ย้อนคืนปี 1978 ครานี้ข้าจะทวงชีวิตคืน · Capítulo 79
ตอนที่ 79 — ต้นทุนที่มองไม่เห็น
Tradução pendente. Exibindo o original tailandês.
รถไฟเที่ยวกลับถึงหลานโจวในบ่ายวันที่สิบห้าพฤษภาคม
หลินเยว่ชิงเลือกเที่ยวที่กลับเข้ามาโดยไม่ต้องรอต่อรถอย่างขาไปตามตารางที่ดูไว้ก่อนขอลา นางฝากกระเป๋าในห้องเช่า แล้วไปลงรายงานตัวก่อนเวลารับเรื่องของหน่วยงานสิ้นสุด ใบลาวันที่สิบเอ็ดถึงสิบสี่ถูกตรวจและเก็บตามช่องทางเดิม
นางกลับมาตามวัน ไม่ได้หมายความว่าร่างกายกลับมาพร้อมทำทุกอย่างในชั่วโมงเดียวกัน
เมื่อถึงห้องอีกครั้ง เยว่ชิงวางกล่องเครื่องมือข้างโต๊ะ แขนที่ยกกระเป๋ามาทั้งวันหนักกว่าปกติ ข้าวซึ่งแม่ห่อให้เหลือเพียงส่วนเล็ก นางตั้งน้ำแล้วเกือบหยิบห่อเอกสารออกมาก่อนกิน
มือหยุดอยู่บนปมเชือก
เมื่อวันก่อนนางยังบอกเหอซู่เจินว่าไม่ต้องให้เข็มนาฬิกาจำทุกอย่างแทนคน วันนี้กลับกำลังจะให้ตัวเองทำงานของคนหลายคนต่อจากล้อรถไฟโดยไม่มีช่วงว่าง
เยว่ชิงวางห่อกลับ กินข้าว อาบน้ำ แล้วนอน
เช้าวันที่สิบหก เกาเหวินซิงถามเรื่องการส่งต่องานระหว่างลา
นางอ่านรายการที่รับกลับ ส่วนซึ่งผู้รับช่วงทำแล้วมีชื่อและวันที่ของเขาอยู่ นางไม่ลงชื่อทับให้กลายเป็นงานที่ตนทำ ส่วนที่ค้างต้องเริ่มจากจุดที่ตรวจได้ ไม่ใช่จากความจำก่อนขึ้นรถไฟ
เกาเห็นรอยแดงที่ตานาง แต่ไม่ได้ถามเรื่องแฟ้มชิงเหอ
“นอนบนรถได้หรือไม่”
“ไม่พอค่ะ เมื่อคืนได้นอนต่อ”
“วันนี้เอาตามส่วนที่จัดไว้ งานเพิ่มให้แจ้งก่อน ไม่ใช่รับหมดแล้วนั่งอยู่กับมันหลังคนอื่นกลับ”
เยว่ชิงพยักหน้า
“ข้าไม่อยากให้คนรับช่วงต้องทำแทนอีก”
“คนรับช่วงทำตามที่จัดไว้” เขาตอบ “สิ่งที่เจ้าต้องคืนเขาคือข้อมูลที่ชัด ไม่ใช่การทำตัวเหมือนไม่เคยเหนื่อย”
เกาเลื่อนสมุดงานกลับมาให้นาง ไม่เสนอจะรับงานส่วนตัวเรื่องพ่อไปทำ และไม่เอาการตรงเวลารายงานตัวมาตีเป็นความพร้อมของมือโดยไม่ดูงานจริง
เยว่ชิงทำส่วนงานตามช่วงที่กำหนด เมื่อถึงเวลาส่งต่อ นางส่งสิ่งที่ทำแล้วกับจุดที่ยังต้องตรวจให้คนรับผิดชอบ ก่อนกลับตามเวลา
คราวนี้ไม่มีชิ้นส่วนถูกทำให้เสียเพราะมือที่รู้อยู่แล้วว่าควรหยุด นางไม่ต้องรอความเสียหายอีกครั้งจึงจะเห็นว่าการพักเป็นส่วนหนึ่งของงาน

จดหมายจากแม่มาถึงเย็นวันที่ยี่สิบสอง เขียนไว้วันที่สิบแปด
คนช่วยงานบ้านยังมาตามเวลาที่ตกลง แต่หน้าร้านมีลูกค้าเข้ามาตอนแม่กำลังพัก คนหนึ่งต้องการให้เยว่ชิงดูนาฬิกาที่คนอื่นเคยซ่อมแล้ว ไม่ยอมฝากเพราะแม่บอกวันกลับคราวหน้าของลูกสาวไม่ได้
แม่ไม่ได้รับงานนั้นไว้
เยว่ชิงอ่านประโยคซ้ำ ก่อนอ่านเรื่องถัดไป
คนช่วยต้องเสียเวลาตอบคำถามว่าเยว่ชิงกลับเมื่อใด ทั้งที่ตกลงมาช่วยเรื่องอาหารกับงานบ้านช่วงสั้น ไม่ได้ตกลงเป็นคนรับงานซ่อมหรือแจ้งความคืบหน้าของแฟ้มโรงงาน
ใต้ลายมือแม่มีคำเพิ่มว่าไม่ได้โกรธคนถาม แต่ไม่อยากให้เขารอเพราะชื่อร้านหลินแล้วนึกว่าลูกสาวจะกลับทุกสัปดาห์
เยว่ชิงวางจดหมายลง
นางเคยนับค่ารถ ค่าซอง ค่าโทรศัพท์ และค่าคัดสำเนาไว้ทุกครั้ง แต่นาทีที่แม่ต้องลุกจากที่พักเพื่อตอบลูกค้าไม่มีใบรับเงิน นาทีที่คนช่วยงานบ้านต้องอธิบายงานซ่อมซึ่งตนไม่รู้ก็ไม่มีช่องให้จดในสมุดค่าเดินทาง
หากนางปล่อยให้ความหวังว่าลูกสาวจะกลับกลายเป็นส่วนหนึ่งของเวลารับงาน แม่จะเป็นคนชำระความคลาดนั้นด้วยแรงของตน
คืนนั้นนางเริ่มจดอีกแบบ
หน้าซ้ายเป็นเงินที่จ่ายจริง หน้าขวาเป็นงานซึ่งต้องมีคนทำ เวลาที่คนคนนั้นตกลงให้ และสิ่งซึ่งไม่ได้รวมอยู่ในข้อตกลง
ค่าช่วยเรื่องอาหารไม่ใช่ค่ารับงานซ่อม
ค่าซ่อมนาฬิกาไม่ใช่ค่าตามให้ลูกค้าคิดว่าเจ้าของร้านจะอยู่ทุกวัน
การขอให้หานรุ่ยถามผู้เก็บตามส่วนที่อนุญาต ไม่ได้ทำให้เขาต้องออกจากงานของตนไปตามทุกแฟ้มเมื่อเยว่ชิงร้อนใจ
นางเปิดดูใบรับที่เก็บไว้ ไม่ใช่เพื่อนับว่าคนใดติดหนี้บุญคุณ แต่ดูว่ามีคำขอใดของตนซึ่งกว้างกว่าเวลาที่คนตอบเคยให้
เช้าวันที่ยี่สิบสาม เยว่ชิงส่งจดหมายถึงแม่
นางเสนอให้ระบุวันรับงานซึ่งแม่มีแรงทำกับวันพักให้ชัด และไม่รับงานที่ต้องให้นางตรวจจนกว่านางจะยืนยันวันกลับจริง ถ้าลูกค้ารอไม่ได้ แม่เลือกแนะนำช่างอีกแห่งที่เหมาะกับงานนั้นได้ ไม่ต้องเก็บทุกงานไว้เพื่อไม่ให้รายได้หลุดมือ
คนช่วยงานบ้านให้ทำตามส่วนเดิม หากต้องการเพิ่มคนรับงานหน้าร้าน ต้องถามความพร้อมและค่าจ้างของหน้าที่นั้นแยกกัน
เยว่ชิงเขียนว่านางเองจะตอบเรื่องวันกลับให้ชัด ไม่โยนความไม่แน่นอนไปให้แม่บอกแทน
นางไม่สั่งลดค่าช่วยเพราะหน้าร้านอาจมีรายรับน้อยลง แต่แยกเงินที่ต้องใช้ดูแลแม่ก่อนเงินสำหรับการตามสำเนารอบใหม่ หากเดือนใดไม่พอ ก็ต้องลดการเดินทางที่ยังไม่จำเป็นหรือเลื่อนคำขอส่วนที่ไม่เร่ง ไม่ขอให้คนอื่นเหนื่อยฟรีแทน
ท้ายจดหมาย นางถามว่าแม่อยากปิดช่วงบ่ายวันใดตามอาการจริง ให้แม่เลือกก่อนตกลง ไม่ประกาศเวลาของบ้านจากโต๊ะในหลานโจวโดยไม่ฟังคนที่ต้องอยู่ตรงนั้น
จดหมายถึงหานรุ่ยถูกเขียนอีกซองในวันถัดมา
นางขอบคุณเฉพาะสิ่งที่เขาเคยทำ และแจ้งว่ายังไม่ขอให้เดินตามฝ่ายจัดซื้อแทน เพราะส่งคำขอค้นแฟ้มผ่านช่องทางผู้เก็บแล้ว หากภายหลังต้องขอเขาช่วยส่วนใหม่ จะบอกขอบเขตกับเวลาที่ต้องใช้ก่อนให้เขาตัดสินใจ
ซองนั้นถูกส่งในเช้าวันที่ยี่สิบสี่ก่อนเข้าทำงาน นางเก็บใบรับไว้กับสำเนาข้อความของตน
นางไม่ส่งบันทึกของถานเส้าหรงหรือคำกังวลเรื่องครอบครัวเขาไปให้หานเป็นเหตุเร่งงาน คนหนึ่งยอมให้รู้ความกลัว ไม่ได้หมายความว่าอีกคนต้องรับมันเป็นหน้าที่โดยไม่ถูกถาม
ในหลานโจว เยว่ชิงเริ่มแบ่งเวลาของตัวเองเช่นกัน
คำตอบจากผู้เก็บหากมาถึง นางจะอ่านหลังทำงานและกินข้าว เมื่อมีส่วนต้องส่งตามกำหนดจะจัดช่วงเขียนให้พอ ไม่เปิดสมุดจนทุกคืนกลายเป็นคืนสุดท้ายที่ต้องทำให้เสร็จ
หากไม่มีคำตอบใหม่ การพลิกสำเนาหน้าเดิมหลังเที่ยงคืนไม่ได้เพิ่มพยานขึ้นมาอีกคน
เย็นวันที่ยี่สิบหก นางไปพบจิ้งโจวตามนัด
เขามาถึงหลังงานของหน่วยตน นั่งลงแล้วมองถ้วยชาซึ่งนางยังไม่แตะ
“วันนี้จะอ่านส่วนใด”
เยว่ชิงมองห่อสำเนาข้างตัว
“ข้าวางมันมา แต่ยังไม่มีคำตอบใหม่ ข้าอยากคุยกับท่านเรื่องเวลา”
จิ้งโจวรอให้นางพูดต่อ
“บางครั้งข้าส่งข่าวว่าอยากพบ พอท่านมา ข้าก็เปิดสมุดเหมือนท่านเตรียมแรงไว้ฟังทุกหน้ามาแล้ว”
“ข้าถามว่าอยากให้ช่วยอะไรได้”
“แต่ข้าก็ควรบอกก่อน ไม่ให้ท่านต้องถามเมื่อมาถึงแล้ว”
เขาวางมือที่ขอบโต๊ะ
“ช่วงนี้ข้าต้องทบทวนงานฝึกบางวันตอนเย็น ข้าบอกเจ้าว่าไม่ว่างได้ แต่มีวันที่ข้าก็ฝืน เพราะคิดว่าเจ้าคงรอคำตอบอยู่”
เยว่ชิงรู้สึกถึงความผิดหวังเล็ก ๆ ก่อนรู้สึกผิดที่ผิดหวัง
นางปล่อยให้มันผ่านไป ไม่เอาความรู้สึกนั้นไปวางเป็นเหตุให้เขาต้องถอนคำเมื่อครู่
“ข้าไม่อยากให้ท่านใช้เวลาฝึกของตัวเองชดเชยการรอของข้า”
“ข้าก็ไม่อยากให้เจ้าถือว่าบอกไม่ได้แล้วเท่ากับไม่อยู่ข้างเจ้า”
นางพยักหน้า
จิ้งโจวเลื่อนถ้วยชามาใกล้
“ถ้าเป็นคำถามที่ต้องตอบจากความจำข้า บอกส่วนที่จะถามกับวันที่ต้องใช้ ข้าจะดูว่ามีเวลาคิดหรือไม่ ถ้าเป็นเรื่องกินข้าว บอกว่าเรื่องกินข้าว ไม่ต้องพกคำถามมาซ่อนข้างชาม”
เยว่ชิงหัวเราะครั้งแรกในเย็นนั้น
“วันนี้เป็นเรื่องกินข้าวได้หรือไม่”
“ได้ ถ้าเจ้าตั้งใจให้เป็นอย่างนั้นจริง”
นางเก็บห่อสำเนาลงกระเป๋า ทั้งสองลุกไปร้านอาหารที่ยังเปิด

ขณะรออาหาร จิ้งโจวเล่าเรื่องแบบฝึกที่ต้องอ่านซ้ำ นางฟังโดยไม่ดึงทุกคำเกี่ยวกับเครื่องจักรกลับไปเป็นเบาะแสของงานปี 1977
เยว่ชิงเล่าเรื่องนาฬิกาที่เพิ่งคืนให้เหอซู่เจิน กับประโยคที่เจ้าของพูดว่ามันเดินแล้วแต่สามีไม่กลับมา
นางเล่าเพียงประสบการณ์ที่เกี่ยวกับตน ไม่เปิดชื่อผู้ให้ข้อมูลโรงงานหรือเรื่องครอบครัวของหัวหน้าคลังบนโต๊ะอาหาร
จิ้งโจวไม่ได้บอกให้นางเลิกตามความจริง
เขาถามว่านางอยากกินอะไรเพิ่ม เพราะอาหารที่สั่งยังน้อยสำหรับคนที่เพิ่งยอมรับว่าลืมมื้อเย็นไปหลายครั้ง
เยว่ชิงเลือกผักอีกจาน ชำระส่วนของตนตามที่ตกลง ไม่มีใครต้องเลี้ยงอีกคนเพื่อรับรองว่าจะอยู่ด้วยกันต่อ
วันที่หนึ่งมิถุนายน จดหมายตอบจากแม่มาถึง
แม่เลือกพักหน้าร้านสองช่วงบ่ายในสัปดาห์ตามเวลาที่ปรับกับคนช่วย และให้เปิดช่วงอื่นเท่าที่ตนทำไหว งานที่ต้องให้เยว่ชิงดูจะรับได้เมื่อมีวันนัดชัด งานซึ่งลูกค้าไม่รอก็ให้เขาเลือกไปที่อื่น
แม่บอกว่าอธิบายครั้งแรกยาก มีคนถามว่าเลิกกิจการหรือไม่ นางตอบว่ายังทำส่วนที่ทำได้ เพียงไม่รับปากว่าส่วนซึ่งต้องรอลูกสาวจะเสร็จเหมือนมีลูกสาวอยู่หลังโต๊ะทุกวัน
เยว่ชิงยิ้มกับกระดาษ
แม่ไม่ได้กลับแข็งแรงเพราะปิดบ่ายสองครั้ง แต่มีเวลาได้นั่งกินข้าวก่อนคนมาใหม่ และคนช่วยไม่ต้องตอบเรื่องงานซ่อมแทนความรู้ที่ตนไม่ได้มี
คำตอบจากหานรุ่ยมาในวันรุ่งขึ้น
เขาบอกว่ารับข่าวแล้ว ช่วงที่ผ่านมาเขามีงานของตนต้องสะสางพอดี หากคำขอใหม่เป็นการเดินทางหรือไปอ่านแฟ้ม จะต้องแจ้งวันก่อน เขาไม่ให้เยว่ชิงเอาคำว่าเคยช่วยครั้งหนึ่งไปตีเป็นตกลงอีกครั้งโดยไม่ถาม
นางอ่านแล้วเขียนวันรับไว้
นางไม่ได้เสียคนช่วยเพราะบอกให้เขาพัก นางเพิ่งได้เห็นเวลาจริงของคนซึ่งก่อนหน้านี้ตนมองผ่านความร้อนใจของตัวเอง
วันถัดมา เยว่ชิงได้รับหนังสือสั้นจากฝ่ายจัดซื้อชิงเหอ
คำขอวันที่สิบสามพฤษภาคมลงรับแล้ว ผู้เก็บพบเลขอ้างที่ต้องเทียบแฟ้มอีกส่วน และจะค้นตามขั้นตอนของหน่วยงาน ไม่ได้แนบใบอนุญาตใช้ของแทนหรือผลตรวจกลับมาในครั้งนี้
นางเก็บหนังสือนั้นข้างใบรับเดิม ไม่เขียนว่าพบเนื้อหาใบแนบแล้วเพราะอ่านคำว่าพบเลขอ้าง
คืนเดียวกัน เยว่ชิงมีช่วงที่จัดไว้สำหรับอ่านหนังสือจริง ๆ นางอ่าน ขีดใต้สิ่งที่ได้รับแล้ว และจดเฉพาะคำถามที่ต้องค้างตามแฟ้มใหม่
เมื่อถึงเวลาที่กำหนด นางปิดห่อ
ไม่ต้องมีคำตอบครบทุกข้อจึงจะปิดฝาสมุดได้

เยว่ชิงวางเงินสำหรับค่าเช่ากับการส่งค่าช่วยแม่แยกไว้จากส่วนที่เตรียมคัดสำเนา นางไม่ทราบว่าต้องตามอีกกี่ครั้ง แต่ทราบว่าไม่ควรใช้เงินสำหรับวันของแม่จนหมดแล้วเรียกมันว่าจำเป็นเพราะเป็นเรื่องพ่อ
นางล้างถ้วย เก็บอาหารสำหรับเช้า และคลายผมถักก่อนนอน
ความจริงยังมีต้นทุน ค่ารถยังต้องจ่าย คำถามยังต้องเขียน และคนที่รู้บางส่วนยังมีสิทธิ์เลือกเวลาที่จะตอบ
สิ่งที่เปลี่ยนในคืนนี้คือเยว่ชิงไม่ได้ทำให้ต้นทุนทุกอย่างซ่อนอยู่ในแรงของตนหรือของคนข้างตัวอีกต่อไป
นางเริ่มเห็นว่างานใดควรอยู่กับใคร เวลาใดควรขอ และคำว่าไม่ไหวไม่จำเป็นต้องรอให้ใครล้มก่อนจึงจะพูดได้
พรุ่งนี้ยังมีงานของหน่วย มีข้าวที่ต้องกิน และแฟ้มที่อาจส่งข่าวมา
นางตั้งใจจะมีแรงอยู่ถึงวันที่ต้องเปิดมัน
นิยายและภาพประกอบสร้างขึ้นใหม่ ภาพประกอบสร้างด้วย AI
