าส่วนอื่นไม่มีปัญหาเลย
เมื่อได้รับอนุญาต นางจึงเปิดฝาเพื่อตรวจต่อ พบคราบเก่าที่ต้องจัดการ แต่ไม่เสนอให้เปลี่ยนชุดกลไกทั้งหมดเพราะมีคราบ
นางเขียนงานที่เสนอแยกเป็นการจัดระยะเข็ม ทำความสะอาดส่วนที่ตรวจพบ และทดสอบการเดินกับการปลุก ไม่ใช้คำว่าทำเหมือนใหม่ครอบทั้งหมด
ซู่เม่ยถามว่าจะรอรับวันนี้ได้หรือไม่
“ข้ายังต้องเฝ้าดูหลังทำ ถ้ารับวันนี้ ข้าไม่มีผลทดสอบครบตามที่อยากส่งให้เจ้า”
“สัปดาห์หน้าข้าต้องมาอีกครั้งหรือ”
“ใช่ วันที่สิบเก้า ถ้าเจ้าตกลงฝากไว้ตามใบรับ ข้าจะเก็บในห่อแยกและทดสอบนอกเวลางานของหน่วย ถ้าจะให้ข้าทำเสร็จทันที ข้ารับปากไม่ได้”
ซู่เม่ยถอนใจ บอกว่าต้องจัดการตื่นเช้าด้วยวิธีอื่นระหว่างรอ แล้วถามราคาทั้งส่วนที่เสนออีกครั้ง
เยว่ชิงให้เวลานางคิด
คำว่าใช้ฝีมือไม่ได้หมายความว่าลูกค้าต้องชอบทุกเงื่อนไขของช่าง
เมื่อเจ้าของตกลง ทั้งสองดูสภาพเรือนร่วมกัน จดรอยเดิม อาการ ขอบเขตงาน ราคาที่ตกลง และวันนัด ซู่เม่ยรับใบส่วนของตน เยว่ชิงเก็บอีกส่วนกับของที่ห่อไว้
ก่อนเที่ยงมีคนขอฝากนาฬิกาอีกหลายเรือนผ่านเถียนอวี้หลาน
เยว่ชิงรับดูเพียงชิ้นที่ยังมีเจ้าของอยู่ ส่วนที่ส่งผ่านคนอื่นโดยไม่มีขอบเขตการอนุญาตชัด นางให้กลับไปถามเจ้าของก่อน
เมื่อหมดช่วงใช้โต๊ะ นางเก็บถาด ปิดกล่อง และยกของออกตามที่ตกลง ไม่มีชิ้นเล็กตกค้างให้คนขายผ้าซึ่งใช้โต๊ะต่อมาพบ
รายรับวันแรกไม่ได้มาก
เยว่ชิงนับค่าใช้พื้นที่ ค่าผ้ารองกับกล่องส่วนที่ซื้อใหม่ ค่าวัสดุ และเวลาที่ต้องทดสอบของซึ่งยังไม่คืน เงินที่ลูกค้าจ่ายเป็นค่าตรวจส่วนแรกไม่ได้กลายเป็นกำไรเต็มจำนวนเพียงเพราะอยู่ในมือนาง
ถ้าไม่เขียนแยก นางอาจเชื่อว่าตลาดเลี้ยงตนได้ตั้งแต่วันแรก แล้วรับงานเกินเวลาของตนอีกครั้ง
ระหว่างสัปดาห์ เยว่ชิงทำงานที่หน่วยตามเดิม
นางจัดช่วงดูนาฬิกาปลุกในห้องเช่า ใช้เครื่องมือของตนและบันทึกตำแหน่งทดสอบกับเวลา ไม่เอาของไปวางปะปนกับเครื่องของหน่วย
เมื่อเสียงปลุกดังในช่วงที่ตั้งไว้ นางรีบหยุดหลังตรวจตามจำเป็น ไม่ปล่อยดังยาวเพื่อประกาศว่าทำสำเร็จจนคนข้างห้องต้องมาบอก
เรือนที่อยู่ตรงหน้ายังต้องผ่านการตรวจซ้ำ นางไม่ได้เขียนผลล่วงหน้าเพราะครั้งแรกเดินแล้ว
เช้าวันที่สิบเก้า ซู่เม่ยกลับมา
เยว่ชิงเปิดห่อและให้เจ้าของดูรอยเดิม งานที่ทำ กับผลที่บันทึกไว้ นางอธิบายว่าควรวางอย่างไร ถ้ามีอาการเดิมกลับมาให้บอกช่วงเวลาหรือตำแหน่งเข็มเท่าที่สังเกตได้ และไม่ควรเคาะเพื่อให้เดินต่อก่อนเอามาตรวจ
ซู่เม่ยลองตั้งปลุก ฟังเสียง แล้วขยับเรือนบนโต๊ะ
“ข้านึกว่าเจ้าจะบอกว่าอย่าแตะมันเลย”
“ถ้าใช้ที่บ้านแล้วแตะไม่ได้ การทดสอบของข้าก็ไม่มีประโยชน์นัก แต่ไม่ต้องเคาะมันเพื่อทดสอบ”
ลูกค้ายิ้ม นางจ่ายส่วนที่เหลือตามข้อตกลง รับนาฬิกาของตนกลับ และขอเก็บใบรับไว้
หลังจากนั้น เถียนอวี้หลานมานั่งตรงข้ามเยว่ชิง
“มีแผงหนึ่งอยากให้เจ้าดูนาฬิกาเก่าที่รับมาเป็นชุด เขาถามว่าถ้านำมาหลายเรือน เจ้าจะคิดถูกลงหรือไม่”
เยว่ชิงถามจำนวน สภาพ และผู้เป็นเจ้าของก่อนตอบ
เถียนอวี้หลานบอกว่ามีสิบเรือน ยังไม่ได้ดูทุกเรือน และคนขายอยากมีใบจากช่างเพื่อบอกลูกค้าว่าซ่อมแล้ว
“ถ้าข้าทำสองเรือน ใบของข้าจะบอกว่าสองเรือนนั้นทำอะไร ไม่ใช่บอกว่าทั้งกล่องผ่านตรวจ”
อีกฝ่ายมองนาง “ข้ายังไม่ได้ขอให้เขียนทั้งกล่อง”
“ข้ารู้ ข้าจึงอยากบอกก่อนที่เราจะเข้าใจคนละอย่าง”
เถียนอวี้หลานนิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วพยักหน้า
“ข้าจะให้เขามาคุยเอง ไม่รับของแทน”
เยว่ชิงเสนอให้เริ่มจากการดูทีละเรือน เฉพาะจำนวนที่รับไหวหลังนัดเดิมเสร็จ ราคาลดตามงานที่ประหยัดร่วมกันได้จริง ไม่ใช่ลดเพราะคนพูดว่าของเป็นชุดแล้วช่างต้องรับทุกชิ้น
นางยังไม่เซ็นใบให้ผู้ขาย และไม่ได้รับกล่องสิบเรือนกลับห้องในวันนั้น
คืนวันที่ยี่สิบเอ็ด เยว่ชิงคำนวณผลจากสองช่วงใช้โต๊ะ
เงินหลังหักค่าใช้จ่ายมีเหลืออยู่บ้าง น้อยกว่าตัวเลขซึ่งนางมองเห็นตอนรับเงินครั้งแรก แต่พอให้รู้ว่ามีคนยอมจ่ายกับงานที่นางอธิบายและทำจริง
เวลาที่ใช้ทดสอบมากกว่าที่คาด จึงต้องลดจำนวนที่จะรับในรอบถัดไป
นางไม่ได้ตีความว่ามีกำไรเล็กน้อยแล้วควรทิ้งงานประจำทันที และไม่ได้ตีความว่ายังเลี้ยงตัวทั้งหมดไม่ได้จึงไม่ควรทดลองต่อ

นางเขียนถึงแม่ เล่าว่าตลาดหลานโจวมีคนเอานาฬิกามาซ่อมและข้อตกลงทดลองยังจำกัดอยู่ ไม่ได้ชวนแม่เปิดร้านเต็มวันเพิ่มเพราะลูกมีรายได้อีกทาง
เรื่องคำขอทบทวนชื่อพ่อยังอยู่กับหน่วยซึ่งรับเรื่อง นางบอกแม่ตามสถานะล่าสุดว่าไม่มีผลแก้ข้อสรุปใหม่ ไม่แต่งข่าวดีของแฟ้มให้เข้าคู่กับข่าวดีของงานตลาด
ส่วนเงินที่แยกไว้ช่วยแม่ยังเป็นส่วนเดิม ไม่ย้ายทั้งหมดมาซื้อของสำหรับแผงใหม่
เยว่ชิงเปิดสมุดงานส่วนตัวอีกครั้ง หน้าที่บันทึกการส่งคำขอถึงชิงเหออยู่คนละห่อกับสมุดลูกค้า
วันหนึ่งคนอื่นอาจถามว่านางซ่อมอะไรให้ใครเมื่อใด นางต้องการให้คำตอบอยู่ในงานจริง ไม่ใช่ขึ้นกับว่าคนถามชอบนางหรือไม่
นางจึงเย็บใบส่วนของช่างให้ครบชุด เขียนชื่อของตนไว้ในช่องช่าง และระบุสิ่งที่ตรวจ สิ่งที่ทำ กับสิ่งที่ไม่ได้รับไว้ตามจริง
ชื่อของนางไม่ควรถูกใช้รับรองกล่องทั้งใบเพียงเพราะซ่อมของจากกล่องนั้นสองชิ้น
ก่อนนอน เยว่ชิงนึกถึงโต๊ะข้างช่องกำแพงที่ลมแรงกว่า
หากคิดจากความจำว่าตลาดใหม่ต้องมีโอกาส นางอาจรีบจ่ายเงินให้โต๊ะที่เห็นคนมากที่สุด แล้วนั่งเก็บสกรูซึ่งปลิวหายตลอดเช้า
แต่เมื่อเดินดูจริง นางพบโต๊ะอีกตัว ถามเงื่อนไขอีกคำ และเลือกงานซึ่งมีเวลาทำ
ชีวิตที่เปลี่ยนไปไม่ได้ส่งคำตอบของทุกเรื่องให้ล่วงหน้า
มันเพียงทำให้นางได้มาถึงสถานที่ที่ไม่เคยมาถึง ได้เรียนสิ่งที่ตนยังไม่รู้ และได้ลองใช้ฝีมือโดยไม่ฝากชื่อไว้กับคำรับรองของคนอื่น
วันถัดไปยังมีงานประจำ นาฬิกายังต้องตรวจ และคำชวนให้รับของเป็นชุดยังต้องคุยกับเจ้าของเอง
เยว่ชิงปิดสมุด วางกุญแจห้องไว้ข้างถ้วย แล้วดับตะเกียง
คราวนี้สิ่งที่รออยู่หลังประตูไม่ได้มีเพียงอดีตที่นางต้องตามคืน
มีงานใหม่ซึ่งนางยังเลือกวิธีรับได้ด้วย
นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI
